email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 32 พบกันในห้องอาหาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 พบกันในห้องอาหาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2564 10:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 พบกันในห้องอาหาร
แบบอักษร

‘ติ๊ด ติ๊ด’ 

เว่ยเชียนเฉินที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาพร้อมกับคาบอมยิ้มไว้ในปากรีบผุดลุกขึ้นในทันทีที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังออกมาจากคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ด้านข้าง เว่ยเชียนเฉินเหลือบตามองไปทางหมิงจวงที่นั่งเช็ดมีดอยู่ตรงข้าม หมิงจวงเองก็วางสิ่งที่ทำอยู่ลงแล้วหันมาให้ความสนใจกับคอมพิวเตอร์ของเขาเช่นกัน 

ทั้งสองประสานสายตาอย่างรู้กัน เว่ยเชียนเฉินเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเช็กในทันที ดูเหมือนสัญญาณที่ดังขึ้นเมื่อครู่จะมาจากห้องสังเกตการณ์ มีคนเข้าไปทำอะไรบางอย่างกับอุปกรณ์ในห้องนั้นแล้วคอมพิวเตอร์ของเขามันก็ดันตรวจสอบได้พอดี 

“บนเรือมีคนอื่นที่กำลังหาของนั่นเหมือนกับเรา” 

“รู้ไหมว่ามันเป็นใคร?” 

“ไปดูซะก็สิ้นเรื่อง” 

หมิงจวงพยักหน้ารับแล้วเดินไปหยิบมีดที่เช็ดทิ้งไว้มาใส่ปลอกให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเดินออกจากห้องตรงไปที่ห้องสังเกตการณ์พร้อมกับเว่ยเชียนเฉินทันที 

ภายในห้องสังเกตการณ์มีหน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนประจำการอยู่ คนหนึ่งกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ ส่วนอีกคนกำลังเช็ดโต๊ะด้วยผ้าขนหนูอยู่ เมื่อเห็นเว่ยเชียนเฉินและหมิงจวงเดินเข้าห้องมา พนักงานทั้งสองก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วโค้งตัวทำความเคารพพวกเขาทันที 

“คุณหมิง คุณเว่ย” 

“รบกวนด้วย” 

เว่ยเชียนเฉินเดินคาบอมยิ้มตรงเข้าไปสำรวจรอบ ๆ ห้อง เขาเดินไปหยุดหน้าอุปกรณ์หลักที่ถูกติดตั้งไว้เพื่อสังเกตการณ์ แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วกลับไม่เห็นสิ่งผิดปกติ เว่ยเชียนเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยท่าทางครุ่นคิด 

หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสองเห็นท่าทีเช่นนั้นก็มองหน้ากันพักหนึ่ง สุดท้ายก็มีคนตัดสินใจเอ่ยถามออกไป 

“คุณเว่ยครับ ของของคุณก็หายเหมือนกันเหรอครับ” 

“ของหาย?”  

        เบาะแสที่หลุดออกมาจากปากหน่วยรักษาความปลอดภัยทำให้เว่ยเชียนเฉินเอะใจในทันที 

        “นายกำลังจะบอกว่าก่อนหน้านี้มีคนทำของหายบนเรือเหรอ?” 

        “เอ่อ.....” 

        “เมื่อกี้ใครเข้ามาในห้องนี้?” 

        คนที่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ยังไม่ทันได้พูดให้จบประโยค หมิงจวงที่ยืนอยู่ข้างเว่ยเชียนเฉินก็เดินไปสำรวจตรงอุปกรณ์สังเกตการณ์อีกครั้งก่อนจะคุกเข่าลงแล้วใช้นิ้วแตะไปที่ยางใส ๆ ที่หยดอยู่ที่พื้น หมิงจวงยกนิ้วที่สัมผัสยางนั้นขึ้นมาถูกันไปมาเบา ๆ  

        “มันคืออะไรน่ะ?” เว่ยเชียนเฉินเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามขึ้น 

        “น่าสนใจ” หมิงจวงพูดพร้อมกับยืนขึ้น เขาลงมือถอดเทปจากกล้องวงจรปิดในช่วงก่อนหน้านี้ที่หน้าจะมีคนเข้ามาในห้องสังเกตการณ์ แต่น่าแปลกที่วิดีโอช่วงนั้นกลับว่างเปล่า 

        ดูเหมือนว่าจะถูกลบจนเกลี้ยงไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ 

        “กะ...เกิดอะไรขึ้นครับ?” หน่วยรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความกังวล 

        “เมื่อกี้ใครเข้ามาในห้องนี้?” 

        “คุณหมิง คือว่า...” 

        แววตาของหมิงจวงเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที เว่ยเชียนเฉินที่รู้ใจคู่หูของตัวเองดีที่สุดจัดการยกปืนขึ้นมาเล็งไปทางหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสองทันที คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเห็นปืนมาจ่ออยู่ตรงหน้าก็ตกใจจนตัวสั่น พวกเขารีบละล่ำละลักบอกชื่อของเฉินอันหลานออกมาโดยไม่คิดปิดบังอีก 

        “เฉินอันหลาน?” เว่ยเชียนเฉินรู้สึกประหลาดใจ 

        “หมายถึงไอ้ไก่อ่อนนั่นอ่ะนะ?” 

        หมิงจวงหรี่ตาลงเล็กน้อยจากนั้นจึงเอานิ้วที่สัมผัสยางใสเมื่อครู่ไปจ่อที่ปลายจมูกของเว่ยเชียนเฉิน  

        “SP-K2?” 

        “ฉันจำได้ว่ามันยังเป็นแค่ต้นแบบอยู่เลยนี่ เทคโนโลยีที่มีในตอนนี้ไม่มีทางผลิตของแบบนี้ออกมาวางขายทั่วไปได้แน่นอน” 

        “ฉันถึงได้บอกว่ามันน่าสนใจยังไงล่ะ” 

        “ไอ้ไก่อ่อนนั้น...หมอนั่นคงไม่ใช่ตำรวจหรอกนะ?” 

        ดวงตาของหมิงจวงฉายแววแปลกประหลาด แต่เขาไม่ได้พูดอะไรกับเว่ยเชียนเฉินอีก 

    ※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※ 

นอกจากชิปใสที่เฉินอันหลานแอบติดตั้งเข้าไปแล้ว ยังมีเครื่องดักฟังอีกตัวหนึ่งอยู่ใต้โต๊ะในห้องสังเกตการณ์นั้นอีกด้วย ดังนั้นทุกบทสนทนาของคนในห้องล้วนผ่านเข้าหูของเขาทั้งหมด 

หูฟังที่ใส่อยู่ถูกถอดออก เฉินอันหลานเตะซ้ำเข้าที่สีข้างของเจมส์และฟิซที่นอนกองอยู่แทบเท้าของเขาอีกคนละที จากนั้นจึงเดินออกจากห้องน้ำไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ออกมาจากห้องน้ำได้สักพัก เฉินอันหลานก็กวาดสายตาไปเห็นโอดินและคาดิน่า เวล์ฟ พระเอกนางเอกในหัวข้อที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันอยู่ในขณะนี้กำลังก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องอาหารพอดี 

ในจังหวะที่คนทั้งคู่กำลังเดินสวนกันนั้น อัลฟ่าผู้สูงส่งที่อยู่ตรงหน้าเฉินอันหลานไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยอะไรเกี่ยวกับของขวัญที่อีกฝ่ายส่งมาให้เขาเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะปรายตามองด้วยซ้ำ ชายหนุ่มเพียงแค่เดินเคียงข้างคู่หมั้นของตัวเองตรงเข้าไปในห้องอาหารเท่านั้น 

เห็นหน้าเจ้านายก็ไพล่นึกไปถึงลูกน้อง เวลานี้เว่ยเชียนเฉินและหมิงจวงเริ่มสงสัยในตัวเขาแล้ว และเฉินอันหลานจำเป็นต้องชิงลงมือก่อน เพราะถ้าเรื่องนี้ถึงหูลานเซลอตเมื่อไหร่ ทุกที่บนเรือลำนี้ก็จะไม่ปลอดภัยสำหรับเขาอีกต่อไป 

หลังจากชั่งใจได้ไม่นาน สุดท้ายเฉินอันหลานจึงตัดสินใจหันกลับไปแล้วเอ่ยเรียกลานเซลอตไว้ 

“โอดิน” 

        “.......” 

        ปลายเท้าของลานเซลอตหยุดชะงักลงในทันที เขาหันกลับมามองเฉินอันหลานด้วยใบหน้าเรียบเฉยและแววตาที่ยากคาดเดาเช่นเดิม บรรยากาศรอบตัวอัลฟ่าหนุ่มให้ความรู้สึกกดดันมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัวแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดอะไรออกมาก็ตาม 

น่าเสียดายที่ใช้ไม่ได้กับเฉินอันหลาน 

คนที่เป็นฝ่ายเอ่ยเรียกลานเซลอตเอาไว้ไม่ได้ให้ความสนใจกับบรรยากาศกดดันรอบตัวเขา เฉินอันหลานหันไปมองคาดิน่า เวล์ฟก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยเพื่อทักทายอีกฝ่ายอย่างสุภาพ ถึงจะรู้สึกแปลกใจกับการกระทำนั้น ทว่าคุณหนูตระกูลเวล์ฟก็ยังคงตอบรับกลับไปด้วยความสุภาพและไม่ได้ซักไซ้ให้มากความตามวิสัยของคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี  

เฉินอันหลานกล่าวทักทายคุณหนูคาดิน่าเสร็จก็มองไปทางลานเซลอตอีกครั้ง คนหน้านิ่งก็ยังคงเลือกที่จะเงียบต่อไป ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น 

“สูทตัวนี้เข้ากับผมได้พอดีเลย ขอบคุณมากนะครับ” 

หลังจบคำพูดของเฉินอันหลาน คุณหนูคู่หมั้นของโอดินก็แอบแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย 

แม้จะยังไม่พูดอะไรแต่นัยน์ตาสีดำฉายแววบางอย่างออกมา ดวงตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในตาของเฉินอันหลานราวกับต้องการค้นหาคำตอบสำหรับการกระทำที่น่าประหลาดใจนั้น 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว