email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : อาการออก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2564 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อาการออก
แบบอักษร

“น้ำทำไมวันนี้ดูหน้าซีดๆไม่สบายรึเปล่า” อิฐที่เดินมาโต๊ะประจำของพวกเค้าทักสายน้ำขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นมาอังหน้าผากของเพื่อนตัวเล็ก เพราะว่าหน้าของสายน้ำตอนนี้นั้นค่อนข้างที่จะซีด จากปกติแก้มที่เคยแต้มไปด้วยสีชมพูบัดนี้เหลือแต่สีขาวซีดให้ได้เห็น

“น้ำรู้สึกเวียนๆหัวน่ะ” สายน้ำพูดตอบพร้อมกับฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ

“แล้วนี่เฮียรู้รึเปล่าว่าน้ำมีอาการแบบนี้”

“พี่กายเข้าบริษัทตั้งแต่เช้าแล้ว วันนี้พี่ทับเลยมาส่ง”

“ไปหาหมอมั้ยเดี๋ยวอิฐพาไป วิชานี้ไม่ต้องเข้าเรียนก็ได้อาจารย์ไม่ได้เคร่งมาก”

“ไม่ต้องหรอกน้ำไม่ได้เป็นอะไรมาก ขอนอนพักแป๊บนะเดี๋ยวก็หาย” สายน้ำพูดพร้อมกับฟุบหน้าลงไปที่โต๊ะตามเดิม

อิฐที่เห็นหน้าเพื่อนไม่ค่อยดีจึงถ่ายรูปของสายน้ำที่นอนฟุบหันหน้ามาทางตัวเองส่งให้วายุดู

ติ๊ง!!!

วายุที่กำลังนั่งคุยงานกับวาโยอยู่ก็หยิบมือถือขึ้นมาดูที่หน้าจอโดยไม่ได้เข้าไปดู เพราะเห็นว่าเป็นอิฐที่ส่งรูปอะไรสักอย่างมาให้ก็เลยไม่ได้สนใจที่จะเปิดดูก่อนที่จะหันไปคุยงานต่อกับพี่ชาย

วันนี้เค้าต้องเข้าประชุมในฐานะผู้บริหารคนหนึ่งตอนเก้าโมงเช้า จึงทำให้ต้องออกมาแต่เช้าเพื่อเตรียมตัว เค้าเลยให้ทับเป็นคนไปส่งสายน้ำไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแทน นี่เป็นอาทิตย์ที่สองที่เค้าเข้ามาฝึกงาน แต่จะเรียกว่าฝึกงานก็ไม่ถูกซะทีเดียว เรียกว่ามาทำงานน่าจะใช่มากกว่า เพราะว่าเค้าเข้ามาทำงานตามปกติเหมือนกับที่เข้ามาทำก่อนหน้านี้

“ใครส่งอะไรมาวะ ไม่เปิดดูหน่อยเหรอเผื่อมีเรื่องด่วน” วาโยที่เห็นน้องชายยกมือถือขึ้นมาดูแล้วก็วางไว้ตามเดิมจึงเอ่ยถามขึ้น

“รุ่นน้องที่มหา'ลัยส่งรูปมาน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

“เออๆงั้นก็คุยงานต่อ เดี๋ยวบ่ายๆจะได้เข้าไปดูรถที่เอาเข้ามาใหม่กัน”

“น้ำไหวมั้ยเนี่ย หน้าน้ำซีดมากเลยนะ เบลว่าน้ำไปหาหมอดีกว่ามั้ย” พอหมดคาบเรียนช่วงเช้าเบลก็หันมาถามเพื่อนอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเพื่อนตัวเล็กของเธอนั้นหน้าซีดลงกว่าเมื่อเช้านี้มาก

“ฮึ เราไม่ไปเราอยากนอนมากกว่า” สายน้ำบอกกับเพื่อนพร้อมกับส่ายหัวไปด้วย

“อย่าส่ายๆเดี๋ยวก็เวียนหัวขึ้นมาอีกหรอก” อิฐรีบจับหัวของสายน้ำไว้ทันทีเพราะกลัวว่าเพื่อนของเค้าจะเกิดเวียนหัวขึ้นมาอีก

“แล้วนี่พี่วายุไม่โทรกลับมาเลยเหรออิฐ” เป็นออกัสที่ถามอิฐขึ้นมา

“ไม่โทรมาเลยตั้งแต่เช้าที่เราส่งรูปให้ดู โทรไปก็ไม่รับ” อิฐเองที่ชักเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาตงิดๆ เพราะว่าเพื่อนตัวเล็กของเค้านั้นดื้อไม่ยอมไปหาหมอท่าเดียว คนที่พอจะเกลี้ยกล่อมได้ก็ดันไม่รับสายแล้วก็ไม่ยอมโทรกลับมาซะอีก พอโทรไปหาหินผารายนั้นก็ดันปิดเครื่องซะงั้นอะไรจะพร้อมใจกันขนาดนี้

“พี่กายน่าจะเข้าประชุมหรือไม่ก็งานยุ่งอยู่น่ะ ไม่ต้องโทรหาพี่กายหรอกน้ำไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย เดี๋ยวจะทำให้พี่กายเสียงานเปล่าๆ”

“เฮ้อ! งั้นเราไปหาข้าวกินกันเลยมั้ยเดี๋ยวจะได้ให้น้ำกินยาแล้วก็พากลับไปพักที่ห้อง” เบลถอนหายใจและพูดออกมา

ใจจริงเค้าอยากจะพาเพื่อนไปหาหมอซะมากกว่าแต่เพื่อนเค้านี่สิ บทจะดื้อก็ดื้อใช่ย่อยซะเมื่อไหร่กัน พวกเค้าอุตส่าห์ช่วยกันพูดช่วยกันเกลี้ยกล่อมกันอยู่ตั้งหลายรอบก็ยังไม่สำเร็จ

“น้ำกินอะไรดีเดี๋ยวเราไปซื้อมาให้” ออกัสหันไปถามเพื่อน

“อืมม น้ำขอยำวุ้นเส้นแล้วกันเอาแบบเผ็ดๆแล้วก็เปรี้ยวๆนะ น้ำอยากกินเผื่อจะหายเวียนหัว”

“แต่มันจะไม่แสบท้องเหรอน้ำ เมื่อเช้าก็ไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ”

“แต่เราอยากกินมากเลยจริงๆนะ” สายน้ำพูดพร้อมกับทำท่าเหมือนจะร้องไห้

“ก็ได้ๆเดี๋ยวเราไปสั่งให้นะแต่เอาแบบไม่เผ็ดมากแล้วกันนะ เดี๋ยวจะปวดท้องเอา” ในที่สุดออกัสก็ต้องเดินไปซื้อยำมาให้กับเพื่อนตัวเล็ก เพราะไม่สามารถทำใจขัดได้

“อื้อออ อร่อยมากเลยอิฐ เบล กัส ลองชิมสิ” พอได้กินอะไรเผ็ดๆเปรี้ยวๆ หน้าตาของสายน้ำก็ดูดีขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังคงซีดอยู่

“หือออ นี่มันเปรี้ยวมากเลยนะน้ำระวังจะแสบท้องแล้วโดนพี่วายุดุเอาเบลไม่รู้เรื่องด้วยนะ” เบลที่ลองตักชิมดูถึงกับต้องร้องออกมา ตามด้วยออกัส และอิฐ ที่ร้องออกมาและทำหน้าตาไม่ต่างกันเลย

“ไม่เห็นจะเปรี้ยวตรงไหนเลย ชิ๊! เบลอ่ะไม่รู้จักของอร่อย” สายน้ำพูดไปก็ตักยำเข้าปากไปอย่างเอร็ดอร่อย

“จ้ะๆ งั้นก็กินเข้าไปเยอะๆ เบลเห็นน้ำกินได้ก็ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย แล้วนี่น้ำหายเวียนหัวรึยัง”

“ก็หายแล้วนะ ไม่เวียนหัวแล้วสงสัยเมื่อคืนเราคงจะนอนดึกไปหน่อยมั้ง” สายน้ำทำท่านึกแล้วจึงตอบเพื่อน

“ยังไงเดี๋ยวถึงห้องน้ำก็กินยาแล้วก็นอนพักอีกหน่อยก็แล้วกันเดี๋ยวพวกเราอยู่เป็นเพื่อนเอง เผื่อเกิดเป็นขึ้นมาอีกเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะยิ่งไปกันใหญ่”

“จ้าคุณพ่ออิฐ น้องน้ำจะปฏิบัติตามทุกคำบัญชาเลยครับผม”

“ล้อเลียนอิฐเหรอหึ๊ มานี่เลยมา นี่แน่ะๆ” อิฐทำท่าล็อกคอสายน้ำแล้วเขกลงที่หัวเบาๆ

“อิฐ ปล่อยก่อนน้ำเวียนหัว” สายน้ำที่เริ่มมีอาการเวียนหัวขึ้นมาอีกรอบรีบร้องบอกเพื่อน

“อ้าวไหนบอกว่าหายแล้วไง ไหนมาดูหน่อย” อิฐรีบปล่อยแขนออกจากคอของสายน้ำทันที แล้วจับหน้าของสายน้ำให้หันไปทางเค้าเพื่อดูว่าหน้าของเพื่อนนั้นยังซีดอยู่หรือไม่

“แหะๆ ก็ยังมีนิดหน่อยน่ะ แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วล่ะถ้าได้นอนพักสักหน่อยก็คงจะหาย”

พอทุกคนมาถึงคอนโดโดยรถของอิฐแล้วนั้น ก็ต่างพากันแยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องก่อนที่จะพากันมารวมตัวอยู่ที่ห้องของสายน้ำ

ทางด้านสายน้ำพอถึงห้องได้ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดที่สบายๆแล้วล้มตัวนอนที่เตียงนุ่มทันที ก่อนนอนอิฐก็ไม่ลืมที่จะให้เพื่อนตัวเล็กของเค้าได้กินยาแก้วิงเวียนไปด้วย

เค้าทั้งสามคนผลัดกันเดินเข้ามาดูสายน้ำในห้องนอนเป็นพักๆ จากนั้นก็นั่งๆนอนๆดูซีรีส์กันบ้างเล่นเกมกันบ้าง

แกร็ก!!!

วายุที่เปิดประตูเข้ามาเจอเพื่อนของคนรักนั่งกันอยู่ที่โซฟาพร้อมหน้าก็เลิกคิ้วขึ้นเป็นการถาม เมื่อเจอสายตาเหมือนจะไม่พอใจของทั้งสามคนมองมาที่เค้าเป็นตาเดียวกัน

“มือถือเฮียอยู่ไหน ไม่ได้ใช้แล้วเหรอไง หรือว่าเอาไปไว้ใช่คู่กับครกแล้ว” เป็นอิฐที่พูดขึ้นมาคนแรกด้วยความอัดอั้นที่มีมาตั้งแต่เช้า ในบรรดาเพื่อนของสายน้ำทั้งหมดก็เห็นจะมีแต่อิฐนี่แหละที่กล้าต่อกลอนกับบรรดาเฮียๆทั้งหลาย

“ก็ใช้อยู่ ทำไม” วายุถามด้วยความไม่เข้าใจ

“แล้วโทรไปทำไมเฮียไม่รับ ส่งรูปไปให้ก็ไม่ดูแล้วก็ไม่โทรกลับด้วย ถ้าน้ำเกิดเป็นอะไรร้ายแรงหรือเป็นอะไรไปมากกว่านี้นะเฮียก็คงไม่ทันได้ช่วยหรือได้ดูใจน้ำหรอก” อิฐใส่มาเป็นชุดด้วยอารมณ์ที่จัดเต็ม จนเบลและออกัสยังต้องอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าเพื่อนของเธอจะกล้าพูดกับวายุถึงขนาดนี้

“ตัวเล็กเป็นอะไรแล้วตอนนี้ตัวเล็กอยู่ที่ไหน” วายุที่ได้ยินอิฐพูดถึงกับตกใจ นี่เค้าพลาดอะไรไป เพราะวันนี้หลังจากประชุมเสร็จเค้าก็มานั่งสรุปงานกับวาโยเค้าเห็นอยู่ว่าอิฐส่งรูปมาให้แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะอยากจะคุยและสรุปให้มันจบเร็วๆ พอตอนบ่ายวาโยก็พาเค้าเข้าไปดูรถที่เพิ่งนำเข้ามาในโรงงานและบวกกับที่รถที่นำเข้ามานั้นมีปัญหาจึงต้องคุยกับทางต่างประเทศอยู่เป็นนานสองนาน พอคุยเสร็จรถที่จะต้องจัดส่งให้กับลูกค้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาอีกจึงทำให้กินเวลาเข้าไปอีก เค้าเลยไม่ได้สนใจมือถือที่ถูกปิดเสียงไว้ตั้งแต่เข้าไปในโรงงานเลย

“คือว่าอย่างนี้ค่ะ น้ำมีอาการเวียนหัวแล้วก็หน้าซีดมากตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ จนไม่ยอมกินอะไรเลย พวกเราจะพาไปหาหมอน้ำก็ไม่ยอมไปท่าเดียว พอตอนกลางวันน้ำให้สั่งยำมาให้กินก็ดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็กลับมาเป็นอีกพวกเราจะพาไปหาหมอก็ไม่ยอม อิฐเลยพากลับมาที่ห้องแล้วก็ให้กินยานอนพักค่ะ” เบลที่เห็นอิฐไม่ยอมตอบอะไรวายุไป เธอเลยต้องเป็นคนตอบแทน เพราะกลัวว่าจะเกิดศึกขึ้นซะก่อน เธอรู้ดีว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอนั้นรักเพื่อนตัวเล็กของเธอมากขนาดไหน

พอเบลพูดจบวายุก็แทบจะพุ่งเข้าไปที่ห้องนอนโดยทันทีด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด

วายุมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเตียงและนั่งลงข้างๆคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ เค้ามองไปที่หน้าของคนรักที่ตอนนี้ซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด มือใหญ่ยกขึ้นไปลูบตามหน้าและริมฝีปากของคนกำลังหลับอยู่อย่างรู้สึกผิด

“พี่กายขอโทษนะครับ” เจ้าตัวพูดได้แค่นั้น ก็ได้แต่นั่งมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด จริงอย่างที่รุ่นน้องเค้าบอกถ้าเกิดคนตัวเล็กของเค้าเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นมาจริงๆเค้าคงจะไม่ทันที่จะได้ช่วยหรือได้มาดูใจเป็นแน่

พอนึกได้ดังนั้นเจ้าตัวก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบมือถือขึ้นมากดดูรูปที่อิฐส่งมาให้ตั้งแต่เช้า รูปที่เค้าเห็นคือคนรักของเค้ากำลังนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว และยังเห็นมิสคอลจากอิฐอีกหกสายด้วยกัน ทำไมเค้าถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ถ้าเค้าเสียเวลาที่จะเปิดดูสักหน่อยก็คงจะรู้ว่าตัวเล็กของเค้านั้นเป็นอะไรและเกิดอะไรขึ้น เค้าสัญญากับตัวเองไว้เลยว่าต่อจากนี้ไปเค้าจะเปิดดูทุกข้อความที่ทุกคนส่งมาไม่ว่าเค้าจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม จะไม่ยอมปิดเสียงมือถือถ้าหากไม่มีจำเป็นจริงๆ

แกร็ก!!

ประตูห้องเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง ทุกคนหันไปมองวายุที่เดินหน้าเครียดออกมาจากห้อง แล้วมานั่งข้างๆดินที่มาได้สักพักแล้ว

“ตัวเล็กมีอาการยังไงบ้าง แล้วกินยาอะไรไปแล้วบ้าง” วายุหันไปถามเบล

“เห็นน้ำบ่นว่าเวียนหัวค่ะพอเดินแล้วเหมือนหน้าจะมืดตลอดเวลา แต่ก็เป็นพักๆนะคะ แล้วก็เหมือนจะอยากนอนอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ขนาดตอนอยู่ในห้องเรียนน้ำยังฟุบหลับลงกับโต๊ะเลยค่ะ คงจะไม่ไหวจริงๆเพราะปกติแล้วถ้าได้เข้าห้องเรียนน้ำจะตั้งใจเรียนมากๆ เห็นน้ำบอกว่าเป็นเพราะเมื่อคืนน่าจะนอนดึก พวกเราเลยให้แค่ยาแก้วิงเวียนกินน่ะค่ะ” วายุได้แต่พยักรับ เดี๋ยวถ้าสายน้ำตื่นขึ้นมาแล้วไม่ดีขึ้นเค้าคงต้องพาไปหาหมอแล้วจริงๆ

“แล้วนี่มึงจะพาน้องน้ำไปหาหมอรึเปล่าวะ แล้วถ้าเกิดน้องยังไม่หายแล้วพรุ่งนี้ใครจะอยู่ดูน้องวะพวกนี้ก็มีเรียนกันด้วย” ดินถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนยังมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่

“เดี๋ยวคงต้องดูอาการก่อน ไม่ว่าอาการจะดีขึ้นหรือยังไงพรุ่งนี้กูคงให้ตัวเล็กหยุดพักก่อน เดี๋ยวกูจะอยู่ดูเอง ขอบใจทุกคนมากที่คอยดูแลตัวเล็กให้” วายุพูดตอบดินแล้วก็หันมาของคุณรุ่นน้องที่นั่งมองหน้าเค้าอยู่

หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมันไปแล้ว วายุก็กดโทรสั่งข้าวต้มไว้ให้กับสายน้ำและข้าวให้กับตัวเอง และพอจัดการอาบน้ำตัวเองจนเสร็จเรียบร้อยเจ้าตัวจึงมานั่งมองหน้าคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงอีกรอบ ซึ่งก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าตอนเย็นที่เข้ามาเห็นในตอนแรก

วายุหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบจะทุ่มหนึ่งแล้ว จึงจะปลุกคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมากินข้าวก่อน เพราะถ้านอนนานกว่านี้คืนนี้คงจะไม่ได้หลับเป็นแน่

“ตัวเล็กครับ ตื่นได้แล้วครับคนดี” วายุค่อยๆใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปที่แก้มใสของคนนอนหลับอยู่

“ตัวเล็กครับ ตื่นมากินข้าวก่อนนะครับ” วายุที่เห็นคนตรงหน้าเริ่มที่จะขมวดคิ้วแล้วก็เลยลองเรียกดูอีกครั้ง

“อื้ออ” สายน้ำนอกจากจะไม่ลืมตาแล้วยังหันหน้าหนีแล้วดึงหมอนขึ้นมาปิดหน้าอีกต่างหาก

“หึๆ นอนตอนเย็นยังขี้เซาเลยเหรอครับ” วายุพูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มเอ็นดูคนตรงหน้า

“ตัวเล็กครับลุกขึ้นมากินข้าวก่อนครับเดี๋ยวจะปวดท้องเอานะ เห็นเบลบอกว่าวันนี้ทั้งวันตัวเล็กกินยำไปแค่จานเดียวเองใช่มั้ยครับ ลุกขึ้นก่อนเร็วครับคนดีของพี่กาย” วายุพูดพร้อมหยิบหมอนออกจากหน้าของคนรักไปด้วย

“อื้ออ น้องยังง่วงอยู่เลยครับพี่กาย” สายน้ำตอบกลับมาด้วยเสียงที่แหบแห้งเล็กน้อย แต่ก็ยังคงหลับตาอยู่

“เดี๋ยวค่อยนอนต่อนะครับ มาครับเดี๋ยวพี่พาไปล้างหน้าล้างตาจะได้หายง่วงนะครับ อึ๊บ” วายุพูดพร้อมกับก้มลงไปอุ้มคนตัวเล็กเหมือนที่เคยทำ จากนั้นจึงพาเดินเข้าห้องน้ำไป

“พี่กายจ๋าา” พอทั้งคู่มานั่งที่โต๊ะอาหารตรงห้องครัวกันแล้วสายน้ำก็เรียกคนรักด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน เมื่อเห็นว่าวายุกำลังจะแกะถุงข้าวต้มเทใส่ชาม

“จ๋า ว่ายังไงครับ หืมม ตัวเล็กอยากได้อะไรครับ” วายุเงยหน้ามามองใบหน้าหวานที่กำลังส่งยิ้มมาให้เค้าอยู่

“น้องอยากกินยำเปรี้ยวๆเผ็ดๆน่ะครับ น้องไม่อยากกินข้าวต้ม” สายน้ำพูดด้วยน้ำเสียงราวกับอ้อนวอน

“แต่ว่าวันนี้ตัวเล็กก็กินไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ อีกอย่างเดี๋ยวถ้าตัวเล็กปวดท้องขึ้นมามันจะแย่เอานะครับ” วายุพูดพร้อมกับมือที่ยังคงทำหน้าที่แกะถุงข้าวต้มอยู่

“แต่ว่าน้องอยากกินยำนี่นา” สายน้ำพูดพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอพร้อมที่จะไหลออกมาเต็มที

วายุที่กำลังเทข้าวต้มลงชามอยู่ถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมาดู เพราะเค้าจับน้ำเสียงที่เริ่มสั่นของคนตรงหน้าได้

“หืออ ไม่เอาครับไม่เอาไม่ร้องนะครับ ทำไมวันนี้ตัวเล็กดูงอแงจังเลยครับ ไม่สบายตรงไหนรึเปล่าครับ” วายุถามขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นเดินมาอังมือที่หน้าผากดูอีกรอบ เพราะคนตัวเล็กของเค้านั้นยังคงหน้าซีดอยู่และจะงอแงทุกครั้งที่ไม่สบาย แต่เมื่อวัดดูแล้วก็ไม่ได้มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด

“กินข้าวต้มดีกว่านะครับมาครับเดี๋ยวพี่ป้อน” วายุจับคนตัวเล็กให้ขึ้นมานั่งบนตักก่อนที่จะเลื่อนชามข้าวต้มมาไว้ตรงหน้า

“อุ๊บ! อื้อออ” ทันทีที่ชามข้าวต้มถูกเลื่อนมาอยู่ตรงหน้า สายน้ำก็ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองทันทีพร้อมกับลุกขึ้นวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

เสียงโอ้กอ้ากดังออกมาจากห้องน้ำไม่ขาดสายในขณะที่วายุรีบวิ่งมาดูสายน้ำที่ห้องน้ำ ภาพที่วายุได้เห็นก็คือคนตัวเล็กนั้นก้มหน้าอาเจียนอยู่ที่ชักโครกจนหน้าแดงไปหมด

“ตัวเล็กครับไหวมั้ยครับพี่ว่าไปหาหมอกันเถอะนะครับ” วายุรีบเข้าไปลูบหลังให้และถามขึ้น ใจเค้าตอนนี้เป็นห่วงคนตรงหน้าอย่างมาก เค้าไม่น่าจะบังคับให้น้องกินข้าวต้มเลย ทำไมวันนี้เค้าดูจะทำอะไรก็ผิดพลาดไปซะหมด”

พอผ่านไปสักพักสายน้ำที่ไม่มีอะไรให้ต้องอาเจียนออกมาแล้วก็นั่งพิงอกของคนพี่ด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด วายุจัดการล้างหน้าล้างตาแล้วบ้วนปากให้กับคนตัวเล็ก พอเสร็จเจ้าตัวก็อุ้มคนตัวเล็กให้มานั่งที่โซฟา

อ๊อด! อ๊อด!

แกร็ก!!!

“น้องเป็นยังไงบ้าง เจอไอ้เหนือเห็นมันบอกว่าน้องไม่สบายกูเลยแวะมาดู” หินผาเดินเข้ามาแล้วตามด้วยเหนือกับไฟ ที่บังเอิญเจอกันด้านล่างพอดี

“เมื่อกี๊เพิ่งอ้วกไป นี่กูกำลังจะพาไปหาหมอ” วายุตอบด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด

“ทำไมถึงอ้วกได้วะ” หินผาถามพร้อมกับเดินมาหาสายน้ำที่นั่งหลับตาหน้าซีดอยู่ที่โซฟา เจ้าตัวจับน้องให้มานั่งซบที่อกของตัวเองพร้อมกับลูบผมปลอบไปด้วย

“กูสั่งข้าวต้มมาให้ตัวเล็กกินแต่ตัวเล็กร้องอยากกินยำ แต่ว่าตอนกลางวันน้องกินไปแล้วไงกูก็เลยกลัวว่าเดี๋ยวจะปวดท้องขึ้นมาอีกเลยไม่ให้กิน แต่พอกูเลื่อนชามข้าวต้มมาตรงหน้าเท่านั้นแหละตัวเล็กก็วิ่งไปอ้วกที่ห้องน้ำทันทีเลย

“นี่ถ้าน้องเป็นผู้หญิงกูคงจะนึกว่าน้องท้องว่ะ ไหนจะอาการเวียนหัววิงเวียนคล้ายหน้ามืดจะเป็นลม แล้วยังมาเหม็นกลิ่นอาหารที่เคยชอบกินมากๆนี่อีก” เหนือพูดขึ้นมาแบบไม่จริงจังมากนัก

วายุและหินผาถึงกับต้องหันมามองหน้ากันทันทีที่เหนือพูดจบ พวกเค้าสองคนลืมกันไปได้ยังไงว่าสายน้ำนั้นมีโอกาสที่จะท้องได้ และถ้านับจากวันเกิดของวายุมันก็เลยเดือนหนึ่งมาแล้วด้วย

ส่วนไฟที่เห็นอาการของเพื่อนทั้งสองคนถึงกับต้องขมวดคิ้วตาม

“มีอะไรที่พวกกูยังไม่รู้มั้ยวะ มึงสองคนอย่าลืมนะว่าน้องน้ำก็เป็นน้องชายที่พวกกูรักมากคนหนึ่ง” ไฟพูดถามขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“อะไรกันวะ พวกมึงพูดเรื่องอะไรกัน แล้วอะไรคือที่พวกกูยังไม่รู้วะ” เหนือที่ถามและหันไปมองหน้าคนนู้นทีคนนี้ทีด้วยความสงสัย

“เฮ้อ! กูจะทำยังไงกับพวกมึงดีวะ” วายุทิ้งตัวนั่งลงตรงโซฟาที่ว่าง

“มึงไม่ต้องทำยังไงแค่บอกพวกกูมาก็พอ” เป็นไฟที่ยังคงเร่งให้เพื่อนบอกออกมา

“น้องน้ำท้องได้” หินผาที่เห็นวายุไม่พูดอะไร จึงเป็นคนบอกออกไปแทนเพราะถึงยังไงถ้าสายน้ำท้องขึ้นมาจริงๆก็ปิดบังพวกมันไม่ได้อยู่ดี

“ห๊ะ!!!!” ไฟและเหนือถึงกับอุทานขึ้นพร้อมกันเสียงหลง จนสายน้ำที่หลับเพราะหมดแรงอยู่ในอ้อมกอดของหินผาสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว