email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

ตอนที่ ๑๓ – หลอกใช้

ชื่อตอน : ตอนที่ ๑๓ – หลอกใช้

คำค้น : omegaverse,EnigmaXAlpha,เมะxเมะ,Mpreg,20+,18+,NC20+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2564 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๑๓ – หลอกใช้
แบบอักษร

ตอนที่ ๑๓ – หลอกใช้ 

  

“แล้วมึงจะพากูไปอยู่ที่ไหน” 

“เซฟเฮ้าส์ เอฟบีไอจะดูแลความปลอดภัยของมึงจนกว่าทุกอย่างจะจบ” 

“แค่กูเหรอ มึงเองก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน” เซเวียสขมวดคิ้วมองอย่างไม่เห็นด้วย 

“หมอลุคกับไอ้บรู๊คกำลังจะตามมา อาศัยช่วงที่ข้างในกำลังชุลมุนหนีไปทางอื่น ส่วนกูพวกมันคงไม่กล้าทำอะไรหรอก” 

“ทำไมมึงถึงได้มั่นใจขนาดนั้น” 

“อนาคตวัคซีนนั่นขึ้นอยู่กับอีนิกม่าอย่างกู ถ้ากูตายก็จบเห่” จากัวร์ตอบพลางงัดประตูทางออกอุโมงค์ที่เชื่อมต่ออีกเขตซึ่งเขาใช้โซ่ปิดเอาไว้หลังจากกลับเข้ามาครั้งก่อน 

บรู๊คลินมันรายงานมาว่าตอนนี้ทางการออกหมายจับตัวพวกเขาเป็นการด่วน แต่ทางเอฟบีไอกำลังขออายัดตัวพวกเขาไว้เป็นพยาน ในกรณีเรื่องการวิจัยวัคซีนแบบผิดกฎหมาย รวมทั้งคลิปวีดีโอหลักฐานและคำสารภาพจากพยานก็ถูกส่งไปยังรัฐสภาเพื่อเข้าที่ประชุมและเตรียมการสอบสวนรัฐบาลอย่างเร่งด่วนแล้วด้วย 

ตอนนี้ทางฝั่งพวกเรากำลังได้เปรียบ เอาแค่ข่าวเรื่องวัคซีนหลุดออกไปก็เกิดกระแสวิจารณ์จากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยใหญ่โต รับรองว่าหล่อนนั่งไม่ติดเก้าอี้ประธานาธิบดี แต่ก็ไม่รู้ว่าเมดิสันจะเล่นอะไรสกปรกอีกขนาดไหน คงไม่จบลงง่ายๆ เพราะหล่อนปัดทุกอย่างออกไปพ้นตัวหมด 

“เนี่ยเหรอทะเลหมอก” 

เซเวียสเบิกตากว้างเมื่อพวกเขาทั้งสองคนหลุดออกมาจากอุโมงค์ทางเชื่อมโผล่มายังตีนเขาฝั่งตะวันออกของเขตความมั่นคงต่ำ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นเขตชายแดนคุกแล้ว ดวงตาเป็นประกายมองพระอาทิตย์กำลังลอยขึ้นบนท้องฟ้า รอบกายเต็มไปด้วยทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตา แสงแรกหลังจากหลุดพ้นออกมาจากการจองจำ 

“เปลี่ยนชุดซะ อีกไม่เกินห้ากิโลจะออกจากเขตเรือนจำแล้ว” 

“มึงดูนั่น โคตรสวย” 

รอยยิ้มบริสุทธิ์ผุดขึ้นมาบนใบหน้าซีดเซียว มือเรียวจับชายเสื้อนักโทษของจากัวร์ดึงเรียกให้ดูพระอาทิตย์กำลังขึ้น นี่เขาไม่ได้สูดอากาศยามเช้าแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วสินะ เซเวียสหยีตามองไปไกลจนถึงปลายภูเขาอีกลูก 

จากัวร์เปลี่ยนชุดเสร็จก่อนหันมามองทางอีกคนพลางเอื้อมมือหนาไปจับเส้นผมนิ่มมือบริเวณใบหูอีกคนที่มันดีดจนกระดกออกมาไม่เป็นทรงคงเพราะนอนทับบนไหล่เขาทั้งคืนนั่นแหละ นี่ยังไม่ทันจะออกจากเขตคุก ไม่รู้จะดีใจอะไรขนาดนั้น 

“เปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว จะได้รีบไปต่อ” 

เซเวียสชักสีหน้าใส่เพราะน้ำเสียงดุนั่น แต่สุดท้ายก็รีบเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าลำลองให้มันกลมกลืนกับชาวบ้านตอนออกไป เชือกจากรองเท้าผ้าใบถูกผูกจนเสร็จสรรพ พวกเขาก็เดินทางกันต่อจนกระทั่งมาสุดเขตชายแดนคุกเชื่อมต่อกับอีกเมืองหนึ่ง 

จากัวร์พาเซเวียสออกมาจนพ้นเขตเรือนจำได้สำเร็จก็จริง แต่ทว่าอีนิกม่าหนุ่มผู้แข็งแกร่งก็ต้องคว้าข้อมือของเซเวียสเอาไว้ก่อน เพราะเหลือบไปเห็นรถคันที่จอดรออยู่ เป็นรถคลาสสิกคันคุ้นตา ซึ่งจากัวร์เคยเห็นมันจอดอยู่หน้าที่พักของรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เมื่อคราวก่อน 

“เดี๋ยวนะ นี่มันอะไรกัน...” 

“เซเวียส” 

เจ้าของชื่อเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนสวมสูทหรูแต่งตัวเนี้ยบทั้งแต่หัวจรดเท้าก้าวขาลงมาจากรถตรงมาทางพวกเขานั้นเป็นใคร ที่สำคัญไม่ได้มาคนเดียวแต่ด้านหลังยังมีพวกอีกเกือบสิบคนถือปืนจ่อมาทางจากัวร์และเขา เซเวียสสับสนไปหมด 

“ลูอิส!” 

“ส่งตัวเซเวียสมา ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน” 

จากัวร์ขบกรามกรอด มือที่บีบข้อมือเซเวียสอยู่แน่นขึ้นจนเจ้าตัวรู้สึกได้ วินาทีนั้นเขารู้ทันทีว่าตัวเองนั้นถูก ลูอิส เออร์ไวน์ หลอกใช้เข้าให้แล้ว 

ลูอิสรู้ดีว่าการพาเซเวียสแหกคุกนั้นไม่ง่าย แต่เขาสามารถยืมมือใครบางคนมาใช้ได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองแรงตัวเอง การนัดแนะกับเซเวียสไม่มีทางเป็นความลับ ยิ่งในคุกที่มีหูมีตาของ ‘เจ้าถิ่น’ คอยสอดส่องอยู่นั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ 

เจ้าถิ่นที่ว่าจะเป็นใครไปได้อีกนอกจาก จากัวร์ ดีไวเลอร์ คนที่ใครก็ไม่อยากมีเรื่องด้วยและเป็นบุคคลที่หาตัวจับได้ยากที่สุดคนหนึ่ง แล้วทำไมลูอิสถึงแนะนำเซเวียสให้ไปหาจากัวร์ นั่นเพราะมันจะเป็นผลดีต่อเซเวียสถ้าหากเข้าใกล้จากัวร์ได้ อย่างน้อยเซเวียสก็จะปลอดภัยในคุกแดนนั้น 

และอีกเรื่อง... 

เซเวียสอาจจะทำให้จากัวร์ไขว้เขวจากสิ่งที่ทำอยู่ก็ได้  

“ถ้ากล้าก็ยิงกูเลยสิ แต่หาเหตุผลไปอธิบายกับพวกของมึงด้วยล่ะ” 

จากัวร์เผยรอยยิ้มเยาะแม้ตัวเองจะเสียเปรียบ นั่นทำให้ลูอิสรู้สึกว่าถูกเย้ยหยัน แล้วไหนจะเซเวียสที่ตอนนี้กำลังมีท่าทีสับสน ไม่เหมือนตอนที่พยักหน้าตกลงจะให้เขาพาหนีไปสักนิด 

ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเซเวียสจะเข้าคุก หมอประจำตระกูลบอกว่าอาการป่วยของพ่อลูอิสไม่สู้ดีนัก หมดเวลาเที่ยวเล่นเอาแต่ใจ ถึงเวลาที่เขาจะกลับไปสานต่องานเสียที หนึ่งในงานใหญ่ที่ลูอิสจะต้องรับช่วงต่อคือการสนับสนุนการวิจัยวัคซีน แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยนัก แต่ในโลกธุรกิจจะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาใช้ไม่ได้ 

แม้จะพูดแบบนั้นลูอิสก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี เขารู้เพียงแค่มีการวิจัยวัคซีนในคุกไม่คิดว่าจะถึงขั้นใช้นักโทษเป็นหนูทดลอง เมื่อเห็นเซเวียสในสภาพนั้นใจเขามันก็เจ็บปวดไปหมด ตอนนั้นลูอิสคิดแล้วว่าเรื่องวัคซีนจะยังไงก็ช่าง ขอแค่เอาเซเวียสออกมาจากคุกให้ได้ก่อน แต่ลำพังเขาคนเดียวไม่มีทางเป็นไปได้ 

ดังนั้นการ ‘ยืมมือ’ ของจากัวร์พาเซเวียสหนีออกมา จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด 

“เซเวียส มากับกู” 

“มึงตอบกูมาก่อนว่ามึงรู้เห็นเรื่องวัคซีนด้วยรึเปล่า” 

“มาเถอะ แล้วกูจะอธิบายให้ฟังทีหลัง” 

ลูอิสไม่ตอบคำถาม พัศดีเรือนจำที่ลูอิสใช้เส้นสายบีบบังคับนั้นยอมตกลงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ให้ในกรณีของเซเวียส แต่จากัวร์จะต้องถูกทางการตามตัวกลับไป และลูอิสก็แจ้งไปทางเรือนจำแล้วว่าเจอนักโทษแหกคุกหนีออกมาทางนี้ 

“ทุกอย่างที่กูทำก็เพื่อความปลอดภัยของมึง ส่วนคนอื่นจะเป็นหรือตายก็ช่าง” 

เซเวียสส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง โลกใบนี้มันจะโหดร้ายกับเขามากเกินไปไหม ทำไมทุกคนถึงได้เห็นแก่ตัวกันไปหมด แม้แต่มิตรภาพระหว่างเพื่อนที่เชื่อใจกันมาตลอดชีวิตก็ยังไม่เว้น แม่งสิ้นหวังอะไรขนาดนี้ 

“โทษที่ขัดจังหวะ แต่อยากมีซีนพระเอกนี่มึงถามผัวเขารึยัง?” 

จากัวร์ที่ยืนฟังอยู่นานหันไปถ่มน้ำลายลงพื้นเพราะความเลี่ยน เขาส่งสายตาเหนือกว่าไปให้คนตรงหน้า มือที่จับข้อมือเซเวียสอยู่เลื่อนลงมากุมฝ่ามือเรียวแทน ภาษากายหยามน้ำหน้าและสรรพนามถึงกับทำเอาคนมองสะอึกจุกไปถึงลิ้นปี่

“นี่มึงหมายความว่ายังไง”

“ไปได้ละเซเวียส เสียเวลาฉิบหาย”

“เดี๋ยวเซเวียส!” ลูอิสวิ่งเข้าไปคว้าแขนเซเวียสอีกข้างเมื่อสองคนหันหลังไปอีกทาง “มึงต้องไปกับกูตอนนี้ ไม่มีเวลาแล้ว” ลูอิสพลิกนาฬิกาข้อมือเรือนแพงขึ้นดู

เซเวียสรับรู้ทันทีในวินาทีนั้นว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เขาเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ มือที่จับตัวเองอีกข้างมันผล็อยร่วงไปพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ทรุดเข่าลงกับพื้น ลูกดอกฝังยาสลบสำหรับใช้ยิงสัตว์เล็งยิงเข้าไปที่ต้นขาจากัวร์จากที่ไหนสักที่ซึ่งเป็นจุดบอดอย่างไม่ทันตั้งตัว

“จ...จากัวร์! ลูอิสปล่อยกู มึงจะพากูไปไหน–”

มือหนาดึงตัวการออกจากต้นขาตัวเองขณะที่ยังไม่สลบไปในทันที ถึงจะแค่ลูกดอกแต่ฤทธิ์ของมันก็แรงพอที่จะทำให้สัตว์ใหญ่เป็นอัมพาตชั่วคราวได้

ภาพตรงหน้าค่อยๆ เบลอภายในไม่กี่วินาที พร้อมกับร่างกายที่ชาตั้งแต่ต้นขาขึ้นมาถึงลำตัว เขาเห็นภาพเซเวียสถูกลูอิสลากไปกับตาก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงในที่สุด...

-

บนเบาะหลังรถคลาสสิกคันโปรดของลูอิสเซเวียสถูกบอดี้การ์ดนั่งขนาบฝั่งขวาลูอิสนั่งอยู่ด้านซ้าย สารถีออกรถตามคำสั่งทิ้งจากัวร์ที่สลบไปเพราะฤทธิ์ยาถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งตามมาทันกดหน้าลงกับพื้นใส่โซ่ตรวนที่มือแล้วหิ้วปีกขึ้นรถไป เซเวียสมองภาพนั้นผ่านกระจกหลังด้วยความรู้สึกผิดเต็มอกหลังจากรถเคลื่อนที่ออกมาไกลขึ้นเรื่อยๆ

“นี่มันเกินไปลูอิส มึงทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างมั้ย”

“เกินไปยังไง ถ้ากูไม่รีบพาออกมามึงก็ต้องถูกจับกลับไปพร้อมมัน แล้วทุกอย่างก็จะสูญเปล่า”

“แต่มึงก็ไม่ควรปล่อยจากัวร์ทิ้งไว้แบบนั้น มึงก็รู้ถ้าไม่ได้หมอนั่นช่วยไว้กูคงตายตั้งแต่สัปดาห์แรกในคุกนรกนั่นแล้ว!” เซเวียสตำหนิคนข้างๆ อย่างไม่เข้าใจว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

“แล้วความดีของกูล่ะ มึงมองไม่เห็นเลยเหรอ นี่กูชักจะอยากรู้แล้วว่ามันช่วยมึงแบบไหน มึงถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้”

ลูอิสที่เพิ่งเคยเห็นเซเวียสโกรธขนาดนี้ก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าตัวเองทำผิดอะไร เขาช่วยจนอีกคนหนีรอดได้แล้วแท้ๆ ถ้าเซเวียสไปกับจากัวร์ยังไงก็หนีไม่รอด

พอจบประโยคนั้นคนถูกถากถางก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้า นี่ไม่ทันไรก็ทวงบุญคุณกันแล้ว

“นี่มึงประชดกูเหรอ มึงต่างหากล่ะที่เปลี่ยน มึงรู้ทั้งรู้เรื่องวัคซีนนรกนั่นตั้งแต่แรก แต่มึงก็ยัง...” เซเวียสสะอึก มันน่าเจ็บใจจนพูดไม่ออกเนี่ยเหรอเพื่อนรักที่คบกันมาทั้งชีวิต “มึงรู้อะไรมั้ย กูเห็นคนตายกับตาทุกวัน ที่ชีวิตกูแม่งพังย่อยยับก็เพราะวัคซีนเหี้ยนั่น มึงจะไม่ให้กูเปลี่ยนไปได้ยังไง!?”

“มึงฟังกูอธิบายก่อน กูรู้เรื่องวัคซีนก็จริงแต่ไม่รู้ว่ามันเอามาทดลองกับคน รัฐบาลปิดเรื่องการทดลองไว้เป็นความลับ พอรู้กูก็พยายามหาวิธีช่วยมึงออกมา เซเวียสกูขอโทษ” ลูอิสพยายามอธิบาย

“มึงหาวิธีช่วยด้วยการหลอกใช้กู ล่อให้จากัวร์พาหนีออกมาเนี่ยนะ”

“กูไม่ได้หลอกใช้มึงแต่กูหลอกใช้มัน”

“งั้นตอบกูมาสิ ไอ้ที่มึงบอกให้กูไปหาจากัวร์ตอนเข้าไปอยู่ในคุก มึงไม่ได้คิดจะใช้กูเป็นเครื่องมือใช่มั้ย”

“...”

“นี่มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่มั้ยลูอิส...”

ใช่ ความเงียบเป็นคำตอบของคนที่ถูกต้อนจนจนมุม

“กูไม่เคยคิดว่ามึงเป็นเพื่อน คำว่าเพื่อนแม่งไม่เคยอยู่ในสมองกูเลยด้วยซ้ำ!”

“พอเหอะลูอิส มันจบแล้ว”

เซเวียสตัดบทอย่างไม่มีเยื่อใย เมื่อก่อนเขาอาจจะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ เพราะห่วงความรู้สึกของเพื่อนอยากให้มิตรภาพยังคงอยู่ แต่ตอนนี้การผูกพันธะระหว่างเซเวียสและจากัวร์มันทำให้ความรู้สึกทุกอย่างที่อยู่นอกเหนือขอบเขตคู่ของตัวเองถูกปัดตกไปทั้งหมด เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

“ฮ่าๆ นี่มึงกำลังปฏิเสธกูใช่มั้ย”

คนสวมสูทเนี้ยบจัดแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ขณะที่เซเวียสปลงตกกับโชคชะตาของตัวเองอย่างแท้จริง ถึงจะยังรับไม่ได้สักอย่างกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน มือเรียวเลื่อนขึ้นมาดึงปมผ้าที่ผูกต้นคอตัวเองออกแล้วหันให้ลูอิสดูรอยกัดชัดๆ และคนตรงหน้าก็ช็อคไปตามคาด

“พันธะ!?”

“...”

“กูไม่เชื่อ มันเป็นไปไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับมึง”

หลากหลายความรู้สึกทิ่มเข้ามาในอกของลูอิส แต่สีหน้าของเซเวียสมันบ่งบอกชัดเจนว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง น้ำตาคลอหน่วยค่อยๆ ซึมกลับเข้าไปในดวงตาอิดโรยและแบกความเจ็บปวดเอาไว้ทั้งหมด

“ฝีมือมันเหรอ ไอ้จากัวร์ใช่มั้ย!? ไม่น่าล่ะมันถึงได้ผยองพูดว่ามันเป็นอะไรกับมึง กูจะไปฆ่ามัน!” ลูอิสปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างเข้าใจภายในไม่ถึงนาที

“ฆ่าแล้วมึงก็จะกัดกูแทนงั้นสิ”

เซเวียสประชดคืนบ้าง อันที่จริงเขาโกรธทุกคน โกรธตัวเองที่เข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นจนพลาดแทงคนตาย โกรธจากัวร์ที่ทำให้เพศรองของเขาต้องพลิกจากอัลฟ่ามาเป็นโอเมก้า โกรธที่โดนกัดสร้างพันธะโดยไม่ยินยอม โกรธทุกคนที่ข้องเกี่ยวกับการวิจัยวัคซีนนรกนั่นจนทำให้ทุกอย่างลงเอยแบบนี้

และเกลียดร่างกายตัวเองที่มัวเมาเสพสมในกามารมณ์จนไม่ทันได้คำนึงถึงสิ่งที่ตามมา...

มือเรียวจับที่หน้าท้องของตัวเองเมินหน้าหนีสายตาเจ็บปวดของเพื่อน

 

ซ่า!!!  

ความรู้สึกเย็นเฉียบจากน้ำที่สาดเข้าใส่ร่างกายเปลือยท่อนบนทำให้ดวงตาคมกริบค่อยๆ ลืมขึ้นมาตามสัญชาตญาณ ร่างกายแข็งแกร่งขยับไม่ได้เพราะถูกโซ่ล่ามตั้งแต่คอลงมาติดกับเก้าอี้ ที่นี่คงเป็นห้องแล็บลับในคุก จากัวร์ถูกเครื่องวัดค่าต่างๆ ติดกับร่างกายจนสายระโยงรยางค์เต็มไปหมด ด้านนอกกระจกเขาเห็นประธานาธิบดีเมดิสันยืนมองด้วยท่าทีพอใจ 

“ผลตรวจร่างกายยืนยันจากแล็บครับท่าน” 

“อีนิกม่าอยู่ใกล้ตัวแค่นี้ไม่น่าเสียเวลาไปหาซะไกล” หล่อนดูผลตรวจร่างกายจากัวร์อย่างละเอียดพลางออกคำสั่งกับคนสวมชุดกาวน์ข้างกายอย่างตื่นเต้น “ไหนดูซิว่าจะทดสอบอะไรก่อนดี” 

“ไม่ต้องรายงานเข้าที่ประชุมรอท่านรัฐมนตรีก่อนหรือครับ” 

“รอช้าให้พวกมันมาช่วยหนีออกไปก่อนได้ทดลองวัคซีนน่ะสิ” 

จากัวร์จ้องหน้าหล่อนก่อนจะกระตุกยิ้มส่งให้อย่างไม่สะทกสะท้าน งานนี้คงต้องวัดกันแล้วล่ะว่าระหว่างประธานาธิบดีหญิงอัลฟ่าผู้ถืออำนาจตนเป็นใหญ่กับอีนิกม่าหนุ่มที่ไร้ซึ่งหัวนอนปลายเท้าในขณะนี้ใครมันจะแข็งกว่ากัน 

“หึ อยากได้วัคซีนจนตัวสั่น แต่ไม่ห่วงเรื่อง Impeachment[1] 

 จะดีเหรอ เกรงว่าจะไม่ทันได้เห็นวัคซีนสำเร็จล่ะมั้ง” 

“ฉันกับเธอมันกระดูกคนละเบอร์อยู่แล้ว ส่วนวัคซีนนี่สักวันมนุษยชาติจะต้องหันมาขอบคุณฉันที่เป็นผู้กอบกู้ชนชั้นอัลฟ่าขึ้นมาไม่ให้สูญพันธุ์” 

“แลกกับการฆ่าอัลฟ่าที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่หลักครึ่งร้อย แหมช่างน่ายกย่องให้จมดิน” 

“ไอ้พวกนั้นมันเดนสังคม เดี๋ยวก็ตายในคุกแล้ว” 

“อยากให้ประชาชนของท่านผู้นำได้ยินเหลือเกิน ว่าประธานธิบดีพูดถึงลูกหลานว่ายังไง” 

จากัวร์เย้ยอย่างสะใจ ถึงแม้ว่าตอนที่สลบไปจนกระทั่งถึงตอนนี้ไม่รู้ผ่านมากี่ชั่วโมงแล้วที่เขาถูกหล่อนเจาะเลือดรีดไปเตรียมการทดลองวัคซีนเป็นถุงๆ ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนร่างกายก็อ่อนแรงลงได้ ไหนจะยาสลบ ไหนจะเสียเลือดมาก ไม่เป็นผลดีทั้งสิ้น 

“ฉันทำไปเพราะช่วยประชาชนของฉัน” หล่อนยังคงใช้วาทะกรรมนี้หลอกตัวเอง 

“เหอะ มีพรรคพวกอวยเลยเหลิงคิดว่าทำชั่วกลับดำเป็นขาวแล้วจะได้รับการยกย่อง นอร์มของพวกหัวโบราณโดยแท้ ชักอยากเห็นท่านผู้นำคนเก่งถูกตัดสินประหารชีวิตแล้วสิ” 

“ใครก็ได้เอาอะไรยัดรูบนหน้าไอ้อีนิกม่าตัวนี้ที!” 

จากัวร์ถูกเจ้าหน้าที่เอาผ้ามาปิดปากไม่ให้ส่งเสียง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีอะไรปิดกั้นสายตาสมเพชที่อีนิกม่าหนุ่มจ้องมองหล่อนอย่างเคียดแค้นได้ 

เขาเชื่อว่าเอฟบีไอจะต้องกำลังวางแผนการบางอย่างอยู่ รวมทั้งฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคหัวก้าวหน้าซึ่งกำลังตั้งมติฟ้องร้องให้หล่อนออกจากตำแหน่งเพราะการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ตอนนี้คดีของเมดิสันต่อคิวขึ้นศาลยาวเป็นหางว่าว อีกไม่กี่อึดใจเท่านั้น 

ที่สำคัญเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตอนนี้เซเวียสจะได้ไปอยู่ในที่ๆ ปลอดภัย อย่างน้อยบรู๊คลินมันคงส่งข่าวไปบอกกับเซเวียสบ้างแล้วถึงสถานการณ์ในตอนนี้และคงรู้พิกัดตำแหน่งที่อยู่ของเซเวียสแล้ว ด้วยพอตบุหรี่ไฟฟ้าที่จากัวร์ใช้โอกาสช่วงทีเผลอของลูอิสแอบยัดมันใส่ในกระเป๋าเสื้อยีนส์เซเวียสไว้ 

ทั้งสองคนจะต้องปลอดภัย ทั้งแม่และลูก 

  

อัปเดต ๑๐๐% 

#คุกทดลองอัลฟ่า 

 

เชิงอรรถ

Impeachment – การฟ้องให้ขับออกจากตำแหน่ง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว