email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 น่ารำคาญ

ชื่อตอน : บทที่ 9 น่ารำคาญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2564 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 น่ารำคาญ
แบบอักษร

บทที่ 9

 

น่ารำคาญ

 

.....1 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก

 

เขาอยู่ที่นี่มา 1 เดือนเต็มโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะมีนางฟ้าหรือเทวดามารับตัวเอาไป ตอนแรกคิดว่าที่นี่เป็นที่พักพิงสำหรับเหล่าคนตายแล้วฟื้นซะอีก ถ้าจะบอกว่าเป็นความฝันนี้คงเป็นความฝันที่สมจริงมากเกินไป ถ้าเกิดเป็นฝันจริงๆก็ขอให้เจอกับฟิลิกซ์ในเร็วๆเถอะ เขาออกตามหามาหลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีใครที่นิสัยท่าทางเหมือนฟิลิกซ์เลยสักคน 

 

"อะนี้...ข้าหวังว่าเจ้าจะชอบ"เลี่ยงหรูตักกับข้าวที่คิดว่าอีกฝ่ายคงจะชอบกินไปใส่ในจานข้าวของอีกคนเพื่อหวังจะเอาใจ เพราะเรื่องในคราวนั้นทำให้รู้ว่าอีกคนคงจะรู้สึกฝังใจกับเรื่องในอดีตอยู่ ในตลอด 1 เดือนนี้เลยพยายามเอาใจอีกฝ่ายเป็นพิเศษ แม้คนเป็นแม่ หรือทุกคนจะแปลกใจมาก และพยายามถามหาว่าทำไมจู่ๆถึงได้ทำแบบนั้น

 

แต่เขาก็ตอบเพียงแค่อยากเป็นเพื่อนและพี่ที่ดีในสายตาของเลี่ยงจิน เพียงแค่นั้นแม่ของเขาก็ไม่ถามอะไรขึ้นมาอีก แต่ก็พยายามที่จะไม่ให้ละเลยสายตาราวกับว่ากลัวอีกฝ่ายจะรังแกเขา ตลอดที่ผ่านมาเขายอมรับว่าช่วงวันหยุดพยายามก่อกวนอีกคนถึงห้องส่วนตัวบ้าง เดินตามไปไหนมาไหนบ้าง ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่อีกคนจะทำสีหน้ารำคาญ หรือเบื่อหน่าย

 

เขาตามอีกฝ่ายจนแทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่น้องชายต่างแม่ดูเหมือนจะใจแข็งไปหน่อย ทำท่าหยิ่งๆ แล้วก็ชอบทิ้งเขาไว้กลางทางตอนไปตลาด รู้สึกเหมือนกำลังถูกเอาคืนอยู่เลย

 

"ฮึ!"เลี่ยงจินทำเสียงฮึในลำคอก่อนจะยอมกินแต่โดยดี คงจะเริ่มชินแล้วกับการที่เขาตักข้าวให้แบบนี้ 

 

การกินข้าวร่วมโต๊ะอาหารกันยังผ่านไปเรื่อยๆ โดยมีบ่าวรับใช้คอยตักอาหารที่เอื้อมไม่ถึงหรือต้องการเติมข้าวเพิ่ม ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะอาหารเขาเห็นมันจนเริ่มจะชินตาไปซะแล้ว แม้ตอนแรกจะตื่นตาตื่นใจไปหน่อย เพราะไม่เคยรู้จักกับครอบครัวนี้มาก่อน ดีที่ชาติก่อนต้องร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้าที่เป็นคู่ค้า หรือแม้แต่ตัวอันตราย ก็เลยทำให้เก็บอาการประหม่าได้อย่างอยู่หมัด

 

"วันนี้เห็นว่าอาจารย์หานซือจะพาไปฝึกข้างนอก ท่านพี่ก็จงเตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ"

 

เลี่ยงจินเอ่ยบอกหลังจากที่วางมือลงเมื่อกินข้าวเสร็จ ที่อีกฝ่ายเรียกเขาว่า'ท่านพี่'ก็คงหนีไม่พ้นเพราะอยู่ต่อหน้าท่านแม่ ส่วนเรื่องที่เขาต้องไปเรียนกับอาจารย์หานซือท่านแม่ก็รู้แล้วเช่นกัน ตอนแรกท่านก็คัดค้านสุดตัว บอกไม่อยากให้ไปเรียนกับอาจารย์คนนั้นเพราะใช้ความรุนแรงกับเด็กที่เป็นลูกของเมียน้อย แถมยังเป็นคนที่ได้รับสิทธิพิเศษจากทางสำนักการศึกษาอีกไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ดี

 

แต่เพราะเขาเองที่อยากเรียนมากๆ เลยต้องใช้ลูกอ้อนมากมาย ทั้งยังบีบน้ำตา ยอมแกล้งป่วยนิดๆหน่อยๆ จนคนเป็นแม่ยอมปล่อยให้ฮาร์ดในร่างของเลี่ยงหรูได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบลูกผู้ชายกับเขาบ้าง แม้ตอนนี้จะยังพยายามให้เขาละมือจากการเรียนกับครูคนนี้ก็เถอะ

 

และเพราะด้วยความที่แม่ของเลี่ยงหรูเป็นคนที่ไม่ยอมให้ลูกได้เสียเปรียบ เขาเลยเสนอให้เรียนแบบครึ่งวัน ภาคเช้าเรียนกับอาจารย์เผย ภาคบ่ายเรียนกับอาจารย์หาน แล้วก็มีคาบของอาจารย์ท่านอื่นอย่างอาจารย์ดนตรี อาจารย์หมากรุก หมากล้อม อาจารย์เขียนอักษร แล้วก็อาจารย์สังคมที่สอนเรื่องการรับฟังความทุกข์ยากของราษฎร ซึ่งแต่ละวิชาก็มีแต่จะทำให้น่าเบื่อไม่น่าสนใจเลยสักนิด

 

"....หรูเอ๋อร์ เจ้าก็อย่าหักโหมนัก ลูกก็รู้ว่าแม่เป็นห่วงมากเพียงใด แม่รู้ว่าเจ้ากำลังฝึกตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น แต่เจ้าจะมีบาดแผลเพิ่มขึ้นใหม่ในทุกๆวันมิได้นะ!"

 

"ขอรับๆ ลูกจะพยายาม"

 

เลี่ยงหรูเอ่ยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มๆ ทุกครั้งที่ได้แผลมา ท่านแม่ของเลี่ยงหรูก็จะรีบเข้ามาทายาให้เป็นคนแรก นางดูทะนุถนอมร่างนี้มากเลี้ยงดูอย่างกับไข่ในหิน ไม่นึกแปลกใจเลยที่เลี่ยงหรูจะกลายเป็นคนเอาแต่ใจ ทั้งยังขี้แย เรื่องขี้แยนี้เขาคิดว่าเลี่ยงหรูคงจะอยากเรียกร้องความสนใจมากกว่า คงเพราะกลัวว่าจะไม่มีใครสนใจ เลยทำท่าร้องไห้ฟูมฟายออกมา แต่มันคงติดเป็นนิสัยเลยเอาไปใช้กับคนนอกที่ไม่ได้คิดจะสนใจทั้งยังติดจะรำคาญมากกว่าที่จะเข้ามาปลอบสินะ

 

"ท่านแม่ ลูกอิ่มแล้ว ขอตัวลาก่อนนะขอรับ ไปกันเถอะน้องจินเอ๋อร์"

 

เลี่ยงหรูเอ่ยลาฮูหยินเอกก่อนจะหันไปก้มหัวให้พ่อของตนที่นั่งอยู่เงียบๆไม่ค่อยเอ่ยวาจาอะไรออกมา ก่อนจะหันไปชวนเลี่ยงจินอย่างยั่วโมโหอีกฝ่ายเพราะรู้ว่าอีกคนคงไม่มีทางทำอะไรตนได้ ไม่รู้ว่าวิธีสร้างความสัมพันธ์แบบนี้จะทำให้มันลดแผลที่ร้าวฉานได้ไหม หรือจะร้าวฉานกว่าเดิมแต่ก็ดีกว่าที่จะไม่ทำอะไรเลยก็แล้วกัน

 

"อย่าเรียกข้าเช่นนั้นอีก..."

 

เลี่ยงจินพูดเสียงในลำคออย่างไม่พอใจนักที่ตนเรียกออกไปแบบนั้น ก่อนจะเดินตามหลังออกมาโดยที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังเลี่ยงหรู ตลอดเวลาที่ผ่านมาเลี่ยงหรูมีนิสัยที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว ทั้งที่แต่ก่อนเคยขี้แยเอาแต่ใจ เรียนก็ ไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่เป็น ไม่ชอบความรุนแรง

 

แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อไม่นานมานี้ถึงเปลี่ยนได้ถึงเพียงนี้ เลี่ยงหรูที่ปกติไม่เป็นจุดเด่นซ้ำยังโดนคนกล่าวคำครหามากมายนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้กลับโดนคนชื่นชอบมากมาย ข่าวลือก็เริ่มไปในทางที่ดีขึ้นเมื่ออาจารย์เผยบอกว่าคะแนนที่เลี่ยงหรูได้ทำไปเกือบจะได้เต็มเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังบอกอีกว่าการที่เลี่ยงหรูหยุดไปก็เพื่อไปทบทวนตนเองและพัฒนาฝึกฝนตนเองจนเป็นคนเก่ง แม้ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้เป็นเรื่องจริงไหม

 

แต่ทุกคนก็เริ่มที่จะสนใจและจับตามองอีกฝ่ายขึ้นมา จนเมื่อไม่นานมานี้มีคนบอกว่าเลี่ยงหรูสามารถต่อสู้กับอาจารย์หานได้อย่างไร้ที่ติ จนอาจารย์หานต้องรับเป็นศิษย์เอกเลยทีเดียว อันนี้ตนก็ไม่ได้จะคัดค้านอันใดเพราะมันเป็นเรื่องจริงจนตอนนี้ทุกคนในสำนักเริ่มที่จะสนใจในตัวของเลี่ยงหรู แล้วคอยชื่นชมในความสามารถของอีกฝ่าย ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ แต่อีกไม่นานคาดว่าอาจจะมีเหล่าบุรุษน้อยใหญ่ที่เข้ามาเกี้ยวพาราสีก็เป็นได้ เพราะจากที่ตนสังเกตมาหลายต่อหลายครั้ง

 

"เลี่ยงหรู ผู้ชายคนนั้นเหมือนอยากจะเจ้ามาทักเจ้า"เลี่ยงจินเอ่ยขึ้นเมื่อกำลังจะเดินแยกกันแต่กับพบกับบุรุษที่คิดว่าน่าจะเป็นคนที่ได้ยินข่าวลือแล้วอยากมาเจอก็เป็นได้  ถึงตนจะไม่ค่อยอยากจะเอ่ยแต่เห็นเช่นนี้ก็รำคาญสายตาอยู่ไม่น้อย

 

"หืม? อย่างนั้นเองหรอกหรือ"

 

เลี่ยงหรูเอ่ยอย่างไม่รู้อะไร ก่อนจะเดินไปหาบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่หลังเสา บุรุษผู้นั้นจับจ้องมาที่เลี่ยงหรูก่อนจะละสายตาจากไปเมื่อรับรู้ว่าเขากำลังจ้องกลับ เลี่ยงหรูสายตามองไปอย่างมึนงง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ เพราะอาทิตย์แรกที่เขามาเข้าร่างนี้ และมาเรียนในวันมาเรียนก็จะชอบมีคนเข้ามากลั่นแกล้ง แต่ตอนนี้เก็บเรียบไปหมดแล้ว คิดว่าคงไม่น่าจะมีอีก แต่ครั้งนี้อาจจะเหมือนครั้งก่อนก็เป็นได้

 

เลี่ยงหรูเดินเข้าไปหาใกล้ๆพร้อมกับเอามือข้างหนึ่งไปดันเสา แล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แม้อีกฝ่ายจะสูงกว่า แต่การแสดงท่าทางที่โอ้อวดจะทำให้อีกฝ่ายเกรงกลัวได้  สายตาของเลี่ยงหรูจ้องมองไปยังอีกฝ่ายอย่างหาเรื่อง

 

"เจ้ามีอันใดก็ว่ามาเลย"เลี่ยงหรูเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง แฝงไปด้วยความเย็นชาเล็กน้อย

 

"อะ...เอ่อ...ขะ...ข้า....ข้า!!! อ๊ากกกก~"ฟึบ!

 

"อะไรของเขากันละนั้น"

 

เลี่ยงหรูมองคนที่เข้ามาหาเรื่องตน ทั้งยังไม่มองมาที่เขา พอหันมาสบตากันอีกคนก็หน้าแดงไปทั้งใบหน้าจากนั้นก็วิ่งแจ้นออกไปอย่างหน้าตาเฉย ส่วนคนที่มองเหตุการณ์อย่างเสี่ยวเหมยแล้วก็เลี่ยงจินก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา เพราะรู้อยู่แล้วว่าท่าทางที่บุรุษผู้นั้นแสดงออกมามันคืออาการของคนเขินอาย

 

"นี้พวกเจ้ารู้รึเปล่า ว่าคนผู้นั้นเป็นอันใด"

 

"บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ"

 

​​​​เสี่ยวเหมยว่าแค่นั้นส่วนเลี่ยงจินทำเพียงแค่เดินหนีออกไปจากตรงนั้น เพื่อไปหาอาจารย์หาน ส่วนที่เขาจะต้องไปเรียนนั้นก็คือวิชาหมากรุก ซึ่งต้องเรียนกับอาจารย์ซิง เป็นอาจารย์ที่ใจดีมาก สอนได้เข้าใจ แต่เขาเป็นเซียนหมากรุกตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเรียนเยอะอะไรมากมาย แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะแพ้อาจารย์หมากรุกคนนี้ ช่างน่านับถือจริงๆ  

 

หากจะถามว่าเรียนวิชานี้ไปเพื่ออะไร อาจารย์ท่านนั้นบอกว่าเรียนไว้เพื่อทำการศึก ยิ่งเรารู้เป้าหมายและการเดินของศัตรูมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งจะหาทางชนะได้เร็วมากยิ่งขึ้น หากจะต้องเป็นขุนนาง ก็ต้องเรียนรู้ที่จะเอาชนะศัตรู

 

เลี่ยงหรูเดินแยกจากเลี่ยงจินเพื่อเดินไปที่ศาลากลางน้ำที่เป็นที่สอนสำหรับการเดินหมาก เขาเดินไปเรื่อยๆพร้อมกับคิดเห็นท่าทางแปลกๆของคนที่เพิ่งเจอมา ที่จริงช่วงนี้ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าตัวเองกำลังถูกจับตามอง แต่เพราะว่าต้องทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้คุ้นชินกับการอยู่โลกใหม่เลยไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง หรือไม่ได้สนใจใครมาก่อน

 

​​​​​​"อาเหมย เจ้าว่าคนเขามองข้าแปลกๆไปหรือไม่"

 

"ไม่นิเจ้าคะ ตลอดทั้งอาทิตย์ก่อนก็มองคุณชายเช่นนี้"

 

เสี่ยวเหมยตอบคำถามเสร็จก็ค่อยๆเดินถอยหลังออกไป เขามองไปรอบๆเพื่อหาที่นั่งกะว่าจะไปนั่งกับเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมาร่วม 1 เดือนเต็ม แต่กลับพบว่าอีกคนกำลังทะเลาะกับใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม วิชา หมากรุก คือวิชาที่ต้องนั่งเป็นคู่ ซึ่งแต่ละคนจะต้องจับคู่กันเพื่อประลองฝีมือ แต่นี้มันอันใดกันทำไมที่นั่งทุกที่จะต้องมีมีคนเต็มตลอด มีเพียงสามที่ ที่ยังว่างอยู่ สามคนนั้นมองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มให้ เห็นแล้วขนลุกชะมัด และหนึ่งในนั้นคือ'เจ้าปลาไหลเผือก'ที่คอยเฝ้าที่จะพูดแซะเขาตลอด 1 เดือน และเป็นคนที่พูดแซะเขาตั้งแต่เข้ามาเรียนวันแรก

 

"เฮ้อ~ แย่จริงๆ"(พึมพำ)

 

เลี่ยงหรูพึมพำออกมาคำหนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งกับคุณชายท่านหนึ่งที่มีใบหน้าค่อนข้างเจ้าเล่ห์เพทุบายอยู่ไม่น้อย ใบหน้าคมสัน จมูกโด่ง ตาชั้นเดียว ผิวขาว ร่างกายดีพอดีไม่บอบบางเกินไปและดูไม่กำยำ ใส่ชุดสีฟ้าออกน้ำเงิน ลายผ้าปักสีฟ้าอ่อน รูปดอกกล้วยไม้ ดูแล้วมีชาติตระกูลอยู่ไม่น้อย เขาจำได้ว่าตลอดที่ผ่านมาอีกฝ่ายพยายามหาทางต่อว่าเขาตลอด และฉายาที่เขาตั้งให้คงไม่พ้นชื่อ'เจ้าปลาไหลเผือก'เห็นแล้วก็อยากรู้เหมือนกันว่าฝีมือจะขนาดไหนกันเชียว 

 

"ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะเลือกข้า"

 

"พูดอันใดของเจ้ากัน?"

 

"ก็เจ้าเลือกข้าเป็นคู่หมายมิใช่หรือ"

 

อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มยียวนกวนประสาท ก่อนจะกางพัดขึ้นมาปิดที่ริมฝีปาก ทำท่าคล้ายคนที่ยิ่งผยอง เห็นแล้วก็อยากเบะปากใส่ไปทีหนึ่ง ไม่นึกเลยว่าแค่เลือกที่นั่งมันก็เป็นการเลือกคู่หมายแล้ว แบบนี้เขาน่าจะไปไล่ผู้ชายคนนั้นให้ออกไปจากฮุ่ยหลิ่งแล้วไปนั่งแทนที่ยังจะดีกว่ามาเจอเจ้าปากมากนี้

 

"อย่าสำคัญตนไปหน่อยเลย ข้าแค่มานั่งตรงนี้เพราะเห็นว่าอยู่ใกล้ฮุ่ยหลิ่งก็เท่านั้น"

 

"เจ้าก็พูดแรงเกินไป ข้ามาจากตระกูลใหญ่พอเลี้ยงเจ้าได้ทั้งปี อีกอย่างรูปโฉมของข้าก็ไม่ได้เป็นรองผู้ใดเสียหน่อย"

 

ฝ่ายนั้นทำตัวมั่นหน้าว่าตนเหนือกว่าผู้ใด พร้อมกับทำสายตาล้อเลียนมาที่ตน เห็นแล้วน่าหงุดหงิดชะมัด รู้สึกอยากจะเปลี่ยนที่นั่งเสียแล้วแต่ทุกคนในห้องดันลุกขึ้นแล้วนั่งจับคู่กันเสร็จก่อนที่อาจารย์ซิงจะเข้ามาเจอเสียอีก เจ้าปลาไหลเผือกนี้!

 

"เจ้านี้มันหน้าหนาเสียจริง"

 

"แน่นอนว่าที่ข้าพูดมันคือความจริง หากเจ้าต้องการสิ่งใดข้าจะหามาให้เอง เกอน้อย"

 

" 'เกอน้อย?' เหอะ! เจ้านี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง"

 

เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำท่าไม่สนใจอะไรเพราะอาจารย์ได้เดินเข้ามาก่อนที่เขาจะด่าอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ แม้ตนจะอยากสร้างมิตรสหาย แต่พอเจอคนแบบนี้แล้วก็ไม่คบหาสมาคมด้วยเลย ไม่รู้ทำไมจึงไม่อยากเจอ แม้ในยามยากลำบาก ต่อให้หันหน้าไปพึ่งอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็คงไม่ช่วยอยู่ดี เพราะฉะนั้นคบไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด

 

"วันนี้อาจารย์จะมาสอนเรื่องการจับจุด สิ่งที่จะทำให้พวกเจ้าชนะคือการสังเกต และการยอมเสียสละตัวหมากใดตัวหมากหนึ่งเพื่อให้แผนของเจ้าเป็นไปดั่งสมปราถนา..."

 

อาจารย์ซิงเริ่มแผนการสอนเริ่มแรกก่อนจะสาธิตการเล่นให้ดูเป็นตัวอย่างสองสามครั้ง ก่อนจะเริ่มให้นั่งประจำที่ของตนเอง แม้เขาจะลองใช้โอกาสนี้เพื่อสลับที่แต่มันก็ไม่ทันการอยู่ดี ไม่รู้ว่าอีกคนมีแผนอะไรกันแน่ ถึงได้ให้คนทั้งห้องคอยกีดกันเขาไม่ให้ออกห่าง หรือแยกโต๊ะไปไหน

 

"เจ้านี้ดื้อด้านจริงๆ"

 

"ข้าบอกแล้ว เมื่อเจ้าเลือกข้าเป็นคู่หมายเจ้าก็หลีกหนีไม่ได้หรอก"

 

"น่ารำคาญ!"

 

เลี่ยงหรูเอ่ยกระแทกหน้าอีกฝ่ายหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่รู้ทำไม ถึงได้หน้าหนาหน้าทนได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นฟิลิกซ์ป่านนี้เขาคงโดนกระทืบเละก่อนจะได้เอ่ยคำนี้ออกจากปาก แต่ถ้าฟิลิกซ์รู้อยู่แล้วว่าเป็นเขา ก็อาจจะทำตัวหน้าด้าน น่ารำคาญแบบนี้อยู่เหมือนกัน แต่จะไม่ยิ้ม และจะไม่ถือพัดแบบนี้

 

จะว่าไปตลอดทั้งเดือนเขาก็พยายามออกตามหาอยู่เหมือนกัน แต่เหมือนว่าฟิลิกซ์จะไม่ได้อยู่ในเมืองนี้เพราะเขาออกเดินตลาดอยู่บ่อยๆจนแม่ค้า แม่ขายจะจำเขาได้

 

"มาเดิมพันกันดีหรือไม่"

 

"ว่ามาสิ"

 

"หึ...หากเจ้าชนะ ข้าจะยอมทำตามที่เจ้าขอ แต่หากเจ้าแพ้ คืนนี้ต้องมาหาข้าที่จวนน่ะนะ"

 

เลี่ยงหรูมองอีกคนพร้อมกับขมวดคิ้วเป็นปม หากเป็นคนที่ใสซื่อบริสุทธิ์ประดุจดั่งหญิงสาววัยแรกแย้ม พอได้ยินประโยคนี้คงไม่คิดอันใดแต่สำหรับเขาคำนี้มันเหมือนกับชวนไปทำเรื่องอย่างว่าไม่มีผิด หากเป็นผู้หญิงคนอื่นอาจจะยอมไปแต่โดยดีก็เป็นได้ เพราะอีกคนหน้าตาก็ไม่ได้หล่อธรรมดาเหมือนคนทั่วไป

 

"น่ารังเกียจ...เจ้านี้ช่างไม่มีหัวคิด ข้าเป็นบุรุษก็ไม่เว้นหรือ"

 

"เจ้าเป็นเกอต่อให้เป็นบุรุษก็น่าลองมิใช่หรือ"

 

อีกฝ่ายทำหน้ายิ้มๆมือเองก็ยังคงถือพัด โบกไปมาเบาๆ  ก่อนจะเริ่มทำสายตาแทะโลมมองล่างทีมองบนที เห็นแล้วก็รู้สึกรังเกียจอยู่ไม่น้อย หากว่าเขาแพ้จริงๆ เขาจะไปตามที่อีกฝ่ายบอก แต่จะไม่ไปหลับนอนด้วยหรอกนะ จะไปฆ่าให้ตายอย่างปริศนาเท่านั้นเอง

 

"มาเริ่มกันเลยไหม...ข้าชักจะเริ่มรำคาญกับสิ่งที่เจ้าเอ่ยขึ้นมาเสียแล้ว"

 

"เอาสิ...ข้าลองเจ้าอยู่ 'เก้อน้อย' "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..........

 

แนะ! ไปจีบเมียเขาระวังโดนตีนนะพี่😂 อี น้องก็โหดเกิ๊น อีแม่คนนี้จะไม่ยอมหรอกค่ะ! เอามันเลยลูก! ไปฆ่ามันที่จวนเลย!

 

 

 

2 นาทีกับการใช้ชีวิตในฐานะองค์ชาย

 

ฟิลิกซ์:เฮ้อ......เฮ้อ~.....เฮ้อ~~~~

 

เลี่ยงหวง:องค์ชายทรงเป็นอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าทรงเหนื่อยแล้ว ให้กระหม่อมเตรียมชาเอาไว้ให้ดีหรือไม่

 

ฟิลิกซ์:อืม...

 

เลี่ยงหวงเดินออกไป....

 

ฟิลิกซ์:ฮาร์ดอยู่ไหนกันนะ  อึดอัดชะมัด ควรหาผู้หญิงอื่นชั่วคราวดีไหม

 

เลี่ยงหวงเดินเข้ามา...

 

เลี่ยงหวง:มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ

 

ฟิลิกซ์:ไปหาหญิงงามมาปรนนิบัติข้า

 

เลี่ยงหวง:ห่ะ? ....เอ่อ...พ่ะย่ะค่ะ

 

......

 

หญิงงามเดินทางมาที่ห้อง...

 

หญิงงาม:ให้หม่อมฉันรับใช้เช่นไรดีเพคะ

 

ฟิลิกซ์:ขึ้นมาบนเตียง อย่าช้า! มันดูน่ารำคาญ

 

หญิงงาม:ฮิฮิ ให้ หม่อมฉันนวดตรงนี้ดีรึไม-อั่ก!!!

 

ฟิลิกซ์:น่ารังเกียจ! ออกไป! อยากไปไหนก็ไป!!(ไม่เคยรู้สึกขยะแขยงมากขนาดนี้มาก่อน! หรือเพราะอยู่แต่กับฮาร์ดกัน!)

 

หญิงงาม:แค่กๆ ฮึก....ขะ เข้าใจแล้วเพคะ!!! ฮือๆ (กระอักเลือดเล็กน้อย)

 

(ฟิลิกซ์ถีบหญิงงามที่ขึ้นมาบนเตียงแถมยังจับที่ขาของตนเอาไว้ ทั้งๆที่ตัวเองบอกให้มาปรนนิบัติแท้ๆ หญิงงามคนนั้นถูกถีบกระเด็นจนถึงหน้าประตู)

 

ฟิลิกซ์:(ถ้าไม่ใช่ฮาร์ดก็จับตัวเราไม่ได้จริงๆ รู้สึกขนลุกไปหมดเลย ผู้หญิงอะไรน่าเกลียดชะมัด!)

 

เมื่อกี้เส้นกระตุกรึเปล่านะ?

 

........ 

 

พี่จะถีบผู้หญิงตกเตียงไม่ได้นะพี่!นั้นหญิงงามที่สุดในเมืองแล้วนะ! (กุมขมับแป๊บ) อีพี่ชอบคิดถึงน้องตลอดเวลา555

 

ถ้าถามว่าจะเจอกันตอนไหน....

 

อีกสามตอนเจ้าค่ะ(กระซิบ)

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว