ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 43 -- End --

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2564 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 43 -- End --
แบบอักษร

กลซ่อนรัก บทที่ 43 

 

 

 

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โกดังกึ่งโรงงานนั่น ยง แสงพิทักษ์เสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของจักรีลูกน้องคนสนิท จักรีไม่ได้เป็นแค่ลูกน้องแต่เขายังเป็นลูกเลี้ยงที่ยงเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เขายังเด็ก แต่การเลี้ยงดูจักรีของยงไม่ต่างอะไรจากการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ทุบตีเมื่อไม่พอใจ และไม่เคยชมเมื่อทำดี 

ดูเหมือนชีวิตทั้งชีวิตของยงจะไม่มองใครมีค่าเท่ากับตัวเขาเอง แม้กระทั่งลูกสาวแท้ๆ ในช่วงวินาทีที่ลูกสาวกำลังทนทุกข์ทรมานกับอาการบาดเจ็บ คนเป็นพ่อยังพูดจาร้ายกาจใส่จนถูกจักรีแย่งปืนจากตำรวจยิงใส่ยงจนเค้าลมลงท่ามกลางเสียงกรีดร้องของลูกสาว 

จักรียอมสารภาพความผิดทุกอย่างว่าตัวเขาเองเป็นคนก่อเหตุฆาตกรรมในหลายคดีตามคำสั่งของยง แสงพิทักษ์ 

เจษฎ์ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของยูนิตี้ที่ถูกฉ้อโกงตัวเขาเองพยายามรวบรวมข้อมูลที่จะเอาผิดยงกับยูนิตี้ ในวันที่เจษฎ์นัดกับโรมเพื่อจะเอาหลักฐานที่วสันต์ยักยอกเงินพันทิพาให้ วันนั้นจักรีไปหาเจษฎ์ที่บ้านก่อนหน้าที่โรมจะมาถึงและได้แจ้งว่าเขามาจากยูนิตี้เพื่อมาเจรจาเรื่องการลงทุนของเขา เจษฎ์จึงเปิดบ้านและพาเขาไปที่ชั้นสองก่อนที่เขาจะลงมือยิงเจษฎ์จากข้างหลังจนเสียชีวิต 

ยงไม่ใช่แค่เห็นแก่ตัว และเจ้าเล่ห์แต่เขายังมีจิตใจเหี้ยมโหดที่ไม่ต้องการให้ใครมาขวางทางการทำงานของยูนิตี้วสันต์เพลี่ยงพล้ำให้สุชาติเอาเรื่องที่เขายักยอกเงินพันทิพามาขู่ ยงเลยยื่นมือเข้ามาจัดการเรื่องนี้ให้เพราะหวังจะใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนในการทำงานให้กับเขาในอนาคต  

จักรีทำทีเป็นโทรศัพท์ไปบอกกับสุชาติว่าเป็นเขาคนที่วสันต์ส่งมาเพื่อทำข้อตกลงเรื่องข้อมูลที่อีกฝ่ายเก็บไว้เพื่อแลกกับเงิน สุชาติเป็นคนโง่ละโมบโลภมาก เห็นแก่เงินยิ่งกว่าอะไร เจ้าตัวรีบออกจากห้องในวันที่น้ำมนต์ไปหา และขึ้นรถไปกับจักรีโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายของเขา 

เหยื่อที่โชคร้ายที่สุดของจักรีก็คงเป็นลุงชาตรีที่มีอาชีพเป็นนักสืบ -- ชีวิตของเขาคงจะได้อยู่ต่อไปอีกหลายปีหากเขาไม่ตกปากรับคำไปเอากล่องแพนโดร่าและแอบเปิดดูมันจนได้รู้ความจริงว่ารวีคือคนที่ทำร้ายเจสสิก้าจนบาดเจ็บสาหัสและพิการตลอดชีวิต จักรีแอบตามไปเอาหลักฐานคืนที่บ้านของชาตรีและจัดการเขาด้วยหมอนเพียงใบเดียว 

และวสันต์ก็คือเหยื่อรายสุดท้ายของจักรีแต่ทว่าเขากลับหายตัวไปก่อนที่จักรีจะทันได้จัดการกับเขา วสันต์กลายเป็นทั้งพยานและผู้ต้องหาในคราวเดียวกัน เขาจะเป็นพยานในคดีที่สุชาติถูกจักรีฆ่าตายและจะเป็นผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่าเขตต์ตามคำสั่งของยง 

" คุณยงก็ตายไปแล้ว ตอนนี้คนที่ดูจะถูกลงโทษหนักสุดก็คงจะเป็นคุณจักรี แบบนี้ฉันว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมเลยนะ โรม" น้ำมนต์พูดขึ้นระหว่างที่ทั้งสองเดินข้างกันบนโถงทางเดินที่เชื่อมระหว่างอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่งไว้ มือข้างหนึ่งของเธอกุมมือของโรมไว้ 

โรมพยักหน้า " มันก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายน่ะ ใครทำอะไรผิดไว้ก็ต้องรับผิดในสิ่งที่ก่อ ฉันเองก็เสียดายนะที่ยงต้องชดใช้ผลกรรมด้วยความตายแทนที่จะเข้าไปใช้ความผิดในคุก คดีหลายคดีที่เขาก่อไว้บางทีความตายก็อาจจะยังน้อยไป " 

น้ำมนต์รับคำในคอเห็นด้วยกับโรม เธอยังรู้สึกหดหู่ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นแม้มันจะผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม แต่น้ำมนต์ยังจำคำพูดร้ายกาจของยงที่มีต่อลูกสาวแท้ๆได้ 'จริงของโรม ความตายดูจะน้อยไปสำหรับยง'  

" สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาเยี่ยมเหมือนเดิมนะคะ " เคาน์เตอร์พยาบาลข้างหน้าเอ่ยต้อนรับกับทั้งคู่  

" ครับ / ค่ะ " โรมและน้ำมนต์รับคำด้วยรอยยิ้ม โรมส่งตะกร้าผลไม้ให้พยาบาล 

" ฝากให้คนไข้ด้วยนะครับ "  

" ได้ค่ะ " 

" ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเหรอคะ " น้ำมนต์ถาม  

" ที่สวนด้านนอกข้างบ่อปลาคาร์ฟค่ะ "  

โรมกับน้ำมนต์พยักหน้ารับแล้วพากันเดินไปตามทางที่พยาบาลบอก ที่สวนด้านนอกนี้อากาศกำลังดีไม่ร้อนจนเกินไปมีลมพัดมาเป็นระยะๆ เมื่อทั้งสองเข้าไปใกล้พยาบาลที่ยืนอยู่ตรงนั้นยิ้มทักทาย 

" วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ "  

" อารมณ์ดีค่ะ ทานข้าวได้เยอะขึ้น แถมยังขอทานขนมด้วย -- พยาบาลเห็นว่าอารมณ์ดีเลยพาออกมาเดินเล่น นี่ก็นั่งจ้องปลาอยู่นานแล้วน่ะค่ะ " พยาบาลว่า ทั้งสองมองตามไปที่บ่อปลาคาร์ฟ รวีในชุดคนไข้จิตเวชกำลังยิ้มและหัวเราะกับปลาที่ว่ายวนเวียนอยู่ในบ่อ 

" สวัสดีค่ะ คุณรวี " น้ำมนต์เดินเข้าไปทักด้วยรอยยิ้มกว้าง รวีหันใบหน้าที่ยังมีผ้าพันแผลพันอยู่เธอส่งยิ้มกลับมาให้น้ำมนต์ กรดซัลฟิวริกที่รดใส่หน้ารวีทำร้ายใบหน้าสวยๆของเธอจนเป็นแผลไหม้พุพองแม้เวลาจะผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วบาดแผลบางจุดก็ยังไม่แห้งสนิทดี 

" สวัสดี ใครเหรอ " รวีถาม น้ำมนต์ย่อตัวลงมองรวีด้วยดวงตาร้อนผ่าวรู้สึกสงสารรวีจับใจ 

" น้ำมนต์เองค่ะ คุณรวี วันนี้ก็มาเยี่ยมเหมือนเดิมนะคะ เอาผลไม้ที่คุณรวีชอบมาให้ทานด้วยนะ " น้ำมนต์ยื่นมือไปจับมือของรวีไว้ อีกฝ่ายมองหน้าแววตาไม่หลงเหลือความเย่อหยิ่ง ร้ายกาจ และเกรี้ยวกราดของรวี แสงพิทักษ์อีกต่อไป  

" ผลไม้เหรอ บอกคุณพ่อหรือยังว่ามีผลไม้ -- คุณพ่อน่ะชอบผลไม้นะ โดยเฉพาะมะม่วง " รวีพูดไปยิ้มไป น้ำมนต์หันไปมองโรม สีหน้าของเขาก็ไม่ต่างจากน้ำมนต์ความรู้สึกหดหู่และเศร้า ขนาดว่าสติไม่เหลือกับตัวแล้วรวีก็ยังคิดถึงยงอยู่น้ำมนต์กลืนก้อนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ 

" ค่ะ เดี๋ยวน้ำมนต์บอกให้ค่ะ " 

" นี่ๆ อย่าลืมบอกจักรีด้วยนะ จักรีเค้าชอบกินส้ม ยิ่งรสเปรี้ยวหวานนะจักรีชอบมาก แล้วรู้มั้ยว่าเขาชอบกลิ่นมะลิกับกลิ่นผิวส้มมากเลยนะ ฉันเองก็ชอบมันทำให้ฉันรู้สึกสงบเวลาได้กลิ่น เพราะแบบนี้ฉันเลยชอบอยู่ใกล้ๆเขา อยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากๆเลยนะ แล้วนี่เธอรู้มั้ยว่าเค้าไปไหน " รวีพูดออกมาราวกับกำลังเล่าเรื่องราวของตัวเองออกมาแววตาของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข น้ำมนต์ทนกลั้นน้ำตาไว้ต่อไปไม่ได้ " อ้าว! ร้องไห้ทำไม ใครแกล้งเดี๋ยวฉันบอกจักรีไปจัดการให้ " 

น้ำมนต์ส่ายหน้ารีบเช็ดน้ำตาออก " ไม่มีค่ะ คุณรวีใจดีจังเลยนะคะ " รวียิ้มกว้างก่อนจะชี้ชวนให้น้ำมนต์ดูปลาคาร์ฟน้ำมนต์กับโรมนั่งดูปลาคาร์ฟเป็นเพื่อนรวีอยู่อีกไม่นาน พยาบาลก็ต้องพาเธอเข้าไปกินยาและพักผ่อน 

" เรื่องค่าใช้จ่ายรักษาของคุณรวี ทางผมจะเป็นคนจัดการให้ทั้งหมดนะครับ เพราะอย่างนั้นรบกวนช่วยดูแลเธออย่างเต็มที่ด้วย " โรมกำชับกับพยาบาลที่เคาน์เตอร์อีกครั้งก่อนที่พวกเขาจะออกจากโรงพยาบาลไปขึ้นรถ 

" น่าสงสารคุณรวีจังเลยนะที่ต้องมาเสียสติแบบนี้ " น้ำมนต์ว่าน้ำเสียงอู้อี้น้ำตาไหลทางหางตาอีกรอบ " แต่ว่าขนาดเสียสติแล้วก็ยังคิดถึงพ่อคิดถึงจักรีอยู่ " น้ำมนต์สะอื้นออกมาเบาๆ โรมยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้น้ำมนต์ 

" ไม่ร้องแล้วนะ บางทีการที่รวีเป็นแบบนี้อาจจะดีที่สุดสำหรับเค้าเองก็ได้ " โรมพูด " ฉันนึกไม่ออกว่ารวี แสงพิทักษ์จะมีชีวิตอยู่ในคุกได้ยังไง และจะทนอยู่กับความจริงที่ว่าคนรักฆ่าพ่อได้มั้ย " โรมมองดวงตาเปื้อนน้ำของคนรัก " การติดอยู่ในคุกแห่งความฝันคงทรมานน้อยกว่าติดคุกชีวิตจริง " โรมโน้มจูบที่แก้มเปียกชื้นนั้นแล้วกอดปลอบน้ำมนต์ไว้ 

" เมื่อคืนฉันคุยกับคุณเจสสิก้า เธอบอกว่าจะบินกลับนิวซีแลนด์เช้านี้ " น้ำมนต์พูด " คุณเจสสิก้าที่เห็นสภาพคุณรวีแล้วก็พูดว่าเธอจะไม่เอาเรื่องคุณรวีเพราะเห็นว่าคุณรวีได้รับสิ่งที่สาสมสำหรับสิ่งที่เค้าทำไปแล้วยังบอกด้วยว่าให้จบเวรกรรมกันไปในชาตินี้ เธออโหสิกรรมให้ " 

" ถือเป็นข่าวดีนะ " โรมหันมายิ้มให้น้ำมนต์ที่ยิ้มตอบกลับ  

เมื่อเรื่องราวร้ายๆผ่านไปแล้วเรื่องดีๆก็เข้ามา นิติที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกจักรียิงก็ได้รับการรักษาจนหายดีถึงแม้ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลนานเกือบหนึ่งเดือน 

" เป็นไง ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว " โรมเอ่ยถามกับคนสนิทของตัวเองที่กลับมาทำงานแล้ว นิติยิ้มเผล่ 

" รู้สึกดีมากเลยครับที่จะได้ออกจากโรงบาลสักที นั่งๆนอนๆจนรากจะงอกอยู่แล้วล่ะครับ คุณโรม " นิติว่า " ขอบคุณคุณโรมมากนะครับ และก็ผมขอโทษนะครับที่ทำหน้าที่บกพร่องจนทำให้คุณน้ำมนต์ต้องตกอยู่ในอันตราย " สีหน้าของนิติจืดเจื่อนหลังรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่เขาถูกยิง 

โรมนิ่งไปมองดูผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์และภักดีของเขาคนนี้ ตั้งแต่ที่เจอกันเมื่อแปดปีก่อนเขาก็ถูกชะตากับนิติถึงได้พูดหว่านล้อมให้มาเป็นคนของเขา จากนั้นมานิติก็กลายเป็นทั้งผู้ช่วย มือขวา คู่หู เพื่อนและน้องชายที่เขารักและไว้ใจ โรมขยับท่านั่งมาเป็นท่าไขว่ห้างที่จะเป็นท่าประจำตัวก่อนจะเผยสีหน้าไม่สนใจใครแบบชวนหมั่นไส้ออกมา 

" ฉันไม่รับคำขอโทษนายหรอกนะ นิติ "  

" อ้าว! ทำไมอะครับ "  

" เพราะฉันจะให้นายเปลี่ยนจากคำขอโทษมาเป็นคำสัญญา -- สัญญากับฉันว่านายจะไม่ตายจนกว่าฉันจะอนุญาต " โรมกระตุกยิ้มแต่แววตากลับจริงจัง  

" สัญญาทาสหรือเปล่าครับเนี่ย " นิติแหวกลับ สีหน้ายิ้มๆ เขาเข้าใจความหมายของโรม  

โรมยิ้มฮึ " ก็แล้วแต่จะคิด ยังไงนายก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับลูกของฉันและน้ำมนต์นั่นแหละ " นิติตาโต 

" อย่าบอกนะครับว่าแค่ผมรักษาตัวที่โรงบาลหนึ่งเดือน คุณโรมก็จัดการเสกเด็กเข้าท้องคุณน้ำมนต์ได้แล้ว "  

" ยังเว้ย! " โรมตวาดกลับ นิติยิ่งเบิกตาโตขึ้นกว่าเดิม 

" อ้าว! ไม่มีน้ำยาเหรอครับ คุณโรม " นิติถามหน้าซื่อแต่ยิ้มกวนโมโหคนเป็นนายจนต้องหยิบเอากล่องทิชชู่ที่อยู่บนโต๊ะทำงานตัวเองเขวี้ยงใส่หน้า 

" เดี๋ยวก็ได้ตายหรอก ไอ้นิติ " โรมคำรามกรอดนึกอยากบีบคอผู้ช่วยตัวเอง ทำไมเขาจะไม่มีน้ำยา ก็พยายามอยู่ทุกวันแต่น้ำมนต์กลับดื้อไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเขาเท่าไหร่เลย นิติลูบจมูกตัวเองพลางส่งสายตามองหาน้ำมนต์ 

" แล้วคุณน้ำมนต์ล่ะครับ วันนี้ผมยังไม่เห็นเธอมาที่นี่เลย "  

" น้ำมนต์ไปโรงบาลน่ะ เห็นว่าเวียนหัว เมื่อเช้าฉันจะไปด้วยแล้วแต่ยัยนั่นบอกไปคนเดียวได้ให้ฉันรีบมาประชุม "  

" คุณน้ำมนต์นี่สมเป็นว่าที่คุณนายทิลล์จริงๆเลยนะครับ " นิติยิ้มแฉ่ง โรมปั้นหน้าไม่ถูกที่จู่ๆก็ถูกผู้ช่วยแซวแบบนี้ เขาโบกมือไล่ 

" ไปไกลๆเลย นิติ ก่อนที่นายจะกลับเข้าไปนอนที่โรงบาลอีกรอบ "  

นิติไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำสองเขาก็รีบเผ่นออกจากห้องทันที โรมที่อยู่ในห้องคนเดียวหยิบเอาแหวนออกจากกระเป๋าเสื้อด้านในมาดู แหวนตัวเรือนทองคำขาวประดับด้วยเพชรรูปหัวใจโรมลูบมันอย่างเบามือก่อนจะยิ้มน้อยๆออกมาเมื่อนึกถึงหน้าน้ำมนต์ ตอนนั้นที่มือถือของเขาเด้งข้อความที่น้ำมนต์ส่งมา 

'ช้าหน่อยนะ เจอพี่เขตต์ ขอคุยแป๊บ' 

จู่ๆโรมก็ออกอาการหงุดหงิดหน่อยๆ ทั้งๆที่ก็รู้ว่าคงเป็นแค่การคุยกันธรรมดาแต่เขากลับรู้สึกหวงน้ำมนต์จนไม่อยากให้เธอไปคุยกับใครนอกจากเขาคนเดียว โรมพิมพ์ตอบกลับไปแค่ 

'อืม' 

น้ำมนต์มองข้อความสั้นๆของโรมแล้วขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกๆกับข้อความนั้น 'งานยุ่งอยู่หรือเปล่านะ'  

" มีอะไรหรือเปล่า น้ำมนต์ " เขตต์ถาม 

" ไม่มีค่ะ " น้ำมนต์ตอบแล้วยิ้มให้  

" น้ำมนต์ดูมีความสุขนะ คุณโรมเขาดีกับน้ำมนต์มากเลยใช่มั้ย " เขตต์ถาม ท่าทางและสีหน้าของเขตต์ดูเปลี่ยนไปหลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายกับเขา น้ำมนต์พยักหน้า 

" โรมดีกับน้ำมนต์ค่ะ เขารักและก็เอาใจใส่น้ำมนต์ -- น้ำมนต์ก็รักโรมเค้าด้วยเหมือนกัน " รอยยิ้มหวานของน้ำมนต์ทำเอาเขตต์ยิ้มตาม 

" พี่ดีใจด้วยนะที่น้ำมนต์มีความสุขกับคนที่น้ำมนต์รักและเค้าก็รักน้ำมนต์ด้วยเหมือนกัน และพี่ก็ขอโทษน้ำมนต์สำหรับเรื่องที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่ทำร้ายจิตใจของน้ำมนต์พี่ก็ต้องขอโทษด้วย "  

" ไม่เป็นไรค่ะ พี่เขตต์ -- น้ำมนต์ไม่ได้โกรธพี่เขตต์แล้ว เป็นน้ำมนต์เองซะอีกที่ต้องขอบคุณพี่ที่ช่วยโรมจัดการยูนิตี้ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เขตต์ช่วย โรมก็คงหาทางถอนรากถอนโค่นยูนิตี้ได้ยาก ขอบคุณนะคะ "  

" มันก็แค่การแลกเปลี่ยนน่ะ " เขตต์ยิ้มบางๆ  

" แต่โรมดีใจมากเลยนะคะ ที่ได้พี่เขตต์มาช่วยงาน จากนี้ไปก็คงต้องรบกวนพี่เขตต์ช่วยงานโรมแล้วนะ "  

" น้ำมนต์กับคุณโรมนี่สมกันดีจริงๆ คนนึงก็พูดหว่านล้อมซะจนต้องยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยง ส่วนอีกคนก็พูดเอาใจปิดทางให้ไม่ให้หนีไปไหน " เขตต์ว่า น้ำมนต์ยิ้มกริ่มออกอาการขัดเขินกับคำพูดของเขตต์ น้ำมนต์กับเขตต์นั่งคุยกันต่ออีกไม่นานเพราะคนขี้หวงถึงกับโทรมาตาม น้ำมนต์บอกลาเขตต์และกลับไปหาโรมที่โรงแรมทันทีแต่ว่าเจ้าตัวกลับงอนเธอไม่ยอมพูดอะไรด้วยจนกลับมาถึงคอนโด 

" คุณโรมเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หนูน้ำมนต์ ทำไมถึงได้หน้าบึ้งตึงขนาดนั้น " ป้าขิมถามหลังจากเห็นสีหน้าถมึงทึงของโรมตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องแล้ว น้ำมนต์มองตามไปที่โซฟาเจ้าตัวคนงอนนั่งทำหน้าบึ้งหันมาทางเธอ 

" เดี๋ยวน้ำมนต์จัดการเองค่ะ " น้ำมนต์ว่ายิ้มๆ แล้วเดินไปที่โซฟา เธอส่งสายตามองโรมที่ทำทีไม่มองเธอแต่หางตากลับมองจังหวะการเดินของน้ำมนต์ที่เดินอ้อมมาด้านหลังเขา โรมยิ้มฮึในใจ 

'จะงอนให้เข็ด อยากรู้นักว่าจะทำยังไงต่อ'  

อันที่จริงโรมเลิกงอนน้ำมนต์ไปแล้วตั้งแต่ที่เธอมาอ้อนขอโทษเขาที่โรงแรมแต่เขาอยากแกล้งงอนต่อก็เท่านั้น น้ำมนต์เดินเข้ามากอดคอของเขาแล้วแกล้งใช้หลังมือไล้แก้มของเขาไปมา เธอวางใบหน้าของตัวเองเอียงซบกับบ่าของโรมส่งสายตายั่วยวน 

" ทานข้าวนะคะ อาหารเสร็จแล้ว " น้ำมนต์ส่งเสียงอ่อนเสียงหวานพลางยิ้มหวานยั่ว โรมแค่ชายตามองไม่ตอบ " วันนี้มีแต่ของชอบของโรมทั้งนั้นเลยนะ " น้ำมนต์เลื่อนมือที่ไล้แก้มลงมาที่ลำคอของโรมก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของโรมออกแล้วเลื่อนฝ่ามือเข้าไปข้างในเสื้อ มือเรียวบางลูบเบาๆ โรมกระตุกยิ้มกับมือของน้ำมนต์  

" ยั่วขนาดนี้แล้วยอมได้แล้วหรือยัง " น้ำมนต์ส่งสายตาออดอ้อนถาม  

" จูบก่อน " โรมพูดสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่มองน้ำมนต์ คนถูกสั่งหรี่ตาลงก่อนจะจรดริมฝีปากแตะที่แก้มของโรม  

" จูบแล้ว หายยัง " น้ำมนต์ถาม โรมหันมามองแก้มแดงระเรื่อของเธอ  

" กอดแน่นๆ " โรมสั่ง น้ำมนต์กระชับวงแขนกอดโรมไว้จนแน่น 

" แน่นพอยัง " น้ำมนต์ถามยิ้มๆ โรมมองนัยน์ตาสุกประกายของน้ำมนต์ ดวงตาคู่สวยกลิ้งกลอกไปมาอย่างซุกซน " แถมให้อาบน้ำด้วยกันด้วยก็ได้ เอามั้ย "  

โรมกระตุกยิ้มแล้วกดจูบที่ปากของน้ำมนต์แนบแน่น " พูดแล้วนะ " เขาขยับลุกออกจากโซฟากระโดดข้ามมาอุ้มน้ำมนต์ขึ้น " จริงๆฉันหายงอนเธอตั้งนานแล้วล่ะ "  

" โรม!! นี่หลอกเหรอเนี่ย " น้ำมนต์ร้องเสียงขุ่น เธอตีไปที่หน้าอกของเขา 

" ก็ถ้าไม่หลอก เธอจะยอมยั่วฉันแบบเมื่อกี้เหรอ น้ำมนต์ " โรมยิ้มเจ้าเล่ห์ " ไม่ต้องรอพวกผมทานข้าวนะครับ ป้าขิม -- คืนนี้คงยาว " โรมบอกป้าขิมที่เดินออกมาดูเพราะเสียงร้องของน้ำมนต์  

" นี่คุณ! ไปพูดแบบนี้ได้ไง! " น้ำมนต์หน้าแดงจัดกับสายตาชองป้าขิม 

" ค่ะ คุณโรม เดี๋ยวป้าเอาอาหารแช่เย็นไว้แทนนะคะ " ป้าขิมรับคำมองโรมที่อุ้มน้ำมนต์เข้าไปในห้องนอนด้วยรอยยิ้ม 

โรมวางน้ำมนต์ลงบนเคาน์เตอร์อ่างล่างหน้าพลางกดจูบที่ปากป้อนรสหวานฉ่ำให้น้ำมนต์ได้ซึบซาบความหวาน เสื้อผ้าบนตัวของทั้งเขาและเธอถูกปลดเปลื้องจนสิ้น สายน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัวเหมือนหยาดฝนมันกำลังชะโลมร่างกายที่ร้อนรุ่ม เสียงหวานของน้ำมนต์ครางผสานไปกับเสียงสายฝนเป็นทำนองให้โรมเร่งเร้าเบียดบดแก่นกายเข้าสู่ความชุ่มชื้นและอ่อนนุ่มในกายของน้ำมนต์ ความเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่าง เธอกอดคอของโรมแน่นรับความเร่าร้อนของโรมที่กระแทกกระทั้นเข้ามา เอวสอบเข้าออกเป็นจังหวะหนักเบา ภายในโพรงอันอ่อนนุ่มของน้ำมนต์กำลังตอดรัดเขาจนต้องคำรามระบายความกระสันออกมา ไม่ช้าร่างกายของทั้งคู่ก็หลอมละลายเป็นหนึ่งเดียว น้ำมนต์ยืนหายใจหอบแขนขาอ่อนระทวยแทบยืนไม่อยู่ โรมยิ้มก่อนจะช้อนร่างบางยกขึ้น  

" จะไปไหนเหรอ " น้ำมนต์ถามเสียงอ่อน ซบใบหน้าลงบนอกแกร่งเปลือยเปล่าของโรม  

" พักยก " โรมตอบยิ้มๆ วางน้ำมนต์ลงในอ่างน้ำอย่างเบามือก่อนที่ตัวเองจะลงไปอยู่กับเธอ น้ำมนต์รู้สึกเขินกับการกระทำแบบนี้ของโรมถึงแม้ว่ามันจะเคยเกิดขึ้นมาแล้วก็ตาม โรมกอดเธอไว้จากข้างหลังพลางพรมจูบที่ข้างแก้มเธอ 

" ตอนนี้เดอะรีเจนกำลังก่อร่างสร้างตัว " โรมพูดกับน้ำมนต์ ใบหน้าอิงแอบเธอไว้ " คงใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะอยู่ตัวส่วนงานที่เมกาก็มีให้ทำไม่น้อยเลย แบบนี้ต้องเหนื่อยแน่ๆ " 

" ไม่เป็นไรนะ " น้ำมนต์พูดปลอบพลางยกมือลูบแก้มของโรมอย่างเบามือ " ถ้าเป็นโรมแล้วต้องผ่านมันไปได้หมดแน่ และถ้าเหนื่อยก็กลับมาบ้านนะ มาหาฉัน ฉันจะดูแลโรมเอง " น้ำมนต์หอมแก้มโรมพลางยิ้มหวานให้เขา โรมยิ้มตอบเขายกมือน้ำมนต์ขึ้นมาแล้วสวมแหวนที่ตัวเองเก็บไว้ให้เธอที่นิ้วนางข้างซ้าย  

" แหวนหมั้นของแม่ฉันที่ป๋าให้ แหวนอาจจะไม่สวยเพชรเม็ดเล็กไม่สมฐานะของคุณนายทิลล์เท่าไหร่ แต่มันมีค่ากับฉันมากเลยนะ น้ำมนต์ เพราะมันเป็นแหวนที่ป๋าหมั้นแม่ไว้ เป็นแหวนที่เปี่ยมไปด้วยความรักของป๋าที่มีต่อแม่ ก่อนแม่ฉันจะเสียได้ยกมันให้ฉันเก็บไว้น่ะ "  

" แหวนมีค่ากับโรมขนาดนี้ทำไมถึงให้ฉันล่ะ " น้ำมนต์ขยับตัวในอ้อมกอดมองสีหน้าอ่อนโยนของโรม 

" ก็เพราะเธอมีค่ากับฉันไง น้ำมนต์ " โรมตอบก่อนจะจูบปากของน้ำมนต์อย่างอ่อนหวาน " บอกไปแล้วว่าจะแต่งงานด้วย ขอแม่เธอก็ขอแล้ว ป๋าฉันก็ไม่มีปัญหา เหลือแค่เธอจะตอบรับฉันเท่านั้นนะ น้ำมนต์ "  

ดวงตาสองคู่มองประสานกันเป็นประกายสุกสว่างราวกับแสงไฟยามราตรียามราตรีที่อยู่ข้างนอกนั่น ร่างกายไร้อาภรณ์ของทั้งคู่กอดเกี่ยวกันไว้ใต้ฟองที่ส่งกลิ่นหอมหวานแต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับความรักของพวกเขา  

" พูดอีกรอบได้มั้ยว่าขอแต่งงาน " น้ำมนต์อ้อนถาม 

" แต่งงานกับฉันได้มั้ย น้ำมนต์ " โรมถามน้ำเสียงนุ่มนวล น้ำมนต์ระบายยิ้มแสนหวานกว่าครั้งไหนๆ  

" แต่งค่ะ "  

โรมยิ้มกว้างเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ เขาจะจูบน้ำมนต์แต่เธอกลับเอามือแตะปากโรมไว้ " มีอะไรเหรอ "  

น้ำมนต์จับมือของโรมมาวางที่หน้าท้องของตัวเองแล้วเผยยิ้มที่มีความสุขออกมา " โรม เรากำลังจะมีเจ้านายคนใหม่แล้วนะ " โรมมองสายตาสุกสว่างของน้ำมนต์พลางก้มลงมองมือตัวเองบนท้องของน้ำมนต์ 

" เรื่องจริงใช่มั้ย น้ำมนต์ "  

น้ำมนต์กลั้นยิ้มแล้วพยักหน้า " เมื่อเช้าที่ฉันเวียนหัวน่ะ คุณหมอถามอาการแล้วก็เลยให้ตรวจเรื่องการตั้งครรภ์ และก็ -- " เสียงของประโยคท้ายของน้ำมนต์ถูกเสียงร้องตะโกนของโรมกลบ 

" ดีใจเป็นบ้าเลยน้ำมนต์ ลูกของเรา " โรมดึงน้ำมนต์เข้ามากอด " ฉันกำลังจะเป็นพ่อ เธอกำลังจะเป็นแม่ " โรมหอมแก้มทั้งสองข้างของน้ำมนต์ สายตาทอดมองน้ำมนต์ด้วยความรัก 

" ชีวิตต่อจากนี้จะเป็นยังไงนะ มีทั้งลาสบอส มีเจ้าบอส และยังมีเจ้านายใหม่ที่กำลังโตอยู่ในท้องนี่อีก " น้ำมนต์ยิ้มแล้วจูบปากของโรม เขาจูบตอบเธอ 

" ก็คงวุ่นน่าดูเลย "  

 

 

**************** 

สวัสดีค่า รี้ด ที่น่ารักทุกคน 

และแล้วกลซ่อนรักนี้ก็มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะคะ พี่โรมและน้ำมนต์น่ารักมากๆ (อวยเองเลย ฮ่าๆๆ) หวังว่าอีพีนี้จะทำให้รี้ดได้อมยิ้มกับความหวานของพวกเขาบ้างนะ 

ไรท์ขอขอบคุณรี้ดทุกๆคนมากนะคะที่คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับพวกเขามาตลอดตั้งแต่เริ่มจนจบ และก็ขอขอบคุณความอดทนอย่างใจเย็นของทุกคนที่รอไรท์ด้วยเช่นกัน ^^ 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกการตอบรับ ทุกข้อความของทุกคนมากๆนะคะ (ไรท์กำลังจะเริ่มทยอยไล่ตอบข้อความของทุกคนนะคะ)  

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว