email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 22 ออกจากเมืองซานเถา

ชื่อตอน : บทที่ 22 ออกจากเมืองซานเถา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2564 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 ออกจากเมืองซานเถา
แบบอักษร

บทที่ 22

 

ออกจากเมืองซานเถา

 

 

 

....พวกเขาสามคนเลือกที่จะเข้าไปหาท่านพ่อกับท่านแม่ก่อน เพราะเรื่องจดหมายนี้มันต้องคุยกันอีกยาว ในเนื้อความจดหมายเหมือนกำลังข่มขู่เรื่องการเลือกรัชทายาท มันบอกว่า 'อย่าได้คิดที่จะเป็นใหญ่ จงรีบออกไปจากแผ่นดินนี้เสีย มิเช่นนั้นครอบครัวของว่าที่ชายาเจ้าจะต้องสิ้น'

 

ถึงแม้ว่าฟิลิกซ์จะไม่มีความคิดที่จะเป็นใหญ่กว่าคนใต้ล้า แต่ก็ไม่อยากให้พวกเขาอยู่อย่างหวาดระแวง ถ้าทำให้พวกมันได้ใจไปแล้วครั้งหนึ่ง พวกมันก็จะเอาเรื่องนี้มาขู่ได้เรื่อยๆ ไม่ว่ายังไงก็ต้องสอนบทเรียนที่บังอาจมาขู่มาเฟียข้ามภพแบบพวกเขา

 

แน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้สามีต้องลำบากคนเดียว ต้องทำให้มันเข็ญหลาบ แต่ดูเหมือนมีบางคนที่ไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาไปที่เมืองหลวง พี่ หวงกลัวว่าที่นั่นจะอันตรายเกินไปสำหรับเลี่ยงหรู แต่เขาไม่ใช่คนเดิม เลยเลือกที่จะขัดขืนการตัดสินใจของคนเป็นพี่ 

 

"คารวะองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ"

 

ท่านพ่อ ท่านแม่ที่รออยู่แล้วเดินเข้ามาต้อนรับ แล้วหันมายิ้มให้กับเขา เลี่ยงหรูยิ้มตอบแล้วให้ท่านพ่อเป็นคนนำทางไปห้องรับแขก เขาคิดว่าทั้งสองคนคงรู้อยู่แล้ว ดูจากสีหน้าเปื้อนยิ้มนี้ แต่ดูเหมือนมีบางคนที่ดูจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก 

 

"องค์ชายมาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ"

 

"ข้าอยากพาเลี่ยงหรูไปที่เมืองหลวงด้วย"

 

"ออ...เรื่องนี้กระหม่อมต้องรบกวนองค์ชายดูแลเลี่ยงหรูซะแล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ"

 

"องค์ชาย ถึงเลี่ยงหรูจะขี้แยแล้วก็เอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็ตั้งใจเรียนนะเพคะ หม่อมฉันคิดว่าพอได้ไปเมืองหลวงก็อาจจะได้เป็นบัณฑิตที่ดีได้อย่างแน่นอนเลยเพคะ"

 

เลี่ยงหรูมองพ่อกับแม่ที่นั่งทำหน้าเปื้อนยิ้มแล้วก็ชมนักชมหนาว่าเขานั้นเก่งแค่ไหน และดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะรู้แค่ว่าเขาจะไปที่เมืองหลวงกับองค์ชายเท่านั้นสินะ พวกเขาสองคนนั่งฟังท่านเจ้าเมืองกับท่านแม่ของเลี่ยงหรูสาธยายเรื่องราวที่ผ่านมาว่าเขาตั้งใจเรียนแค่ไหน แล้วก็บอกว่าตอนนั้นเขาสอบได้คะแนนสูงๆ เหมาะกับการเป็นบัณฑิตหนุ่มผู้มีอนาคตไกล 

 

"หากว่าองค์ชายต้องการพาเลี่ยงหรูไปที่สำนักฝึกสอนที่เมืองหลวง กระหม่อมก็ยินดีอย่างยิ่งเลยพ่ะย่ะค่ะ"

 

"งั้นข้ามีเรื่องจะขอเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง"

 

"หากเป็นเรื่องที่กระหม่อมช่วยได้ กระหม่อมก็ยินดียิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ"

 

"ข้าขอจองตัวของเลี่ยงหรูไว้ ให้เป็นว่าที่พระชายาของข้านับแต่นี้ได้หรือไม่?"

 

"......"ทุกคนเงียบกริบลงอย่างไม่ได้นัดหมายทั้งที่เมื่อกี้ยังมีเสียงพูดคุย อวดลูกชายตัวเอง ใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนเป็นพ่อเริ่มจางลง แล้วทำท่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เลี่ยงหรูที่เห็นท่าทางของคนเป็นพ่อก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้เรื่องของพวกเขา และเหมือนว่าจะไม่ยอมรับมันด้วย

 

"กะ...กระหม่อมว่า..."

 

"ไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องเลี่ยงหรูเท่าชีวิต จะไม่มีพระชายารอง หรือมีอนุอื่นนอกจากบุตรของเจ้า"(เพราะข้าอาจจะตายแน่ๆหากมี)

 

ประโยคหลังฟิลิกซ์คิดในใจก่อนจะจ้องมองในตาของว่าที่พ่อตา เพื่อทำให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าเขานั้นจะไม่โกหก เลี่ยงหรูหันไปมองคนพูดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เดิมทีเขารู้อยู่แล้วว่าสามีเป็นคนตรงๆ มีอะไรจะพูดก็พูดออกมาหมด แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาหรอก ปัญหามันอยู่ที่พ่อเขาเอามือกุมอกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้นี้แหละ!

 

"ท่านพ่อ ไม่เป็นไรนะขอรับ"

 

"พะ ..พ่อไม่เป็นอันใด เจ้าไม่ต้องห่วง"

 

"หรูเอ๋อร์ของแม่จะได้ออกเรือนเสียแล้ว แม่ดีใจนะที่เจ้าจะได้เป็นถึงพระชายาขององค์ชาย น่ะ โฮะๆๆๆ"

 

"งั้นเหรอขอรับ แฮะๆ" 

 

เลี่ยงหรูหัวเราะแห้งๆให้กับท่าทางที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวของคนเป็นพ่อกับแม่ คนหนึ่งกางพัดขึ้นมาปิดหน้าแล้วหัวเราะอย่างดีใจ ส่วนอีกคนใบหน้าซีดเผือกจะยิ้มยังยากเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะปลอบใจท่านพ่อหรือควรนั่งอยู่นิ่งๆดี 

 

"ถ้านั้นคือความปรารถนาของลูกพ่อก็ไม่ขัด ถ้าหากว่าไม่มีที่ไปก็จงกลับมาที่นี่จะลูก"

 

ท่านพ่อเข้ามาใกล้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วลูบไหล่ลูกชายผู้น่ารักของตน เพราะตลอดทั้งชีวิตของลูกชายอยู่ในสายตามาตลอด แต่จู่ๆองค์ชายก็กำลังจะพรากมันไปจากอกตน รู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อยที่มันกระทันหันมากขนาดนี้ แต่เพื่อความสุขของลูกคงต้องยอมปล่อยไป ถึงจะทำใจไว้แล้ว แต่มันก็เร็วเหลือเกิน

 

"ท่านพ่อไม่เป็นไรแน่นะขอรับ"

 

"ไม่เป็นอันใด....ฮึก ดีใจด้วยนะลูก"

 

"ขอบพระคุณขอรับ ท่านพ่อ"

 

เห็นพ่อร้องไห้แล้วรู้สึกเสียใจขึ้นมาเลยแฮะ เขาควรเปลี่ยนใจเรื่องที่จะไปเมืองหลวงตอนนี้ดีรึเปล่านะ แต่ถ้าไม่ไปฟิลิกซ์ก็ต้องไปเผชิญหน้ากับศัตรูเพียงคนเดียว เขายอมรับไม่ได้หรอกหากต้องมานั่งรอความสบายอยู่คนเดียว

 

"ข้ามีเรื่องที่จะบอกเพียงแค่นี้ งั้นพวกเราขอตัวเลยแล้วกันนะ"ฟิลิกซ์ลุกขึ้นเป็นคนแรกก่อนจะเดินออกไป ทุกคนลุกขึ้นตาม 

 

"ฮึก....หรูเอ๋อร์แม้พ่อจะรู้ว่าเจ้าไม่ค่อยชอบพ่อคนนี้นัก แต่ให้รู้ไว้ว่าความรักของพ่อและแม่ยิ่งใหญ่เสมอ"ท่านพ่อเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับเอามือมาวางไว้ที่ไหล่

 

"หรูเอ๋อร์ของแม่ไปเมืองหลวงครานี้ ลูกต้องโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ แม่เชื่อว่าลูกทำได้ไม่ว่าจะเจอปัญหาอันใดก็อย่าได้ยอมแพ้ ลุกขึ้นสู้ต่อไปนะลูก"

 

"ขอบพระคุณอีกครั้งขอรับ ลูกจะกลับมาที่นี่อีกแน่นอน ท่านพ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะขอรับ"

 

"ไปดีมาดีนะลูก เลี่ยงหวงเจ้าเป็นพี่ก็ต้องคอยดูแลเลี่ยงหรูนะ เข้าใจไหม อย่าลืมกินข้าวเยอะๆ นอนหลับให้เต็มอิ่มด้วยนะลูก"ท่านแม่เดินเข้าไปหาพี่หวงก่อนจะลูบหัวให้อย่างอ่อนโยน เลี่ยงหวงยิ้มออกมาอย่างดีใจ แล้วกอดผู้เป็นแม่อย่างคิดถึง กลับมาครานี้มีแต่เรื่องให้คิดมาก แต่พอได้รับอ้อมกอดของผู้เป็นมารดาก็ทำให้ความเหนื่อยล้าที่มีหายไปแทบจะทันที

 

"พวกข้าไปก่อนนะขอรับ อย่าลืมตัวเองด้วยเช่นกันนะขอรับ"เลี่ยงหรูหันไปบอกบุพการีทั้งสองคน ก่อนที่พวกเขาสองพี่น้องจะเดินไปที่รถม้าเพื่อเดินทาง ของทุกอย่างถูกเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

 

​​​​​ของที่เก็บเอามาด้วยมีไม่มากนักเพราะไม่ได้คิดจะย้ายเรือน รถม้าขบวนเดินทางขององค์ชายมีอยู่ถึง 5 คัน แต่ละคันก็มีหน้าที่ของมันอยู่ พี่หวงกับเหล่าองครักษ์เป็นคนขี่ม้าเดินทาง ส่วนเขาสองคนก็นั่งอยู่ในรถม้าสุดหรู รู้สึกตื่นเต้นอยู่เหมือนกันที่จะได้เดินทางแบบไม่ได้ใช้รถยนต์ หรือมีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อะไร มีแค่เสียงฝีเท้าของม้า กับเสียงชาวบ้าน 

 

เขานั่งมองวิวด้านนอกด้วยแววตาที่เป็นประกาย นึกสนอกสนใจกับวิถีชีวิตของคนด้านนอกเมือง มีชาวบ้านบางคนกำลังไล่ต้อนสัตว์เข้าคอก บางคนกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ทุ่งนาที่เขียวขจี มีเด็กออกมาวิ่งเล่น ดูแล้วก็เจริญหูเจริญตาอยู่ไม่น้อย 

 

"ฟิลิกซ์ ใช้เวลาเท่าไหร่เราจะถึงเมืองหลวง"

 

"ก็ประมาณอาทิตย์กว่าๆ"

 

"นานจังเลยแฮะ"

 

ฟิลิกซ์ไม่ตอบอะไรปล่อยให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามมองวิวข้างนอกอย่างพอใจ ส่วนตนก็นั่งจิบชารอให้ถึงตอนค่ำที่โรงเตี๊ยมแห่งแรก การได้มีอะไรกันในที่แปลกใหม่ก็เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นดี แค่คิดในหัวรอยยิ้มชั่วร้ายก็ปรากฎอยู่บนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว

 

"คิดอะไรอยู่ ทำไมยิ้มแปลกๆ?"

 

"เปล่า...."

 

"อย่าได้คิดอะไรแปลกขึ้นมาเชียว"

 

ฟิลิกซ์ที่โดนจับได้หลบสายตามองไปทางอื่นก่อนจะนึกอะไรเรื่อยเปื่อย โลกก่อนที่พวกเขาจากมา ระยะทางไปเมืองหลวงกับเมืองซานเถาใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น ความแตกต่างนี้ช่างเป็นอะไรที่น่าคิดถึง แต่เพราะถึงเร็วงานของเขาก็ถาโถมเข้ามาหาไม่หยุดเลย ในช่วงเวลาที่ว่างๆ ก็ไม่ค่อยจะมี ในช่วงเวลานี้มันเลยทำให้เขารู้สึกเหมือนเติมเต็มอะไรบางอย่าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ณ เมืองจิงฉิน

 

....หลังออกมาจากเมืองซานเถาใช้เวลาอยู่หลายชั่วยาม ตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำแล้วพวกเขาเลยต้องหาที่พักก่อนเพราะการเดินทางยังอีกยาวไกล ถ้าหากเดินทางในตอนกลางคืนก็จะค่อนข้างอันตราย เลยหาเมืองที่ใกล้ที่สุด

 

"เสี่ยวหรู ตื่นได้แล้ว"

 

"อื้อ~"

 

"ถ้ายังไม่ตื่นข้าจะจับเจ้ากินบนรถม้า"

 

ฟิลิกซ์ไม่ว่าเปล่ามือไม้เริ่มเลื้อยเข้าไปในสาบเสื้อ พร้อมกับบีบคลึงเนินอกที่ยื่นออกมาเบาๆ ฮาร์ดในร่างเลี่ยงหรูสะดุ้งตื่นก่อนจะรีบผลักมือใครบางคนที่กำลังแตะอั๋งตัวเองออกไปทันที นี้เขาหลับไปแป๊บเดียวทำไมจะโดนจับกินแล้วเนี่ย! จำได้ว่าตัวเองนอนหลับอยู่อีกฝั่ง ไงมานอนบนตักของอีกฝ่ายได้เนี่ย?

 

"โรคจิต"

 

"หึ...โรคจิตเขาทำแบบนี้ต่างหาก"

 

"เอามือออกไปเลยเจ้าจอมละโมบ"

 

ฮาร์ดด่าคนที่ทำตัวลูบๆคลำๆบนตัวเขาก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกรถม้า เพราะถ้าอยู่ต่อคงโดนจับกินจริงๆ ช่วงนี้ไม่รู้ทำไมอีกฝ่ายชอบทำตัวโรคจิตขึ้น นี้กะจะจับเขากินทุกวันเลยรึไง ถ้าเกิดพลาดมีลูกนะ เขาจะฟาดกระบาลให้เข็ญเลย

 

"ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?"

 

"ที่นี่คือเมืองจิงฉิน เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องการขายทาส คนที่มีฐานะยากจน มีหนี้สิน ก็มักจะโดนจับไปขายเป็นทาส ยังไงก็อย่าได้ไปใจอ่อนกับคนนัก พวกเราเป็นแค่คนผ่านมา เจ้าเข้าใจที่ข้าจะสื่อใช่หรือไม่"

 

"ขอรับ พี่หวง"เขาตอบกลับพี่หวงที่เล่าถึงความเป็นมาของเมืองนี้ เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องการขายทาส แสดงว่าเราสามารถซื้อคนจากที่นี่เพื่อไปเป็นลูกน้องงั้นสินะ จะว่าไปปล้วการไปเมืองหลวงเราต้องมีคนที่ไว้ใจได้อย่างน้อยหนึ่งคน ไม่นับรวมฟิลิกซ์ กับพี่หวงหรอกนะครับ เพราะสองคนนั้นไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา

 

"พี่หวง ท่านจะไปจัดการเรื่องที่พักให้ใช่ไหมขอรับ"

 

"อืม"

 

"งั้นข้าขอยืมตัวองค์ชายไปเดินเล่นที่ตลาดนะขอรับ"

 

"......"เลี่ยงหวงมองหน้าเลี่ยงหรูแล้วเงียบไป เพราะองค์ชายค่อนข้างไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ หากไปเดินตลาดพระองค์อาจจะอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาก็ได้ แล้วอีกอย่างองค์ชายอาจจะไม่ยอมไปด้วย เพราะยังไงองค์ชายก็ยังเป็นองค์ชาย

 

"ข้าจะไปเดินตลาดกับเลี่ยงหรูเอาทหารมาแค่สองสามคนก็พอ"

 

"......พ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหวงเงียบไปสักพักก่อนจะตอบกลับองค์ชายอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ข้าก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าน้องชายของตนมีอิทธิพลกับองค์ชายมากขนาดนี้

 

 

 

 

 

"สมแล้วที่เป็นเมืองทาส"

 

"ถ้าไม่ชอบก็กลับกันเถอะ"ฟิลิกซ์เอ่ยขึ้นเพราะตามถนนมีพวกทาสที่ร้องห่มร้องไห้กันเป็นแถว มีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ มีทั้งหญิงและชาย ใบหน้า ซูบผอม ผมเผ้าไม่เรียบร้อย เสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ย สายตาดูสิ้นหวังสุดๆ ที่คอมีปลอกคอเหล็ก แขนและขาทั้งสองข้างถูกโซ่ล่ามเอาไว้ เป็นภาพราวกับนักโทษประหาร

 

การเดินตลาดครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อซื้อทาสที่คู่ควร ถึงแม้รอบด้านจะมีอาวุธที่น่าสนใจไปหมดก็เถอะ แต่ก็ต้องกลั้นใจไว้เพราะต้องเดินไปที่โรงทาส

 

สองข้างทางไม่ได้มีทาสอยู่ตลอดมีเพียงแค่บางส่วนที่ซื้อออกมาแล้ว และกำลังเดินตามหลังผู้เป็นนาย สีหน้าบางคนดูดีใจมาก บางคนก็เดินออกมาทั้งน้ำตา ไม่รู้ว่าในนั้นจะเจอคนที่น่าสนใจไหม แต่ที่แน่ๆเขาเจอแล้วหนึ่งคน

 

"เจ้า! ข้าบอกให้หลบ! เป็นใบ้ แล้วยังหูหนวกหรือ! ข้าบอกให้ถอยไปไงวะ!?"

 

เพี๊ยะ!! เสียงฟาดแซ่ดังขึ้นมาใส่ที่ลำตัวของชายร่างบึกบึนคนหนึ่ง ผมยาวจนปกหน้า เสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ย มีแผลแทบจะเต็มตัว สภาพเหมือนโจรป่า ที่โดนหมาขย้ำ ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังปกป้องเด็กสาวคนหนึ่งที่คิดว่ากำลังถูกเอาไปเป็นทาส และมีแม่ของเด็กผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วย

 

"หลบไป! เจ้าหมาสกปรก คิดจะสู้กับข้ารึ!"

 

คนที่ซื้อทาสยังคงฟาดแซ่ใส่ร่างของชายผู้นั้น แถมยังสบถด่าอย่างนึกโมโหเขาเห็นแล้วก็นึกเวทนา แต่ไม่ช่วยหรอกนะครับ แค่อยากจะลองบางอย่างเท่านั้น

 

"อ้าวๆคุณชาย ไปทำอะไรคนไม่มีทางสู้เช่นนั้นละขอรับ"

 

"เจ้าเป็นใคร? คิดหาเรื่องตายงั้นรึ"

 

"ใจเย็นสิขอรับ ข้ายังมิได้ทำอันใดเลย นี้ๆเจ้าหนุ่มคนป่า คิดจะให้เขารังแกเจ้าเช่นนี้ต่อไปงั้นหรือ เดี๋ยวร่างกายก็แย่หรอก"

 

"เจ้ามายุ่งอันใดด้วย! นี้มันทาสของข้า เก็บปากเจ้าไปเสีย!"

 

"ข้าไม่ได้ยุ่งสักหน่อย แค่ให้คำแนะนำเล็กน้อย นี้ๆได้ยินที่ข้าพูดใช่รึไม่ ถ้าหากไม่พยายามละก็ทั้งเจ้าและแม่ลูกสองคนนั้นก็ต้องตายอยู่ดี ถ้าเจ้าไม่สู้แล้วจะช่วยได้หรือ"

 

"ข้าบอกให้หุบปาก!"

 

อีกฝ่ายคิดจะฟาดแซ่มาหาเขาแต่ฟิลิกซ์รับมันไว้ได้ และกระตุกมันดึงเข้ามาหาตัว แต่เขาพยายามให้คนตัวโตหยุดการกระทำ เหล่านั้นเพราะต้องการทดสอบทาสที่เอาแต่ยืนนิ่งเลือดอาบตัว ใครมองผ่านๆนี้คิดว่าคนตายไปแล้วนะเนี่ย แต่เขาคิดอยากให้อีกฝ่ายสู้เพื่อตัวเองสักหน่อย

 

"นี้...ข้าจะบอกอันใดให้อย่าง การที่เจ้าต่อสู้เพื่อมันไม่ได้แปลว่าเจ้าจะแพ้เสมอไป และถ้าเจ้าไม่ลองชนะบ้าง เจ้าจะรู้เหรอว่าอิสระคืออะไร"

 

".....ถ้าข้าสู้ ข้าจะเป็นอิสระหรือ?"

 

"โอ๊ะ! จะพูดก็ทำได้นี้ ถ้าเจ้าชนะอ่ะนะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

........

 

เอาแล้ววว พรรคพวกคนใหม่ คนนี้สำคัญมากทุกคน5555 สภาพคนป่า😂

 

เลี่ยงจิน:ทำไมข้าไม่มีบทเลยนะ

 

ฮุ่ยหลิ่ง:อย่างว่าแต่เจ้าเลยเลี่ยงจิน ข้าเหมือนถูกคนเขียนทิ้ง

 

เจ้าหน้าปลาไหล:ข้าว่าพวกเราถูกทิ้งแล้วแหละ

 

 

 

รักรี้ดทุกโคนนนน🥰💕

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว