email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความกังวล

คำค้น : กังวล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2564 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความกังวล
แบบอักษร

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“เข้ามาได้” วายุที่ได้ยินเสียงคนเคาะประตูอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเองก็พูดอนุญาตขึ้น

“อ้าวอิฐมาได้ยังไงเนี่ย” สายน้ำที่กำลังเอนหลังอ่านหนังสือนิยายอยู่ที่โซฟาเงยหน้าขึ้นมาดูผู้มาใหม่ ก็พบว่าเป็นเพื่อนตัวโตที่ช่วงนี้แทบจะไม่ได้เจอกันเลย เนื่องจากอิฐโดนพ่อกับแม่เรียกให้เข้าไปดูงานที่ห้างหลังเลิกเรียน

“หวัดดีเฮีย อิฐก็คิดถึงน้ำกับหลานน่ะสิ ช่วงนี้เหนื่อยมากเลย” อิฐหันไปทักทายรุ่นพี่ที่มองมายังอยู่ตัวเองอยู่ ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงข้างๆกับสายน้ำ

“แล้ววันนี้ไม่มีเรียนเหรอถึงได้มาได้” สายน้ำถามขึ้นยิ้มๆและก้มมองมือใหญ่ของเพื่อนที่ลูบท้องของตัวเองอยู่

“ก็มีแต่อิฐขี้เกียจเข้าอิฐอยากมาหาหลานสาวสุดที่รักมากกว่า แล้วก็นี่อิฐเอาสรุปการทำรายงานมาให้ด้วยนะ เดี๋ยวถ้าน้ำทำเสร็จก็ส่งรายงานเข้าเมลของอาจารย์ได้เลย รอบส่งวันอังคารหน้านะ” อิฐพูดพร้อมกับหยิบสรุปการทำรายงานออกมาจากซองสีน้ำตาลที่ถือมาให้สายน้ำดู

“ขอบใจอิฐมากนะที่คอยสรุปรายงานที่ต้องทำส่งอาจารย์มาให้น้ำตลอดเลย” สายน้ำยิ้มให้อิฐจนตาหยีและรู้สึกซึ้งใจกับเพื่อนคนนี้มาก ที่คอยสรุปและคอยเอางานที่ต้องทำส่งอาจารย์มาให้ไม่เคยขาด เห็นทีก็จะมีแต่อิฐนี่แหละที่สามารถพึ่งเรื่องเรียนและเรื่องทำรายงานได้ เพราะถ้าเป็นเบลกับออกัสแล้วล่ะก็สองรายนั้นแค่เอาตัวให้รอดก็ดูท่าจะลำบากแล้ว

“เอ้อจริงสิ แล้วนี่สอบกันเมื่อไหร่เหรอ” สายน้ำที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ใกล้จะสอบแล้วก็ใกล้จะปิดเทอมแล้วด้วย เวลาช่างผ่านไปไวซะจริงๆเผลอแป๊บเดียวเค้าก็ท้องได้เกือบจะหกเดือนแล้ว

“อาทิตย์หน้าก็สอบแล้ว ว่าแต่เฮียต้องติวให้พวกผมด้วยนะ” อิฐตอบสายน้ำออกไปแล้วก็หันไปบอกกับวายุ วายุก็ได้แต่พยักหน้ารับและก้มหน้าดูเอกสารในมือต่อ เพราะถึงยังไงวายุก็ต้องติวให้กับสายน้ำอยู่ดีเพราะสายน้ำก็ต้องสอบด้วยเหมือนกัน

“โอ๊ะ!” พอนั่งคุยกันไปได้สักพักสายน้ำก็ร้องขึ้นมาไม่ดังมากนัก แต่ก็ทำให้วายุรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้มาดูทันที

“เบบี๋ดิ้นเหรอครับ” วายุเดินลงมานั่งข้างๆของสายน้ำและยกมือขึ้นลูบท้องที่ตอนนี้ใหญ่ขึ้นมาก จนเจ้าตัวแอบกลัวว่าคนตัวเล็กอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว

“ครับ โอ๊ะ นี่ครับตรงนี้ครับ” สายน้ำรีบจับของวายุไปวางลงในตำแหน่งที่ลูกกำลังดิ้นอยู่ จนวายุถึงกับยิ้มกว้างขึ้นมาทันที พร้อมกับก้มลงไปจูบที่ท้องของสายน้ำแบบไม่อายสายตารุ่นน้องที่มองอยู่เลย

“เฮียขอผมจับบ้างสิ” อิฐที่เห็นวายุยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็เอ่ยขอขึ้นบ้าง วายุจึงพยักหน้าให้แต่ยังคงไม่ปล่อยมือจากท้องของสายน้ำ

“โอ๊ะ เบาๆครับหลานสาวของลุง เดี๋ยวคุณแม่จะเจ็บเอานะครับ” อิฐพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มตลอดเวลาที่ได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตในท้องที่กำลังดิ้นและถีบอยู่ในท้องของเพื่อนตัวเองอยู่ ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มลงไปคุยกับหลานสาวราวกับว่าคุยกันรู้เรื่อง

“ถ้าหนูออกมาแล้วหนูต้องรักลุงอิฐมากๆนะคะ เพราะว่าลุงอิฐก็รักหนูม๊ากมากเหมือนกัน” อิฐก้มหน้าลงไปคุยกับหลานสาวเป็นเรื่องเป็นราวอยู่นานสองนาน จนสายน้ำยังยิ้มขำเพราะถ้าลูกสาวตัวน้อยคลอดออกมาแล้วคงจะตัดสินในลำบากน่าดูว่าจะรักใครมากที่สุด เพราะบรรดาลุงๆต่างก็พูดกับหลานสาวเหมือนอย่างที่อิฐพูดด้วยเหมือนกันทุกคนเลย

วายุนั่งมองรุ่นน้องที่คุยกับเบบี๋ในท้องของสายน้ำอย่างยิ้มๆพร้อมกับหันไปหอมที่แก้มนุ่มของเมียฟอดใหญ่ และคิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมากที่ได้เมียที่น่ารักและยังมีของขวัญชิ้นพิเศษที่ยังอยู่ในท้องนี่อีกด้วย หนำซ้ำคนที่อยู่รอบๆตัวและเมียก็ยังเป็นคนดีและรักพวกเค้าทั้งคู่อย่างจริงใจอีกด้วย

.

.

.

.

.

“ค่อยๆ เดินนะครับ” วายุค่อยๆประคองสายน้ำให้ลงนั่งที่โซฟา โดยที่ช่วงนี้วายุไม่ได้เข้าไปทำงานที่บริษัทแล้วเนื่องจากว่าอายุครรภ์ของสายน้ำนั้นเข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว และอาหมอก็ได้กำชับมาด้วยว่าให้ระวังการคลอดก่อนกำหนด เพราะว่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานั้นสายน้ำเกิดปวดหัวขึ้นมาและมีอาการเวียนหัวร่วมด้วยจึงต้องพาไปโรงพยาบาล ซึ่งพออาหมอได้ตรวจแล้วก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ท่านกลัวว่าสายน้ำนั้นจะเกิดอาการครรภ์เป็นพิษขึ้นมา ช่วงนี้วายุจึงไม่กล้าออกไปไหนและไม่อยากให้สายน้ำนั้นเดินเยอะด้วย ขนาดบ้านที่กำลังสร้างใกล้จะเสร็จแล้วยังต้องวานให้ไฟและเหนือไปดูแทนให้เลย

“วันนี้ตัวเล็กมีอาการปวดหัวเวียนหัวรึเปล่าครับ” พอพยุงสายน้ำนั่งลงแล้ววายุก็เอาหมอนมารองหลังให้กับสายน้ำและถามขึ้น พร้อมกับจับมือคนตัวเล็กขึ้นมานวดด้วย

วันนี้วายุสังเกตเห็นว่าทั้งมือและเท้าของสายน้ำนั้ยดูบวมขึ้นผิดปกติจึงทำให้เจ้าตัวนั้นเป็นกังวลอย่างมาก ทั้งๆที่สายน้ำเองก็แทบจะไม่ได้เดินเลยด้วยซ้ำไป

“อืมม ไม่แล้วนะครับ พี่กายไม่ต้องคิดมากนะครับ น้องไม่ได้เป็นอะไรแล้วจริงๆครับสบายมาก” สายน้ำตอบวายุไปตามความจริงเพราะตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกปวดหัวหรือเวียนหัวแล้ว จะมีก็แค่รู้สึกอึดอัดเหมือนกับว่าจะหายใจไม่ค่อยออกอยู่บ่อยๆ แต่สายน้ำก็ไม่ได้บอกให้กับวายุได้รู้เพราะกลัวว่าวายุจะเป็นกังวลไปอีก สายน้ำคิดว่าคงจะเป็นเพราะท้องของตัวเองนั้นค่อนข้างที่จะใหญ่และด้วยความที่เค้านั้นตัวเล็กจึงทำให้อึดอัดและแน่นช่วงหน้าอกก็เป็นได้

“งั้นก็ดีแล้วครับ แต่ถ้าตัวเล็กรู้สึกอะไรที่ผิดปกติตัวเล็กต้องรีบบอกพี่เลยนะครับรู้มั้ย” วายุพูดพร้อมกับลูบท้องของเมียไปด้วย เค้ายอมรับเลยว่าตั้งแต่ไปหาอาหมอที่โรงพยาบาลมาครั้งที่แล้วเค้าก็กลายเป็นคนที่วิตกกังวลไปแทบจะทุกสิ่งอย่าง เพราะช่วงที่สายน้ำงีบหลับกลางวันนั้นเค้าก็เปิดแมคบุ๊คเพื่อเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับครรภ์เป็นพิษที่อาหมอเคยพูดถึง นั่นจึงทำให้เข้าต้องคอยสังเกตอาการของเมียตัวเล็กของเค้าอยู่ตลอดเรียกได้ว่าแทบจะทุกวินาทีเลยก็ว่าได้

“ตัวเล็กนอนลงนะครับ เดี๋ยวพี่จะนวดขากับเท้าให้”

“ไม่ต้องก็ได้นะครับ พี่กายทำงานเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่ทันที่พี่เตชิตจะเข้ามาเอางานตอนเย็นนะครับ น้องว่าเดี๋ยวจะงีบหลับสักหน่อยครับน้องง่วงแล้ว” สายน้ำพูดพร้อมกับเอนตัวนอนไปที่โซฟาที่สามารถปรับให้เป็นที่นอนได้และมีหมอนรองครรภ์วางไว้อยู่

พอสายน้ำเอนตัวนอนลงก็แทบจะหลับลงในทันที วายุที่เห็นดังนั้นก็ขยับตัวไปนั่งที่ปลายเท้าของสายน้ำและบีบนวดไปตามน่องและเท้าของสายน้ำอย่างเบามือ

พอผ่านไปสักพักวายุก็จัดท่านอนให้สายน้ำได้นอนสบายขึ้นโดยมีหมอนรองครรภ์ที่ช่วยให้คุณแม่ได้หลับสบายมากยิ่งขึ้น

“จุ๊บ! สู้ๆนะครับลูกพ่อ อีกไม่ถึงเดือนเราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับ พ่อรักหนูมากนะครับ” วายุก้มลงไปคุยกับลูกที่อยู่ในท้องของสายน้ำพร้อมกับจูบลงไปที่ท้องด้วยสีหน้าที่ติดกังวลอยู่ตลอดเวลา

“ช่วงนี้มึงกับไอ้อิฐได้ไปไหนรึเปล่าวะ” พอผ่านไปสักพักวายุที่นั่งคิดไม่ตกอยู่ก็ออกไปนอกระเบียงและต่อสายหาดินทันที

(ก็ไม่ได้ไปไหนนะ ถามทำไมวะ)

“กูอยากให้มึงกับไอ้อิฐย้ายมานอนที่ห้องกูชั่วคราวจนกว่าตัวเล็กจะคลอด”

(ทำไมน้องน้ำเป็นอะไรวะ) ดินถามน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาทันที

“เมื่ออาทิตย์ที่แล้วตัวเล็กปวดหัวแล้วก็มีอาการเวียนหัวด้วย กูเลยพาไปหาอาหมอมา อาหมอบอกว่าตัวเล็กมีอาการเสี่ยงที่จะมีครรภ์เป็นพิษ กูเลยเข้าไปหาดูข้อมูลมาเลยรู้ว่าอาการครรภ์เป็นพิษมีโอกาสที่เด็กจะคลอดก่อนกำหนดหรือหยุดหายใจได้ หรือถ้าหากแม่มีอาการชักเกร็งก็อาจจะทำให้เส้นเลือดในสมองแตกหรือไม่ไตวายได้ แล้วก็อาจจะมีอาการอื่นๆตามมาด้วยอีกหลายอย่าง” วายุพูดบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ติดกังวลตลอดเวลา ในขณะที่ยืนคุยกับดินอยู่ตรงระเบียง สายตาคมก็ไม่เคยละไปจากคุณแม่ร่างเล็กที่นอนอยู่ด้านในเลย

(เป็นไปได้ยังไงวะน้องน้ำออกจะดูแข็งแรงดี) ดินถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“อาหมอบอกว่าการที่ตัวเล็กเป็นผู้ชายท้องได้ก็เสี่ยงมากอยู่แล้ว ฮอร์โมนในเพศชายก็มีสิทธิ์จะทำให้เกิดภาวะนี้ได้ แล้วก็อีกหลายสาเหตุประกอบกันด้วย”

(เออๆเดี๋ยวกูเลิกงานแล้วจะรีบเข้าไป เดี๋ยวกูจะโทรบอกไอ้อิฐให้มันเข้าไปก่อนด้วย)

“เออ ขอบใจมึงมาก”

(เออๆน้องน้ำก็เปรียบเหมือนน้องชายแท้ๆของกูเหมือนกันแล้วในท้องนั่นก็หลานกู ยังไงกูก็ไม่ปล่อยให้น้องกับหลานกูเป็นอะไรไปหรอก งั้นแค่นี้ก่อนเดี๋ยวกูจะรีบเคลียร์งานแล้วจะรีบไป)

พอพูดจบดินก็ตัดสายไปในทันที การที่ได้โทรหาเพื่อนทำให้วายุสบายใจขึ้นมาเยอะ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมาเค้าก็ยังมีเพื่อนและรุ่นน้องคอยช่วยขับรถหรือคอยอำนวยความสะดวกให้ไม่ช้าจนเกินไปนัก

ที่เค้าต้องเลือกดินและอิฐให้มานอนที่ห้องเค้าแทนคนอื่นเพราะว่าสองคนนี้นั้นยังโสดและยังไม่มีพันธะกับใคร จึงทำให้ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนกับเพื่อนๆเค้าอีกสามคน

อ๊อด! อ๊อด!

ระหว่างที่วายุและสายน้ำนั่งดูทีวีกันอยู่นั้นก็มีเสียงกดออดดังขึ้นที่ประตู วายุจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูและก็พบว่าเป็นอิฐที่ยืนหน้าตาเคร่งเครียดอยู่

“น้ำเป็นยังไงบ้าง” อิฐถามขึ้นทันทีที่ประตูเปิดออกและเดินไปหาสายน้ำที่โซฟาทันที

“อ้าวอิฐ วันนี้ไม่ได้เข้าไปดูงานที่ห้างเหรอทำไมกลับเร็วจัง” สายน้ำพอเห็นเพื่อนที่ไม่ค่อยได้เจอกันเดินเข้ามาก็ส่งยิ้มดีใจให้จนตาหยีโชว์ลักยิ้มบุ๋มสองข้างและถามขึ้น เพราะว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมอยู่อิฐจึงเข้าไปดูงานที่ห้างแทบจะเต็มตัว

“วันนี้กลับเร็วน่ะงานไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ แล้วนี่น้ำเป็นยังไงบ้างเห็นเฮียบอกว่าอาทิตย์ที่แล้วน้ำไปหาหมอมาเพราะปวดหัวเหรอ” อิฐพูดโกหกเพื่อนไป เพราะทันทีที่ดินโทรหาเจ้าตัวก็แทบจะทิ้งงานออกมาทันทีเลย แต่ก็ไม่ลืมที่จะโทรบอกกับพ่อของตัวเองว่าขอกลับก่อนเนื่องจากมีธุระด่วน เพราะเพื่อนตัวเล็กของเค้ากับหลานในท้องถือเป็นธุระที่ด่วนมากสำหรับเค้า

“ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะหายแล้ว น้ำแข็งแรงจะตาย” สายน้ำพูดบอกเพื่อนยิ้มๆเค้ารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้เป็นห่วงเค้ามากแค่ไหน รวมถึงเบลและออกัสที่คอยแวะเวียนมาหาเค้าบ่อยๆ ด้วย

“อือ งั้นก็ดีแล้ว” อิฐพูดและหันไปสบตากับวายุ

“ตัวเล็กครับ พี่จะให้ไอ้ดินกับไอ้อิฐมานอนที่ห้องเรานะครับ เผื่อว่าตัวเล็กเกิดเจ็บท้องหรือเป็นอะไรขึ้นมาจะได้มีคนช่วยทัน” วายุขยับเข้าไปกอดเอวที่บัดนี้ไม่ได้บางและคอดเหมือนอย่างเมื่อก่อนแล้ว

“แต่ว่าน้องไม่ได้เป็นอะไรแล้วนะครับ แต่ถ้าพี่กายไม่สบายใจน้องก็แล้วแต่พี่กายเลยครับ” สายน้ำหันไปตอบวายุยิ้มๆเค้ารู้ดีว่าคนรักของเค้านั้นกังวลมากแค่ไหนเกี่ยวกับอาการของเค้าเมื่ออาทิตย์ก่อน

“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจพี่ จุ๊บ!” วายุจูบลงที่ขมับของคนตัวเล็ก ซึ่งก็ได้รับยิ้มกว้างกลับมาเช่นกัน

“เดี๋ยวผมขอตัวไปเก็บของใช้ที่จำเป็นแล้วก็เสื้อผ้าของผมกับเฮียดินมาก่อนแล้วกันนะจะได้ไม่ต้องไปๆมาๆ เดี๋ยวอิฐมานั่งเล่นเกมด้วยนะ” อิฐพูดกับวายุจบก็หันไปบอกกับเพื่อนตัวเล็กที่นั่งส่งยิ้มมาให้กับตัวเองอยู่

“เดี๋ยวรอกูแป๊บ” วายุพูดพร้อมกับเดินหายเข้าไปในห้องและเดินออกมาพร้อมกับคีย์การ์ดสำรองในมือสองใบ

“อ่ะ มึงเก็บไว้กับไอ้ดินเลยคนละใบ พอตัวเล็กคลอดแล้วเดี๋ยวค่อยเอามาคืน” วายุยื่นคีย์การ์ดให้กับอิฐซึ่งอิฐก็ยื่นมือมารับโดยไม่ถามอะไร

หลังจากที่อิฐออกไปได้สักพักใหญ่ก็กลับมาที่ห้องพร้อมกับดิน พร้อมกับอาบน้ำกันมาแล้วเรียบร้อย

“มากันพอดีเลยครับ อาหารเพิ่งมาส่งเมื่อกี๊นี้เอง” สายน้ำที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อย พอเห็นดินกับอิฐเดินเปิดประตูเข้ามาก็รีบบอกทันที

“วันนี้น้องน้ำเป็นยังไงบ้างครับ หลานลุงดิ้นเก่งมั้ยครับวันนี้” ดินเดินเข้าไปหาสายน้ำและนั่งยองๆลงข้างๆเก้าอี้ที่สายน้ำนั่งอยู่เพื่อคุยกับหลานสาว ส่วนอิฐก็เดินไปหาวายุเพื่อช่วยเทอาหารและจัดใส่จานชาม

“อืมม จริงสิครับ วันนี้เบบี๋เหมือนจะดิ้นน้อยกว่าทุกวันเลยนะครับ หรือว่าน้ำคิดไปเองรึเปล่า วันนี้น้ำก็ลืมนับจำนวนครั้งการดิ้นด้วยสิมัวแต่ดูซีรีส์เพลินไปหน่อย” สายน้ำพูดแล้วก้มหน้าลงดูท้องและลูบท้องของตัวเองไปมา ทำให้ทั้งวายุ ดินและอิฐได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เบบี๋คงจะดิ้นเหมือนกับทุกวันนั่นแหละครับ เพียงแต่ตัวเล็กไม่ได้นับหรืออาจจะดูซีรีส์เพลินไปหน่อยเลยไม่ทันได้สังเกต ตัวเล็กไม่ต้องกังวลไปนะครับ” วายุเดินเข้ามาปลอบพร้อมกับลูบผมนุ่มไปด้วย

“น้องเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่มั้ยครับ” สายน้ำพูดด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย

“ไม่หรอกครับ ตัวเล็กเป็นคุณแม่ที่ดีของเบบี๋มากเลยนะครับ ตัวเล็กคิดดูสิครับว่าตลอดแปดเดือนที่ผ่านมาตัวเล็กไม่เคยพลาดเลยสักครั้งนะครับ นี่อาจจะเป็นเพราะตัวเล็กมีความสุขแล้วก็เพลิดเพลินกับความสุขนั้นจนลืมไปก็แค่นั้นเอง อย่าคิดมากนะครับเดี๋ยวเบบี๋จะเป็นห่วงคุณแม่เอานะครับ” วายุก้มลงมาปลอบคุณแม่ที่ทำท่าจะร้องไห้เมื่อลืมไปว่าจะต้องนับจำนวนครั้งการดิ้นของเบบี๋ในท้อง

“เรามากินข้าวกันดีกว่านะน้ำอิฐหิวแล้ว นี่ข้าวกลางวันอิฐก็ยังไม่ได้กินเลยหิ๊วหิว” อิฐพูดพร้อมกับทำท่าลูบท้องตัวเองไปด้วย เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นการสนใจของเพื่อนตัวเล็ก

“อ้าว แล้วทำไมอิฐไม่บอกล่ะ เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะกันพอดี พี่กาย พี่ดินนั่งลงกินข้าวกันครับน้องก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย” สายน้ำพอเห็นของกินก็ลืมเรื่องเศร้าไปก่อนหน้านี้จนซะสนิทเลย ทั้งสามคนที่นั่งมองอยู่ก็ถึงกับต้องแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

พอทั้งสี่คนกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พากันมานั่งดูทีวีต่อกันอีกสักพัก หลังจากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องนอน โดยดินและอิฐนอนห้องเดียวกันคือห้องที่สายน้ำเคยนอนนั่นเอง

“กู๊ดไนท์นะครับที่รักของพี่กาย จุ๊บ! กู๊ดไนท์นะคะเบบี๋ของคุณพ่อ อดทนหน่อยนะคะเดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันแล้ว จุ๊บ!” วายุจูบลงไปที่ขมับของสายน้ำและก้มลงไปจูบที่ท้องที่มีเบบี๋อยู่ ตอนนี้วายุไม่สามารถจะนอนกอดเมียตัวเล็กของตัวเองได้เนื่องจากสายน้ำนั้นจะต้องมีหมอนรองครรภ์รองท้องไว้เพื่อที่จะได้นอนในท่าที่สบายและหลับสบายขึ้น วายุจึงได้แต่นอนจับมือและใช้มืออีกข้างลูบไปมาที่ท้องของสายน้ำแทน จนในที่สุดสายน้ำก็หลับลงไปด้วยความเพลินและสบายที่มีวายุคอยลูบท้องกล่อมอยู่ วายุได้แต่นอนมองหน้าเมียตัวเองอยู่อย่างนั้นไม่กล้าแม้แต่จะข่มตาหลับด้วยซ้ำไป เพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ตัวเองหลับ แต่ในสุดวายุก็ไม่สามารถเอาชนะความเพลียที่มีมาตลอดทั้งวันได้จึงทำให้ค่อยๆหลับไปในที่สุด

อึก~ เฮือก!!

สายน้ำรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึกและรู้สึกแน่นหน้าอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือและเท้ากำและจิกจนแน่นเกร็งไปหมด

อึก~ อื้อ~

วายุที่เป็นคนรู้สึกตัวง่ายก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงและรู้สึกถึงแรงขยับ และทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาวายุก็เห็นเมียตัวเล็กของตัวเองนอนตาเหลือกค้างมือและเท้าเกร็งอยู่เหมือนกับคนกำลังจะมีอาการชักหรือหายใจไม่ออก

“ไอ้ดิน ไอ้อิฐโว้ย ตัวเล็กครับใจเย็นๆนะครับอดทนไว้นะครับ พี่จะพาไปหาอาหมอนะ” วายุตะโกนเรียกเพื่อนและรุ่นน้องเสียงดัง และพูดปลอบคนในอ้อมกอดพร้อมกับอุ้มสายน้ำขึ้นจากเตียงไปด้วย

แกร็ก!!!

“เกิดอะไรขึ้นวะไอ้วายุ เฮ้ย!น้องน้ำ ไอ้อิฐมึงรีบไปกดลิฟต์รอเลยเร็ว” ทันทีที่ดินหันมาเห็นสายน้ำที่อยู่ในอ้อมแขนของวายุก็รีบตั้งสติตัวเองและสั่งการอิฐออกไปทันที

ส่วนตัวของดินเองก็วิ่งกลับไปที่ห้องของวายุและของตัวเองเพื่อเอากระเป๋าเงินและกุญแจรถ

“ตัวเล็กครับ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะครับ สู้เพื่อลูกของเรานะครับ พี่ขอร้อง” วายุพูดขณะเดินตามอิฐออกมา สายน้ำนั้นเหมือนกับว่ามีอาการหายใจไม่ออก

“ปังๆๆ ไอ้ผา ไอ้ไฟ ไอ้เหนือ ตามไปโรงพยาบาลนะโว้ย” ดินแวะทุบประตูห้องของหินผา ไฟและเหนือก่อนที่จะเดินไปที่ลิฟต์

พอลงมาจากลิฟต์ได้ดินก็รีบวิ่งไปที่รถและสตาร์ทรถออกมารับวายุที่ยืนอุ้มสายน้ำอยู่ทันที พอวายุอุ้มสายน้ำเข้ามาในรถและอิฐเข้ามานั่งแล้วอย่างรวดเร็วดินก็เหยียบคันเร่งออกจากคอนโดทันที ยังดีที่ดินนั้นใช้ความเร็วได้เต็มที่เพราะนี้ก็เป็นเวลาเกือบจะตีสองแล้ว

“ไอ้อิฐโทรหาอาหมอด่วน เบอร์ในมือถือไอ้วายุ” ดินพูดขึ้นขณะที่ขับรถไปด้วย เพราะตอนนี้เพื่อนของเค้าไม่เป็นอันทำอะไรแล้วเพราะมัวแต่ห่วงอาการของสายน้ำ ตลอดเวลาที่นั่งรถมาวายุก็เอาแต่คร่ำครวญเรียกชื่อเมียของตัวเองให้ได้สติ

“ตัวเล็กครับ ตัวเล็กต้องไม่เป็นอะไรนะครับ ตัวเล็กใจเย็นๆไว้นะครับ สู้เพื่อลูกเราเพื่อเบบี๋ของเรานะครับ” วายุร้องไห้และพูดออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ เป็นภาพที่ดินและอิฐปวดใจมาก วายุเอาแต่พร่ำเรียกคนในอ้อมกอดอยู่ตลอดเวลา สายน้ำที่นอนตาค้างและมือเท้าเกร็งอยู่ถึงกับน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย

ทางด้านอิฐเมื่อโทรหาอาหมอเสร็จแล้วก็จับมือของสายน้ำทั้งสองข้างเอาไว้เพื่อไม่ให้สายน้ำจิกเข้ากับมือของตัวเอง

“น้ำได้ยินอิฐมั้ย น้ำอย่าเป็นอะไรไปนะ ฮึก!” อิฐผู้ซึ่งไม่เคยเสียน้ำตาให้ใครหรืออะไรมาก่อนถึงกับร้องไห้ให้กับภาพตรงหน้า

กริ๊ง~ กริ๊ง~

“เออ มึงยังไม่ต้องถามรีบตามมาที่โรงพยาบาลอาหมอด่วนเลย” ดินพอรับสายหินผาเสร็จก็รีบพูดและวางลงทันที

เอี๊ยดด!!!!

ทันทีที่รถขับเข้ามาจอดที่หน้าโรงพยาบาล ทีมแพทย์พยาบาลที่คุณหมอดิชพลได้โทรมาสั่งการไว้แล้วก็รีบเข้ามาประจำที่ทันที

พอนำตัวสายน้ำขึ้นเตียงเรียบร้อยแล้วพยาบาลก็รีบนำเครื่องช่วยหายใจมาครอบไว้ที่จมูกและปากของสายน้ำทันทีพร้อมกับที่เข็นเตียงวิ่งไปด้วย อาการเกร็งที่มือและเท้าบัดนี้ได้หายไปแล้วเหลือแต่สายน้ำที่นอนลืมตาตาค้างอยู่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เป็นภาพที่วายุ ดินและอิฐถึงกับน้ำตาไหลตามออกมาทันที ทุกคนวิ่งตามเตียงที่เข็นสายน้ำเข้ามาที่ประตูทางเข้าหน้าห้อง ICU

“ญาติคนไข้รบกวนรอข้างนอกก่อนนะคะ” ทันทีที่นางพยาบาลพูดจบก็ปิดประตูลงทันที วายุถึงกับนั่งคุกเข่าน้ำตาไหลอยู่ตรงหน้าห้องไม่ไปไหน

ตึก~ ตึก~ ตึก~

เสียงฝีท้าวที่วิ่งมาเรียกความสนใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี

“อาหมอช่วยน้องด้วยครับ ช่วยเมียกับลูกผมด้วยผมขอร้อง” วายุพอเห็นอาหมอก็รีบลุกขึ้นมาหาทันทีพร้อมกับนั่งลงคุกเข่าขอร้องอาหมอ

“ใจเย็นๆนะวายุอาจะทำอย่างเต็มที่นะไม่ต้องห่วง ที่อยู่ในห้องนั่นก็หลานกับเหลนสุดที่รักของอาเหมือนกัน” คุณหมอดิชพลพูดจบก็ตบไหล่ของวายุเป็นการปลอบและเดินเข้าห้องไปทันที

ตึก~ ตึก~ ตึก~

“เกิดอะไรขึ้นวะ” ทันทีที่หินผาที่มาพร้อมกับ วาริ เหนือ เบล ไฟและออกัส พอมาถึงก็ถามขึ้นทันที เค้าทันทีจะมาเห็นวายุนั่งร้องไห้คุกเข่าอยู่ตรงหน้าของอาหมอก่อนที่อาหมอจะเดินเข้าไปในห้อง

“น้องน้ำน่าจะเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ” ดินเป็นคนพูดตอบหินผาออกไป เพราะตอนนี้วายุนั้นได้แต่นั่งจ้องมองไปที่ประตูห้องอย่างเดียวโดยที่ไม่คุยและไม่สนใจใครเลย

หินผาที่ได้ยินดังนั้นถึงกับอึ้งไปทันที เพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเค้าก็มาหาอาหมอกับน้องด้วย และพอจะรู้คร่าวๆว่าครรภ์เป็นพิษนั้นเป็นอย่างไรและอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“น้องน้ำกับหลานของกูเก่ง น้องน้ำกับหลานกูจะต้องไม่เป็นอะไร” หินผาเดินมาตบที่ไหล่ของวายุเบาๆพร้อมกับพูดให้กำลังใจ วายุได้แต่พยักหน้ารับเล็กน้อยแต่สายตาก็ยังคงจ้องมองอยู่ที่ประตูไม่ขยับไปไหน

 

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤​​​​​​

อาการทางการแพทย์นั้นไรท์ได้นำข้อมูลที่ไรท์หามาได้มาประกอบกับจินตนาการของไรท์เอง อาจจะมีไม่สมจริงบ้างทั้งนี้ก็เพื่ออรรถรสในการอ่าน หากผิดพลาดประการใดไรท์ต้องอภัยด้วยนะคะ❤❤

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว