email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

ชื่อตอน : [ 72 ] วัดขนาด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2564 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
[ 72 ] วัดขนาด
แบบอักษร

บรรยากาศภายในห้องอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงพูดคุยจนกระทั่งจบมื้ออาหาร พุดดิ้งนำของหวานขึ้นโต๊ะ ส่วนชาช่าเข้าไปที่ห้องนอนของคุณหมอศรุต เพื่อนำยามาให้นารินทร์รับประทานหลังอาหาร พอได้เห็นชาช่าอยู่ใกล้กับนารินทร์แบบนี้ ครรชิตก็นึกถึงคุณยายที่บ้านหนึ่งขึ้นได้ทันที  

“คุณยายบ้านผีสิงนั่นเอง”  

ครรชิตโพล่งออกไป เพราะบรรยากาศบ้านไม้หลังเก่ามันชวนให้คิด แถมลูกน้องแต่ละคนที่ส่งไปก็ชอบพูดแบบเดียวกัน นารินทร์ยังมีสีหน้างุนงง ครรชิตจึงถามถึงที่ตั้งของบ้านเธอ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าเป็นที่แห่งเดียวกันไม่ผิดแน่ 

ลูกแมวน้อยแยกเขี้ยวยิ้มกว้าง ในเมื่อเป็นคนกันเองคงจะคุยเรื่องซื้อขายได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาเหมือนคราวที่แล้ว บ้านหลังนั้นยังเป็นรอยด่างของโครงการใหญ่ซึ่งมีครรชิตเป็นคนดูแล ชายหนุ่มอยากให้มันสมบูรณ์ที่สุด 

“หนูนา ขายบ้านให้พี่นะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น 

“ไม่ขาย!” น้องภรรยาปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย 

“ทำไมล่ะ ในเมื่อจะย้ายที่อยู่ใหม่ บ้านหลังนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ทำไมยังไม่ขายให้พี่อีกครับ”  

“หนูนาอารมณ์ไม่ดีค่ะ หนูนาก็เลยไม่ขายให้พี่เขย!”  

ลูกแมวน้อยปีนไปตามแขนเสื้อของคุณหมอศรุตก่อนจะหยุดลงที่บ่ากว้าง โดยกระซิบเสียงเบาที่ข้างหูของเพื่อนสนิท “ไอ้รุต เมียมึงไม่ใช่เหรอจัดการที ทะเลาะก็ทะเลาะกันสองคน ทำไมพาลมาลงกับกูด้วยวะ”  

“ผิดแล้วขอรับ คุณหนูโกรธพี่ชายที่นอนอยู่ห้องนู้นต่างหาก” เสียงเล็กของลูกแมวน้อยอีกตัวที่ปีนตามมาเกาะอยู่ที่แผ่นหลัง ทำให้ครรชิตหันไปมอง คุณหมอศรุตเองก็หันไปมองเช่นกัน  

“วันนี้มีผู้หญิงหน้าไม่อายคิดจะมาแย่งคนรักพี่แสนดี”  

“ใคร!” ครรชิตยังไม่ทันเอ่ยปากถาม เสียงหวานที่เจือความเข้มข้นของอารมณ์บางอย่างก็ถามขึ้นมาเสียก่อน 

“นางชื่อตุลยาครับ พี่แสนดี” โอเลี้ยงชะโงกหน้าเหนือบ่ากว้างของคุณหมอศรุตเพื่อรายงานกับคุณหนูของตนเองซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม 

“หนูขอตัวนะคะคุณยาย” แสนดีไม่เอ่ยอะไรอีก จากนั้นก็ลุกออกจากเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าคนเป็นยายทราบดีถึงอาการแบบนี้ หลานสาวคงกำลังไม่พอใจอยู่เป็นแน่ 

 

คล้อยหลังหลานสาวคนโตที่เดินหายเข้าไปในห้องนอน สายตาของหญิงชราที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะก็พุ่งตรงมาที่ลูกแมวน้อยอย่างคาดโทษ น้ำเสียงแหบแห้งแต่ดุดันเหมือนครั้งแรกตอนครรชิตพบกับคุณยายที่บ้านเรือนไทยไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาทุกคนที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้ง 

“นางคนนั้นเป็นคนรักเจ้ารึ!”  

“อูย…เรื่องนี้เลี้ยงจะไม่ยุ่ง” โอเลี้ยงกระซิบบอกก่อนจะถอยหลังร่วงกรูดไปตามเสื้อของคุณหมอ จากนั้นก็กระโดดไปขี่หลังพี่ชาช่าของตนแทน เมื่อเห็นเค้าลางบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นรอบกายของนายท่านเมริซ่า 

“ผมขอเข้าไปเคลียร์งานก่อนครับ” ศรุตบอกกับเมริซ่าในขณะวางลูกแมวน้อยที่เกาะบนบ่าตนลงไว้ที่โต๊ะอาหาร เรื่องแบบนี้ใครเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ด้วยตัวเอง ตอนนั้นเขาก็เตือนแล้ว อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงที่ชื่อตุลยา  

“ไม่ใช่นะครับ” ครรชิตรีบปฏิเสธ มองตามแผ่นหลังกว้างจากร่างสูงใหญ่ของหมอศรุตด้วยแววตาเคืองๆ เพื่อนสนิทกลับทิ้งเขาให้เผชิญชะตากรรมคนเดียว ไม่คิดจะช่วยกันเลยหรือไง เขาได้แต่โอดครวญในใจ 

“แต่ดูนางมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน แถมมารดาของเจ้ายังเคยรับปากจะให้นางเป็นลูกสะใภ้ด้วยมิใช่รึ” เมริซ่าคาดคั้น 

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ ผมไม่ได้พิศวาสตุลยาเลยนะครับ ด้วยความสัตย์จริง ผมแค่อยากสืบไปถึงต้นตอของคนที่โกงกินบริษัท มันก็มีบ้างในบางครั้งที่ผมต้องไปไหนมาไหนกับเธอ แต่มันไม่มีอะไรจริงๆ นะครับ”  

เมริซ่ามองลึกเข้าไปในดวงตาวาววับของลูกแมวน้อยก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมา “อย่าให้มีเรื่องเช่นนี้อีก เมื่อก่อนเจ้าเป็นเช่นไร เราจะมองข้าม แต่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเขยของตระกูลเราแล้ว หวังว่าเจ้าคงจะไม่ทำให้หลานสาวของเราเสียใจ”  

“ครับคุณยาย” ลูกแมวน้อยทำคอตก ทำไมเขาเป็นหลานเขยที่มักจะโดนดุเสมอด้วยนะ ครรชิตในร่างแมวตรงเข้าไปที่ห้องนอนของตัวเอง ศีรษะเล็กดันไปที่ช่องลอดของแมว แต่มันติดล็อก 

เขาเรียกคนที่อยู่ในห้องแต่ก็ไม่มีเสียงขานตอบ จะเอากุญแจมาไขห้องเข้าไป อุ้งเท้าเล็กอย่างแมวก็หยิบจับอะไรได้ไม่สะดวก แถมลูกบิดประตูก็อยู่สูงขนาดนั้น ครรชิตจึงเดินมาที่ห้องทำงานของเพื่อนสนิทแทน 

 

 

ชายหนุ่มที่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องคาวโลกีย์ แต่ทฤษฎีพวกนี้ก็พอรู้บ้าง ศรุตกำลังนั่งเปิดเว็บไซต์แห่งหนึ่งซึ่งมีข้อความอธิบายเกี่ยวกับการวัดขนาดให้เหมาะสมกับขนาดถุงยางอนามัย 

ศรุตก้มมองต่ำที่หว่างขาของตัวเอง ถ้าหากจะวัดได้ก็ต้องทำให้มันมีสภาพพร้อมใช้งานก่อนสินะ จังหวะที่เอื้อมมือลงไปเพื่อรูดซิป เสียงลูกแมวก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง 

“ทำอะไร” ครรชิตอ่านข้อความบนนั้น นัยน์ตาวาววับซ่อนรอยยิ้มเอาไว้อย่างเจ้าเล่ห์ 

“จะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อนวะ”  

“อ้าว...ทุกทีกูก็ลอดช่องแมวเข้ามา เคยเคาะซะที่ไหน”  

ศรุตมองไปที่ช่องทางลอดของแมวที่อยู่ตรงตีนประตู เป็นเขาเองที่อยากอำนวยความสะดวกให้กับเพื่อน จึงได้ให้ช่างมาเจาะช่องเอาไว้ ถ้ารู้จะมีวันนี้เขาคงไม่คิดหาทำอย่างเด็ดขาด ดีนะที่เขายังไม่ได้ดึงบางส่วนออกมา 

“นึกไงถึงได้ดูเว็บถุงยาง อย่าบอกนะว่ามึงคิดจะนอกใจหนูนาแล้วไปลองหาประสบการณ์กับผู้หญิงคนอื่น”  

“ไอ้เคน มึงอย่าเสียงดังไป” ศรุตรีบใช้มือปิดปากลูกแมวน้อยไม่ให้ส่งเสียงพูด “เดี๋ยวคนอื่นมาได้ยินจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ คุณยายยังไม่อยากให้กูมีลูก หนูนาก็สุภาพไม่ค่อยแข็งแรง กูเลยต้องเป็นฝ่ายป้องกันเอง”  

“รีบปล่อยกูเลยนะไอ้หมอ! เอามือไปจับอะไรมาหรือยังก็ไม่รู้” ลูกแมวดิ้นขลุกขลักส่ายหน้าไปมาเพื่อให้ตัวเองหลุดจากมือหนาของเพื่อน ตอนเขาเข้ามาก็เห็นอยู่ว่าเพื่อนตั้งใจจะทำอะไร ไม่ใช่มันแอบจับไปแล้วนะ 

“เข้ามาทางไหนก็ออกไปทางนั้นเลย กูจะได้ลงไปซื้อของ”  

“ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้” สายตาของครรชิตเห็นสายวัดวางขดอยู่บนโต๊ะทำงานก็พยายามจะไม่หลุดเสียงหัวเราะออกมา “ผู้เชี่ยวชาญนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน” อุ้งเท้าแมวปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที ก่อนจะใช้สายตามองไปที่เป้ากางเกงของเพื่อนสนิท และทำท่านึกคิด 

“แค่มองก็รู้แล้ว มึงซื้อขนาดสี่สิบเก้าก็พอ”  

ศรุตมองหน้าลูกแมวเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไร ทว่าอีกฝ่ายก็ยังพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติพร้อมกับใบหน้าสุดน่ารัก จ้องมองเขาด้วยดวงตาวาววับใสซื่อของลูกแมวน้อย 

“เลือกแบบบางพิเศษนะ จะได้ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่ แต่ถ้าอยากตื่นเต้นเร้าใจก็หาแบบผิวไม่เรียบมาใช้ก็แล้วกัน อ๊ะ! แต่อย่าเลย... กูว่าเอาแค่ระดับเบสิกไปก่อนเถอะ ชั่วโมงบินยังน้อยด้วยกันทั้งคู่” ลูกแมวน้อยยังคอยให้คำชี้แนะ 

“ฮืม...ขอบใจ เดี๋ยวกูลงไปซื้อของก่อน”  

ศรุตเดินออกจากห้องทำงาน เสียงประตูปิดดังขึ้นไม่เท่าไร ร่างเล็กของลูกแมวน้อยก็สั่นไหว “มันจะใส่เข้าไปได้ไหมเนี่ย” ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น 

ครรชิตอยากเห็นสีหน้าของเพื่อนเหลือเกิน ตอนที่ใช้งานไม่ได้จริงๆ เพราะขนาดห้าสิบหกที่ว่าใหญ่ ตอนเขาใช้ยังให้ความรู้สึกอึดอัดไม่สบายกายจนต้องสั่งขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยจากเมืองนอกมาใช้งาน ซึ่งหมอศรุตเพื่อนของเขาก็มีรูปร่างสูงใหญ่ไม่ต่างจากเขาและของจริงก็พอจะเคยเห็นมาบ้าง ตอนที่ยืนยิงกระต่ายในห้องน้ำ ความอลังการก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย 

“ช่วยไม่ได้นะ อยากให้กูโดนคุณยายดุคนเดียว คืนนี้อดไปเถอะ!”  

 

 

ศรุตลงไปชั้นล่างสุดเพื่อเลือกซื้อของที่จะใช้งานในคืนนี้ แต่ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในตึกของโรงพยาบาลก็เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี มิหนำซ้ำยังมีเหล่าคุณหมอและพยาบาลเดินกันให้ขวักไขว่เต็มไปหมด ชายหนุ่มที่รู้สึกหน้าบางกับเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตก็ให้รู้สึกขัดเขิน เขาจึงเดินออกไปที่ถนนใหญ่หน้าโรงพยาบาล เดินไปตามบาทวิถีและไปไกลถึงสามป้ายรถเมล์ 

ชั้นวางของที่ตั้งขายแต่เฉพาะถุงยางอนามัย มันเยอะจัดจนคุณหมอตื่นตะลึง โชคดีที่เพื่อนให้คำแนะนำมาก่อน ไม่อย่างนั้นเขาเองก็คงเลือกไม่ถูก บางอันมีกลิ่น บางอันมีรส บางอันมีผิวเรียบและขรุขระ มือหนาเอื้อมไปหยิบกล่องเล็กที่ระบุ [ขนาด 49 มม.] ขึ้นมาพร้อมกับเดินไปชำระเงินตรงเคาน์เตอร์ 

ถึงจะสวมแว่นตากันแดดสีดำเอาไว้ แต่ศรุตก็ยังมองเห็นสายตาแปลกประหลาดของพนักงานขายที่พยายามกลั้นยิ้มบางอย่างในขณะมองร่างสูงใหญ่ของเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 

‘เวลาไอ้เคนมันซื้อถุงยางมันถูกกดดันแบบนี้ไหม’ คุณหมอศรุตอดสงสัยไม่ได้ แต่ก็รู้สึกโชคดีที่เขาหยิบแว่นกันแดดติดมือมาด้วย ความกระดากอายจึงค่อยบรรเทาลง  

‘คราวหน้าสั่งซื้อจากในเว็บไซต์แบบไอ้เคนก็แล้วกัน’  

 

 

ช่วงพลบค่ำนารินทร์กลับคืนร่างเดิมของตนเองได้ เธอออกมาก็ไม่เห็นคุณหมอศรุต จึงนั่งรออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ส่วนครรชิตที่ยังเข้าห้องนอนของตัวเองไม่ได้ เพราะแสนดีปิดล็อกช่องแมวเอาไว้ ครั้นจะให้เพื่อนช่วยไขกุญแจห้อง อีกฝ่ายก็ดันรีบลงไปซื้อของ ครรชิตในร่างลูกแมวน้อยจำต้องลงไปนอนบนเบาะแมวของตัวเอง 

“หนูนาบ้านหลังนั้นพี่ให้ราคาดีนะ”  

ครรชิตยังไม่ละความพยายาม เมื่อเห็นน้องภรรยากำลังนั่งกอดชามข้าวโพดคั่วใบใหญ่ที่วางอยู่บนตัก สายตาก็จ้องมองภาพการ์ตูนในโทรทัศน์ไปด้วยพร้อมรอยยิ้ม ชายหนุ่มจึงเดาว่าเธอน่าจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง 

“ราคาดีก็ไม่ขายค่ะ หนูนาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินพี่เขยก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอคะ” มือเล็กล้วงเอาข้าวโพดคั่วหอมกลิ่นเนยเข้าปากอีกครั้งโดยไม่คิดหันไปมองพี่เขยในร่างแมว 

“หนูนามีอะไรอยากได้ไหม เผื่อพี่จะหามาให้ได้นะครับ” ครรชิตจำได้คราวก่อน เธอก็อยากได้อะไรที่แปลกประหลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว  

“คุณหนูไม่ฟังเคนจังหน่อยหรือขอรับ ถ้าเกี่ยวกับคุณหมอศรุต เคนจังน่าจะช่วยคุณหนูได้” ลูกแมวน้อยที่ชื่อโอเลี้ยงเสนอความเห็น 

“พี่เขยช่วยได้จริงเหรอ”  

“ลองบอกมาก่อนสิ เผื่อพี่ช่วยได้”  

“หนูนาอยากได้ของเล่นคืน แต่พี่หมอรุตให้รอวันว่าง หนูนาคงรอไม่ไหวหรอกค่ะ” นารินทร์บ่นให้ครรชิตในร่างแมวฟัง 

“ไม่เห็นจะยากเลย ปรุงใหม่ก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ”  

“นั่นสิ ทำไมหนูนาถึงคิดไม่ได้นะ แต่จะปรุงอย่างไรเล่า ตำราก็อยู่ที่บ้านของหนูนาค่ะ ถ้าหากหนูนาขอกลับบ้าน พี่หมอรุตต้องทราบแน่เลยว่าหนูนาจะกลับไปเอาอะไร”  

“เรื่องนี้เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง” 

ความคิดเห็น