ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 40

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2564 13:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 40
แบบอักษร

กลซ่อนรัก บทที่ 40 

 

 

 

 

ข่าวการจับกุมยง แสงพิทักษ์ประธานบริษัทยูนิตี้ แอดวานซ์ ชิลด์ ในข้อหายักยอกทรัพย์และฉ้อโกงประชาชน จากการที่เขาและยูนิตี้หลอกล่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการในการปรึกษาเรื่องการเงิน นำเงินมาลงทุนกับพวกเขาในรูปแบบต่างๆทั้งหุ้น ทั้งกองทุน ทั้งการลงทุนในสกุลเงินดิจิตอลด้วย

วิธีการของยูนิตี้คือการโน้มน้าวให้คนที่คิดอยากจะนำเงินของตัวเองมาต่อยอดทำกำไร แรกเริ่มลูกค้าต่างก็พอใจกับผลกำไรที่ได้กลับแต่เมื่อนานวันไม่ใช่เพียงแค่กำไรที่ไม่ได้แต่เงินทุนกลับไม่สามารถที่จะขอคืนหรือนำกลับมาได้โดยที่ยูนิตี้จะแจ้งว่าเงินลงทุนของพวกเขาเหล่านั้นขาดทุนไม่สามารถนำออกมาได้ และถ้าอยากจะได้คืนก็ต้องลงทุนเพิ่ม มีลูกค้าหลายรายที่หลงเชื่อและยอมลงทุนเพิ่มด้วยการหาทุนทรัพย์จนกลายเป็นการก่อหนี้สินโดยที่ไม่รู้ตัวสุดท้ายแล้วกำไรไม่ได้ เงินที่ลงไปทั้งหมดก็ไม่ได้คืน แถมยังมีหนี้สินติดตัวทำให้บางรายคิดสั้นฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ 

หลังจากที่ข่าวออกไปก็มีผู้เสียหายต่างทยอยออกมาแจ้งความเกือบพันรายในระยะเวลาแค่เพียงสามวันเท่านั้น มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมากกว่าพันล้านเป็นคดีใหญ่ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนผู้คนต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ 

เพราะความร่วมมือของเขตต์ที่ยอมเป็นหนอนบ่อนไส้ในยูนิตี้จนได้หลักฐานที่จะชี้ว่ายง แสงพิทักษ์ฉ้อโกงจริงๆ ทำให้ตำรวจบุกเข้าค้นหาหลักฐานและเอกสารจนได้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่ายูนิตี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้นหลายตัว พวกเขาพบบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนิติบุคคลต่างประเทศถึง 20 บัญชีที่ยงเป็นเจ้าของและเป็นผู้รับประโยชน์ 

และจากการสารภาพกับตำรวจของวสันต์ที่เกือบตายเพราะถูกคนของยงสั่งฆ่านั้น ก็ทำให้ตำรวจแจ้งข้อหายงเพิ่มในคดีเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแล้วเพิ่มในอีกหลายคดี

" คุณให้คุณนิติเฝ้าคุณวสันต์ไว้เพราะคิดว่าหลังจากที่คุณวสันต์ฆ่าพี่เขตต์แล้ว ยงอาจจะกำจัดคนที่เกี่ยวข้องออกไปให้หมดเพื่อไม่ให้มีพยานสาวมาถึงตัว แบบนี้สินะ " น้ำมนต์พูดกับโรมหลังจากที่เธอรู้ว่าวสันต์จะกลายเป็นพยานในคดีหลายคดีที่ยงเป็นคนบงการ เธอนั่งเอาหัวซบไปกับพนักโซฟา ขาสองข้างของเธอพาดอยู่บนตักของเขา มือของเธออยู่ในมือของโรมที่กอบกุมไว้อย่างหลวมๆ โรมใช้ช่วงเวลาที่ตัวเองต้องพักฟื้นจากอาการกระดูกแขนร้าวมาพักผ่อนที่บ้านดอกแก้วของตัวเองโดยมีน้ำมนต์คอยดูแลไม่ห่าง " และคุณก็เดาถูก -- คุณยงส่งคนไปฆ่าคุณวสันต์โชคดีที่คุณนิติไปช่วยก่อนเลยรอดมาได้ จากนั้นคุณก็ให้คุณวสันต์อยู่ในเซฟเฮ้าส์รอจนกระทั่งถึงเวลา " โรมพยักหน้า 

" คุณทำฉันทึ่งมากเลยนะที่จัดการเรื่องพวกนี้ได้ทั้งหมดน่ะ " น้ำมนต์ว่า สายตาของเธอมองเขาอย่างชื่นชม โรมยิ้ม

" คุณวสันต์ยอมรับสารภาพทั้งหมดทั้งเรื่องที่ถูกยงจ้างวานให้ไปทำร้ายคนที่ขวางทางยงในหลายคดี รวมถึงการจ้างวานฆ่าเขตต์ด้วย และเขาก็ยังยอมรับผิดในคดีที่ยักยอกทรัพย์ของพันทิพา " เขาเล่าต่อ " ไม่ใช่แค่นี้นะ คุณวสันต์ยังเปิดปากบอกกับตำรวจด้วยว่าคนที่ฆ่าสุชาติก็ยงนี่แหละ เขาบอกว่ายงเป็นคนยอมรับกับเขาเองว่าส่งคนไปฆ่าสุชาติเพราะกลัวว่าสุชาติอาจจะทำให้งานของพวกเขาเสีย -- ทีนี้ตำรวจเลยต้องเอาคดีของสุชาติกับของคุณเจษฎ์ขึ้นมาทำใหม่เพราะคิดว่าการตายของคุณเจษฎ์อาจเชื่อมโยงถึงกัน และบางทีเจษฎ์ก็อาจจะเป็นอีกคนที่ถูกยงสั่งฆ่าก็ได้ " โรมมองน้ำมนต์ที่กำลังตั้งใจฟัง ตลอดเวลาที่เขาเล่าเธอไม่ได้ขัดจังหวะแต่กลับนั่งนิ่งฟังเขาเล่าอยู่เงียบๆ 

" คุณยงนี่จิตใจทำด้วยอะไรทำไมถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ " น้ำมนต์ว่า คิ้วของเธอขมวดกัน 

" ใช่! ทั้งโหดเหี้ยมและก็เป็นคนที่อันตรายมากๆ ยิ่งตอนนี้กลายเป็นเสือเจ็บหนีเข้าป่าไปแบบนี้ยิ่งอันตรายกว่าเก่า " โรมเปรียบเปรยอย่างเจ็บใจกับเรื่องที่ยงสามารถหนีการจับกุมในคืนนั้นไปได้ เขาหนีไปพร้อมกับจักรีและลูกน้องของตัวเองอีกสองสามคนจนตอนนี้ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมยงได้ และทางการก็ขึ้นประกาศหมายจับยง แสงพิทักษ์ไปทั่วประเทศแล้ว 

" ตำรวจเองก็กำลังเร่งตามหาตัวอยู่ มีหมายจับไปทั่วประเทศแบบนี้ฉันว่าไม่ช้าก็คงจับตัวได้ " น้ำมนต์พูดให้โรมไม่คิดมาก " คุณยงโดนตั้งข้อหาไปหลายคดีและหนีการจับกุมแบบนี้ คุณรวีล่ะทำยังไง "

" ตำรวจจับตาดูอยู่น่ะเพราะคิดว่าคนเป็นพ่อคงต้องติดต่อลูกสาวกลับมาบ้าง แต่ว่าก็ยังไม่มีวี่แวว รวีเองก็ดูจะไม่สนใจเรื่องที่พ่อของตัวเองก่อไว้ยังใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น " 

" ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกคู่นี้นี่ยังไงกัน คุณรวีไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอว่าพ่อถูกตำรวจตามจับอยู่ -- เอ๊ะ! หรือว่าเป็นแผนเบี่ยงเบนให้ตำรวจตายใจว่าพวกเขาไม่ได้ติดต่อกัน แต่จริงๆแล้วติดต่อกันอยู่ " คำพูดของน้ำมนต์ทำเอาโรมหลุดขำออกมาเขายื่นมือไปบีบจมูกเธอ

" คิดเก่งเชียวนะ แม่นักสืบ " 

" ก็แค่คิดเผื่อเท่านั้นเอง " น้ำมนต์ว่า โรมเข้าไปโอบเอวน้ำมนต์ไว้แล้วดึงเธอขึ้นมาอยู่บนตักของเขา

" ไม่ว่ายังไงตราบใดที่ตำรวจยังจับยงเข้าคุกไม่ได้ ฉันคิดว่าข้างนอกนี่ก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี " สีหน้าของโรมดูเครียดเขม็ง น้ำมนต์วางมือของตัวเองลงบนแก้มสากๆเพราะไรเคราที่กำลังผุดตอขึ้นมา เธอลูบอย่างเบามือ

" โรมกังวลว่าคุณยงจะกลับมาแก้แค้นเหรอ " 

โรมพยักหน้ายอมรับอย่างจำยอม " ลำพังตัวฉันคงไม่เป็นไร แต่ฉันคงเป็นแน่ถ้ายงเลือกทำคนใกล้ตัวฉันอย่างเธอแทน " น้ำมนต์มองความกลัวที่ฉายชัดในแววตาของโรม " ช่วงนี้ไปไหนมาไหนต้องระวังตัวนะ น้ำมนต์ แล้วฉันจะให้นิติกับคนของโซลมาคอยดูเธอไว้ " 

" แล้วใครจะเป็นคนคอยดูคุณล่ะ ถ้าเกิดมันเป็นอย่างที่โรมพูดจริงๆ " น้ำมนต์ถาม

" ฉันไม่เป็นอะไร ฉันดูแลตัวเองได้ ห่วงก็แต่เธอมากกว่า น้ำมนต์ " 

" แต่ฉันก็เป็นห่วงคุณนะ โรม " 

" ไม่ดื้อสิ น้ำมนต์ " โรมเสียงต่ำ เขามองเธออย่างขอร้อง น้ำมนต์ห่อปากก่อนจะพยักหน้า 

" ถ้างั้นก็ตามใจคุณเลย " 

" งอนเหรอ!? " โรมถามยิ้มๆ แกล้งใช้มือลูบที่หลังคอจุดอ่อนของน้ำมนต์จนเธอร้องกรี๊ดออกมา 

" โรม!! " น้ำมนต์เรียกชื่อได้คำเดียวก็ถูกโรมประกบริมฝีปากปิดแนบชิดส่งความหวานเข้าไปข้างในอย่างง่ายดายปรนเปรอสัมผัสจูบหนักเบาจนร่างบางใต้อาณัติอ่อนระทวยให้เขาได้รุกราน " อื้อ ~ โรม " น้ำมนต์ครางรับสัมผัสริมฝีปากของโรมที่ขบเม้มไปทั่วคอของเธอ ในนาทีนึงที่โรมครางกรอดออกมาอย่างหงุดหงิดเพราะแขนข้างนึงต้องเข้าเฝือกเลยทำให้เขาทำอะไรไม่ได้ถนัดนัก 

" ไอ้แขนบ้านี่เมื่อไหร่จะหายสักทีวะ! " 

น้ำมนต์หลุดขำพรืด โรมถามเสียงขุ่น " ขำอะไร น้ำมนต์ " น้ำมนต์ยกคิ้วใส่มองอย่างล้อเลียน เธอกอดคอของเขาไว้

" ขำคุณน่ะสิ เอาแต่ใจเหมือนเด็กๆเลย นี่น่ะเหรอลาสบอส " 

โรมยิ้มฮึกับคำพูดของน้ำมนต์และรอยยิ้มล้อเลียนของเธอ " เดี๋ยวก็เจอดีหรอก น้ำมนต์ -- ใช้มือไม่ได้ใช้ปากก็ได้ " โรมยิ้มเหี้ยมพลางกดจูบหนักๆที่แก้มของน้ำมนต์แล้วเขาก็ทำอย่างที่พูด โรมใช้ปากปลดกระดุมเสื้อนอนของนำ้มนต์พลางจูบไล้เนินอกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะใช้มือข้างที่เป็นปกติลูบต้นขาสัมผัสผิวนุ่มลื่นไปด้วย ตอนนั้นเองที่เสียงเห่าขรมของเจ้าบอสดังไม่ขาดอยู่หน้าห้องนอนของโรมจนเขาออกอาการหัวเสียที่ช่วงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มถูกขัดจังหวะ

" ไอ้นี่! จังหวะนี้ทุกที " โรมคำรามยอมถอนตัวออกจากน้ำมนต์ เธอหัวเราะออกมาเบาๆกับอาการของโรมที่ดูเหมือนอะไรก็ไม่เป็นใจให้เขา เธอขยับลุกขึ้นนั่งติดกระดุมเสื้อที่ถูกโรมปลดออกแล้วดึงชายกระโปรงลง โรมเดินไปที่หน้าประตูเปิดออกส่งสายตาถมึงทึงใส่เจ้าหมาเด็กที่ยืนเห่าออกไปด้านหน้าประตู " เฮ้! เห่าอะไร ไอ้บอส " โรมขยับเข้าไปใกล้สายตามองตามเจ้าบอสที่มันจ้องเขม็งไปข้างนอก

" เจ้าบอสเป็นอะไรหรือเปล่า โรม " น้ำมนต์เดินออกมาดูอีกคน แต่ถูกโรมจับแขนแล้วพากลับเข้าข้างใน 

" ไม่มีอะไร แค่เห่าอยากเข้าห้องน่ะ -- บอส! เข้าห้อง " โรมบอกน้ำมนต์แล้วสั่งเจ้าลูกสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์ให้เข้าห้องมันวิ่งเข้าห้องแทบจะทันทีโดยไม่ต้องรอสั่งซ้ำสอง น้ำมนต์มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของโรม เธอจับแขนของเขา

" ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย โรม "

โรมส่ายหน้า " พรุ่งนี้นิติจะมารับเรากลับกรุงเทพพร้อมกัน เธอพักผ่อนเถอะ " โรมว่า น้ำมนต์ไม่ได้พูดอะไรอีกเธอล้มตัวลงนอน เจ้าบอสเองก็นอนหมอบอยู่ที่ข้างเตียง ขณะที่โรมเดินไปปิดไฟแล้วกลับมาขึ้นเตียงสอดแขนข้างที่เป็นปกติเข้าไปเกี่ยวเอวดึงน้ำมนต์มากอดไว้ เธอเองก็สวมกอดเขากลับ 

" ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยนะ โรม " 

โรมรับคำในคอแล้วจูบที่หน้าผากของน้ำมนต์ปล่อยให้คนในอ้อมกอดของเขาเข้าสู่ห้วงนิทราก่อน แต่ตัวเขากำลังครุ่นคิดกับสิ่งที่เห็นเมื่อกี้ เจ้าบอสไม่ได้จะเห่าขอเข้าห้องแต่มันกำลังเห่าไล่ใครบางคนที่ยืนซุ่มอยู่หน้าประตูบานใหญ่ตอนที่เขาออกไปทันได้เห็นก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหลบออกไป 

" จักรี! " โรมคำรามชื่อในใจ

เช้าวันต่อมานิติขับรถมารับโรมและน้ำมนต์แต่เช้าและอยู่ทานอาหารเช้ากับทั้งคู่ก่อนที่เขาจะเป็นคนพาน้ำมนต์ไปส่งที่ออฟฟิศบายแอด

" ฉันไปทำงานก่อนนะ " น้ำมนต์หันมาบอกโรมตอนที่เปิดประตูกำลังจะลงจากรถแต่ถูกโรมรั้งแขนไว้ " มีอะไรเหรอ " 

" ลืมอะไรหรือเปล่า " โรมถาม น้ำมนต์ทำหน้าฉงนใส่แววตาออดอ้อนของเขา น้ำมนต์ก็หน้าร้อนวาบขึ้นมา 

" ต้องทำด้วยเหรอ คุณนิติอยู่ด้วยนะ โรม " เธอถาม คนถูกพาดพิงทำหน้าเหรอหรา 

" ไม่ต้องเขินนะครับ คุณน้ำมนต์ -- ตามสบายเลย ผมไม่มองหรอก " นิติว่ายิ่งทำให้น้ำมนต์หน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอมองหน้าคนเจ้าเล่ห์อย่างโรมสลับกับสีหน้าที่ดูสนุกของคนเป็นลูกน้องก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้อยู่ด้วยกันได้ 

" เดี๋ยวสายนะ น้ำมนต์ " โรมว่าเหยียดยิ้มชอบใจกว้างมากขึ้น น้ำมนต์ทำหน้าง้ำใส่ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วจูบปากโรมอย่างเร็วๆ

" พอใจแล้วใช่มั้ย " 

โรมพยักหน้ายิ้มกริ่มกับสีหน้าเง้างอนของน้ำมนต์ ก่อนจะปล่อยเธอลงจากรถ " เย็นนี้เจอกันนะครับ ที่รัก " 

" ค่ะ " น้ำมนต์อมยิ้มรับคำแล้วเดินเข้าไปในตึกบายแอด ระหว่างนั้นนิติก็ขับรถออกจากที่นั่น คนเป็นลูกน้องมองสีหน้าเคร่งขรึมของเจ้านายตัวเองผ่านกระจกมองหลังก็เอ่ยถาม

" เป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณโรม " 

" เมื่อคืนฉันเห็นจักรีมาที่หน้าบ้านฉัน " โรมตอบ สีหน้าของนิติดูตกใจแต่ยังเก็บอาการไว้

" คุณโรมจะให้ผมทำอะไรมั้ยครับ " 

" นายมาคอยดูน้ำมนต์ไว้ อย่าให้คลาดสายตา " โรมสั่ง " ยงกับจักรีอยู่ข้างนอกแบบนี้ฉันไม่ไว้ใจ "

" ครับ คุณโรม " 

ข่าวเรื่องยูนิตี้ที่ล่มสลายไปยังเป็นประเด็นให้คนในบายแอดพูดถึง พวกเขาลงความเห็นว่าจะไม่ยอมหลงกลคำพูดที่หว่านล้อมไปกับบริษัทพวกนี้แน่ ภาพลักษณ์ที่ยงสร้างทำให้คนจำนวนมากเชื่อถือและหลงเชื่อ ที่สุดแล้วกลับถูกอีกฝ่ายหักหลังแล้วยังถูกโกงเงินไปอีก 

" ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน -- เป็นคำพูดศักดิ์สิทธิ์จริงๆเลยนะ ถ้าใครไม่เชี่ยวชาญควรศึกษาให้ดีก่อนหรือต่อให้เชี่ยวชาญแล้วก็ไม่ควรประมาท เรื่องเงินๆทองพวกนี้ไม่เข้าใครออกใคร ดูสิ บริษัทน่าเชื่อถือระกับประเทศแบบนี้ยังโกงกันตั้งเป็นพันล้านเลย " ปูเป้สรุปใจความทอล์คออฟเดอะทาวน์ในระหว่างที่ทุกคนอยู่ในช่วงพักเบรค 

" จริงด้วยค่ะ พี่ปูเป้ -- คนพวกนั้นก็แปลกไม่รู้จักทำมาหากินสุจริตแต่ดันทำเรื่องผิดกฎหมายเอาเงินของคนอื่นไป มันน่าจับเข้าคุกให้เข็ดจริงๆ " ชมมี่พูดเสริม " นี่ก็ยังตามจับไม่ได้ด้วย " 

" แต่มีหมายจับประกาศออกมาแล้ว คิดว่าคงจับได้เร็วๆนี้นั่นแหละ " หมีว่า น้ำมนต์ได้แต่พยักหน้ารับเธอไม่ได้บอกให้คนในบายแอดรู้ว่าการที่ยงกับยูนิตี้ถูกแฉว่าฉ้อโกงลูกค้าของตัวเองส่วนนึงมาจากแผนการของโรม

" แล้วคนพ่อถูกจับแบบนี้ คนเป็นลูกทำไงอะ " เฮียหมูถาม

" ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนะคะ ชมมี่เห็นวงในซุบซิบกันว่านางก็ยังออกหากินกลางคืนอยู่ " ชมมี่ตอบ ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำมนต์ " ไม่รู้กันเหรอคะว่านางขาดผู้ชายไม่ได้ วงในบอกว่านางขึ้นเตียงกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแทบทุกคืน ลือกันไปว่าที่นางทำตัวแบบนี้เพราะต้องการงัดข้อกับพ่อตัวเองที่อีกฝ่ายก็พาผู้หญิงไปนอนที่บ้านด้วยบ่อยๆ และที่เห็นว่าพ่อลูกสนิทดูรักกันดีก็สร้างภาพ ที่จริงแล้วคนเป็นลูกน่ะถูกพ่อตบตีบ่อยๆ นางเลยขาดความรักและต้องหาที่พึ่งด้วยวิธีนี้ " 

" โห ~ " ทุกคนพร้อมใจกันร้องอุทานออกมา 

" น่าตกใจใช่มั้ยล่ะ " ชมมี่ถาม

" ใช่ น่าตกใจ -- แต่แกน่าตกใจกว่า ไอ้ชมมี่ ไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไงกันวะ " หมีถาม น้ำมนต์เองก็อดทึ่งกับข้อมูลของชมมี่ไม่ได้ " แกไปอยู่ใต้เตียงเค้ามาเหรอ " 

" บ้าเหรอ!? พี่หมี -- ชมมี่ก็มีวงในของวงในของวงในอีกทีเท่านั้นแหละ เรื่องนินทาพวกนี้ใครๆก็ชอบ รู้มั้ยพวกนั้นถึงขั้นเม้าท์ว่ารวีมีอะไรกับคนสนิทของพ่อตัวเองด้วย " 

" ตายจริง! " ปูเป้อุทานบกมือทาบอก น้ำมนต์นั่งฟังเงียบๆ คนสนิทที่รวีมีอะไรด้วยก็คงเป็นจักรีนั่นแหละ เรื่องนี้มันออกจะเหลือเชื่อสำหรับเธอไม่น้อยเลย ระหว่างที่ทุกคนกำลังถกประเด็นร้อนแรงของสังคมเสียงเรียกเข้ามือถือของน้ำมนต์ก็ดังขึ้น

" สวัสดีค่ะ " 

" สวัสดีค่ะ คุณนิลเนตรหรือเปล่าคะ "

" ใช่ค่ะ จากที่ไหนคะ " 

" จากนิติบุคคลคอนโดเดอะเมสค่ะ พอดีจะเรียนแจ้งให้คุณนิลเนตรให้ทราบน่ะค่ะว่ามีพัสดุลงทะเบียนถึงคุณนิลเนตรมาส่งได้อาทิตย์นึงแล้วแต่ยังไม่มีคนมารับ ไม่ทราบว่าคุณนิลเนตรจะสะดวกเข้ามารับด้วยตัวเองมั้ยคะ " 

" อ่อได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันเข้าไปรับเองค่ะ " น้ำมนต์ตอบรับอีกฝ่ายแล้ววางสายแต่เธอนึกไม่ออกว่าพัสดุอะไรที่มาส่งให้เธอที่คอนโด เพราะน้ำมนต์เองก็ไม่ได้กลับคอนโดตัวเองมาสองอาทิตย์กว่าแล้วด้วย

" ไปรับพัสดุที่คอนโด!? " โรมถามมาจากปลายสาย " พัสดุอะไร " 

" ไม่รู้เหมือนกัน นี่ฉันกำลังนั่งรถไปกับคุณนิติ อาจจะเป็นเอกสารพวกเล่มกรมธรรม์ก็ได้มั้ง " น้ำมนต์ตอบ " เดี๋ยวฉันรับพัสดุแล้วจะขึ้นไปที่ห้องเอาของใช้จำเป็นก่อนแล้วค่อยไปหาคุณนะ " 

" โอเค แล้วเดี๋ยวเจอกัน " 

" เจอกันค่ะ " 

" ขอบคุณ คุณนิตินะคะอุตส่าห์มาเป็นเพื่อน " น้ำมนต์ว่า 

" ยินดีมากเลยครับ " นิติรับคำ เขาขับรถพาน้ำมนต์มาส่งที่คอนโดของเธอเองทั้งสองลงจากรถพร้อมกัน นิติยืนรอน้ำมนต์ที่เดินเข้าไปรับพัสดุในออฟฟิศของคอนโดและขึ้นไปเอาของใช้ส่วนตัวที่ห้องกลับลงมาที่รถ ระหว่างทางน้ำมนต์มองซองเอกสารที่เขียนชื่อเธอและที่อยู่ด้วยลายมือหวัดๆ 

" เหมือนจะไม่ใช่หนังสือกรมธรรม์เลยนะครับ คุณน้ำมนต์ " นิติว่า

น้ำมนต์เห็นด้วยกับนิติ เธอเปิดซองเอกสารออกมาดูมันไม่ใช่หนังสือกรมธรรม์จริงๆนั่นแหละ แต่มันเป็นรูปถ่ายที่ถูกปริ้นท์ออกมาจากคอมพิวเตอร์และในนั้นก็ยังมีแฟลชไดร์ฟรวมอยู่ด้วย มือที่น้ำมนต์ถือเอกสารอยู่สั่น สีหน้าและแววตาดูตื่นตกใจ

" เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ คุณน้ำมนต์ " นิติถาม

" คุณนิติคะ! ดูนี่! " 

สิ้นเสียงน้ำมนต์ก็เกิดเสียงโครมดังสนั่นรถที่นิติขับถูกชนท้ายอย่างจังจนทั้งน้ำมนต์และนิติกระแทกไปกับตัวรถด้านในนิติที่ได้สติก่อนรีบหันมาดูน้ำมนต์ทันที

" เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ คุณน้ำมนต์ " 

" ไม่มากค่ะ " น้ำมนต์ลูบหัวตัวเองแล้วเธอก็ร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ลงมาจากรถตู้ที่วิ่งเข้ามาขวางทางรถพวกเขาไว้ คนเหล่านั้นถือปืนเล็งมาที่ทั้งคู่และในนั้นก็มีจักรีรวมอยู่ด้วย

" ลงมาจากรถ!! " อีกฝ่ายสั่ง แต่นิติกลับไม่ยอมทำตามแล้วเสียงปืนก็ดังขึ้นที่หน้ารถ 

 

ปัง!!  

 

น้ำมนต์กรี๊ดลั่นหลังเห็นนิติถูกจักรียิงใส่จนเจ้าตัวแน่นิ่งเลือดไหลรินออกจากอก

" คุณนิติ! " 

 

เพล้ง!! 

 

กระจกรถข้างตัวน้ำมนต์แตก แล้วปลดล็อคประตูดึงน้ำมนต์ลงจากรถ " ปล่อยฉันนะ!! " น้ำมนต์ตะโกนลั่นพยายามขัดขืนทั้งเตะทั้งถีบไปที่ชายฉกรรจ์ " ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย! " 

" ไปกับเราด้วยครับ คุณน้ำมนต์ " จักรีเดินเข้ามาหาพร้อมปืนเล็งมาที่เธอ ก่อนจะพยักหน้าสั่งให้ชายฉกรรจ์เอาเทปมาปิดปากน้ำมนต์ไว้ ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งลากน้ำมนต์ไปที่รถตู้เขาดันเธอขึ้นไปนั่ง ทันทีที่น้ำมนต์ขึ้นมานั่งบนรถตู้ นัยน์ตาของเธอก็เบิกโตกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายมองกลับอย่างอาฆาต

" ช่วงนี้ชีวิตดีสินะ นังน้ำมนต์ " 

 

เพี๊ยะ!! 

 

 

 

**************

สวัสดีค่า ไรท์กลับมาแล้วนะ กลับมาแค่อีพีเดียวก่อน อิอิ เดี๋ยวที่เหลือจะตามมาพร้อมบทสรุปของทุกคนที่ไม่อยากให้รี้ดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียว

อดใจรอก่อนน้า ~ ไม่อยากให้พลาดตอนสำคัญนี้ไปเลยจริงๆ แง้มๆว่าพีคแน่นอน (?)

 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย ทุกการสนับสนุน และทุกข้อความของทุกๆคนมากนะคะ

แล้วเจอกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว