email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่43(ผมแค่รักเธอ.....)

ชื่อตอน : ตอนที่43(ผมแค่รักเธอ.....)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2564 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่43(ผมแค่รักเธอ.....)
แบบอักษร

ต้นฝน ซาโยโกะจัง….

“ขะขอบคุณค่ะ”ฉันเอ่ยขอบคุณอาจารย์ภามไปพลางค่อยๆยันตัวเองกลับไป

“ไม่เป็นไรครับ”อาจารย์ภามตอบกลับมาเสียงสั่นเครือและกระตุกแต่ในจังหวะนั้นมือของฉันก็ไปสัมผัสโดนเข้ากับแผงอกสุดแกร่งที่แน่นมากของเขาและที่ทำให้ฉันต้องตกใจไปมากกว่านั้นคือเเรงกระเพื่อมและแรงเต้นของก้อนเนื้อ

ตึกตักๆ

ฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าอาจารย์ภามก็พบว่าเขามองฉันอยู่ก่อนแล้ว เขาคลี่ยิ้มบางๆให้ฉัน แก้มของเขาเป็นสีแดงระเรื่อนี่เขากำลังเขินฉันอยู่อย่างงั้นเหรอ

“ใจเต้นแรงจังเลยนะคะ^//^”ฉันเอ่ยบอกอาจารย์ภามไปพลางดันตัวออกมาจากเขา เขาก็ค่อยๆพยุงร่างฉันให้เดินไปนั่งบนวีลแชร์ที่เขาเอามาให้

“ครับ…..มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ผมอยู่ใกล้คุณโยโกะจัง^///^”อาจารย์ภามเอ่ยออกมาด้วยนำ้เสียงแผ่วเบาเหมือนเขาเขินอาย ฉันไม่เห็นหน้าของเขาหรอกเพราะฉันนั่งลนวีลแชร์แล้ว ส่วนอาจารย์ภามก็นั่งลงตรงหน้าฉันเพราะเขาเอาที่วางเท้าลงให้ฉัน และเขาก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองฉันและยิ้มบางๆให้ฉัน แต่หัวใจของฉันมันกลับไม่ตื่นเต้นและเต้นแรงเหมือนตอนที่อยู่ใกล้ๆซาโนะ ฉันชอบเวลาที่ซาโนะใส่ใจฉันและดูแลฉันเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยายที่เขาคิดว่าฉันชื่นชอบ

“แต่ฉันมี….คู่หมั้นแล้วนะคะ”ฉันเอ่ยบอกอาจารย์ภามไปซึ่งเรื่องนี้เขาก็รู้ดี อาจารย์ภามยิ้มให้ฉันและลุกขึ้นยืน

“ครับผมรู้…..แต่อีกไม่นานคุณอาจจะเปลี่ยนใจ”อาจารย์ภามเอ่ยขึ้นรอยยิ้มที่แสยะยิ้มของเขามันช่างมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

“เหรอคะ….ก็ไม่แน่เนอะ…ไม่มีอะไรแน่นอน”

“ถ้าอาจารย์ภามรอให้ถึงวันนั้นได้”ฉันแกล้งเอ่ยบอกเขาไปซึ่งคำพูดของฉันทำให้อาจารย์ภามยิ้มละมุนออกมาอย่างมีความหวัง ฉันไม่ได้ให้ความหวังเขาน่ะเขาเองต่างหากล่ะที่ผิด ที่คิดจะทำร้ายพ่อฉันและครอบครัวของซานโต้

“ได้ครับผมจะรอ^_^”อาจารย์ภามเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ ซึ่งฉันก็ยิ้มและพยักหน้าให้เขาเป็รอันเข้าใจ

“ไปกันเลยไหมครับ?”

“ค่ะ^_^”ฉันตอบอาจารย์ภามไป เขาก็ยิ้มและเดินไปยังด้านหลังฉันเพื่อจะเข็นรถวีลแชร์ให้ฉัน เขาค่อยๆเข็นรถเข็นอย่างช้าๆตลอดทางเราไม่ได้พูดคุยอะไรกัน และที่ดูแปลกๆพิกลคือบอดี้การ์ดของซาโนะหายไปไหนหมดนะปกติพวกเขาจะยืนเฝ้าไปทั่วทั้งทางเดินเลยนะ อาจารย์ภามเข็นรถวีลแชร์จนมสถึงประตูลิฟต์เรารอลิฟต์อยู่สักพักลิฟต์ก็ถูกเปิดออกทำให้ฉันโล่งใจไปเพราะกลัวจะจ๊ะเก๋เข้ากับมิซาโนะซานโต้ จริงสิฉันลืมมาม่าซังไปซะสนิทเลย ป่านนี้คงวิ่งวุ่นตามหาฉันแย่แล้วมั้งนะ

“ไปที่สวนของโรงพยาบาลกันนะครับ^_^”

“ค่ะ^_^”ฉันตอบอาจารย์ภามไปในขณะที่เขาเข็นรถเข็นลงมาถึงชั้นล่างสุดของตึกนี้แล้ว เขาพาฉันออกไปทางประตูออกหลังเพื่อไปยังสวนหย่อมของโรงพยาบาล โรงพยาบาลญี่ปุ่นจัดเป็นสวนได้สงบและสะอาดธรรมชาติรอบข้าง บรรยากาศผ่อนคลายทำให้มีคนไข้มานั่งเล่นกันอยู่เป็นจุดๆเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของคนไข้ต่างพากันดังเบาๆเข้ามากกระทบโสนประสาทฉัน อาจารย์ภามเข็นวีลแชร์ไปตามทางเดินเพื่อพาฉันไปยังหน้าสระน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางของสวนแห่งนี้

“ที่นี้บรรยากาศดีจังเลยนะคะ^_^”ฉันเอ่ยขึ้นเมื่ออาจารย์ภามเข็นรถวีลแชร์มาหยุดอยู่หน้าสระน้ำและจะดการล็อคล้อไม่ให้รถวีลแชร์ไหลลงไปในสระเพราะฉันคิดว่าสระที่นี้ต้องลึกมากแน่ๆถ้าตกลงไป คนพิการอย่างฉันมีหวังตายอย่างอนาจในนี้แน่ๆ

“ฉันชักจะชอบญี่ปุ่นขึ้นมาแล้วสิ”

“เหมือนผมเลยครับ…ผมก็อยากอยู่ที่นี้”อาจารย์ภามนั่งลงบนเก้าอี้ม้านั่งที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้เอ่ยขึ้น ฉันจึงหันไปมองหน้าเขาก็เห็นว่าเขาจ้องมองไปยังสระน้ำและยิ้มออกมา ฉันมองสีหน้าของเขาที่แววตาของเขาเศร้าและเหมือนคิดเรื่องอะไรอยู่ตลอดเวลา

“อาจารย์ภามมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ?”

“เล่าให้ฉันฟังได้นะคะ”ฉันเอ่ยบอกอาจารย์ภามไปเพราะสีหน้าที่อมทุกข์ของเขาเหมือนกับฉันเมื่อก่อนหน้านี้เลย และฉันก็เคยได้ยินคำพูดประโยคนี้จากผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งซึ่งพอฉันเล่าเรื่องของฉันให้เขาฟัง ฉันก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเหมือนยกภูเขาออกไปจากคนเหมือนที่คำคนโบราณเคยกล่าวไว้และฉันก็คิดว่าอาจารย์ภามคงอยากได้เพื่อนคุยสักคนหนึ่ง เขาหันกลับมามองหน้าฉันและยิ้มให้ฉันรอยยิ้มของเขามันเต็มไปด้วยความหมายมากมายแววตาคู่คมสวยนั้นมันมีทั้งความเหงาความเศร้าความกดดันความอึดอัดอยู่เต็มไปหมด

“เรื่องของผมมันไม่น่าฟังนักหรอกครับ…ผมคิดว่าคุณโยโกะคงไม่อยากฟังเรื่องของผมที่มันนำ้เน่าซะเลยเกิน”เขาเอ่ยพูดออกมาด้วยสีหน้าเศร้าลงมากกว่าเดิมแต่เขาก็ยังฝืนยิ้มให้ฉัน

พรึบ

“สู้ๆนะคะชีวิตคนเราต้องสู้ห้ามท้อถอยเด็ดขาดนะคะ”ฉันเอื้อมมือไปจับมืออาจารย์ภามที่เขาวางไว้ข้างลำตัวและเอ่ยให้กำลังใจเขาถึงฉันจะไม่รู้ว่าเขาเครียดเรื่องอะไรแต่สีหน้าของเขาเหมือนที่กำลังท้อและกำลังจะหยุดพัก แต่ฉันเชื่อว่าสิ่งที่อาจารย์ภามกำลังหนักใจอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาและเขาก็คงไม่อยากจะเล่าให้ฉันฟังสักเท่าไหร่

“ขอบคุณนะครับ^_^”อาจารย์ภามเงยหน้าจากมือฉันที่จับมือเขาอยู่ขึ้นมามองหน้าฉันและเอ่ยขอบคุณฉัน แววตาที่จริงใจของเขากำลังทำให้ฉันสับสนอยู่ไม่น้อย ถ้าเกิดว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นกับแผนการของพ่อเขาล่ะ ฉันไม่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่งไปทั้งชีวิตของเขาเลยเหรอ

“ไอศกรีมครับไอศกรีม”เสียงของเด็กผู้ชายร้องดังมาแต่ไกล ทำให้ฉันและอาจารย์ภามรีบหันไปหาเสียงนั้นก็พบเข้ากับเด็กผู้ชายแต่งตัวมอมแมมในมือของเด็กน้อยเข็นรถเข็นคันเล็กหนึ่งคันที่เป็นตู้ไอศกรีม

“อยากทานไอศกรีมไหมครับ?”อาจารย์หันหน้ากลับมามองฉันทีกลืนนำ้ลายลงคอดักอึกใหญ่เพราะความอยากกินไอศกรีมของญี่ปุ่น

“น่าจะเป็นไอศกรีมตักเหมือนบ้านเรานะครับ”อาจารย์ภามเอ่ยต่อเมื่อเขาเห็นว่าฉันพยักหน้าแทนคำตอบแล้ว

“ค่ะเอาสองกรวยนะคะ^_^”ฉันยิ้มพลางเอ่ยบอกเขาและทำมือสองนิ้วบอกเขา อาจารย์ภามก็ยิ้มให้ฉันพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“รับทราบครับคุณหนูซาโยโกะจัง^_^”อาจารย์ภามเอ่ยขึ้นพลางทำท่าตะเบ๊ะใส่ฉัน ฉันก็เอามือขึ้นมาปิดปากและขำกับท่าทางที่ยืนตรงแผ่นหลังยืนตรงเหมือนชายชาติทหารและทำท่าตะเบ๊ะเหมือนรับทราบคำสั่งอะไรทำนองนั้น

“อย่าขำสิครับ…ผมก็เขินเป็นนะ^///^”อาจารย์ภามว่าพลางยกมือขึ้นไปลูบท้ายทอยของตัวเอง ฉันก็หยุดขำเขาถึงจะยากก็เถอะแต่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นนี้ก็ไม่ดีนะ

“ก็ได้ค่ะไม่ขำก็ได้…แต่อาจารย์ภามน่ารักดีนะคะ^_^”ฉันเอ่ยบอกไปตามความรู้สึก ได้อยู่ใกล้ๆเขาแบบนี้แล้วเหมือนกับว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลยนะ

“งั้นผมไปซื้อไอศกรีมก่อนนะครับ^_^”

“เลี้ยงฉันด้วยนะคะ….ฉันไม่มีเงินเลย”ฉันเอ่ยบอกอาจารย์ภามไปอย่างเอียงอายเพราะคนบ้าอะไรเป็นถึงลูกสาวของท่านนายกรัฐมนตรีและยังควบตำแหน่งนายหญิงของซานโต้อีกแต่กลับไม่มีเงินติดตัวเลยสักเยนเดียวฮ่าๆๆน่าขำ้สิ้นดี^_^

“ได้ครับผมเลี้ยงคุณได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วครับ^_^”อาจารย์ภามพูดเสร็จแล้วเขาก็รีบเดินหนีฉันไปเลย อะไรมาพูดให้คิดแล้วจากไปง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงกัน!!

พรึบ

“ฉันต้องรักแค่ซาโนะซาโนคนเดียวเท่านั้น”ฉันหันกลับมาทอดมองสายตาไปยังสระนำ้และหลับตาลงพลางเอื้อมมือมาวางไว้บนหน้าอกข้างซ้ายและเอ่ยพึมพำบอกกับตัวเอง ว่าฉันจะรักผู้ชายได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นและคนนั้นคือคนที่ได้ครอบครอบพรหมจรรย์ของฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น

พรึบ

แกร๊ก

“สะเสร็จแล้วเหรอคะ?”ฉันเอ่ยถามอาจารย์ภามไปในขณะที่ฉันได้ยินเสียงยกที่ล็อคล้อขึ้น ฉันกำลังจะหันไปมองแต่ก็โดนใครสักคนเอาผ้ามาปิดจมูกฉันและมันคือยาสลบ

พรึบ

“แกหาเรื่องตายเองนะ…ตายซ่ะเถอะ!!”เสียงกระซิบของผู้ชายที่ไม่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นที่ข้างหูฉันอย่างแผ่วเบาและตามด้วยรถวีลแชร์ที่ค่อยๆไหลไปตามเนินของปูนซีเมนต์ที่ถูกเทราดไว้ทุกทีของสวนเป็นทางยาวทำให้รถวีลแชร์ของฉันเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับสติของฉันที่ใกล้จะดับลงทุกที ข้างหน้าเป็นบ่อนำ้น่ะและฉันยังเป็นคนพิการอีก

พรึบ

คื่นนนน

“ช่วยด้วย”ฉันพยายามรวบรวมพลังที่มีตะโกนขอความช่วยไปถึงเสียงมันจะเบาแต่ฉันก็ขอภาวนาให้คนที่อยู่ที่นี้ได้ยินทีเถอะ ฉันยังไม่อยากตาย ฉันเพิ่งจะมีความสุขกับพ่อของฉันได้ไม่นานเองนะ

“ว๊ายยยยวีลแชร์ไหล!!”

“คนจะตกนำ้แล้ว!!”

“ช่วยด้วยค่ะ…รถวีลแชร์ไหล!!”เสียงร้องด้วยความตกใจของผู้คนที่อยู่ที่นี้ต่างพากันร้องออกมาด้วยความตกใจที่รถวีลแชร์ของฉันไหลลงเนินไปอย่างรวดเร็วและจุดหมายปลายทางรถวีลแชร์คันนี้คือสระน้ำใหญ่ข้างหน้านี้ ฉันยังไม่อยากตาย!!ทำไมคนอย่างฉันต้องมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขนาดนี้ด้วย ฉันขอสาบานถ้าฉันรอดพ้นความตายนี้ไปได้ ฉันจะไปฆ่าคนที่คิดที่จะฆ่าฉันให้ตายอย่างทุกทรมาน ไอ้พวกขี้ขาดลอบทำร้ายลับหลังไม่ใช่คนจริงนี่หว่า!!!!

ตอนที่43มาแล้วนะคะ

เป็นซาโยโกะจังนี่เหนื่อยจริงๆนะคะต้องเจอกับความตายเกือบทุกรูปแบบ

แต่นางก็โกงความตายมาได้ตลอด

และคราวนี้นางจะโกงความตายได้เหมือนครั้งก่อนหรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ🥰🥰😙😙

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว