email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 30 งานเลี้ยง

ชื่อตอน : บทที่ 30 งานเลี้ยง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2564 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 30 งานเลี้ยง
แบบอักษร

บทที่ 30

 

งานเลี้ยง

 

 

 

 

 

 

 

2 เดือนต่อมา ก่อนการคัดเลือก 2 วัน

 

หลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้นที่เหมือนจะเป็นศึกอวดสามีที่ซึ่งทั้งหล่อ รวยและมีชื่อเสียงที่โด่งดังมากๆในเมืองหลวง มันก็ยังมีศึกของการแย่งชิงความสนใจจากองค์ชายสามเข้ามา ก็นะ...เวลาเดินออกไปข้างนอก หรือไปประชุมหารือกับตระกูลยศสูงอื่นๆและขุนนางชั้นสูง ก็จะมีพวกคุณหนูคุณนางออกมาต้อนรับ ทำท่าทางเหนียงอายทำเป็นไม่กล้ามองอยู่เต็มไปหมด

 

ซึ่งเขาเองก็เห็นแหละ แต่มันมีมากจนไม่รู้จะจัดการกับพวกนางยังไงดีก็เลยปล่อยผ่านทำเป็นไม่เห็นไม่สนใจ แล้วก็เริ่มจะเบื่อหน่ายเต็มที ในทุกๆวันบางครั้งเขาก็ตามไปทำงานเปิดหูเปิดตากับสามีบ้าง แต่ไปก็เหมือนเป็นธาตุอากาศเพราะพวกหัวสูงเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นเขาและเริ่มอวดลูกสาวตัวเองว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้  คิดแล้วก็รู้สึกอยากจะอ้วกใส่หน้ามั่นๆแถมยังด้านสุดๆนั้นให้มันดูไม่น่ามองเลย

 

"เฮ้อ...."

 

"เป็นอะไรไปเจ้าคะ"เสียงของเสี่ยวเหมยดังขึ้นเมื่อเห็นว่าเขานั่งถอนหายใจออกมาแรงๆ เสี่ยวเหมยเพิ่งจะกลับมาหาเขาเมื่อเดือนก่อนเอง เพราะตอนนั้นเสี่ยวเหมยถูกเมินใส่และไม่ได้มาพร้อมกันเลยมาทีหลัง

 

...ตอนที่นางมาถึงนางก็บ่นไม่หยุดเลยทีเดียว เดี๋ยวก็พรรณนาเรื่องที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวก็คิดน้อยใจว่าตนเองถูกทิ้งอย่างโหดร้าย เขาก็เลยได้แต่ตามใจนาง ให้นางได้กินของดีๆซื้อของดีๆให้ใส่ นั้นแหละเลยทำให้นางหยุดพูดออกมาได้

 

"ข้าง่วง"

 

"อีกแล้วหรือเจ้าคะ  แต่นี้ยังสว่างอยู่เลย หรือว่าเพราะลมเย็นๆกันเจ้าคะ"

 

"คงจะใช่ แล้วนี้ใกล้ถึงเวลารึยัง?"เวลาที่ว่าก็คือเวลาที่สามีสุดที่รักจะมาสักที ถึงช่วงนี้จะเบื่อขี้หน้าแล้วก็เถอะ

 

"ใกล้แล้วเจ้าค่ะ โอะ! นั่นไงเจ้าคะ"เสี่ยวเหมยทำท่าเหมือนตกใจก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้เขา เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ยอมเดินถอยออกไป

 

"เป็นเช่นไรบ้าง"คนตัวโตที่เพิ่งมาถึงเห็นภรรยา ทำหน้าเบื่อหน่ายเลยเดินเข้าไปหาพร้อมกับคิดอยากจะโอบกอดด้วยความคุ้นชิน แต่...

 

"หยุด!! อย่าเข้ามา อึย!ทำไมมีกลิ่นแปลกๆเนี่ย"เลี่ยงหรูที่รับรู้ได้ถึงกลิ่นที่ไม่คุ้นเคยจากสามีจึงรีบยกมือห้ามปรามก่อนจะก้มลองไปดมอีกครั้งแล้วรีบถอยห่างทันที!ราวกับเจอกองขยะแล้วไม่อยากเข้าใกล้

 

ฟุดฟิด..."ไม่มีนิ?"เทียนโจวยกแขนขึ้นทำท่าสูดดมกลิ่นที่เสื้อผ้าของตนเอง แต่ก็ไม่พบความผิดปกติอย่างที่ภรรยาได้เอ่ยเลยสักนิด หรือว่าตนควรไปไปอาบน้ำล้างตัวก่อนดี? เพราะพอจะเดินเข้าไปใกล้ภรรยาก็เดินถอยหลังหนี เหมือนนึกรังเกลียดกันไปแล้ว

 

"อย่ามาทำหน้าแบบนั้น"เขาเอ่ยออกไปอย่างนั้นเพราะเห็นใบหน้าที่เศร้าสร้อยของสามีทำเอาใจอ่อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยากจะเดินเข้าไปหาแต่มันไม่ได้จริงๆ กลิ่นมันเหมือนอะไรสักอย่างเน่าๆสาบๆไม่รู้ว่าสามีได้เดินไปตกหลุมเศษอาหารเน่ามาหรือไร 

 

"ทำไมล่ะ?"เทียนโจวยืนนิ่งพร้อมกับตั้งคำถามไว้ในใจสิบอย่าง คิดทบทวนเรื่องทุกอย่างที่คิดได้ เพราะคิดว่าตัวเองอาจจะทำอะไรผิดไป

 

"มะ....ไม่รู้ คืออย่างนี้นะ...เจ้าไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกัน"เขาพยายามเลี่ยงที่จะไม่ให้มีปากเสียงขึ้นมาและไม่ให้อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าเขารังเกลียดหรืออะไร แต่มันเหม็นมากจริงๆนะ ว่าแล้วก็อดยกมือขึ้นมาปิดจมูกไม่ได้

 

เลี่ยงหรูมองหน้าคนตัวโตแล้วเดินหนีออกไปเพราะเริ่มทนไม่ไหว  เขาไม่รู้จะเอ่ยออกไปยังไงว่าเนื้อตัวของฟิลิกซ์มันมีกลิ่นสาบเหมือนขยะอย่างบอกไม่ถูก มันต้องมีบางอย่างผิดพลาดแน่ จมูกเขารับกลิ่นไม่ดีมากเกินไปรึไง?

 

 

 

 

 

 

 

ในช่วงตอนเย็น

 

"เหม็นเว้ย!!"โครม! เคร้ง! เสียงถ้วยชามพร้อมกับสำรับหลายอย่างถูกคว่ำลงบนพื้น ตอนแรกเขาปฏิเสธที่จะกินมัน แต่ทั้งสามีและข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์บังคับเพราะเขาไม่ยอมกินเสียที เขาเลยทำการคว่ำมันซะเลย!!

 

"อย่าเข้ามา!! อุ๊บ! อ๊วกกกก!"ของเหลวอุ่นๆไหลออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้มันเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าราคาแพงอย่างเสียไม่ได้ นางกำนัลบางคนที่รับไม่ได้ที่เห็นของแสลงไหลออกมาจากปากเขาก็พากันก้มหน้าไม่กล้ามอง

 

"คุณชาย!/หรูเอ๋อร์!"ทั้งสองคนคิดจะก้าวเข้าไปแต่เลี่ยงหรูยกมือห้ามไว้แล้วเดินหนีออกไปหลังผ้ากั้น ไม่สามารถบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ร่างกายเกิดวิวัฒนาการอะไรขึ้นอีกรึเปล่า ทำไมมันถึงได้รู้สึกแบบนี้กัน

 

"อุ๊บ!..."เขาปิดปากเอาไว้รีบเดินหากระโถนแถวนั้นก่อนจะอ้วกออกมาอย่างเอาเป็นเอาตาย นั่งสักพักพอให้หายเหนื่อยก็ลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าออกแล้วเดินตรงไปที่ผ้ากั้นอีกชั้นเพื่อไปอาบน้ำ เพราะทนความสกปรกของคราบอ้วกตัวเองไม่ไหว พอลงไปแช่อ่างก็รู้สึกเหมือนหนังตามันหย่อนทนเหนื่อยล้าไม่ไหวและผล็อยหลับไป

 

"หรูเอ๋อร์"

 

เทียนโจวที่ตอนแรกเดินไปเดินมาอยู่นานเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป อยากเข้ามาแต่กลัวอีกฝ่ายจะเหม็นตัวเองเหมือนกับเมื่อกี้แล้วอ้วกออกมาไม่หยุดเลย คิดแล้วก็ยิ่งห่วงปล่อยให้คนไปตามหมอหลวงมาให้แล้วแต่ป่านนี้ก็ยังไม่มา

 

ความเป็นห่วงมีมากมายจนต้องรีบเดินเข้ามาหาปต่ก็พบว่าอีกฝ่ายหลับคอพับไปเรียบร้อยแล้ว...

 

"องค์ชายกระหม่อมตามหมอหลวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของเลี่ยงหวงดังขึ้นมาจากข้างนอก ตนเลยรีบขานรับแล้วรีบจับภรรยาล้างเนื้อล้างตัวแล้วพาไปใส่เสื้อผ้าเช็ดตัวให้อย่างเบามือ

 

"รีบตรวจเล่า"เทียนโจวว่าอย่างรีบร้อนปล่อยให้หมอหลวงตรวจคนที่หลับสนิทนอนอยู่บนเตียงอย่างเงียบๆ ในใจเริ่มเต้นระทึก กลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป พอหมอจะเอ่ยปากใจก็รู้สึกสั่นคลอนด้วยความกลัวเพราะเดี๋ยวนี้ชอบมีคนคิดลอบสังหารภรรยาแต่ตนจัดการก่อนแล้ว เลยคิดว่าภรรยาอาจโดนยาพิษ ตนกลัวจนร่างกายมันสั่นไปเอง กลัวจริงๆ

 

"คือว่า....."หมอหลวงว่าออกมาแผ่วเบาก่อนจะลุกขึ้นกระซิบองค์ชายอย่างหวั่นๆ  และก็เป็นไปตามคาด

 

องค์ชายเริ่มมีใบหน้าที่ดีขึ้นมากแทบจะกระโดดโลดเต้น แต่พอฟังคำหลังใบหน้าก็ซีดเผือกลงถึงสามส่วนแข้งขาอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงไปนั่งข้างภรรยา ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงก่อนดี

 

 

 

 

 

 

 

ในตอนกลางคืน

 

"อื้อ~อุ๊บ!"

 

ฟึบ!ตุบ!!เลี่ยงหรูตื่นขึ้นมาในตอนดึกก่อนจะถีบคนที่อยู่ใกล้ๆอย่างสุดแรงจนร่างสูงที่สูงเกือบ 190 ซม.กลิ้งลงไปนอนกับพื้นอย่างแรง!แบบไม่ทันตั้งตัว ดีที่หัวไม่ได้ลงก่อน ไม่งั้นคอคงหักแน่ๆ

 

"อึก! โอ้ยๆ...ภรรยา?"ฟิลิกซ์นอนหงายแน่นิ่งสักพักให้หายจุกเสียด ก่อจจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งเรียกคนที่ถีบตนลงมาจากที่สูง แต่...

 

"อ้วกกกก!!...แฮ่กๆ อ้วกกก!!"เลี่ยงหรูจับกระโถนปล่อยของเหลวออกมาอย่างไม่หยุดยั้งรู้สึกอยากจะร้องไห้มันเกิดอะไรขึ้นกับผมครับเนี่ย!! ผมติดโรคมารึเปล่า! ผมจะตายไหม? แล้วแบบนี้ผมควรกอดลาสามีเป็นครั้งสุดท้ายด้วยใช่ไหม? 

 

 ....แต่สามีเหม็นขนาดนี้ใครจะไปกอดลงได้กัน!!

 

"ไม่เป็นไรนะ"

 

"หยุด! หยุดอยู่ตรงนั้นอย่าเข้ามาเด็ดขาด! ไม่ไหวมันเหม็นมาก อุ๊บ! อ้วกกก!"แค่นั้นแหละครับผมก็อ้วกออกมาชุดใหญ่เลย รับไม่ได้แล้ว ผมต้องออกไปจากตรงนี้

 

"โอเคๆเดี๋ยวฉันจะออกไป อยู่นี้แหละ"

 

"ขอโทษนะฟิลิกซ์ นายตัวเหม็นมาก อุ๊บ!!"ฮาร์ดยกมือขึ้นบีบจมูกก่อนจะก้าวขึ้นเตียงที่ว่างเปล่า ส่วนคนตัวสูงก็ได้แต่มองอย่างอาลัยอาวร และล้าถอยออกจากประตู ไม่ลืมสั่งการให้คนคุ้มกันทุกพื้นที่เป็นเรือนนี้ 

 

แม้ตนจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาการแบบนี้แต่ตนรับไม่ได้จริงๆที่จะต้องห่างกับฮาร์ด ถ้าวันนี้ไม่ได้นอนกับฮาร์ด ก็คงจะนอนไม่หลับ

 

"เฮ้อ..."ฟิลิกซ์ยืนนิ่งหน้าประตูกำลังคิดอยู่ว่าควรนอนเฝ้าเมียอยู่ตรงนี้หรือจะกลับไปนอนที่ห้องหลักตัวเอง แต่คิดอีกทีนอนอยู่ที่นี่ก็น่าจะเป็นการเฝ้าระวังที่ดี

 

"เจ้า...ไปเตรียมที่นอนมา ข้าจะนอนตรงนี้"

 

"ห่ะ?!?!! อะ...เอ่อ...กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะคนที่ได้รับมอบหมายแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แต่ก็ยอมทำตามอย่างเสียมิได้ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2 วันต่อมา

 

วันนี้คืองานเลี้ยงฉลองการเปิดการแข่งขันซึ่งก็มีเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ผู้เล็ก ผู้น้อย รวมถึงเหล่าทหาร แม่ทัพที่มาดูการประลองในครั้งนี้ งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ห้องโถงทุกฝั่งถูกจัดไว้ให้หลาย สำนัก หลายเมืองที่คัดเลือกลูกศิษย์ที่เก่งที่สุดเอาไว้ แล้วก็ลูกขุนนางน้อยใหญ่ตามกันไป

 

งานนี้ดูยิ่งใหญ่สมกับเป็นงานในรั่วในวัง ดูครึกครื้นและอึดอัด เลี่ยงหรูที่เหม็นสามีมาตลอดจนถึงตอนนี้ไม่อยากเข้าใกล้ใครเลยนอกจากการได้อยู่คนเดียว ข้าวก็ไม่ค่อยได้กิน กินก็น้อย ถึงรสชาติจะไม่อร่อยแต่เพราะมันไม่เหม็นก็พอกินได้อยู่ และยิ่งสามีเป็นคนทำให้มันเลยกินเยอะขึ้นนิดหนึ่ง

 

"ไม่เป็นไรแน่นะ ให้พาออกไปไหม?"เทียนโจวที่เป็นห่วงภรรยาขั้นสุดตอนนี้ทำได้เพียงจ้องมองอย่างเป็นห่วง เข้าใกล้ก็ไม่ได้นั่งด้วยก็ไม่ได้อีก ตอนนี้เลย รู้สึกใจจะขาดความอดทนต่ำลงจนแทบลงแดง

 

"อะ...เอ่อ องค์ชายสามเพคะ หม่อมฉันหาที่นั่งไม่เจอ ให้หม่อมฉันนั่งข้างๆนะเพคะ"แม่นางคนหนึ่งเดินมาอยู่ต่อหน้าของเทียนโจวพร้อมกับเอ่ยสิ่งที่ตนขอ เพราะข้างๆนั้นว่าง ที่มันว่างเพราะภรรยานั่งเว้นไว้ ทั้งๆที่ตนอุตส่าห์ให้ไล่ให้ตระกูลอื่นหรือเมืองอื่นไปนั่งไกลๆและให้อภิสิทธิ์กับเมืองซานเถาได้นั่งใกล้ๆ ยอมเปลี่ยนที่นั่งของเชื้อพระวงศ์จากแถวหน้ามาอยู่หลังสุดแต่ก็ทำได้เพียงนั่งมองอยู่เงียบๆ

 

"ไม่!"เทียนโจวหันไปตอบทั้งยังปล่อยอายสังหารบางๆใส่นางเป็นการเตือนว่าให้อยู่ห่างๆเอาไว้

 

"หิวรึยัง? อยากกินอะไรไหม"

 

คนที่นั่งอยู่ส่ายหัวกางพัดพร้อมกับเอามือปิดปากกับจมูกไม่พูดไม่จา แต่ก็เหลือบมองเทียนโจวอยู่เป็นระยะๆ 

 

"ฝ่าบาทเสด็จแล้ว!!"เสียงขันทีดังขึ้นมาหลังจากที่เงียบมาสักพัก ทุกคนต่างหยุดพูดคุยยืนขึ้นและหลีกทางให้กับผู้สูงศักดิ์ได้เดินขึ้นสู่บัลลังก์ทอง ในขณะที่เดินผ่านทุกคนต่างคุกเข่าลงพร้อมกับเอ่ยเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ ยักษ์ที่บรรจุคนได้มากกว่าพันคน

 

"ถวายบังคมฝ่าบาท ขอให้ยั่งยืนหมื่นปีหมื่นหมื่นปี!!"ทุกคนเอ่ยพร้อมกันไม่ยอมเงยหน้าขึ้นและีอให้ผู้สูงศักดิ์ได้เดินไปประทับอยู่ที่บัลลังก์ทอง

 

"ลุกขึ้นเถิด"พระสุรเสียงที่ทรงพลังแผ่ขยาย ไปทั่วห้องโถง ทำเอารู้สึกว่ามีพลังบางอย่างที่ทำให้รู้สึกขนลุกขนพอง ไม่กล้าสู้หน้าหรือเอ่ยอะไรเสียงดัง 

 

"ขอบพระทัย ฝ่าบาท"เหล่าคนชั้นสูงพากันลุกขึ้น และเริ่มมีการจัดสำรับมาวางไว้ที่โต๊ะเตี้ยของแต่ล่ะคน นางเต้นระบำก็เริ่มจะทยอยออกมาร่ายรำให้ชม ชุดของพวกนางดูงดงามมีเอกลักษณ์ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเพลิดเพลิน

 

เลี่ยงหรูเหลือบสายตามองคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองด้วยสายตาที่เรียบเฉย ใบหน้านั้นเหมือนใครบางคนที่ไม่อยากไม่อยากจำเท่าไหร่ แค่ได้ยินเสียงก็ทำให้รู้สึกน่าเกรงขามถึงขนาดนี้ หากได้สู้ล่ะก็ ต่อให้ตนแยกร่างได้ร้อยคนก็สู้คนคนนี้คนเดียวไม่ได้แน่ ช่างน่ากลัวจริงๆ สมแล้วที่เป็นถึงนายเหนือหัวของแผ่นดินนี้

 

"ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเหมยหลี่เป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีเพคะ"

 

"อืม...เจ้ามีอันใดหรือ?"พระสุรเสียงของฝ่าบาทตรัสขึ้นอย่างเรียบเฉยใบหน้าของชายวัยกลางคนไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาให้รู้สึก ถึงได้

 

"หึ...หม่อมฉันเพิ่งฝึกฝนการบรรเลงผีผา ทุกคนต่างบอกว่าไพเราะหม่อมฉันเลยอยากแสดงการดีดผีผาเพื่อถวายเพคะ"นางว่าจบก็เหลือบๆมามองที่เขาเล็กน้อย ไม่รู้ว่ามองที่เขาหรือสามีตัวดี แต่ไม่ว่าจะมองใคร นี้ก็คือการท้าทายอย่างหนึ่งโดยไม่ต้องปริปากพูดมันออกมา

 

"ไปเอาผีผามาให้นาง"

 

"ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าบาท"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...........

 

บ่ะ!? นังเหมย! ทำไมถึงไม่ยอมแพ้สักที! น่าตีจริงๆ🙄

 

ช่วงนี้งานเยอะมากๆๆๆ แบบไม่ให้พักเลยทีเดียว พองานหนึ่งเสร็จอาจารย์ก็สั่งใหม่ โอยยย...ไรท์จะตายแล้วทุกโค้นนนน😿🙏 เหนื่อยมากกกแงงง⚡

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว