email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

[ 73 ] น้องสายเดี่ยวสีชมพู

ชื่อตอน : [ 73 ] น้องสายเดี่ยวสีชมพู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.8k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2564 07:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
[ 73 ] น้องสายเดี่ยวสีชมพู
แบบอักษร

มือเล็กล้วงลงไปที่ก้นชามใบใหญ่ซึ่งมันว่างเปล่าไม่มีอะไรเหลืออยู่ในนั้นอีกแล้ว นารินทร์เดินมาที่ถาดใส่ขนมขบเคี้ยวมันก็มีสภาพไม่ต่างกัน เพราะตลอดช่วงเวลากลางวัน เจ้าโอเลี้ยงคาบไปให้เธอกินทีละห่อจนหมดเกลี้ยง พอไม่มีขนม การนั่งดูโทรทัศน์มันก็เริ่มน่าเบื่อ 

“คุณยายขา หนูนาลงไปซื้อขนมข้างล่างได้ไหม”  

นารินทร์จำได้ว่าชั้นล่างมีร้านขนมเจ้าอร่อย ครั้นจะสั่งแม่บ้านลงไปซื้อให้ มันก็ไม่เหมือนกับเธอเดินไปเลือกเอง นารินทร์จึงเข้าไปอ้อนคุณยายที่กำลังนั่งอ่านตำราบนเก้าอี้โยก  

“ได้สิ แต่ห้ามออกจากตึกนี้นะ เข้าใจไหม”  

“คุณยายน่ารักที่สุด เดี๋ยวหนูชวนพี่แสนดีลงไปด้วยนะคะ”  

หญิงสาวเดินมาเคาะประตูหน้าห้อง โดยมีลูกแมวน้อยอีกตัวแอบตามมาด้วย ครรชิตหลบที่กระถางตรงไม้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหน้าประตู พอคนข้างในแง้มบานประตูออกมา ครรชิตก็อาศัยจังหวะนั้น เอาตัวเองแอบเข้าไปในห้องนอน 

“พี่แสนดีลงไปซื้อขนมกินกันค่ะ”  

“พี่หยิบกระเป๋าสตางค์ก่อนนะ”  

“ไม่ต้องค่ะ คุณยายให้ค่าขนมมาแล้ว พวกเรารีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวกลับมาไม่ทันละครช่วงค่ำ” นารินทร์ชูธนบัตรใบสีเทาที่คุณยายยอมควักออกมาจากกระเป๋าให้พี่สาวได้เห็น สองคนพี่น้องจึงพากันลงไปที่ชั้นล่าง 

 

 

ร้านค้าและร้านอาหารที่ใต้ตึกของโรงพยาบาลแห่งนี้ นารินทร์มักจะแวะเวียนมาเสมอ ร้านไหนมีขนมอร่อย เธอก็พาพี่สาวเข้าไปซื้อ จนสองคนพี่น้องแทบไม่มือจะหิ้วของ  

“ซื้อเยอะแยะแบบนี้จะกินหมดไหมคะ” แสนดีถามน้องสาวด้วยความเอ็นดู ในขณะวางถุงขนมที่ซื้อมาเอาไว้บนโต๊ะระหว่างรอนารินทร์เดินไปเลือกไอศกรีมที่หน้าตู้ 

“หมดสิคะ”  

เมื่อได้ไอศกรีมรสโปรด มือเล็กก็จับแผ่นกระดาษที่รองแท่งกรวยเอาไว้ก่อนจะใช้ปลายลิ้นเลียไปบนเนื้อไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อย อีกมือก็ยื่นไอศกรีมโคนให้พี่สาว ซึ่งตอนนี้ร้านไอศกรีมขนาดเล็ก กลับมีลูกค้าเข้ามาเยอะผิดปกติ เพราะสองสาวที่กำลังนั่นทานไอศกรีม 

 

ศรุตกำลังจะเดินขึ้นลิฟต์ส่วนตัว แต่ถูกคุณหมอจากแผนกศัลยกรรมเดินชนตรงมุมตึกด้วยความรีบร้อนของอีกฝ่าย ทำให้กระดาษเอกสารใบงานต่างๆ ถึงกับปลิวว่อน ชายหนุ่มจึงต้องก้มลงช่วยเก็บ 

“จะรีบไปไหนครับ” ศรุตถาม 

“ไอ้เต้ มันชวนไปดูสาวที่ร้านไอศกรีมครับ สวยทั้งคู่เลย ผมกลัวลงมาไม่ทันก็เลยรีบร้อนไปหน่อย ต้องขอโทษหมอรุตด้วยครับ” คุณหมอจากแผนกศัลยกรรมรีบรวบรวมกระดาษบนพื้น ก่อนจะผุดลุกขึ้นกะทันหัน เมื่ออ่านข้อความในโทรศัพท์มือถือ 

“หมอชัชครับลืมอีกแผ่น” ศรุตส่งเสียงเรียก โบกกระดาษในมือไปมา แต่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน แถมยังรีบเดินเข้าร้านไอศกรีม สร้างความลำบากให้คุณหมอศรุตต้องเดินถือกระดาษไปส่ง 

 

ในร้านมีคนเข้ามานั่งจนแน่นขนัดกว่าทุกครั้ง ศรุตมองเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังสุมหัวพูดคุยกันเสียงเบาราวกับมีประชุมลับ ชายหนุ่มเดินไปยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ 

“คุณเก็บมาไม่หมด”  

“ขอบใจมากหมอรุต”  

คุณหมอชัชเงยหน้าขึ้นไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปคุยเรื่องที่ค้างไว้ 

“สวยทั้งคู่เลย สวยหวานอย่างสาวกระโปรงฟ้าก็ดี น้องสายเดี่ยวสีชมพูก็ถูกใจสุดๆ ผมเลือกไม่ถูกเลยว่าจะจีบคนไหนดี” เสียงคุณหมอชัชเอ่ยออกมาพร้อมกับนัยน์ตาพราวระยับชนิดที่เก็บอาการไม่ได้เลย 

“ผมเห็นก่อนนะครับ สาวกระโปรงฟ้าผมจอง”  

“ถ้าอย่างนั้นผมจีบน้องสายเดี่ยวเอง”  

“ระวังคุกนะครับ น้องยังดูเด็กอยู่เลย” คุณหมอเต้ก็สนใจเด็กสาวคนนี้เช่นกัน แต่เกรงว่าอายุของเธอยังไม่ถึงสิบแปด เขาจึงเลือกสาวสวยอีกคนแทนเพื่อความปลอดภัย 

ศรุตมองตามเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมงาน พอมองเห็นว่าสองสาวที่เพื่อนกล่าวถึงเป็นใคร ใบหน้าหล่อก็บึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเห็นเครื่องแต่งกายของน้องสายเดี่ยวสีชมพู  

ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความร้อนบนศีรษะของตัวเอง ชุดที่เธอใส่ถึงจะไม่ได้โป๊เปลือยอะไร พวกเด็กวัยรุ่นทั่วไปก็ชอบใส่กัน ถ้าหากเนื้อผ้าของเสื้อสายเดี่ยวมันไม่รัดรึงไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง และช่วงล่างไม่ใช่กางเกงยีนขาสั้นที่อวดขาเรียวเล็กและขาวเนียนละเอียดน่าสัมผัส เขาก็คงไม่หัวร้อน!  

“คนไหนพวกคุณก็จีบไม่ได้ครับ” ศรุตบอกเสียงเข้ม 

“หมอศรุตอย่ามากั๊กกันสิครับ คุณมาทีหลังนะ พวกผมจองกันเรียบร้อย ปกติคุณก็ไม่สนใจผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้คิดจะมาจีบผู้หญิงแข่งกับพวกผมได้”  

“นั่น! เห็นไหม น้องสายเดี่ยวยิ้มให้ผมด้วย”  

นารินทร์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเลียไอศกรีมโคนในมือ มีความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง เธอจึงเงยหน้าขึ้น พอเห็นร่างสูงใหญ่ของคนคุ้นเคย เธอก็รีบส่งยิ้มหวานหยดให้กับคุณหมอศรุตทันที พร้อมกับส่งเสียงเรียก 

“พี่หมอรุต กินไอศกรีมกันค่ะ”  

“อ้าว...หมอรุตรู้จักน้องสายเดี่ยวด้วยหรือครับ”  

หมอชัชดึงแขนเสื้อหมอศรุตเพื่อซักถาม ทว่าอีกฝ่ายกลับเดินตรงลิ่วไปยังโต๊ะที่สองสาวนั่งทานไอศกรีม มือหนารวบเอาถุงหิ้วทั้งหมดขึ้นมาถือด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะยื่นอีกมือดึงคนตัวเล็กที่ยังทำหน้ายิ้มระรื่น แลบลิ้นเลียไอศกรีมด้วยความอร่อยให้ลุกขึ้นยืน 

“อ๊ะ! จะรีบไปไหนคะ หนูนากับพี่แสนดียังกินไม่หมดเลย”  

“ขึ้นห้อง” เขาทำเสียงดุใส่คนตัวเล็ก ก่อนจะหันบอกกับพี่สาวของเธอ “ไม่ซื้ออะไรแล้วใช่ไหมครับ จะได้ขึ้นไปพร้อมกันเลย”  

“ไม่แล้วค่ะ ฉันช่วยถือนะคะ” แสนดีจะรับถุงหิ้วแบ่งมาถือเอง แต่อีกฝ่ายขยับมือหลบ 

“ไม่เป็นไรครับ มันไม่หนัก”  

“เดี๋ยวสิหมอรุต จะรีบไปไหน แนะนำให้ผมรู้จักสาวๆ หน่อยสิครับ”  

หมอเต้เห็นเพื่อนคว้าข้อมือคนตัวเล็กก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าทั้งสองคนอาจจะมีอะไรที่พิเศษต่อกัน ทว่าหญิงสาวใบหน้าสวยหวานอีกคน เขาน่าจะพอมีหวัง 

ศรุตหยุดยืนอย่างมิอาจขัดได้ เพราะอีกฝ่ายเดินมายืนขวางทาง  

“ผมชื่อหมอเต้ครับ อยู่แผนกศัลยกรรม”  

ชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลา จึงแนะนำตนเองออกไป ในขณะที่สายตาก็จ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความสนใจ เรื่องหว่านเสน่ห์ใส่ผู้หญิงหมอเต้แห่งแผนกศัลยกรรมเป็นที่เลื่องชื่อ ด้วยความที่หน้าตาดีและฐานะทางบ้านเอื้ออำนวย ทำให้เขาสานสัมพันธ์กับผู้หญิงได้ง่าย 

“ผมหมอชัชครับ” อีกหนึ่งเสียงแทรกขึ้นมา 

“ตกลงคุณชื่ออะไรครับ ยังไม่บอกผมเลย” หมอเต้ถามย้ำอีกครั้ง 

“ชื่อแสนดี เธอเป็นภรรยาของเพื่อนผมครับ” ศรุตชิงตอบให้ 

“เธอเป็นพี่สาวของหนูนาว่าที่ภรรยาของผมด้วย”  

คำตอบของคุณหมอศรุตเล่นเอาคุณหมอหนุ่มทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้าง คนที่ไม่มีเค้าลางเรื่องผู้หญิงมาก่อนตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ กระทั่งทำงานมาหลายปีก็ยังห่างไกลจากการหาผู้หญิงมาคบหาเป็นแฟน ทว่าวันนี้กลับประกาศชัดเจนถึงว่าที่ภรรยา 

“อ๊ะ...ยินดีด้วยหมอรุต ผมคิดว่าคุณจะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตซะอีก บทจะหาแฟนทั้งที คว้าเด็กมาเลยนะครับ” แถมยังเป็นเด็กที่สวยและหุ่นดีจนเขานึกอิจฉา นายแพทย์หนุ่มแห่งแผนกศัลยกรรมอดที่จะสัพยอกไม่ได้ 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ”  

คุณหมอทั้งสองก็ได้แต่มองตามด้วยความเสียดาย ส่วนพยาบาลที่เดินสวนมาได้ยินคำพูดโดยบังเอิญ เธอก็รีบเอาข่าวสำคัญไปขยายที่แผนกของตนเองทันที จากปากหนึ่ง กระจายไปอีกปากหนึ่ง จนกระทั่งข่าวนี้กระจายไปทั่วโรงพยาบาลและถึงหูคุณหญิงพริ้มเพราในที่สุด 

 

 

ละครรอบค่ำใกล้ถึงเวลาฉาย ทว่าวันนี้กลับไม่มีใครสนใจที่จะนั่งชม เมริซ่าเข้าไปพักผ่อนในห้องส่วนตัวได้สักพัก แสนดีเองก็ไม่อยากเห็นหน้าแมวบางตัว พอกลับจากซื้อของก็เดินเข้าห้องล็อกประตูทันที ส่วนนารินทร์ถูกคุณหมอศรุตดึงตัวเข้าไปที่ห้องนอน ทั้งที่เธออยากจะนั่งกินขนมต่อกับโอเลี้ยงและชาช่า แต่ก็สู้แรงของผู้ชายตัวโตไม่ไหว 

“พี่หมอรุตหงุดหงิดอะไรคะ ตอนออกไปก็ยังดีอยู่ พอกลับมาทำไมถึงทำหน้ายักษ์ใส่หนูนาอีกแล้ว วัยทองหรือไงนะ ทำไมอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จนหนูนาตามไม่ทันแล้วนะคะ”  

ชายหนุ่มที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่ในช่วงของวัยทองหันขวับ ทำเอาคนปากกล้าเมื่อสักครู่รีบย่นคอหลบก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน 

“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม ชุดแบบนี้อย่าใส่อีก” เขามองชุดที่เธอใส่พร้อมกับดุไปด้วย 

“หนูนาใส่อยู่บ้านเองค่ะ” พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เจอคุณหมอศรุตที่ชั้นล่าง นารินทร์ก็หัวเราะแหะ พูดเสียงอ่อย “แต่ตอนลงไปซื้อขนมหนูนาลืมเปลี่ยน ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้ไปไหนไกลเลยค่ะ แค่ลงลิฟต์ไปชั้นล่าง พอซื้อเสร็จหนูนาก็ตั้งใจจะกลับขึ้นห้อง”  

“ถึงจะไม่ไกล แต่ข้างล่างมันเป็นส่วนของโรงพยาบาลนะครับ คนอื่นเดินกันให้ขวักไขว่ ชุดแบบนี้ใส่ลงไปได้ยังไง”  

“คนอื่นก็ใส่กันนะคะ บางคนใส่สั้นกว่าหนูนาอีก ชุดนี้คุณยายท่านเห็นก็ไม่ได้ห้าม พี่แสนดีก็ไม่ได้ว่าอะไร ทำไมคุณหมอต้องโกรธหนูนาด้วย” หญิงสาวทำหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม 

“ใครจะใส่แบบไหนผมไม่สนใจ แต่หนูนาห้ามใส่อีกเข้าใจไหมครับ เพราะผมไม่ชอบ”  

“มันไม่สวยตรงไหนคะ”  

“ผมไม่ชอบให้คุณเป็นอาหารตาของผู้ชายคนอื่น”  

ศรุตเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ของหนูนา ถือวิสาสะเปิดมันออก มือหนาเลื่อนชุดที่คนสูงวัยใส่กันเอาไว้อีกมุมของตู้ จากนั้นก็เลือกเสื้อผ้าของนารินทร์ในฝั่งของเด็กสาววัยใสทีละชุด ซึ่งชุดไหนมองแล้วขัดสายตาและรู้สึกไม่ชอบใจ เขาก็จะรูดมันออกจากไม้แขวนเสื้อ จับมันม้วนเป็นก้อนและปาลงไปในตะกร้าผ้าที่อยู่ข้างๆ  

“พี่หมอรุตจะทำอะไรคะ”  

“ทิ้ง”  

“หา! จะมาทิ้งของหนูนาได้ยังไง ชุดพวกนี้หนูนาเพิ่งสั่งมาเองนะคะ บางตัวยังไม่เคยใส่เลยด้วยซ้ำ” เธอรีบเข้าไปแย่งออกจากมือของเขา แต่คุณหมอศรุตชูมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ คนที่ตัวเล็กกว่าจึงเอื้อมไม่ถึง ต่อให้กระโดดอย่างไรก็คว้าไม่ได้แม้แต่ปลายผ้า 

“เอาคืนมานะ ไม่อย่างนั้นหนูนาจะฟ้องคุณยาย”  

“ตามสบายครับ” คุณหมอศรุตท้าทาย 

“หนูนาโกรธคุณหมอแล้ว”  

หญิงสาวเดินลงส้นไปทางเตียงนอน หอบผ้าห่มกับหมอนของตัวเองขึ้นมาเตรียมจะขนไปนอนที่ห้องคุณยาย แต่ก็ต้องชะงักเท้าหยุดนิ่งไม่กล้าเดินออกจากห้อง เพราะคำพูดประโยคถัดมาของชายหนุ่ม 

“จะแยกห้องนอนตลอดผมก็ไม่ว่านะครับ ถ้าตอนกลางวันหนูนาอยากอยู่ในร่างคุณยาย” ศรุตยังมุ่งมั่นในการเก็บเสื้อผ้าที่เขาไม่ชอบใจ เอามันมาทิ้งใส่ตะกร้าโดยไม่หันไปมองคนที่กำลังงอนเขา 

ผ้าห่มผืนที่นารินทร์กอดเอาไว้ เธอปล่อยมันลงพื้น ก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดแขนของคุณหมอศรุตด้วยท่าทีประจบ ถึงอย่างไรเธอก็ยังเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง พอมีโอกาสคืนร่างเดิมได้เธอก็ไม่อยากปล่อยผ่าน  

“ทิ้งให้หมดก็ได้ค่ะ หนูนาตามใจพี่หมอรุต”  

คนหวงของตอนนี้กลับเป็นฝ่ายดึงเสื้อผ้าออกมาทิ้งเอง 

“ชุดนี้” ศรุตรีบคว้ากระโปรงชุดนอนเนื้อผ้าบางเบาเอาไว้ทันก่อนที่นารินทร์จะดึงมันออกไป สายตาก็สำรวจดูลายลูกไม้บนนั้นกับรอยแยก รอยผ่าของชุดที่ดูเซ็กซี่ยวนใจ 

“หนูนาไม่เคยใส่ชุดนี้นะคะ” เธอรีบร้อนบอก เพราะชุดที่เขาถืออยู่หากเทียบกับชุดที่เธอใส่ตอนนี้ มันหนักหนาว่าหลายเท่า พี่หมอรุตคงไม่ถือไม้เรียวมาตีเธอใช่ไหม 

“ทำไมมีชุดนี้ด้วยครับ”  

“เอ่อ...หนูนาเห็นว่ามันน่าจะใส่สบายดีค่ะ คงเหมาะกับอากาศร้อนของที่นี่ หนูนาตั้งใจซื้อมาใส่อยู่บ้าน แต่ชาช่าไม่ให้ใส่ค่ะ เพราะมันเป็นชุดนอน แต่ถ้าเป็นชุดนอน หนูนาชอบแบบผ้านุ่มๆ มากกว่า ตัวนี้มันบางเกินไป หนูนาก็เลยยังไม่ได้ใส่สักที ถ้าพี่หมอรุตไม่ชอบ หนูนาจะรีบทิ้งเลยค่ะ”  

พอเธอจะเอาชุดออกจากไม้แขวนเสื้อ เขาก็เลื่อนมันหลบ 

“ชุดนี้ผมให้ใส่เฉพาะอยู่ในห้องนอนเท่านั้น”  

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวบอกออกไปด้วยความดีใจ อย่างน้อยชุดที่เธอซื้อมาก็ยังรักษาได้ตั้งหนึ่งชุด ในขณะที่อีกคนซ่อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเอาไว้ เพราะอยากเห็นเธอใส่ซะเดี๋ยวนี้ 

“พี่หมอรุตทิ้งชุดหนูนาหมดแบบนี้ หนูนาจะใส่อะไรคะ”  

“เอาไว้พรุ่งนี้เราไปซื้อชุดใหม่กัน”  

“ดีค่ะ พี่หมอรุตหายโมโหหนูนาแล้วใช่ไหมคะ”  

“...” เขาหายโมโหไปเกินครึ่งแล้ว ตั้งแต่เห็นชุดนอนไม่ได้นอนของเธอ แต่ก็ยังวางมาดขึงขังเอาไว้ ปล่อยให้ศีรษะเล็กถูไถไปที่ท่อนแขนของเขาอย่างออดอ้อน ทำตัวไม่ต่างจากลูกแมวน้อยที่เข้ามาคลอเคลีย  

“ผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย ไม่เหม็นเหงื่อเหรอครับ” ศรุตรวบคนตัวเล็กที่ช่างอ้อนเข้ามากอด เธอฝังจมูกลงบนแผงอกกำยำของอีกฝ่าย สูดดมกลิ่นกายจากตัวเขา 

“ไม่นี่คะ”  

ถึงจะมีเหงื่อชื้นเล็กน้อย แต่ตัวของคุณหมอศรุตก็ยังหอมสะอาด เจือกลิ่นน้ำหอมอ่อนจางและมันเป็นกลิ่นกายจากเขาที่เธอชอบ โดยเฉพาะเวลาที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาแบบนี้ 

“ดีกันนะคะ” นารินทร์เอานิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของคุณหมอศรุต ถ้าขืนคืนนี้ยังนอนหันหลังให้กันอย่างเมื่อคืน มีหวังพรุ่งนี้เธอก็ยังอยู่ในร่างคุณยายเช่นเดิม 

“…”  

“ทำยังไงถึงจะหายโกรธคะ”  

“อาบน้ำให้ผมสิครับ”  

คำขอของเขาเล่นเอาเธอหน้าแดง หากจะอาบน้ำก็ต้องถอดเสื้อผ้าของเขาออก นั่นก็เท่ากับเธอต้องเห็นเขาเปลือย ถึงจะเคยเห็นกันมาบ้าง มันก็แค่วับๆ แวมๆ เพราะเธอไม่กล้ามองเขาเต็มตา 

มือหนาปลดกระดุมกางเกงยีนของคนตัวเล็ก ค่อยๆ เลื่อนขอบกางเกงลงไปจากสะโพกกลมกลึง จนกระทั่งมันหล่นกองลงไปที่พื้น จากนั้นก็จัดการกับเสื้อสายเดี่ยวตัวน้อยที่มันคอยรบกวนจิตใจของเขาตลอดเวลาที่ได้ก้มมองเนินอกอวบขาว 

นารินทร์รีบใช้สองมือช้อนประคองหน้าอกเอาไว้ เมื่อปราศจากเสื้อผ้า 

“ไม่เห็นต้องถอดชุดเลย”  

“คุณไม่กลัวชุดเปียกเหรอ”  

“เปียกก็แค่เปลี่ยนเองค่ะ”  

“จะใส่ทำไมให้ยุ่งยากครับ อาบน้ำด้วยกันเลยก็ได้”  

“หนูนาอาบแล้วค่ะ”  

“อาบแล้วก็อาบใหม่ได้ เร็วสิครับ ถอดชุดให้ผมหน่อย”  

ชายหนุ่มจับมือเล็กนุ่มให้ขึ้นมาที่รังดุมด้านบน เพื่อให้เธอปลดมันออก นารินทร์ค่อยแกะมันอย่างช้าๆ ความรู้สึกแปลกใหม่ปนตื่นเต้นเขินอายเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้เขา 

กระดุมบนเสื้อเชิ้ตของเขาถูกถอดออกจนหมด สาบเสื้อแยกกว้างเผยให้เห็นแผงอกนูนแน่นที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน พวงแก้มขาวเนียนก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ 

“ยังเหลือกางเกงอีกครับ”  

คนตัวโตยังคงนำทางให้คนตัวเล็ก จับมือของเธอมาเกาะไว้ที่ขอบกางเกงของเขา พร้อมกับเร่งเร้าให้อีกฝ่ายทำตามที่เขาต้องการ “เร็วสิครับ เราคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคืนหรอกนะ”  

นารินทร์ปลดกระดุมกางเกงแต่ก็ยังลังเลที่จะดึงมันลง 

“พี่หมอรุตถอดเองได้ไหมคะ”  

เธอช้อนสายตาขึ้นมองเขา ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กดจมูกไปที่แก้มนุ่ม ลากผ่านไปที่ข้างใบหู กระซิบบอกอย่างยั่วเย้า 

“เห็นกันมาหมดแล้วยังจะอายอีกหรือครับ” 

ความคิดเห็น