email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่10(หนี?)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2564 18:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่10(หนี?)
แบบอักษร

 

วันต่อมา

09:30น.

ตึกรับรองของผู้บริหาร มหาลัยซาโต้ม่ะ

ต้นฝน ซาโยโกะจัง...

พรึบ

“อื้ออออ เมื่อยยยยย!”ฉันบิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมดก่อนจะค่อยๆลืมตามองไปรอบๆห้อง ก็พบกับสถานที่แปลกตา

“อยู่ที่ไหนอีกเนี่ย?”ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่งพลางมองไปรอบๆห้องนอนโทนเดียวกับห้องที่อีตาบ้าซาโนะปล่อยฉันทิ้งไว้คนเดียวแต่ข้าวของเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกตกแต่งมองดูแตกต่างออกไปจากห้องเมื่อวาน

แอ๊ดดดด

“ตื่นแล้วเหรอคะคุณหนู^_^”เสียงไพเราะเอ่ยทักทายฉันขึ้น ฉันจึงหันไปมองคนมาใหม่ก็พบกับผู้หญิงแต่งชุดสีขาวสะอาดตาเหมือนพวกแม่บ้าน

“แม่บ้านอย่างงั้นเหรอ?”ฉันพึมพำถามตัวเองและเริ่มกระตุกรอยยิ้มที่มุมปาก

“ค่ะ ตื่นเพราะหนูหิว หิ๊ววววมากๆๆเลยค่ะ”

“หิวจนปวดท้องแล้ว”ฉันแกล้งแสดงละครอาการปวดท้องเหมือนปวดหนักมาเพราะหิวข้าว แม่บ้านก็มีสีหน้าที่ตื่นตกใจ

“งั้นรอสักแปปนะคะเดี๋ยว ดิฉันจะไปยกอาหารมาให้คุณหนู”แม่บ้านตอบมาอย่างไร้เดียงสา ฉันจึงแกล้งทำสีหน้าสุดซึ้งใจให้เธอและทำสีหน้าให้เธอเห็นใจฉัน

“ขอบคุณนะคะ หนูหิวจนปวดท้องไปหมดแล้วค่ะ เหมือนจะเป็นลมด้วยค่ะ”ฉันเพิ่มสกิลตอแหลมากขึ้นไปอีกเพื่อให้ป้าแม่บ้านสนใจและใจอ่อนจนคิดว่าฉันเป็นจริงๆอย่างที่ปากฉันพูดไม่ได้แกล้งเหมือนที่ตัวฉันรู้อิอิ โอกาสในการหนีครั้งนี้ของฉันมากขึ้นไปอีก และครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอนฉันมั่นใจ

“ค่ะๆเดี๋ยว ดิฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”เธอบอกฉันด้วยสีหน้าเป็นห่วงและร้อนรนใจ ฉันก็ยิ่งเบะปากเพิ่มขึ้นไปอีกทำสีหน้าเศร้าสร้อย เธอก็รีบร้อนรนวิ่งออกจากห้องนอนขนาดใหญ่นี่ออกไป ฉันกระตุกรอยยิ้มมุมปากขึ้นและรีบมองหาสิ่งที่จะพาฉันออกไปจากที่นี้และสายตาของฉันก็ไปผสานเข้ากับกระเป๋าหนังสีดำสนิทสะอาดตาใบหน้าวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอน

พรึบ

“กระเป๋าตังอีตาบ้าซาโนะแน่ๆ”ฉันพูดขึ้นพลางเปิดดูเงินในกระเป๋าก็พบกับเงินของประเทศญี่ปุ่นที่มีอยู่หลายล้านเยน ฉันจะได้กลับบ้าแล้ว^_^

พรึบ

แกร๊ก

“โชคดีอะไรของอีต้นฝนขนาดนี้ว่ะเนี่ย”ฉันยิ้มกริ่มเมื่อป้าแม่บ้านลืมล็อคประตูเหมือนเช่นทุกครั้ง ฉันไม่รอช้ารีบวิ่งออกไปจากห้องนี้ผ่านบรรดาประตูห้องต่างๆไปเรื่อยๆจนกระทั่งไปถึงบันได

พรึบ

“เกือบ!”ฉันสบถออกมาเบาๆและรีบพาร่างฉันไปแอบหลบมุมตรงหัวบันไดเพื่อไม่ให้ชายชุดดำสองคนเห็น ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นคนคอยเฝ้าคนเข้าออกสินะ ถ้าฉันจะแอบอยู่แบบนี้ ชาตินี้คงไม่ได้ออกไปจากที่นี้ เพราะฉะนั้น

“หึ ได้เวลายืดเส้นยืดสายแล้ว^_^”ฉันพูดขึ้นและลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมา โยกคอไปทางซ้ายทางขวาจนกระดูกลั่น หักข้อมือนิดนึงเพื่อคลายเส้นและเตรียมความพร้อมในการต่อสู้ครั้งนี้แต่เอ๊ะ!แขนฉันหักอยู่หนิ ว่าแล้วทำไมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ

“ย้าาาาาาา”ฉันแหกปากร้องลั่นเพื่อเรียกภาระกำลังภายในและวิ่งพุ่งลงบันไดไปยังชายชุดดำสองคนนั้น เมื่อได้จังหวะชายชุดดำทั้งสองคนก็พากันหันมามองฉันด้วยความตกใจ ฉันไม่รอช้าเมื่อเกือบจะถึงบันไดขั้นสุดท้ายฉันก็ดีดตัวขึ้นใช้เท้าถีบไปที่ยอดอกของชายชุดดำสองคนนั้นอย่างจัง

ตุ๊บ ตุ๊บ

“โอ้ยยย!!”

“เอือก!!”เสียงร้องโอดโอยของชายชุดดำที่ไม่ทันตั้งตัวในจังหวะที่โดนเท้าของฉันถีบเข้าไปที่หน้าอกอย่างจังๆเซถอยหลังไปทรุดตัวล้มทั้งยืนด้วยความเจ็บ

“คนละตีน^_^”ฉันยืนยิ้มชื่นชมกับผลงานตัวเองและไม่รอช้าเมื่อสายตาของฉันหันไปสบเข้ากับกล้องวงจรปิด

“ชิบอ๊ายแหละ!!”ฉันพูดพร้อมกับรีบวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้นอย่างไว ฉันวิ่งลงบันไดมาเรื่อยๆจนมาถึงชั้นล่างได้สำเร็จ

“เฮ้อออ!”ฉันยืนหอบหายใจเหนื่อยถี่อยู่ที่บันไดขั้นสุดท้าย เกือบตาย!

“ทางสะดวก”ฉันมองไปรอบๆก็ไม่เห็นชายชุดดำที่คิดว่าน่าจะเฝ้าอยู่เต็มที่นี้สักคน

“มันแปลกๆรึเปล่า?”ฉันพูดกับตัวเองและค่อยๆย่างขาเดินไปตามทางห้องโถงขนาดใหญ่เรื่อยๆอย่างระมัดระวัง กลัวอีตาซาโนะมาเห็นมีหวังถ้าเขาจับได้ ฉันโดนขังลืมแน่ๆ

ตึกๆๆๆ

“วู้ๆๆๆ นึกว่าจะฉลาด^_^”ฉันยิ้มกว้างเมื่อพาร่างของตัวเองออกมาพ้นตึกขนาดใหญ่ที่หรูหราอลังการได้แล้ว แต่เอ๊ะ นี่มันมหาลัยไม่ใช่เหรอ?

“ฉันยังไม่ได้กลับบ้านเหรอเนี่ย?”ฉันพยายามนึกประมวลเส้นทางที่ฉันนั่งรถมาเมื่อวานและสายตาของฉันก็เปร่งประกายลุกวาวขึ้นเมื่อนึกเส้นทางไปยังตัวเมืองของประเทศนี้ได้ โชคดีที่เกิดมาฉลาด^_^ ฉันเดินไปตามทางเรื่อยๆก็ไปพบเข้ากับประตูขนาดใหญ่หนึ่งบานเพื่อเปิดให้รถยนต์เข้าออกไปแต่ตอนนี้มันปิดอยู่ และยังมีประตูบานเล็กอีกหนึ่งบานที่เปิดอยู่

“โชคดีจริงๆสงสัย วันนี้คงจะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่ที่นี้สินะ^_^”ฉันพูดขึ้นพลางโยกศรีษะไปมาเหมือนเด็กๆที่เวลาดีใจที่ได้ไปเที่ยว ฉันไม่รอช้ารีบเดินออกประตูไปและเดินไปตามทางฟุตบาทเรื่อยๆจนไปพบเข้ากับร่างหนาของใครสักคนที่ยืนพิงต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ คนใต้ต้นไม้นั้นไม่ใช่คนที่ฉันคิดรึเปล่า

“สนุกพอรึยังครับ คุณหนูซาโยโกะจัง?”เสียงกระแหนะกระแหนของคนใต้ต้นไม้เอ่ยขึ้นพลางค่อยๆเงยหน้าและเขาก็ค่อยๆถอดแว่นตากันแดดสีดำออก อีตาซาโนะหนิ

“คุณรู้ได้ยังไงอ่ะ?”ฉันถามเขาไปอย่างหงุดหงิดใจและเดินกระทืบเท้าเข้าไปหาเขาอย่างไว เขาก็กระตุกรอยยิ้มมุมปากและเลิกคิ้วข้างหนึ่งมองมาที่ฉันอย่างกวนๆ

“ผมน่ะ ทันเล่ห์เหลี่ยมของคุณทุกอย่างแหละ ว่าแต่คุณจะหนีไปไหนผมจะได้ไปส่ง”เขาเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาทำให้ฉันเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจ มองหน้าเขาอย่างสงสัยเพราะไม่อยากเชื่อคำพูดของเขา

“คุณพูดจริงๆเหรอ?”

“อืม ผมจะหลอกคุณทำไม เพราะผมก็ไม่อยากจะดูแลคุณสักเท่าไหร่หรอก”เขาบอกฉันด้วยนำ้เสียงและสีหน้าที่พูดจริงๆแบบที่เขาบอกฉัน ฉันยิ้มกว้างขึ้น

“ฉันอยากกลับบ้าน ฉันอยากไปหาแม่ ฉันอยากกลับประเทศไทย”ฉันบอกเขาไปพลางทำสีหน้าเศร้าสร้อยเพราะฉันคิดถึงบ้านของฉันจริงๆ ที่นี้ไม่ใช่บ้านฉัน

“ได้ เอาตามที่คุณขอและจะมีแค่เราที่รู้เรื่องนี้แค่สองคน”

“ได้ไม่มีปัญหา^_^”ฉันยิ้มให้เขา เขาก็มองหน้าฉันอยู่พักหนึ่งและฉันก็เลยจ้องหน้าเขากลับไปด้วยความสงสัย แววตาของเขาจดจ้องมาที่ใบหน้าของฉันโดยไม่ได้กระพริบตาเลยสักนิด

“คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ?”ฉันเอ่ยถามเขาไปอย่างสงสัย และดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันถามเขาน่ะ

“คุณซาโนะคะ!!”คราวนี้ฉันยกมือขึ้นไปโบกไหวไปมาตหน้าเขาและเรียกเขาให้เสียงดังกว่าเดิม และดูเหมือนเขาจะได้สติแล้วนะ

“ฮ่ะ!เรียกผมทำไม?”เขาทำสีหน้าเลิกลั่กถามฉันกลับมาด้วยความตกใจ

“ก็คุณเอาแต่จ้องหน้าฉัน!”ฉันโวยใส่เขากลับไป เขาก็ทำสีหน้าตกใจวอกแวกและรีบหยิบแว่นกันแดดของตัวเองขึ้นมาสวม

“ไปได้แล้ว”เขาบอกฉันและรีบหันหลังให้ฉัน ฉันก็มองเขาด้วยความสงสัย

“อะไรของเขาว่ะ?”ฉันยกมือขึ้นมาเกาหัวตัวเองและรีบเดินตามร่างสูงโปร่งที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีนำ้เงินผับแขนขึ้นไปถึงข้อศอกและสวมกางเกงยีนส์สีดำรองเท้าหนังสีดำเงาทำให้รูปร่างของเขาเปล่งออร่าความหล่อเพิ่ทขึ้นไปอีก เพราะเขาขาวมากและผิวเนียนมากอ่ะขอบอก

“รอฉันด้วยสิคุณ จะรีบเดินไปไหน!!”ฉันตะโกนเรียกเขาให้เดินรอฉัน เพราะระหว่างที่ฉันแอบชื่นชมเขาอยู่ในใจอีตาบ้าซาโนะก็รีบจ้ำเดินเร็วขึ้นเหมือนจะหนีฉันอย่างงั้นแหละ

“ก็คุณมัวชักช้าเอง!”เขาตะโกนตอบฉันกลับมาแต่ไม่ได้หันมาหาฉัน ฉันก็จิ๊ปากใส่แผ่นหลังกว้างๆของเขาอย่างนึกหมั่นไส้และรีบวิ่งไปให้ทันเขาที่เดินไปถึงรถสปอร์ตป้ายแดงคันสีนำ้เงินเงาวับตัวใหม่ล่าสุดที่จอดอยู่ตรงฟุตบาท เขาเดินขึ้นรถไปโดยไม่ได้รอให้ฉันวิ่งไปถึงก่อน ฉันเมื่อวิ่งไปถึงก็เปิดประตูรถและขึ้นไปนั่งอย่างไวเพราะกลัวอีตานี่เปลี่ยนใจขึ้นมา ไม่พาฉันหนี

“ไปไหน?”เขาถามฉันโดยที่ยังไม่ยอมหันมามองหน้าฉัน ฉันก็มองไปที่เขาและหยิบสายเบลล์มาคาดเพื่อความปลอยภัยไปด้วย

“ไปสนามบิน ฉันจะกลับบ้าน!”

“มีพาสปอร์ตรึไง?”

“ไม่มี คุณเป็นมาเฟียนี่คงไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะทำ”

“แต่ผมไม่ทำ”เขาหันมาหาฉัน ฉันก็มองหน้าเขาและจ้องตาเขาผ่านแว่นดำ อะไรเดี๋ยวก็จะช่วย เดี๋ยวก็ไม่ช่วย

“เพราะถ้าผมทำพาสปอร์ตให้คุณมีหวัง ท่านมิซานกับคุณพ่อของผมเล่นงานผมแน่และก็รู้ด้วยว่าผมพาคุณหนี!”เอ่อก็จริงอย่างที่อีตานี่พูด

“แล้วจะทำยังไงอ่ะ?”ฉันย่นจมูกถามเขาและหันกลับมาใช้ความคิดว่าจะเอายังไงต่อ

“ไปทางเรือ เรือสินค้าของผมจะออกคืนนี้ ผมจะบอกคุณพ่อของคุณและของผมว่า ผมไปดูงานที่ท่าเรือและเผอิญพาคุณไปด้วย ในระหว่างที่ผมกำลังตรวจงานคุณก็แอบหนีลงเรือไปซ่อนตัวเพื่อรอเวลาเรือออกเพื่อไปกับเรือ”

“ความคิดดี งั้นเอาแบบที่คุณว่า ไปส่งฉันที่ท่าเรือของคุณเลย^_^”ฉันยกแขนขึ้นมากอดอกและยิ้มด้วยความอิ่มเอมใจในการจะได้กลับบ้านของฉันในครั้งนี้

“คุณไม่อยากอยู่ที่นี้ขนาดนั้นเลย?”อยู่ดีๆเขาก็เอ่ยถามฉันในระหว่างทางที่เขาขับรถกำลังจะพาฉันไปที่ท่าเรือของเขา ฉันก็หันกลับไปมองหน้าเขา

“ใช่ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี้ เพราะฉันไม่ชอบที่นี้ ไม่ชอบพ่อและก็ไม่ชอบคุณด้วย”ฉันตอบเขาไปด้วยนำ้เสียงจริงจังและเเน่วแน่ เพราะฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจ! ซาโนะเงียบไปเมื่อเขาได้ยินคำตอบของฉัน ฉันก็ยิ่งสงสัยเขาเข้าไปอีก วันนี้ดูเขาแปลกๆไปน่ะ ก่อนหน้านี้ก็ดูแลฉันและไม่ยอมให้ฉันหนี แต่วันนี้กลับมาพาฉันหนีซะงั้น ผู้ชายนี่เดาใจยากจริงๆ เชื่อใจไม่ได้!

เอี๊ยดดดดดดด

“อะไรน่ะ!!”ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อซาโนะเหยียบเบรกรถกระทันหัน เขาเองก็ตกใจไม่แพ้ฉัน

“คุณรอผมอยู่ในนี้อย่าลงไป!”เขาหันมาทำนำ้เสียงสั่งฉันด้วยความร้อนรนใจ เขารีบปลดสายเบลท์ ฉันก็พยักหน้ารับคำสั่งเขา ฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะเชื่อฟังเขาไปทำไมแต่เพราะสายตาที่สื่อว่าเป็นห่วงของเขามันทำให้ใจของฉันเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างดื้อๆ เจ้าหัวใจบ้า!

พรึบ

ซาโนะเปิดประตูและลงจากรถไปดูร่างชายชราที่นอนจมกองเลือดขวางทางอยู่ทำให้รถของเราผ่านไปไม่ได้ เขาเดินไปก้มดูและจับตัวชายชราคนนั้นเพื่อดูว่าเขายังมีชีวิตอยู่รึเปล่าและในจังหวะนั้นก็มีชายชุดดำร่างใหญ่เดินถือไม้หน้าสามเข้าไปหาซาโนะจากทางด้านหลังและใช้จังหวะที่ซาโนะกำลังทำการช่วยเหลือชายชราคนนั้นกำลังจะฟาดไม้หน้าสามลงไปบนแผ่นหลังของเขา

“ระวัง!!!!”ฉันตะโกนออกมาด้วยความตกใจะเพื่อช่วยบอกซาโนะให้ระวังตัว และเขาก็เหมือนจะรู้หันหลังกลับไปคว้าไม้หน้าสามที่กำลังจะฟาดลงไปที่แผ่นหลังของเขาได้ทันเวลาพอดี เขาบิดข้อมือชายคนนั้นให้ปล่อยไม้และเขาก็ทำสำเร็จข้างนอกเกิดการต่อสู้กัน ตอนแรกก็ทีแค่ซาโนะกับชายชุดดำตัวใหญ่คนนั้นเพียงสองคนแต่ตอนนี้มีเพิ่มมาอีกเกือบสิบคน

“ไอ้พวกมารผจญ!!!”ฉันกำหมัดแน่นแววตาเบอกโตแข็งกร้าวด้วยความโกรธ ถ้าไม่ติดพวกมันทั้งฉันต้นฝนคงจะได้ไปถึงท่าเรือของอีตาซาโนะเพื่อรอเวลาเรือออกและได้กลับบ้านสักที แต่ดูตอนนี้สิ!!!!!!

ตอนที่10มาแล้วนะคะ

อีพี่ซาโนะ คิดยังไงกันแน่นะถึงจะพาต้นฝนกลับประเทศไทยน่ะ

1คอมเม้นของรีดเดอร์

เท่ากับ1ร้อยล้านกำลังใจของไรท์

ขอบคุณค่ะ🙏🏻🥰❤️❤️🥰

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว