email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โชคดีเหลือเกิน (The End)

ชื่อตอน : โชคดีเหลือเกิน (The End)

คำค้น : โชคดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2564 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โชคดีเหลือเกิน (The End)
แบบอักษร

“สงสัยไอ้ผากับน้องวาจะมากันแล้ว” ดินพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรถเข้ามาจอด ระหว่างที่พวกเค้ากำลังช่วยกันยกกับข้าวและกับแกล้มมาที่สวนกัน

“งั้นเดี๋ยวน้องขอไปหาพี่ผาก่อนนะครับ” สายน้ำที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้พอได้ยินที่ดินพูดก็รีบลุกขึ้นอย่างเร็วเพื่อไปหาพี่ชายที่อาทิตย์นี้ยังไม่ได้เจอกันเลย

“พี่ผาา...หมับ!” สายน้ำที่เดินมาเห็นหินผากำลังเดินเข้าประตูมาพร้อมกับวาริก็รีบเข้าไปสวมกอดพี่ชายทันทีด้วยความคิดถึง

“หึๆคิดถึงพี่มากขนาดนั้นเลยเหรอครับ หืมม ฟอดๆ” หินผากอดตอบน้องชายตัวเองไว้แน่นและก้มลงไปหอมที่แก้มนุ่มทั้งสองข้างด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน

“คิดถึงสิครับ ไม่ได้เจอกันตั้งอาทิตย์หนึ่งแน่ะ ฟอดๆ น้องวาสวัสดีครับพี่ขอยืมแก้มคู่หมั้นแป๊บหนึ่งนะครับ” สายน้ำตอบกลับไปพร้อมกับเขย่งเท้าขึ้นไปหอมแก้มของพี่ชายโดยหินผาก็ย่อตัวลงมาให้หอมด้วยเช่นกัน เสร็จแล้วจึงหันไปบอกกับวาริที่ยืนมองสองคนพี่น้องกอดและหอมกันอยู่

“ตามสบายเลยครับ พี่ผาก็บ่นคิดถึงพี่น้ำกับน้องของขวัญทุกวันเลยครับ แล้วนี่น้องของขวัญล่ะครับ” วาริตอบกลับยิ้มๆพร้อมกับชะเง้อมองหาหลานสาวตัวน้อยไปด้วย

“พี่งามตากับพี่น้ำหวานพาขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็กินนมอยู่ที่ห้องข้างบนครับ พี่ผากับน้องวาจะขึ้นไปหาก็ได้นะครับ ป่านนี้คงจะยังไม่นอนครับน่าจะนอนเล่นอยู่”

“งั้นเดี๋ยวพี่กับน้องวาขอตัวไปหาหลานแป๊บหนึ่งนะครับ คิดถึงจะแย่แล้วแต่พี่ปลีกตัวมาไม่ได้เลยเลิกเย็นแทบทุกวัน”

“ได้ครับ งั้นเสร็จแล้วตามไปที่สวนน้ำตกนะครับ” พอสายน้ำพูดจบหินผาก็พยักหน้าตอบและเดินจูงมือวาริขึ้นไปบนชั้น 2 เพื่อหาหลานสาวทันที ส่วนสายน้ำก็แยกตัวเดินออกไปที่สวน

“อ้าวไอ้ผาล่ะครับ” วายุที่เห็นสายน้ำเดินออกมาคนเดียวก็ถามขึ้น

“พี่ผากับน้องวาขอไปหาน้องของขวัญก่อนครับ” สายน้ำพูดตอบและเดินมานั่งตรงกลางระหว่างวายุและอิฐที่นั่งอยู่กับพื้น

“อาทิตย์หน้าก็เปิดเทอมแล้วดิ แล้วเตรียมเรื่องรับน้องไปถึงไหนกันแล้ววะ” ไฟถามอิฐขึ้นมาระหว่างที่นั่งคุยกัน

“ก็ไม่มีอะไรแล้วเฮีย เตรียมเสร็จเกือบหมดแล้ว เหลือแต่สถานที่รับน้องนอกสถานที่ที่ยังสรุปกันไม่ได้”

“ไปรีสอร์ตกูที่กาญฯมั้ยล่ะ ช่วงนี้บรรยากาศน่าจะดี พวกกูจะได้ถือโอกาสไปพักผ่อนกันด้วยไม่ได้ไปเที่ยวไหนด้วยกันนานแล้ว ยังไงก็ติดเสาร์อาทิตย์อยู่แล้วไม่ต้องลางานด้วย” ดินพูดเสนอขึ้นมา โดยมีสายน้ำ ออกัส และเบล คอยพยักหน้าขึ้นลงเร็วๆเห็นด้วยอยู่

“แต่ว่าน้องของขวัญ” สายน้ำที่พยักหน้าเห็นด้วยกับดินเป็นคนแรกก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่เบาเมื่อนึกถึงลูกสาวตัวน้อยของตัวเองขึ้นมาได้

“หึๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ หาเวลาไปพักผ่อนบ้างก็ได้ตัวเล็กไม่ได้ไปไหนมาตั้งหลายเดือนแล้ว เดี๋ยวพี่จะวานให้ปู่กับย่ามาค้างที่นี่แล้วให้ช่วยดูน้องของขวัญให้ด้วย ดีซะอีกปู่กับย่าจะได้มีเวลาอยู่กับหลานมากขึ้น และก็อีกอย่างน้องของขวัญก็เลี้ยงง่ายไม่ค่อยงอแง ตัวเล็กไม่ต้องห่วงหรอกนะครับว่าปู่กับย่าจะเลี้ยงหลานไม่ได้ ไหนจะมีพี่งามตากับพี่น้ำหวานที่คอยช่วยอีกตั้งสองคน” วายุที่เห็นหน้าหงอยๆของเมียตัวเล็กก็พูดยื่นข้อเสนอขึ้นให้ได้สบายใจ เพราะเมียตัวเล็กของเค้านั้นแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่ตั้งท้องน้องของขวัญ จะไปมากสุดก็ไปที่บริษัทของเค้าที่โรงพยาบาลแล้วก็ห้างที่แทบจะนับครั้งที่ไปได้เลย

“นั่นน่ะสิครับ แค่สองสามวันเองเพราะยังไงน้องน้ำก็ต้องไปอยู่แล้วในฐานะรุ่นพี่ เอาไว้น้องของขวัญโตขึ้นกว่านี้อีกหน่อยและแข็งแรงมากกว่านี้เราค่อยพาแกไปเที่ยวใหม่ก็ได้” ไฟพูดขึ้นยิ้มๆเมื่อเห็นหน้าคุณแม่ยังเป็นกังวลอยู่

“ก็ได้ครับ เอาไว้เดี๋ยวน้องของขวัญโตขึ้นคุณพ่อกับคุณลุงต้องพาแกไปเที่ยวด้วยนะครับ เดี๋ยวแกจะน้อยใจเอาที่ถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว” สายน้ำที่พอจะยิ้มออกมาได้บ้างและไม่ลืมที่จะพูดขอสัญญากับทุกคน เพราะไม่อยากให้ลูกสาวตัวน้อยรู้สึกว่าเหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ถึงแม้ว่าแกจะยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ตามทีแต่จิตใต้สำนึกของเจ้าตัวมันบอกว่าแบบนั้นจริงๆ

“ขอสัญญาด้วยเกียรติของลุงของหลานสาวสุดที่รักเลยครับ” ไฟพูดขึ้นยิ้มๆและยกมือขึ้นชูสามนิ้วทำให้ทุกคนพลอยทำตามไปด้วย เพื่อความสบายใจของคุณแม่ที่ไม่อยากจะทิ้งลูกสาวตัวน้อยไว้เพียงลำพัง สายน้ำที่เห็นถึงกับยิ้มกว้างออกมากับความน่ารักของลุงๆและป้า

“สัญญาอะไรกันวะ หรือจะไปออกค่ายลูกเสือที่ไหนกัน” หินผาที่เดินออกมาจากตัวบ้านพร้อมกับวาริเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยกับท่าทางและหน้าตาของแต่ละคน

“ก็เรื่องรับน้องนอกสถานที่นั่นแหละ พอดีไอ้อิฐมันบอกว่ายังสรุปกันไม่ได้ว่าจะไปที่ไหน กูเลยเสนอให้ไปพักที่รีสอร์ตของกูที่กาญฯจะได้ถือโอกาสไปพักผ่อนกันด้วยเพราะยังไงก็ติดเสาร์อาทิตย์อยู่แล้ว แต่น้องน้ำเป็นห่วงน้องของขวัญ ไอ้วายุเลยเสนอจะให้ปู่กับย่ามาช่วยกันเลี้ยงช่วงที่พวกเราไม่อยู่กัน แล้วเดี๋ยวน้องของขวัญโตขึ้นกว่านี้อีกหน่อยพวกกูจึงจะพาหลานไปเที่ยวด้วยกันใหม่ เลยต้องให้สัญญาเพื่อให้คุณแม่สบายใจอย่างที่มึงเห็นนี่แหละ” ดินอธิบายให้ทั้งหินผาและวาริได้ฟังอย่างยืดยาวและเคลียร์โดยที่ไม่ต้องถามอะไรต่อเลย ทั้งสองคนได้แต่พยักหน้ารับรู้

“แล้วนี่น้องน้ำไม่คิดจะตัดผมเลยเหรอครับ ถ้าคนอื่นมองผิวเผินนี่คงคิดว่าเป็นผู้หญิง เพราะทั้งผิวพรรณรูปร่างหน้าตาและยิ่งตั้งแต่น้องน้ำคลอดน้องของขวัญออกมานี่ ขอโทษนะครับพี่ไม่ได้ทะลึ่งนะ แต่หุ่นของน้องน้ำนี่ทรวดทรงองเอวนี่เข้าใกล้ผู้หญิงไปทุกทีแล้วนะครับเหลือแค่ไม่มีหน้าอกอย่างเดียวเท่านั้นเอง” พอนั่งคุยกันไปได้สักพักอยู่ๆเหนือที่นั่งมองสายน้ำอยู่นานก็พูดขึ้นมา จนทุกคนหันมามองสายน้ำเป็นตาเดียวกันไม่เว้นแม้แต่วายุ

ไม่ใช่ว่าวายุจะไม่สังเกตรูปร่างของเมียตัวเอง วายุรู้ดีว่าเมียของเค้านั้นตั้งแต่คลอดน้องของขวัญออกมาผิวพรรณที่ดูสุขภาพดีอยู่แล้วก็ยิ่งดูเปล่งปลั่งขึ้นไปอีก ทรวดทรงก็ดูจะชัดมากขึ้น ทั้งเอวที่กลับมาคอดกิ่วแบบเดิมอย่างรวดเร็วและสะโพกที่ผายขึ้นมานั่นอีก

“ใช่พี่เห็นด้วยกับไอ้เหนือเลย นี่ถ้าเปิดเทอมมานะน้องๆปี 1 หรือปีอื่นๆคงได้มาตามขายขนมจีบน้องน้ำแล้วก็ทุกคนในกลุ่มกันเต็มแน่เลย แล้วยิ่งไม่มีพวกเราอยู่ด้วยแล้วล่ะก็...” พอไฟพูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดลงและไล่มองหน้าสายน้ำ เบล และมาหยุดอยู่ที่แฟนตัวน้อยของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มีหน้าตาที่โดดเด่นและมีความน่ารักของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นกลุ่มของพวกเค้าคงจะไม่ถูกตั้งฉายาให้ว่าแก๊งฟ้าประทานหรอก

“ทำไมพี่ไฟมองหน้ากัสแบบนั้นล่ะ” ออกัสถามขึ้นเมื่อถูกแฟนตัวเองนั่งจ้องหน้าเขม็งอยู่

“อย่าให้พี่รู้นะครับว่ามีคนมาจีบแล้วไม่บอกพี่ ถ้าพี่รู้พี่จะตามไปกระทืบมันให้ถึงที่เลย” ไฟพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง ออกัสก็ได้แต่นั่งพยักหน้าตอบรับหงึกๆอย่างงงๆที่อยู่ๆหวยก็มาออกที่ตัวเองซะงั้น

“เออทำไมกูลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงวะ” เหนือที่เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงกับหันมามองหน้าคู่หมั้นตัวเองคอแทบเคล็ด ก็คู่หมั้นของเค้านั้นทั้งสวยทั้งน่ารักแล้วก็หุ่นดีเรียกได้ว่าเพอร์เฟคเลยทีเดียว แล้วถ้าอย่างนี้มีใครมาจีบคู่หมั้นเค้าล่ะ เค้าจะทำยังไงดี

“พี่เหนือไม่ต้องมามองเบลอย่างนั้นเลยค่ะ เบลไม่ให้ใครมาจีบได้ง่ายๆหรอกรวมทั้งกัสด้วย ลองเข้ามาสิแม่จะไล่ตะเพิดไปให้หมดเลยใช่มั้ยกัส ถ้าทุกคนจะเป็นห่วงล่ะก็คนนู้นเลยค่ะ” ออกัสพยักหน้าตามเบลหงึกๆ เพราะเค้าก็ไม่ชอบให้ใครมาตามตอแยเหมือนกันลองมาดูสิพ่อจะไล่ตะเพิดไปให้หมดเลย สายน้ำที่กำลังจะเอากุ้งเข้าปากถึงกับต้องอ้าปากค้างมือหยุดชะงักลงทันที เมื่อทุกสายตาต่างพากันมองมาที่ตัวเองเป็นตาเดียวกัน

“มีอะไรกันเหรอครับ ใครน่าเป็นห่วงเหรอครับ” สายน้ำถามออกไปหน้าเหวอๆแต่ตาก็ยังจ้องมองกุ้งในมือสลับกับมองหน้าพี่ๆและเพื่อนๆทุกคนที่มองมาที่ตน

“หื้มม ฟอดๆ มันเขี้ยวว่ะ” วายุที่เห็นเมียทำหน้าอย่างนั้นถึงกับอดใจไม่ไหวยกคนตัวเล็กให้มานั่งที่ตักและจับฟัดแก้มไปสองฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว”

“อ๊ะ พี่กายเดี๋ยวกุ้งน้องหล่น เดี๋ยวก่อนครับ” สายน้ำที่มัวแต่ห่วงกุ้งในมือตัวเองอยู่ทำให้ทุกคนถึงกับนั่งขำ สายน้ำก็ยังเป็นสายน้ำอยู่วันยังค่ำยังเป็นเด็กน้อยในกลุ่มอยู่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนถึงแม้จะเป็นคุณแม่แล้วก็ตาม

“แล้วมึงล่ะไอ้ผา ไม่หวงน้องวาริบ้างเหรอวะ” ดินหันไปถามหินผาที่นั่งหัวเราะน้องชายอยู่แต่มือก็ยังกอดเอวคู่หมั้นตัวเองเอาไว้อยู่ด้วย

“ไอ้หวงมันก็หวงอยู่หรอก แต่จะให้กูทำยังไงได้ล่ะวะ กูคุยกับน้องแล้วว่าให้ระวังตัวอย่าให้ใครเข้ามาจีบได้ แล้วอีกอย่างกูก็จ้างบอดี้การ์ดส่วนตัวไว้ให้น้องแล้วด้วย” หินผาพูดและยักคิ้วส่งไปให้ดิน วาริเองก็ยังต้องหันไปมองหน้าคู่หมั้นของตัวเองด้วยความงงว่าถึงกับต้องจ้างบอดี้การ์ดกันมาเลยเหรอ

“ใครวะบอดี้การ์ดส่วนตัว” เหนือถามขึ้นด้วยความสงสัย

“หึๆ ก็ไอ้นัทกับขนมพายไงกูติดสินบนมันสองคนไว้แล้ว”

“เออว่ะ ไอ้นัทแม่งตัวอย่างกับตึกคงไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรอกเจอหน้ามันก็คงเผ่นหนีกันหมดแล้ว” เหนือพูดขึ้นมาเมื่อนึกถึงรุ่นน้องที่รูปร่างสูงใหญ่พอๆกับอิฐแต่จะดูหนากว่าหน่อย และหน้าตาก็ดูนิ่งๆไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ต่างจากขนมพายที่รายนั้นพูดเก่งเป็นต่อยหอยไม่รู้คบกับไอ้นัทมาได้ยังไงตั้งแต่ ม.1

“แล้วมึงล่ะมีบอดี้การ์ดส่วนตัวให้กับน้องน้ำมั้ยวะ” ดินหันไปถามวายุที่นั่งมองเมียตัวเองที่อยู่บนตักจิ้มกุ้งที่แกะไว้ให้กินอยู่

“มึงคิดว่าไอ้อิฐมันจะปล่อยให้ใครเข้ามาใกล้เพื่อนสุดรักสุดหวงของมันรึไง” วายุพูดออกมาแล้วหันไปมองรุ่นน้องที่คอยทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับเมียเค้าตั้งแต่ปี 1 จนตอนนี้ทุกคนกลายเป็นรุ่นพี่ปี 3 กันหมดแล้ว

“เออกูลืมมึงไปได้ยังไงวะ แม่งดุยิ่งกว่าร็อตไวเลอร์อีก” เหนือพูดขึ้นมา เพราะเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีคนเข้ามาจีบและคอยตามตอแยสายน้ำไม่เลิก แต่ก็ไม่มีใครบอกพวกเค้าเพราะสายน้ำขอร้องเอาไว้เพราะไม่อยากให้มีเรื่องกัน แต่พออยู่มาวันหนึ่งไอ้คนที่มาตามจีบสายน้ำก็ต้องลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นพร้อมกับเลือดที่เต็มปากและใบหน้าที่บวมช้ำและฟันที่หักไปสามซี่ด้วยฝีมือของรุ่นน้องของเค้าคนนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันกล้ามาจับที่แขนของสายน้ำเท่านั้นเอง กว่าพวกเค้าจะรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นก็ตอนที่เพจมหา'ลัยลงรูปพร้อมกับบรรยายไว้เป็นฉากๆแล้ว

อิฐได้แต่ยักคิ้วส่งไปให้วายุกับเหนือและยกมือขึ้นไปลูบผมของสายน้ำที่รัดรวบกันไว้ ด้วยแววตาที่เอ็นดูเพื่อนตัวเล็กของตัวเอง เพราะสายน้ำเปรียบเสมือนน้องชายตัวน้อยของเค้าที่เค้าพร้อมที่จะดูแลและปกป้อง

อิฐเคยฝันอยากที่จะมีน้องชายตัวน้อยๆให้พี่ชายอย่างตัวเองได้คอยดูแลและคอยปกป้องมาตั้งแต่เด็กๆ แต่พ่อกับแม่ของอิฐบอกว่ามีลูกแค่สองคนก็กำลังดีแล้วจะได้แบ่งกันบริหารงานกิจการกันคนละอย่าง จนอิฐได้มาเจอกับสายน้ำที่รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน มันไม่ใช่ความรู้สึกถูกชะตาแบบคนรักหรือชู้สาวแต่มันเป็นความรู้สึกที่อยากจะดูแลอยากจะผูกพันเป็นครอบครัวเดียวกันมากกว่า

“หึๆ ใครไม่รู้คงคิดว่าไอ้อิฐกับน้องน้ำเป็นแฟนกัน” ไฟพูดขึ้นเมื่อนั่งมองสายน้ำที่นั่งคุยกับอิฐอยู่

“ก็ดีสิคะ พวกเราจะได้ไม่ต้องคอยกันแมลงเม่าที่ชอบบินเข้ามาในกองไฟให้เหนื่อย ใช่มั้ยคะพี่วายุ” เบลหันไปถามความคิดเห็นจากวายุที่นั่งยกยิ้มอยู่

“ก็ประมาณนั้น กูมีไอ้อิฐอยู่ทั้งคนกูก็หมดห่วงตัวเล็กแล้ว” วายุพูดขึ้นยิ้มๆพร้อมกับกระดกเบียร์เข้าปากอย่างสบายอารมณ์

“เออเว้ย ทีเมื่อก่อนพวกกูนี่เข้าใกล้น้องน้ำแทบจะไม่ได้ แต่ดูตอนนี้สิแม่งเสือกมานั่งยิ้มเฉยที่คนอื่นเค้าจะจับคู่เมียตัวเองให้เป็นแฟนกับไอ้อิฐ” เหนือพูดขึ้นมายิ้มๆ

“ก็ตอนนั้นมึงมันไม่บริสุทธิ์ใจแล้วก็ไม่น่าไว้ใจด้วย แต่กับไอ้อิฐกูไว้ใจมันได้” วายุพูดพร้อมกับเขวี้ยงถั่วในมือไปที่เหนือ ทำให้ทุกคนถึงกับหัวเราะขึ้นมาไม่เว้นแม้แต่เบลเอง ก็เมื่อก่อนเหนือนั้นคลั่งสายน้ำมากเอะอะอะไรก็น้องลักยิ้มของพี่อย่างนั้นอย่างนี้ เรียกได้ว่าเข้าขั้นเพ้อเลยก็ว่าได้

กลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องทั้ง 10 คนนั้งคุยกันไปเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะห้าทุ่มถึงได้แยกย้ายกันไปนอน ทั้งหมดนอนค้างกันที่นี่ทุกคนโดยหินผากับวาริขึ้นไปนอนที่ห้องของหินผาที่สายน้ำทำไว้ให้ ไฟกับออกัสขึ้นไปนอนที่ห้องรับแขกข้างบน ส่วนดินกับอิฐนอนที่ห้องรับแขกข้างล่าง และเหนือกับเบลนอนที่ห้องของตัวเองที่แอบวายุสร้างเอาไว้

“ตัวเล็กอาบน้ำพร้อมกันมั้ยครับ” วายุที่เริ่มกรึ่มๆเดินเข้ามากอดที่ด้านหลังของสายน้ำทันทีที่เปิดประตูห้องเข้ามา พร้อมกับจมูกคมที่เริ่มซุกไซร้อยู่แถวหลังคอของคนตัวเล็ก

“อื้อ พี่กาย” สายน้ำหดคอหนีจมูกคมด้วยความเสียวที่อีกคนเริ่มมอบให้ ด้วยความที่ทั้งคู่ห่างหายเรื่องนี้ไปค่อนข้างนานเลยทีเดียว ตั้งแต่ที่สายน้ำตั้งท้องน้องของขวัญ

“ว่ายังไงครับ อาบน้ำด้วยกันกับพี่เลยนะครับ” วายุจับคนตัวเล็กให้หันหน้าเข้ามาหาตัวเองและจูบลงไปที่ริมฝีปากบางสีแดงสด

ลิ้นร้อนสอดแทรกชอนไชเข้าไปชิมความหวานในโพรงปากของเมียตัวน้อยจนแทบจะทุกตารางนิ้ว วายุไล่ต้อนเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กอย่างโหยหาและคิดถึง เป็นเวลาเนิ่นนานที่ทั้งคู่ต่างถ่ายทอดความคิดถึงที่มีให้แก่กัน

มือใหญ่ค่อยๆปลดเปลื้องผ้าของคนตรงหน้าออกทีละชิ้น โดยที่จมูกคมก็ยังคงทำหน้าที่ซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอหอมของเมียตัวน้อยอยู่ จนกระทั่งทั้งคู่อยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่

“อ๊ะ อ่าส์” สายน้ำร้องครางขึ้นมาเมื่อคนพี่ใช้ริมฝีปากและลิ้นไล่ขบเม้มและเลียไปตามซอกคอของตัวเอง พร้อมทั้งนิ้วมือที่ขยี้อยู่ที่ยอดอกและมือใหญ่ที่บีบเค้นอยู่ที่สะโพกของตัวเองอย่างมันมือ

“เดี๋ยวพี่พาไปอาบน้ำนะครับ” วายุอุ้มคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำทันทีที่พูดจบ โดยไม่ลืมที่จะแวะเอาเจลหล่อลื่นที่หัวเตียงติดมือไปด้วย

พอเข้ามาในห้องน้ำวายุก็พาสายน้ำลงไปแช่ตัวที่อ่างอาบน้ำที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยวายุได้เปิดน้ำอุ่นและตีฟองไว้ให้คนตัวเล็กของเค้าได้แช่ตัว

สองร่างต่างกอดรัดนัวเนียปรนเปรอความต้องการที่ต่างมีให้แก่กันและกันอยู่ในอ่างอาบน้ำอยู่เนิ่นนาน โดยมีคนตัวเล็กนั่งคร่อมตักคนพี่อยู่ด้วยท่าหันหน้าเข้าหา จนกระทั่งความต้องการและความอดทนของคนทั้งคู่เริ่มที่จะสิ้นสุดลง

“พี่ขอนะครับคนดี ซี๊ดด อ่าส์~” วายุพูดขอขณะที่นิ้วมือเรียวของตัวเองกำลังวนเวียนอยู่ที่รอยจีบที่ปิดสนิทมานาน สายน้ำได้แต่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ

“จุ๊บ! พี่จะทำเบาๆนะครับ ตัวเล็กจะได้ไม่เจ็บมาก” วายุจูบที่ริมฝีปากบางต่อจากนั้นก็ค่อยๆกดนิ้วเรียวเข้าไปในช่องทางที่คับแคบอย่างใจเย็น สายน้ำก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการพยายามผ่อนคลายตัวเองให้ได้มากที่สุด

เมื่อนิ้วที่หนึ่งเริ่มที่จะคล่องตัวแล้วนิ้วที่สองและสามก็ตามเข้ามาด้วยความไม่รีบร้อน เพราะคืนนี้เค้าทั้งคู่มีเวลาทั้งคืนเนื่องจากไม่มีเจ้าตัวแสบคอยกวน

พอเห็นว่าช่องทางรักของคนตัวเล็กเริ่มที่จะพร้อมแล้ว วายุก็จับสะโพกของคนตัวเล็กให้ยกขึ้นจับรูดแกนกายของตัวเองให้ตั้งขึ้น

“ตัวเล็กค่อยๆกดตัวลงมานะครับแต่ถ้าเจ็บตัวเล็กก็หยุดนะครับอย่างฝืน” สายน้ำพยักหน้าตอบรับอย่างเขินๆพร้อมกับขบเม้มที่ริมฝีปากของตัวเองจนแน่น

วายุเห็นดังนั้นจึงกดท้ายทอยของคนตัวเล็กเข้ามาจูบ และใช้มือทั้งสองข้างค่อยๆกดสะโพกผายของคนตัวเล็กลงมา ทั้งสองแลกจูบแลกลิ้นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยที่สายน้ำก็ค่อยๆกดสะโพกของตัวเองลงมาด้วย จนตอนนี้ช่องทางรักของสายน้ำได้กลืนกินแกนกายใหญ่ไปได้เกินครึ่งลำแล้วเพราะด้วยมีความลื่นของฟองสบู่เป็นตัวช่วยจึงทำให้ค่อนข้างที่จะเข้าได้ง่ายขึ้น จนถึงตอนสุดท้ายที่สายน้ำตัดสินใจกดสะโพกของตัวเองลงมาจนสุด ทำให้แกนกายใหญ่เข้าไปได้ลึกจนรู้สึกว่าคงจะชนเข้ากับมดลูกของตัวเองแล้วแน่ๆ

“อ๊ะ อ๊าส์ / ซี๊ดด อ่าส์ ข้างในเมียแน่นมาก ตอดของพี่จนจะขาดแล้วครับเมีย” ทั้งสองร้องครางออกมาพร้อมกัน จนกระทั่งวายุรอให้สายน้ำปรับตัวได้เค้าจึงเริ่มยกสะโพกของเมียขึ้นลงเพราะถ้าอยู่เฉยๆคงจะได้เสร็จก่อนเป็นแน่เพราะด้านในของเมียเค้านั้นทั้งตอดทั้งรัดจนเค้าแทบจะเสร็จทันที

ผ่านไปได้สักพักก็เป็นสายน้ำเองที่เป็นฝ่ายควบคุมจังหวะการขึ้นลง โดยที่วายุได้แต่แหงนหน้าครางรับจังหวะและความเสียวที่เมียตัวน้อยของตัวเองนั้นมอบให้

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าส์ พี่กาย อ๊าส์~” จนในที่สุดก็เป็นสายน้ำเองที่ปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนสุดพร้อมกับฟุบหน้าลงไปที่ไหล่ของวายุอย่างหมดแรง

“หมดแรงแล้วเหรอครับเมียพี่ เมียอย่าเอาเปรียบพี่สิครับคนดี จุ๊บ!” วายุกดจูบไปที่ขมับชื้นเหงื่อของคนตัวเล็กพร้อมกับยกอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำโดยที่แกนกายยังเชื่อมต่ออยู่ที่ช่องทางรัก

วายุจับสายน้ำให้ยืนหันหลังให้ตัวเองโดยสายน้ำก็ใช้มือยันไว้ที่ผนังของห้องน้ำอย่างรู้หน้าที่ วายุถอดแกนกายของตัวเองออกมาจนเกือบสุดและเอื้อมมือไปหยิบเจลหล่อลื่นมาชโลมแกนกายใหญ่ของตัวเอง

สวบ!!

“อ๊าาส์~ / ซี๊ดด อ่าส์~” พอดันแกนกายใหญ่ของตัวเองเข้าไปจนสุดแล้ววายุก็ค่อยๆขยับเข้าออกอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ถึงใจของวายุอยากที่จะกระแทกให้แรงและเร็วมากเพียงไรก็ตาม แต่เจ้าตัวก็อยากที่จะถนอมร่างกายเมียตัวน้อยเอาไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าภายในของเมียนั้นหายดีหรือยังและวายุเองก็ไม่อยากที่จะเสี่ยง

ขณะที่ในห้องน้ำของวายุนั้นมีแต่เสียงครางของวายุและสายน้ำแข่งครางสลับกัน อีกสามห้องก็มีเสียงร้องครางที่คล้ายๆกันดังแข่งไปทั่วห้องเช่นเดียวกัน ราวกับว่าจะแข่งกันแพ้ชนะอย่างไงอย่างนั้น จะมีก็แต่ดินและอิฐที่ต่างคนต่างนอนกอดหมอนข้างหันหลังให้กันโดยที่ไม่ได้รับรู้ถึงศึกที่เกิดขึ้นของทั้งสี่ห้องเลย

“ตัวเล็กเจ็บมากมั้ยครับ” เมื่อทั้งคู่เสร็จศึกจากในห้องน้ำกันแล้ววายุก็ช่วยเมียตัวน้อยอาบน้ำใส่เสื้อผ้าและมานอนกอดกันบนเตียง

“ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ ขอบคุณนะครับ จุ๊บ!” สายน้ำเงยหน้าขึ้นไปจูบที่ปลายคางของคนพี่ สายน้ำรู้ดีว่าวายุนั้นอยากที่จะถนอมตัวเองให้มากที่สุด การกระทำของวายุนั้นทั้งอ่อนโยนและใส่ใจมากทั้งๆที่ตัวเองก็มีความต้องการเป็นอย่างมากแต่ก็เลือกที่จะอ่อนโยนและก็ทำรักกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

“พี่รักตัวเล็กกับลูกของเรามากนะครับ ขอบคุณนะครับที่มอบของขวัญชิ้นนี้ให้กับพี่ จุ๊บ!” วายุจูบลงไปที่กลุ่มผมนุ่มของเมียตัวน้อย

“เราจะมีลูกกันอีกมั้ยครับ ถ้าน้องเรียนจบแล้ว” อยู่ๆสายน้ำก็พูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปสักพัก เพราะมีบางครั้งที่สายน้ำเห็นว่าวายุมองหน้าตัวเองและลูกด้วยแววตาที่เจ็บปวดเหมือนกับว่ายังไม่เคยลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว

วายุถึงกับนิ่งไปเมื่อเจอคำถามนี้ของเมียตัวน้อยเข้าไป ใจจริงวายุอยากที่จะมีลูกอีกสักสองคนเพื่อมาเป็นเพื่อนน้องของขวัญ เพื่อที่น้องของขวัญจะได้มีน้องเป็นเพื่อนเล่นเพื่อนคุยเหมือนอย่างที่ตัวเองและสายน้ำมี

แต่อีกใจวายุก็กลัว กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นแบบเดิมอีก และก็ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปสวรรค์จะเมตตาตัวเองและคนในอ้อมกอดเหมือนกับครั้งนี้รึเปล่า วายุคิดว่าตัวเองกับลูกคงจะอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีคนในอ้อมกอดในตอนนี้อยู่ด้วยกัน

“พี่กายครับ” สายน้ำถอยตัวห่างออกมาจากอ้อมอกอุ่นเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เงียบอยู่

“พี่กลัวครับ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเดิมขึ้นอีก กลัวว่าจะเสียตัวเล็กไปจริงๆ พี่กับลูกคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีตัวเล็ก” วายุพูดความในใจที่ค้างคาอยู่ในใจของตัวเองมาโดยตลอดด้วยแววตาสั่นไหวและรู้สึกผิดกับคนตรงหน้า ทั้งๆที่ได้สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะลืมมันไปและจะไม่คิดถึงมันอีก

“แต่อาหมอก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอครับว่านั่นเป็นเพราะว่าเป็นการตั้งท้องครั้งแรกและมดลูกของน้องก็ยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่และยังไม่แข็งแรงพอด้วยจึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา แต่กว่าที่น้องจะเรียนจบก็อีกตั้งสองปี เรายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะเตรียมตัวเตรียมความพร้อมและบำรุงกัน” สายน้ำพูดขึ้นมายาวๆให้วายุได้ฟังถึงเหตุผลที่เค้าทั้งสองคนต้องมาเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้

“พี่เข้าใจครับ แต่พี่ก็อดที่จะกลัวไม่ได้ ตัวเล็กเข้าใจพี่ใช่มั้ยครับว่าพี่เสียตัวเล็กไปไม่ได้” วายุพูดสารภาพความในใจออกมา เค้าไม่อายที่จะบอกคนตรงหน้าว่าเค้านั้นกลัว กลัวเหลือเกินกลัวว่าการจากลาจะมาพรากคนตัวเล็กของเค้าไป

“น้องเข้าใจพี่กายครับ แต่น้องก็อยากให้น้องของขวัญได้มีเพื่อนมีน้องไว้คอยปรึกษาในวันที่น้องของขวัญนั้นเติบโตขึ้นมาอย่างที่พี่กายกับน้องมี แต่ถ้าพี่กายกลัวงั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ พอน้องเรียนจบเราค่อยไปหาอาหมอให้ตรวจสุขภาพน้องอย่างละเอียดกันอีกทีหนึ่ง ถ้าร่างกายน้องพร้อมที่จะตั้งครรภ์เราก็มีลูกกันเลย แต่ถ้าร่างกายน้องไม่พร้อมจริงๆเราก็จะไม่ฝืนมัน แต่ระหว่างสองปีนี้เราก็จะบำรุงกันไปเรื่อยๆก่อน พี่กายว่าดีมั้ยครับ” สายน้ำพยายามพูดเกลี้ยกล่อมวายุด้วยทางออกที่ประนีประนอมที่สุดเท่าที่ตัวเองจะได้

“เอาแบบที่ตัวเล็กว่าก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับที่เข้าใจพี่ พี่รักตัวเล็กมากนะครับ จุ๊บ!” วายุยิ้มออกมาได้หลังจากที่ได้ปลดล็อกความในใจและความกลัวของตัวเองออกมาให้คนตัวเล็กได้ฟัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคาใจอยู่ตลอดสามอาทิตย์ที่ผ่านมา

“น้องสายน้ำคนนี้ก็รักพี่กายครับรักมากๆเลยด้วย จุ๊บๆๆ” สายน้ำยิ้มกว้างออกมาได้เมื่อสามีสุดที่รักยอมรับข้อเสนอตัวเองและจูบลงไปที่ริมฝีปากหยักแบบรัวๆ

สายน้ำรู้สึกขอบคุณในโชคชะตารู้สึกขอบคุณพรหมลิขิตเหลือเกิน ที่ทำให้ตัวเองได้มาเจอกับผู้ชายคนนี้

เค้าโชคดีที่ได้มาเจอเจ้าชายน้ำแข็งจอมเย็นชาคนนี้ เจ้าชายน้ำแข็งที่เย็นชากับคนอื่นแต่สำหรับเค้าแล้วเจ้าชายคนนี้คือคนที่คอยเติมเต็มความอบอุ่นให้กับเค้าไม่เคยขาดตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอและได้คุยกัน

เค้าโชคดีเหลือเกินที่ได้รับความอ่อนโยนจากผู้ชายคนนี้อย่างที่คนอื่นไม่เคยที่จะได้รับมัน

เค้าโชคดีที่ได้มาเจอผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ชื่อว่า วายุ เบญจกิจวรกุล

ขอบคุณที่ผู้ชายคนนี้ที่มอบของขวัญชิ้นที่พิเศษที่สุดในชีวิตให้กับเค้า ขอบคุณเหลือเกิน

ทั้งสองคนต่างปล่อยตัวปล่อยใจปล่อยความคิดของตัวเองออกมาในอ้อมกอดของกันและกันจนหลับไปในที่สุดด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม

 

💗💗 จบบริบูรณ์ 💗💗


ไรท์ยังมีความน่ารักของหลานสาวมาให้ได้อ่านกันในตอนพิเศษด้วยนะคะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว