ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่3/100

คำค้น : 18++

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2564 12:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3/100
แบบอักษร

 

 

 

...เจ็บ...

...เจ็บไปหมดทั้งกาย...

ความรู้สึกประเดี๋ยวร้อนอีกครู่ความหนาวเย็นก็พลักแทรกลึกเสียดแทงไปจนถึงกระดูกทำให้กายเล็กของหลัวเหม่ยเหยาสั่นสะท้านสลับไปกับการดิ้นรน คิ้วกระบี่เข้มคมจึงยับยุ่งขึ้นเป็นลำดับ สุดท้ายที่เร่งจึงถูกผ่อนฝีเท้าให้หยุดในที่สุด

"มีอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"

เมื่อเห็นผู้เป็นนายหยุดม้าฉีเฟิ่งจึงชักม้าของตนเองย้อนกลับมาไต่ถาม

"ที่ตัวของเจ้ายังมียาลูกกลอนของท่านหมอเกาอยู่บ้างหรือไม่"

เพราะที่กายเขาเม็ดสุดท้ายกินไปเมื่อก่อนออกเดินทางจึงคาดว่าคนสนิทอาจยังพอมีสำรองอยู่บ้างซึ่งก็ย่อมเป็นเช่นนั้นเพราะหากยามใดร่างกายของหานหย่งไท่เกิดอ่อนล้าอาการของพิษก็จะกำเริบและยามนั้นเขาจำเป็นต้องมียาระงับความเจ็บปวด

"มีอยู่อีกหนึ่งขวดพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องมีอาการของพิษกำเริบเช่นนั้นหรือหากทรงไม่ไหวเช่นนั้นส่งหวางเฟยมาให้กระหม่อมดูแลให้ก่อนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

ส่งขวดยาสีขาวขุ่นไปถึงมือของผู้เป็นนายองครักษ์ฉีเฟิ่งจึงขันอาสาจะรับเอาคนตัวเล็กไปนั่งยังม้าตัวเดียวกับเขาด้วยเกรงว่าท่านอ๋องเก้าผู้เป็นนายตนนั้นจะฝืนตนเองมากไป

"ข้าไม่ได้เป็นอันใดยานี้ข้าจะให้นางกินเพราะดูเหมือนรอยช้ำทั้งหลายกำลังอักเสบนางเลยเจ็บปวดดิ้นไปมาซึ่งเป็นเช่นนี้ข้าบังคับม้าได้ยากยิ่ง"

คิ้วเข้มของฉีเฟิ่งขมวดยุ่งเพราะยานี้จำเป็นกับท่านอ๋องเก้ามากกว่า สำหรับเขาแล้วชีวิตผู้เป็นนายย่อมสำคัญที่สุดดังนั้นยาเขาจึงมิคิดอยากแบ่งให้ผู้อื่นต่อให้คนผู้นั้นจะเป็นสตรีบอบบางบาดเจ็บหนักใกล้สิ้นชีพก็ตาม

"เช่นนั้นก็มัดนางสิพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องยานั้นมีไม่มากหากเกิดพิษกำเริบยาหมดจะทำเช่นไร"

สายตาของหานหย่งไท่ตวัดมองเจ้าคนไร้หัวใจตรงหน้าอย่างระอานักจะตำหนิก็ยากเพราะที่ฉีเฟิ่งเอ่ยเตือนด้วยเป็นห่วงเขาเลยจำต้องนิ่งเสียแล้วหันไปสนใจป้อนยาลูกกลอนใส่ปากน้อยๆ ที่แห้งจนปริแตกแทน

"อืม..."

แต่การป้อนยาคนสิ้นสติไม่ใช่เรื่องง่ายดังใจคิด ยาเม็ดแรกถูกพ่นออกมาแล้วกลิ้งตกลงไปยังพื้นท่านอ๋องเก้าสีหน้านั้นเป็นเช่นไรมิอาจทราบเพราะมีผ้าปกปิดมิดชิดแต่ที่เห็นชัดว่าทะมึนมืดครึ้มไปเจ็ดส่วนคงเป็นใบหน้าของท่านองครักษ์ฉีเฟิ่งนั่นเอง คาดว่าหากหลัวเหม่ยเหยานางคืนสติมาในยามนี้คงสลบไปอีกครั้งด้วยความตกใจต่อใบหน้าเหี้ยมโหดเช่นนี้

"ท่านอ๋องยามีเพียงสิบเม็ดนางไม่กลืนก็อย่าไปฝืนเลยสะ...เอิ่มประเดี๋ยวยาจะหมดก่อนถึงตงอี๋นะพ่ะย่ะค่ะ"

เขาเกือบหลุดคำว่าสิ้นเปลืองไปเสียแล้วแต่ก็ยังยั้งปาก เอาไว้ได้ทันเช่นไรเขาก็เป็นเพียงองครักษ์เท่านั้นไม่มีสิทธิ์ใดไปหวงห้ามสิ่งของที่เป็นของท่านอ๋องเก้าไปได้

"เจ้าล่วงหน้าไปดูเส้นทางก่อนเผื่อด้านหน้ามีธารน้ำข้าพอจดจำได้ว่าเมื่อคราวก่อนไม่ไกลจากที่ตรงนี้เคยพบธารน้ำตกอยู่"

เพราะเดินทางมาไกลมิได้หยุดพักต่อให้ม้าพวกเขาเป็นม้าศึกฝีเท้าดีกำลังมากแต่ย่อมต้องหยุดพักให้พวกมันได้ดื่มน้ำกินหญ้าบ้างแล้วนี่ดวงอาทิตย์ก็เริ่มจะลาลับทิวเขาแล้วจึงคิดให้ฉีเฟิ่งไปสำรวจดูลำธารได้แวะพักมาสักสองเค่อก็ยังดี

"พ่ะย่ะค่ะ"

ถึงอยากรั้งอยู่ต่อแต่คิดแล้วที่ท่านอ๋องเก้าสั่งการย่อมสำคัญสุดท้ายจึงจำใจปล่อยท่านอ๋องเอาไว้กับสตรีที่ดูแล้วนอกจากจะไร้ประโยชน์ยังจะมาเพิ่มภาระให้นายของเขาอีกด้วย

ยิ่งคิดฉีเฟิ่งก็ยิ่งรู้สึกรำคาญต่อว่าที่ฉีหวางเฟยยิ่งนักสตรีก็เช่นนี้เป็นภาระน่ารำคาญทั้งสิ้นยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งปวดศีรษะเพราะวันทั้งวันก็พูดมากสร้างแต่ปัญหา

“มานี่เจ้าทำเจ้าแท่งหินแห่งตงซานผู้นั้นโมโหเดือดเสียแล้วหวางเฟยตัวน้อยของข้าเร่งอ้าปากรับยากลืนลงท้องไปเสียโดยเร็วเถิดเจ้า”

หานหย่งไท่มองตามคนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานับครั้งไม่ถูกไปจนเขาพ้นทิวไม้จึงหันมาใส่ใจคนตัวเล็กในอ้อมแขนที่ต่อให้สิ้นสติก็ยังดื้อดึงสร้างความยุ่งยากให้เขาได้อีก แต่นอกจากนางจะไม่เปิดปากรับยาลูกกลอนระงับปวดเม็ดที่2แล้วนางยังหันใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือของเขาซุกเข้าหาไออุ่นจากหน้าอกของเขาอีกด้วย

“กินยาก่อนมันช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของเจ้าได้”

สุดท้ายท่านอ๋องเก้าก็ถอนหายใจทิ้งเสียงหนักก็นางสิ้นสตินี่นะจะเอาอันใดกับนางพูดไปเขาเองที่เหนื่อยสุดท้ายหานหย่งไท่จึงใช้มือแกร่งข้างขวาบีบแก้มจนริมฝีปากเล็กเปิดออกจากนั้นใช้มือซ้ายยัดเม็ดยาลงไปแล้วบีบปิดปากกันไม่ให้นางบ้วนออกมาอีก

“อึ๊ก! ...อึ๊ก! ...แค๊ก…”

เพราะถูกบีบปิดปากแต่ฝ่ามือของท่านอ๋องเก้านั้นใหญ่และยังแข็งแรงอีกทั้งตลอดมาเขาไม่เคยใกล้ชิดสตรีใดเช่นนี้ยิ่งเอาใจดูแลยิ่งไม่เคยจึงกดน้ำหนักมือมากไปปิดเลยไปถึงจมูกเล็กเข้าไปด้วยผลที่ได้ก็คือหลัวเหม่ยเหยาต่อให้นางหมดสติก็สะดุ้งดวงตาเบิกโพลงเพราะเริ่มขาดลมหายใจ

“อึ๊ก! ...อ้วก…”

แล้วเมื่อหานหย่งไท่ตกใจว่าตนเองกำลังฆ่าคนตัวเล็กโดยมิได้ตั้งใจฝ่ามือแกร่งจึงผละออกทันใดเมื่อเป็นเช่นนั้นเม็ดยาลูกกลอนขนาดเท่าหัวนิ้วโป้งมือบุรุษที่เพิ่งจะไหลลงคอไปไม่ถึงไหนก็ถูกพ่นออกมาพร้อมอาเจียนอีกครั้ง

“หมดกันหากเจ้าแท่งหินฉีเฟิ่งยังอยู่เขาได้จับเจ้าไปมัดแล้วใช้ม้าลากไปเป็นแน่เด็กน้อย”

ดวงตาเหม่อลอยของหลัวเหม่ยเหยาพยายามที่จะมองภาพตรงหน้าให้ชัดเจนว่าเจ้าของเสียงนุ่มนวลมิต่างจากบิดาผู้ลาลับนี้คือใครกัน

ในหัวที่สับสนจดจำได้รางเลือนว่านางนั้นถูกทรมานยังหอนอนบ่าวในจวนของท่านลุงจากนั้นนางก็นึกอันใดไม่ออกอีกเพราะพิษไข้ยามนี้หนักหนาสติที่มีจึงแทบไม่เหลือ

…หรือข้าถูกทรมานจนตายเสียแล้ว…

ในหัวสาวน้อยคิดได้เพียงเท่านั้นมือเล็กพยายามยื่นออกไปแตะยังเงาดำทะมึนตรงหน้า

“ท่านพ่อหรือ…คือท่านพ่อใช่หรือไม่”

หานหย่งไท่ถึงกับนิ่งค้างเขารู้ดีว่าตนเองอายุห่างจากนางอยู่สิบเอ็ดหนาวทว่ามาเรียกขานเขาเป็นบิดาก็ดูจะเกินไปสักหน่อยกระมัง

“เจ้าฟื้นแล้ว…เช่นนั้นก็กลืนยานี้ลงไปเองเจ้าเป็นหมอนี่คงมิใช่ไม่ชอบกินยาหรอกนะ”

คิ้วเรียวขมวดยุ่งเหยิงกับคำพูดของคนตรงหน้าที่นางยังมองได้ไม่ชัดเจนความคิดแปลกแยกอันใดเช่นนี้

…เป็นหมอก็มิต้องกลัวยาขมก็ได้หรือ? ...

ความคิดเช่นนี้หลัวเหม่ยเหยาเพิ่งเคยได้ยินแต่อันใดก็ช่างเถิดยามนี้นางเจ็บปวดตามร่างกายจนรู้สึกเหมือนร่างกายอาจจะแตกออกแยกชิ้นส่วน

“ข้าคงตายแล้ว…หากท่านมิใช่ท่านพ่อ…เช่นนั้นท่านคงเป็น…”

ดวงตากลมโตพยายามอย่างยิ่งที่จะมองกายตรงให้แจ่มชัดอีกหน่อยแต่พยายามเท่าใดหลัวเหม่ยเหยานางก็เห็นเพียงสีดำเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นผ้าที่ปกคลุมใบหน้าหรืออาภรณ์ผนวกกับสาวน้อยคาดว่าตนเองตายลงไปแล้วดังนั้นบุรุษตรงหน้าจะเป็นผู้ใดไปได้อีกหากมิใช่…

“ท่านเทพเฮ่ออู่ฉ่าง…ท่านคือเฮ่ออู่ฉ่างใช่หรือไม่?”

ครานี้หานหย่งไท่ถึงกับปล่อยเสียงลมหายใจเต็มที่ไม่คิดกักเก็บรักษากิริยาอีก

“เพ้อเจ้อเช่นนี้คงไม่ตายง่ายนักหรอกมานี่กินยาแล้วออกเดินทางกันต่อ”

มิรอช้าในเมื่อการคาดหวังว่าเด็กน้อยผู้นี้จะกินยาเองเขาคิดว่ารอจนถึงยามเช้าวันใหม่มาเยือนอาจไม่สำเร็จจึงส่งมันเข้าปากตนเองแล้วบีบกรามนางให้อ้าออกแล้วใช้ลิ้นของตนเองดันมันส่งเข้าปากเล็กนั้นแทนดวงตากลมโตอยู่แล้วถึงกับเบิกกว้างขึ้นอีกเท่าตัวเห็นแล้วหานหย่งไท่ก็กลัวนักว่าลูกนัยน์ตานั้นอาจทะลักออกมานอกเบ้าตาในไม่ช้านี้นิ้วเรียวแข็งแรงจึงกดยังต้นคอเล็กทันทียามที่รับรู้ว่าหลัวเหม่ยเหยากลืนยาลงคอไปแล้ว

“เจ้านี่นะ…ตกลงข้าหวังให้เจ้ามาช่วยข้ากลับเป็นข้าที่ต้องช่วยเจ้าไปได้อย่างไรกัน”

คนตัวโตบ่นพึมพำแต่ก็รู้ว่ายามนี้ให้เขาตะโกนกรอกหูนางก็มิอาจรับรู้ไปได้เพราะเขาสกัดจุดให้นางหลับไปชั่วคราวเสียแล้ว

“ท่านอ๋อง”

คนที่กำลังจัดท่าทางให้ร่างเล็กในอ้อมกอดพิงได้สบายถึงกับสะดุ้งทั้งที่ปกติเขาสมควรจะรู้ตั้งแต่ฝีเท้าของม้ายังไม่พ้นหัวโค้งด้วยซ้ำไป แต่ชั่วอึดใจหายหย่งไท่ก็กลับมาสงบนิ่งเงียบขรึมได้ดังเดิม

“พบลำธารหรือไม่”

เพราะเขาเองเคยผ่านเส้นทางอยู่หลายครั้งรู้ว่ามีลำธารอยู่ไม่ไกลหากยามสายตาของเขาปกติดีคงรู้แจ้งกว่านี้ทว่ายามนี้สายตาของเขาไม่ใช่จะดีเพียงมองเห็นได้แต่สีขาวกับดำนี่ก็นับว่าดีมากแล้ว

“อยู่ห่างไปอีกราวสองลี้พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

ฉีเฟิ่งรายงานน้ำเสียงสงบนิ่งต่อให้เขาไม่ค่อยพอใจนักต่อการกระทำของท่านอ๋องเก้าผู้เป็นนายที่ดูจะใส่ใจว่าที่หวางเฟยเป็นอย่างมากก็ตาม

“เช่นนั้นก็นำไป”

หานหย่งไท่กล่าวเพียงเท่านั้นก็เตรียมกระตุ้นม้าให้ออกเดินทางต่อโดยทำเป็นแสร้งไม่เห็นต่อสายตามิพึงใจที่ส่งมาให้ยังคนตัวเล็กในอ้อมแขนของเขา

ด้วยรู้ที่ฉีเฟิ่งดูไม่วางใจจนกลายเป็นแทบเกลียดชังต่อหลัวเหม่ยเหยาก็เพราะต้นเหตุที่เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็มาจากหลัวหรั่นเหยียนวันนั้นเป็นนางที่หลอกให้เขาดื่มยาสลายกระดูกจนมิอาจต่อสู้กับพวกคนร้ายนั่นเอง

ในยามนี้หากคนของเขาจะคิดแค้นพวกตระกูลหลัวจึงมิใช่สิ่งแปลกแต่อย่างใด

ความคิดเห็น