email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 ความในใจของเลี่ยงจิน

ชื่อตอน : บทที่ 7 ความในใจของเลี่ยงจิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2564 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ความในใจของเลี่ยงจิน
แบบอักษร

บทที่ 7

 

ความในใจของเลี่ยงจิน

 

....."คุณชาย"

 

"เสี่ยวเหมย...ข้าขอฝาก คำสั่งเสียไว้กับเจ้า เจ้าจงไปบอกท่านพ่อและท่านแม่ ว่าข้ารักพวกท่านมาก.."

 

"ฮึก...คุณชาย บ่าวมิกล้า"

 

"เจ้าอย่าได้ร้องไห้ ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้"

 

"ฮือๆ คุณชายของบ่าวววว"

 

"พวกเจ้าหยุดพร่ำเพื่อพิรี้พิไรกันได้แล้ว เมื่อกี้ข้าก็จัดกระดูกรักษาให้แล้ว อีกไม่นานเจ้าก็หายดีแล้ว"

 

อาจารย์หน้าโหดยืนกอดอกมองดูผลงานตัวเองที่ทำให้คนอื่นเขาบาดเจ็บแทบตายอยู่บนเตียง ซึ่งนั้นก็คือเลี่ยงหรู ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงคนไข้โบราณ ห้องนี้ก็จะเป็นห้องพยาบาลสำหรับให้นักเรียนที่เป็นอะไรต่อมิอะไรมานอนพักฟื้นร่างกาย เพื่อที่จะได้ไปเรียนต่อได้ เมื่อไม่ครึ่งชั่วโมงก่อนเขาถูกอาจารย์ผู้โหดร้าย ทำร้ายร่างกายจนเกือบตายยังไม่พอ ยังมาซ้ำเติบจนแทบกระดิกนิ้วไม่ได้

 

รู้สึกคิดผิดมากจริงๆที่ไปหาเรื่องอาจารย์คนนี้เข้า  ถึงแม้ร่างกายของเขาในตอนนี้จะเรียกว่าเด็กหนุ่มอายุ 20 ปี แต่หากอายุจริงก็ราวๆ 34 ปี ส่วนฟิลิกซ์อายุห่างกัน 3 ปี ซึ่งชาติก่อนพระเจ้าได้ดลบันดาลให้อายุสั้นไปหน่อย เลยตายตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนอาจารย์ตรงหน้าเมื่อกี้เขาได้ถามเสี่ยวเหมยไปแล้ว แต่เจ้าตัวดันตอบออกมาเอง อาจารย์ท่านนี้คืออาจารย์ 'หานซือ' มีอายุถึง 45 ปีซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก เพราะใบหน้าของอาจารย์ยังอยู่อายุราวๆ 25-26 ปี พอๆกันกับอาจารย์คนที่สอนเขาเมื่อวาน

 

"...ท่านอย่าเรียกว่ารักษาเลยถ้าจะเจ็บถึงเพียงนั้น"

 

"เฮ้อ....หากเจ้ารออีกสักพักก็ดีขึ้นเอง เจ้าลองกำมือสิ"

 

เลี่ยงหรูได้ยินแบบนั้นก็ค่อยๆกำมือเข้า ทั้งที่เมื่อกี้แทบจะกระดิกนิ้วไม่ได้ด้วยซ้ำ มือที่กำเข้าหากันไม่ได้รู้สึกเจ็บแล้ว แต่ที่แขนที่เขียวช้ำรู้สึกปวดๆอยู่แล้วก็แขนอีกข้างที่คิกว่าหักก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบๆ ขาทั้งสองข้างไม่ได้เป็นอะไรมาก หลังที่เจ็บๆตอนแรกก็รู้สึกว่าจะหายต้องแต่โดนจับดัดกระดูก

 

ปึก!...."เผิน! หาน!ซือ!"เสียงเปิดประตูออกมาเสียงดังพร้อมกับเสียงของอาจารย์คนงามที่คอยต่อล้อต่อเถียงเมื่อวานนี้ แต่วันนี้กลับกำลังเค้นเสียงออกมาทีละคำเหมือนกำลังโกรธเคืองใครบางคนอยู่

 

"หื้ม...นี้มัน 'เผยซิง'ของข้าเองหรอกหรือ"

 

"ของเจ้าอันใดกันเล่า! เจ้าเอาอีกแล้ว! เจ้าจะทำร้ายลูกศิษย์แบบนี้ไม่ได้นะ!"

 

อาจารย์คนงามเดินเข้ามาในห้องพยาบาลพร้อมกับตะโกนลั่นห้องท่าทางดูไม่พอใจสุดๆ แถมยังมองด้วยสายตาที่น่ากลัว ก่อนจะเข้ามาคว้าคอเสื้อของอาจารย์หน้าโหดเอาไว้ อาจารย์หานซือไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่แสยะยิ้มเหมือนกำลังสนุกกับ อะไรบางอย่าง จะว่าไปทั้งสองคนนี้ก็ดูเหมาะสมกันดี คนหนึ่งโหดเหี้ยมหน้าไม่รับแขก อีกคนนี้ก็หน้าสวย หล่อ แถมใจดีเป็นอะไรที่ต่างกันแต่ดูเข้ากันได้แบบน่าแปลกๆ

 

"ข้ามิได้ทำอันใดเสียหน่อย เพียงแต่ลูกศิษย์ของเจ้า อยากเข้ามาประลองฝีมือกับข้าเอง"

 

"จริงหรือ! เลี่ยงหรู"

 

"ข้าเปล่านะ ท่านอาจารย์ท่านก็รู้ข้าเป็นคนขี้แยจะตาย"

 

"เจ้ากล้าพูดปดงั้นรึ!"

 

หานซือหันไปถลึงตาใส่เลี่ยงหรูที่นอนคว่ำหน้าอยู่ ก่อนที่เผยซิงจะถลึงตาใส่อีกฝ่ายด้วยสายตาที่น่ากลัว จนทำเอาหานซือต้องรีบหันหน้าหนี แต่ก็ไม่พ้นที่จะโดนบ่นสั่งสอนเสียหลายเรื่องเลี่ยงหรูทำหน้าขมวดคิ้วหากันเล็กน้อยก่อนจะหลบสายตามองไปที่ฮุ่ยหลิ่งที่ตามอาจารย์เผยซิงมา เบิกตากว้างทำหน้าตกอกตกใจแล้ววิ่งเข้ามาจับนั้นจับนี้ไปเรื่อย พร้อมกับถามคำถามมากมายจนเขาแทบไม่รู้จะตอบอะไรดี

 

"เลี่ยงหรู!!...นี่เจ้าไม่เป็นอันใดแน่นะ! เจ็บนี้รึเปล่า ปวดตรงนี้หรือ! เจ้าไปทำยังไงถึงได้ไปหาอาจารย์หานเช่นนั้น! จะให้ข้าไปหาลูกอมมาปลอบรึไม่!"ฮุ่ยหลิ่ง

 

"ข้าจะเป็นก็ตอนที่เจ้าเข้ามาจับตัวข้านี้แหละ"

 

"อะไร? ข้าไม่ได้จับแรงสักหน่อย เดี๋ยวนะ...นี้เจ้าไม่ร้องไห้แล้วหรือ?"

 

"ข้าจะร้องทำไมกันเล่า"

 

"ก็เจ้า....เฮ้อ~ช่างเถอะ หรือว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"(พึมพำ)

 

ฮุ่ยหลิ่งถอยห่างออกไปเมื่อมั่นใจแล้วว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก ก่อนจะมองหน้าเขาเหมือนกำลังใช้ความคิด แล้วก็พึมพำอะไรบางอย่างตอนช่วงประโยคหลังที่เขาเองก็ไม่ได้ยิน แต่ยังไงก็ช่างมันเถอะ ยังไงอาจารย์ทั้งสองคนก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ถ้าขอให้อาจารย์หานซือเป็นคนสานต่อการเรียนการสอนได้ก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ใช่เพียงเพราะแค่อยากฝึกวิชา แต่อยากสานสัมพันธ์กับน้องชายต่างแม่ให้มีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องมากยิ่งขึ้น เวลากินข้าวจะได้ไม่ต้องมานั่งเกร็งคอยชำเรืองว่าอีกฝ่ายกำลังมองอยู่รึเปล่า

 

ถึงตัวเองจะเป็นคนขอให้แม่ของร่างนี้เป็นคนพามากินข้าวที่เรือนใหญ่เองก็เถอะ ไหนๆก็อยู่บ้านเดียวกันถ้าเอาแต่ขัดแย้งกัน มันก็มีแต่จะร้อนเป็นไฟอยู่ตลอด

 

"เสี่ยวเหมย....เลี่ยงจินไปไหนหรือ"

 

"เห็นว่าจะออกไปฝึกข้างนอกน่ะเจ้าค่ะ"

 

"นั่นสินะ...ข้าเองก็อยากจะฝึกเหมือนกัน"

 

"ว่าเช่นไรนะ!! เลี่ยงหรูเจ้าอยากฝึกอย่างงั้นหรือ!"

 

ฮุ่ยหลิ่งที่ได้ยินเลี่ยงหรูพึมพำออกมาเช่นนั้นก็ทำสีหน้าตื่นตกใจเล็กน้อย เพราะปกติแล้วเจ้าขี้แยจะเกลียดการออกกำลังกาย ทั้งยังเป็นคนที่ไม่ชอบอากาศร้อนๆ และที่รู้นี่ก็เพราะว่าเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่นึกเลยว่าหายไปถึง 3 วัน จะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ตอนนั้นคุณชายเจียงต่อว่าจนเสียสติไปแล้วหรือไร จะว่าไปแล้วคุณชายเจียงคนนั้นก็ทำลายของรักของหวงของเลี่ยงหรูด้วยนิ จะเสียสติไปก็คงไม่แปลก แต่นี้คงไม่ใช่เสียสติแล้ว นี้มันคนละคนกันแล้ว!!

 

"อะไร?....ข้าเองก็อยากแข็งแกร่งขึ้น มันไม่ดี หรืออย่างไร"

 

เลี่ยงหรูเอ่ยออกไปเสียงหวานเจื้อยแจ้ว ก่อนจะเบาลงเมื่อถึงประโยคหลังคลับคล้ายคลับคลาเหมือนคนกำลังน้อยใจในสิ่งที่สหายของตนเอ่ยออกมา ทำเอาคนฟังรู้สึกสงสาร จนอยากเข้าไปปลอบโยนคนพูด ถึงแม้ฮุ่ยหลิ่งที่เป็นเพื่อนกับเลี่ยงหรูมานานยังรู้สึกหวั่นใจ จนต้องสลัดความคิดแปลกๆทิ้งไปในความคิด

 

"ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี เพียงแต่ว่า...เจ้าไม่ชอบที่ต้องใช้กำลังมิใช่หรือ แถมอีกอย่างเจ้าเป็นบุตรของฮูหยินเอก เหตุใดจึงต้องมาเรียนรวมกับบุตรของฮูหยินรองด้วย"

 

"มันเกี่ยวตรงไหนกัน ข้าก็แค่อยากมาเรียนอะไรใหม่ๆ แถมการต่อสู้ข้าก็มีพอใช้ ใช่ไหมท่านอาจารย์"

 

"ไม่ใช่พอใช้...แย่เลยต่างหากเล่า การเคลื่อนไหวช้าถึงเพียงนี้จะไปสู้คนอื่นได้เยี่ยงไร พลังปราณก็ไม่มี ร่างกายก็บอบบางถ้าข้าใช้แรง มากกว่านี้อีกนิด กระดูกที่บางๆของเจ้าอาจจะแหลกไปเลยก็ได้"

 

ฮาร์ดในร่างเลี่ยงหรูมองอาจารย์ที่ว่ากล่าวถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ นี้เขาฝึกแทบตายเลยนะกว่าจะได้แบบนี้ หรือว่าเพราะอยู่ร่างใหม่เลยรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลง ถึงขนาดจะทำให้กระดูกเขาแหลกไปเลยงั้นเหรอ แล้วไอ้เมื่อกี้นี้ยังทำไม่เต็มแรงอีก นี้ท่านจะเก่งเกินไปแล้ว!

 

"เอาเถอะ...อย่างน้อยเจ้าก็ทำให้ใบหน้าของข้าเป็นแผลได้ นี้ก็ถือว่าไม่เลว ต่อจากนี้หากเจ้าจะมาฝึกกับข้าก็มาได้ทุกเมื่อเลย"

 

"นี้....อย่าลืมสิ ว่าข้าเองก็ต้องสอนเลี่ยงหรูเหมือนกัน แต่ข้าจะไม่บังคับหรอกนะ แค่เจ้ามาสอบกับข้าให้ผ่านก่อน ข้าถึงจะยอมให้เข้ามาอยู่นี้"

 

"เอาเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปสอบดู วันนี้เลยเป็นไง ท่านอาจารย์"

 

"หึ....หากเจ้าทำได้อ่ะน่ะ"

 

อาจารย์คนงามกอดอกพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่ารอวันนี้มานาน ส่วนคนอื่นๆที่อยู่ในห้องก็ต่างพากันงุนงงกับคำพูดของเลี่ยงหรู เพราะอีกฝ่ายไม่เคยทำอะไรบ้าบิ่นขนาดนี้มาก่อน เลี่ยงหรูสอบได้ที่สุดท้ายของชั้นเรียน และเป็นคนที่ไม่ชอบมาเรียนเลยขอให้ท่านพ่อและท่านแม่ บอกกับอาจารย์ว่าป่วยเสมอ เพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่ไปโรงเรียน พอมาบอกว่าจะสอบเพื่อวัดระดับเพื่อมาเรียนที่นี่  ก็อดที่จะแปลกใจและคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะสอบผ่าน

 

"เลี่ยงหรู....นี้เจ้าเอาจริงหรือ"ฮุ่ยหลิ่ง

 

"แน่นอนสิ เจ้าเองก็ไม่อยากจะลองบ้างหรือ"

 

"ข้า...."

 

"ข้าไม่บังคับเจ้าหรอก"

 

ฮุ่ยหลิ่งมองหน้าเขาเหมือนกำลังใช้ความคิดและเหมือนกำลังลังเลที่จะต้องมาเรียนกับเขา และเขาเองก็จะไม่บังคับจิตใจของใครหรอก แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนคนเดียวของเขาก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

....ใช้เวลากว่า 1 ชั่วยาม ในการรักษาตัวแบบรวดเร็ว ไม่รู้ว่าโลกนี้เป็นโลกแฟตาซีหรือยังไง ถึงได้มียารักษาอาการให้หายเร็วได้ขนาดนี้ แขนขาที่เคล็ดก็รู้สึกเหมือนจะหายดีจนไม่รู้สึกรู้สึกปวดๆอีก  ส่วนพวกแผลที่เป็นรอยช้ำต่างๆนานา ก็ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง เป็นแค่เหมือนจะบรรเทาอาการเฉยๆ บางทีที่มันหายปวดเร็วขนาดนี้อาจจะเพราะลุงหานซือที่ต่อให้ตอนที่อยู่ในลาน ถึงจะเจ็บปวดจนแทบตายเลยก็เถอะ

 

"นั่น...เลี่ยงจินมิใช่หรือ เหตุใดจึงได้นั่งสมาธิกลางแดดเช่นนั้น"

 

"คุณชายไม่รู้หรอกรึเจ้าคะ นั่นเป็นการฝึกพลังปราณน่ะเจ้าค่ะ"

 

"ไม่เห็นจะมีอะไรเลย"

 

"ตอนนี้เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ถ้าหากฝึกเช่นนี้ไปเรื่อยๆก็จะเริ่มมีพลังหรือการปล่อยพลังจิตได้ เจ้าค่ะ ก็เหมือนการที่คุณชายปล่อยจิตสังหารออกมาเมื่อวานอย่างไรละเจ้าคะ"

 

"งั้นหรอกหรือ...แล้วข้าไปปล่อยจิตสังหารตั้งแต่เมื่อใดกัน"

 

เลี่ยงหรูยืนมองภาพของบุรุษผู้หนึ่งอายุอานามก็ราวๆ 16-17 ปี ซึ่งร่างกายก็โตมากกว่าเขาประมาณ 4-5 เซน แต่ถ้าเป็นร่างของชาติก่อนร่างกายสูงและใหญ่กว่านี้เป็นสองเท่าเลย พอคิดแล้วมันก็เสียดายขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะได้ร่างกายที่งดงาม มีกล้าม มีสันอย่างชัดเจน ใบหน้าของชาติที่แล้วก็ถือว่าหล่อพอตัว ถึงจะกลายเป็นเมียใครบางคนก็เถอะ แต่จะว่าไปแล้วผมก็ไม่ใช่เกย์ซะทีเดียวเพราะมองใครก็ไม่ใช่ว่าชอบถึงจะหล่อมากเท่าไหร่ก็เถอะ

 

"เจ้าจะมองข้าอีกนานไหม"

 

"อะไรกัน เจ้ารู้ตัวแล้วหรอกหรือ"

 

"ข้ารู้ตัวตั้งนานแล้ว"

 

เลี่ยงจินลืมตาขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อเดินมาหาเขาที่ยืนอยู่ใต้ร่มเงาหลังคาทางเดิน สายตาของอีกฝ่ายดูโกรธเคืองเหมือนกำลังเดินมาหาเรื่อง ฮาร์ดทำหน้านิ่งๆไม่ได้เดินหนีอะไร เพียงแค่ยืนพิงเสามองดูเงียบๆ

 

"เจ้าวิปลาสไปแล้วหรือ ไปหาเรื่องอาจารย์เช่นนั้นได้อย่างไร!"

 

"ทำไม...เป็นห่วงข้าด้วยหรือ"

 

เลี่ยงจินกัดฟันแน่นคล้ายกับคนที่กำลังโกรธจัด แต่ถึงกระนั้นเลี่ยงหรูก็ไม่ได้รู้สึกร้อนรนหรือ หวาดกลัว เพียงแค่แสยะยิ้มมองอีกฝ่ายคล้ายกำลังหาเรื่องใส่ตัว เพราะแผลเก่ายังไม่หายก็ อยากจะได้แผลใหม่เพิ่มเสียแล้ว

 

"หากเจ้ากลับไปเช่นนี้ ฮูหยินคงจะโทษว่าเป็นความผิดข้าที่ทำให้เจ้าเป็นแบบนี้ เจ้ามันช่าง เห็นแก่ตัว อยากให้คนอื่นโดนทำโทษทั้งที่จริงแล้ว คนๆนั้นไม่ได้ทำอันใดผิดเลยแท้ๆ"

 

"ห๊า?....ข้าไม่ได้อยากจะทำเช่นนั้นเสียหน่อย"

 

"แต่เจ้าก็ทำมันไปแล้ว!!"

 

เลี่ยงจินตะโกนใส่หน้าเลี่ยงหรูใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวเพราะคุมอารมณ์ของตนเองไม่อยู่ นี้เขาไปทำอะไรให้อีกฝ่ายฝังใจงั้นเหรอ ถึงได้ตะโกนออกมาแบบนี้ เสี่ยวเหมยที่มองดูอยู่พยายามเอาตัวมาบังตัวเขาเอาไว้ แม้นางจะตัวเล็กกว่าเขาอยู่หลายส่วนก็ตาม

 

"ข้าทำอันใดให้เจ้า ทำไมเจ้าถึงได้เกลียดข้านัก"

 

"เจ้าจำไม่ได้งั้นหรือ....หึ! ได้...ข้าจะบอกให้!"

 

เลี่ยงจินแสยะยิ้มสายตาดูไม่เป็นมิตรเป็นที่สุด มือทั้งสองกำลังเข้าหากันแน่นก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้มากว่าเดิม เสี่ยวเหมยที่เห็นแบบนั้นก็ยังคงทำใจแข็งไม่ก้าวออกห่างแม้เพียงครึ่งก้าว เหมือนกลัวว่าจะเกิดอันตราย เลี่ยงจินหยุดเดินเข้าไปใกล้แต่สายตากลับจ้องไม่กระพริบ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันราวกับไม่สบอารมณ์

 

"เจ้ายังจำแผลที่แขนของข้าได้หรือไม่"

 

เลี่ยงจินว่าก่อนจะเลิกแขนเสื้อขึ้นให้เห็นเป็นรอยแผลเป็นที่ยังคงไม่จางหายไปไหน เป็นรอยแผลที่มีอยู่สองแผลลากยาว ดูแล้วก็น่าจะเกิดจากที่แผลมันลึกอยู่ไม่น้อย เห็นแล้วก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่พอนึกถึงชาติภพก่อนแผลเขาเยอะกว่านี้อีก ส่วนใหญ่จะเป็นที่ลำตัว แล้วก็ขาเพราะต้องป้องกันตัวเองจากศัตรู ครั้งหนึ่งตอนนั้นเป็นการ์ดฝั่งตรงข้ามกับฟิลิกซ์แล้วเกิดความแค้นกัน ผมที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปตาย กลับโดนฟิลิกซ์จับได้เลยโดนยำซะเละเลย แผลเป็นส่วนใหญ่เองก็เกิดจากเจ้าผัวตัวดีที่คิดจะล่วงความลับของศัตรูกับผมเองนั้นแหละ แต่ถ้าว่าทำไมผัวถึงทำร้ายเมียคนนี้ก็เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้เป็นเมียฟิลิกซ์น่ะสิครีบ

 

"เอาตามตรง ข้าจำไม่ได้หรอก แต่ข้ารู้เพียงอย่างเดียว นักรบมักมีบาดแผลไม่ว่าแผลรูปแบบไหนก็ยังดูงดงามอยู่ไม่น้อย"

 

"เหอะ! หากแผลนี้ไม่ได้เกิดจากแม่เจ้าข้าคงนึกอยากจะภูมิใจมันมากกว่า"

 

"ท่านแม่งั้นหรือ?"

 

"อย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้เลยนะเจ้าคะ คุณชายเลี่ยงจิน"

 

เสี่ยวเหมยที่ทนฟังมานาน แล้วเห็นอีกฝ่ายจะพูดเรื่องในอดีตที่ไม่ดีออกมาเพื่อทำร้ายจิตใจของเลี่ยงหรู จึงรีบเอ่ยขัดคำขึ้นมาในทันที ก่อนที่เลี่ยงหรูจะจ้องมองคล้ายอยากรู้ว่ารอยแผลนั้นมัน เกิดจาก เรื่องอะไรกันแน่ แล้วทำไมแม่ของเลี่ยงหรูจะต้องลงมือหนักขนาดนี้ 

 

"ทำไมกันเล่า กลัวว่าคุณชายเลี่ยงหรูจะรู้หรือว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของผู้อื่นต้องกลายมาเป็นแบบนี้"

 

"หยุดเถอะเจ้าค่ะ!"

 

"เสี่ยวเหมย....ข้าอยากฟัง"

 

"คุณชาย..."

 

 

 

 

 

...................

 

มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ เหตุใดน้องจินจินของเราถึงได้เกลียดพี่เข้าไส้แบบนี้ แต่ก็เหมือนจะเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ช่างน่าเศร้าอยากให้น้องเจอกันเร็วๆจัง(ʘᴗʘ✿)

 

ประเด็นคือน้องไม่ใช่นักเลงนะทุกคน~ แค่ได้แผลกลับบ้านทุกวันตอนสามีไม่อยู่ด้วย5555

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว