email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

ชื่อตอน : [ 71 ] ป้องกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.7k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2564 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
[ 71 ] ป้องกัน
แบบอักษร

แสนดีเข้าเดินเข้าประตูมาได้ เมริซ่าก็ตรงรี่เข้ามาสำรวจเนื้อตัวของหลานสาวว่าได้รับบาดเจ็บอะไรตรงไหนบ้าง เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีทุกอย่าง หญิงชราถึงค่อยวางใจ 

“หนูขอโทษที่ทำให้คุณยายเป็นห่วงค่ะ”  

“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เมริซ่าลูบศีรษะหลานสาวด้วยความห่วงใย 

“ผมให้แสนดีหยุดงานแล้วนะครับ ถ้ามีเรื่องด่วนหรือเอกสารอะไรที่ต้องเซ็นก็จะให้เลขานำมาส่งให้ที่นี่ เอาไว้ผมคืนร่างเดิมได้เมื่อไร เรื่องงานคงไม่มีอะไรน่าห่วง ผมจะให้แสนดีอยู่แต่ที่บ้านเพื่อความปลอดภัย”  

“ฮืม...ยายเห็นด้วย”  

“พวกเราต้องทำเหมือนเดิมไหมเจ้าคะ” พุดดิ้งเอ่ยถาม 

“รอให้พ่อเคนคืนร่างได้ก่อน พวกเราค่อยขยับขยายหาที่อยู่ใหม่”  

“เราต้องย้ายบ้านอีกหรือคะ” แสนดีสงสัย เนื่องจากเพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน 

“ถูกต้อง วันนี้พวกเขาตามตัวเจ้าพบในที่ทำงาน ไม่แน่ว่าวันต่อไปอาจจะตามมาที่นี่ ถึงแม้อาคมของยายจะครอบคลุมตัวเจ้าเอาไว้ก็จริง ข้ารับใช้ที่ถูกส่งมามิอาจทำอะไรเจ้าได้ แต่ถ้าคนผู้นั้นมาด้วยตัวเอง ยายก็ต้องหลบเลี่ยงเช่นกัน” ซึ่งเมริซ่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง 

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปเก็บของเลยดีไหมครับ” ครรชิตเสนอความคิด 

“ยังพอมีเวลา ซึ่งจากคำบอกเล่าของท่านตาพวกเจ้า ในช่วงนี้ของทุกปีองค์ราชันจะเก็บตัวอยู่ในเขตหวงห้ามราวหนึ่งเดือนเห็นจะได้” เมริซ่าทราบเรื่องราวเกี่ยวกับองค์ราชัน เนื่องจากสามีเคยทำงานเป็นหัวหน้าองครักษ์ ดังนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะไปไหน เขาต้องมีส่วนรู้เห็นด้วยเสมอ เพราะเช่นนี้เมื่อหลายปีก่อนเมริซ่าถึงได้หนีจากดินแดนอาดีน่าได้ 

“การย้ายที่อยู่ครั้งนี้อาจจะเป็นการย้ายถาวรและไม่ได้กลับมาที่นี่อีก ต้องตัดขาดกับทุกคนสักระยะหนึ่ง เจ้าจะตามแสนดีไปด้วยหรือไม่ ก็ตัดสินใจเอาเองเถอะ ยายมิได้บังคับ”  

ครรชิตในร่างแมวเงยหน้าขึ้นมองแสนดีที่เธอกำลังรอฟังคำตอบ เขาเองก็อยากจะตามเธอไปทุกที่ ถ้าหากไม่ติดว่าตัวเองนั้นยังมีมารดาและบิดาที่ยังคอยเป็นห่วง 

“การติดตามพวกเรายายหลานไป เจ้าต้องเสี่ยงอันตรายเช่นกัน ชีวิตของเจ้าก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้”  

“ผมไม่ได้กลัวครับ”  

“ยายเข้าใจ เจ้ายังมีพ่อแม่ เอาเถอะ...ยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือน ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยให้คำตอบเราอีกครั้งก็ได้”  

“ถ้าหากยังไม่สามารถตามไปได้ ผมจะตามไปทีหลังได้ไหมครับ”  

“ถึงตอนนั้นเจ้าคิดว่าจะตามร่องรอยของพวกเราเจอรึ”  

นั่นสิ ขนาดน้องสาวของแสนดียังใช้เวลาเป็นปี ถ้าหากไม่บังเอิญเข้ามาพัวพันกับเพื่อนสนิทของเขา ป่านนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าหนูนาจะหาคุณยายพบ ดังนั้นเขาที่เป็นคนธรรมดาจะหาเจอได้อย่างไร 

 

เสียงเปิดประตูหน้าห้องทำให้ทราบว่าหลานเขยอีกคนเข้ามา 

“พวกเจ้าก็ลองคุยกันดูก็แล้วกัน” เมริซ่าบอกกับแสนดีและครรชิต ก่อนจะหันไปมองคุณหมอศรุตและเอ่ยปากเรียก 

“ยายมีเรื่องจะคุยกับเจ้า ตามยายเข้าไปในห้องสักหน่อยเถอะ”  

 

ศรุตมองเห็นเพื่อนสนิทที่อยู่ในร่างแมวมีแววตากลัดกลุ้ม เขาจึงแอบฟังเสียงในใจถึงได้ทราบว่าเพื่อนกำลังมีปัญหาหนักใจเรื่องอะไร ซึ่งปัญหานี้เขาเองก็หนักใจไม่ต่างกัน ซ้ำยังมีเรื่องของหนูนาที่มารดายังมึนตึงต่อเขา  

เมื่อเช้าเขาลงไปพบมารดา เพราะทราบจากแม่บ้านว่าท่านกลับมาจากเมืองนอกก่อนกำหนด ศรุตจึงนำเรื่องของหนูนาไปบอกกล่าว ครั้งแรกที่มารดาได้ฟังเรื่องเขามีหญิงสาวที่พึงใจและต้องการแต่งงานด้วย ท่านก็ดีอกดีใจยกใหญ่ แต่พอถามว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ชายหนุ่มตอบไปตามตรงว่าเป็นหลานสาวของคุณยายคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นหมอดู  

เท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ 

 

ศรุตพยายามโน้มน้าวเท่าไรก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ถึงต่อให้รวยแค่ไหน แต่ถ้าไม่ใช่คนมีชื่อเสียงที่อยู่ในสังคมระดับเดียวกัน คุณหญิงพริ้มเพราก็ไม่คิดจะรับเข้ามาเกี่ยวดองด้วยเด็ดขาด ซึ่งชายหนุ่มยังไม่ได้งัดไม้ตายที่ครรชิตเสนอ ก็ต้องขึ้นมาบนห้องพักส่วนตัวก่อนและยังเกิดเรื่องวุ่นวาย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้คุยกับมารดาอีกเลย 

ชายหนุ่มเดินตามหญิงชราเข้าไปในห้องพักแขกที่ไม่เคยมีแขกคนไหนมาพักสักคน เนื่องจากเขาเป็นคนรักสันโดษ เพื่อนสนิทก็มีแค่ครรชิต ซึ่งก็มีห้องพักส่วนตัวอยู่อีกมุมหนึ่ง 

“นั่งก่อนสิ”  

คุณหมอศรุตกวาดสายตามอง ภายในห้องซึ่งถูกดัดแปลงเล็กน้อย โซฟาที่เคยตั้งใกล้ทางเดินออกไปที่ระเบียงถูกย้ายมาตั้งตรงหน้าประตูทางเข้า เขาเลยไม่ต้องขยับตัวไปไหนไกล ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งทันที 

ในขณะที่เมริซ่านั่งลงบนตั่งไม้ตัวใหญ่ที่นำมาจากบ้านเรือนไทย ซึ่งมันดูไม่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรูหราภายในห้องพักแห่งนี้เลยสักนิด บนนั้นมีอุปกรณ์สำหรับปรุงยา ด้านข้างยังมีตู้ไม้ใบใหญ่เก็บพวกสมุนไพร ส่วนพื้นที่ติดกับผนังใกล้ระเบียงด้านนอกมีหม้อปรุงยาตั้งเอาไว้  

“ผมให้ช่างมาทำห้องให้คุณยายใหม่ดีไหมครับ”  

“ไม่เป็นไรหรอก แค่อาศัยอยู่ชั่วคราว หมอรุตก็ทราบใช่ไหมว่ายายต้องย้ายที่อยู่ใหม่ เพื่อความปลอดภัยของแสนดีและหนูนา” เมริซ่ามองไปที่มือของศรุตซึ่งวางอยู่บนหัวเข่า  

ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงตั้งใจถอดแหวนออก 

“ไม่จำเป็นหรอก อย่างไรเจ้าก็อ่านใจยายไม่ได้”  

“ผมจะคืนให้ครับ”  

ศรุตเองก็ใช่ว่าอยากจะอ่านใจผู้คน การได้รู้ความคิดข้างในจิตใจของคนอื่นมันก็ไม่ใช่เรื่องดี ซ้ำยังเป็นการเสียมารยาท หรือในบางครั้งอาจทำให้เราเจ็บปวดใจได้ เมื่อได้รับรู้ถึงความคิดของอีกฝ่าย  

“เจ้าเก็บไว้เถอะ หนูนาเป็นห่วงกลัวว่าเจ้าจะพลาดท่าเสียทีให้สตรีคนอื่น เจ้าจะได้รู้ทางหลบเลี่ยง ผู้คนบนโลกมนุษย์ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง เจ้ามีไว้ก็ปลอดภัย หนูนาจะได้อุ่นใจ”  

ศรุตรับคำขยับแหวนกลับไปไว้ที่โคนนิ้วของตัวเองดังเดิม 

“เรื่องที่ยายจะคุยก็เกี่ยวกับหนูนา”  

“ครับ”  

“หนูนาได้รับผลกระทบจากยา ทำให้มีร่างกายแก่ชราอย่างที่เจ้าเห็นนั่นแหละ ส่วนวิธีที่จะแก้ หมอรุตทราบแล้วใช่ไหมว่าต้องทำเช่นไร”  

“ทราบครับ” คำถามของเมริซ่าเปลี่ยนใบหูทั้งสองข้างของชายหนุ่มให้แดงขึ้นทันตา  

“ตอนนี้ยายยังหาตัวยาที่จะช่วยให้หนูนากลับเป็นปกติไม่ได้ ดังนั้นนางก็จะใช้ชีวิตสลับกันไปเช่นนี้ เจ้าจะรับได้หรือไม่”  

“ผมไม่มีปัญหาครับ” หมอศรุตรับคำหนักแน่น ในใจก็คิดเรื่องนี้ง่ายนิดเดียว ถ้าอยากให้หนูนาอยู่ในร่างเดิมไปตลอด เขาก็แค่ยอมเหนื่อยขึ้นอีกนิด นอนดึกขึ้นอีกหน่อย เรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหา 

“แต่ยายมี”  

“ค...ครับ?” ใบหน้าหล่อเรียบเฉยถึงกับเสียอาการเล็กน้อย 

“ถึงเจ้าสองคนจะตกล่องปล่องชิ้นกันมาแล้ว แต่หนูนายังเด็กมากนัก นิสัยก็ยังซุกซน หากให้มีบุตรตอนนี้ยายคิดว่ายังไม่เหมาะเท่าไร”  

“หนูนาเองก็สุภาพไม่ค่อยแข็งแรง ยายจะเคี่ยวยาให้กินยาป้องกันก็มิได้ ยาของโลกมนุษย์ก็มิอาจใช้ได้ผลกับหนูนาที่มีเลือดครึ่งหนึ่งในกายเป็นชาวอาดีน่า ดังนั้นคนที่ควรจะป้องกัน หมอรุตทราบใช่ไหมว่าต้องเป็นใคร”  

“ครับ”  

“เจ้าเข้าไปดูหนูนาเถอะ วันนี้นางก็ไม่ยอมออกจากห้อง ข้าวปลาไม่ยอมกิน เดี๋ยวจะป่วยไข้เอาได้” เมริซ่าทำเสียงอ่อนใจ ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมกับถอนหายใจ ทำเอาชายหนุ่มที่ได้ยินรู้ผิดขึ้นมานิดๆ ที่เรื่องของเขากับหนูนาต้องทำให้ผู้ใหญ่มากังวลใจไปด้วย 

“หนูนายังไม่ได้ออกมาทานข้าวอีกหรือครับ”  

“ใช่” ขนมปังหลายห่อที่โอเลี้ยงนำไปให้เมริซ่าไม่นับว่ามันเป็นข้าว 

 

 

ศรุตเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เห็นนารินทร์ในร่างหญิงชรานั่งพิงหัวเตียงใช้สองแขนกอดเข่าตัวเองเอาไว้ จ้องมองเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง พอเขาขยับเข้ามาใกล้เตียง เธอก็เปลี่ยนเป็นมุดตัวลงไปในผ้าห่ม 

“หนูนาเลิกงอนได้แล้ว เราออกไปทานข้าวกันนะครับ” ชายหนุ่มนั่งลงตรงขอบเตียง เอื้อมมือไปจับผ้าห่ม แต่คนข้างในกลับกระเถิบตัวหนีไปอีกฟากหนึ่งของเตียง  

“ไม่หิว!” น้ำเสียงแหบแห้งอย่างหญิงชราเอ่ยตอบแต่เจือไปด้วยกระเง้ากระงอดอย่างเต็มเปี่ยม 

“ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ จะทรมานตัวเองทำไม”  

“คืนของเล่นของหนูนามาก่อนสิคะ”  

“มันอยู่ที่บ้านพักต่างอากาศ เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ เอาไว้หมดเรื่องยุ่งทางนี้ เราค่อยขับรถไปเอามันกลับมาก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย ถ้าคุณไม่คิดจะเอาของเล่นมาแกล้งคนอื่น” ศรุตจับได้ว่านารินทร์คิดจะเอาของเล่นนี้มาแกล้งพยาบาลที่ชื่อจุ๊บแจงอีกครั้ง  

“หนูนาไม่ชอบเธอ”  

“แต่ผมไล่เธอออกจากงานไม่ได้นะครับ ความผิดมันยังไม่ได้เริ่ม ผมจะเอาเหตุผลอะไรไปไล่เธอได้ ถ้าตัดเรื่องนั้นไป เธอก็ทำงานหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มีตกหล่น”  

“ขืนรอให้ความผิดเกิดขึ้น พี่หมอรุตก็โดนเธอเขมือบลงท้องไปแล้ว”  

นารินทร์โผล่ศีรษะมามองคุณหมอศรุตด้วยความกรุ่นโกรธ พอเห็นอีกฝ่ายจ้องตา เธอก็รีบมุดกลับเข้าไปในผ้าห่มใหม่ จากนั้นก็ใช้ร่างกลิ้งม้วนผืนผ้าไปเรื่อยๆ จนมัดร่างที่อยู่บนเตียงให้มีสภาพไม่ต่างจากแหนม 

“หนูนาออกมาคุยกันก่อนเถอะ” ศรุตพยายามจะดึงนารินทร์ออกมา  

“ไม่! พี่หมอรุตขี้โกงชอบแอบอ่านใจหนูนา”  

“เมื่อก่อนก็มีคนขี้โกงเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ”  

“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วหนูนาไม่นับค่ะ”  

“ออกมาเถอะ ผมถอดแหวนออกก็ได้ ผมสัญญาเวลาที่อยู่ในบ้านจะไม่ใช้มัน ดีไหม” ชายหนุ่มนำแหวนที่ถอดออก นำไปวางไว้ที่หัวเตียง จากนั้นก็สอดสองมือเข้าไปในผ้าห่ม 

“ออกมาได้ยังครับ”  

สภาพที่มืดสลัวภายในผ้าห่ม ทำให้นารินทร์ต้องใช้มือของตัวเองสัมผัส ด้วยการจับรูดขึ้นรูดลงทีละนิ้วตรวจสอบดูให้แน่ใจว่าแหวนไม่ได้สวมติดนิ้วของอีกฝ่ายจริงๆ  

“รูดพอหรือยังครับ” เสียงทุ้มที่แหบพร่าเอ่ยบอก  

กลิ่นกายที่หวานละมุนไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหน หากได้อยู่ใกล้ มันก็มักกระตุ้นให้คุณหมอศรุตรู้สึกปั่นป่วนได้ทุกครั้งไป ปกติเขามักควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี แต่กลับคนในอ้อมกอดถือเป็นกรณียกเว้นจริงๆ  

“พ...พอค่ะ” นารินทร์ตอบเสียงตะกุกตะกัก เพราะบางส่วนจากคนข้างหลังที่กำลังแข็งเป็นท่อนลำกำลังทิ่มแทงดุนดันสะโพกของเธอ มิหนำซ้ำวงแขนแข็งแกร่งยังกอดกระชับเธอให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก 

“พี่หมอรุตคงไม่คิดจะทำตอนนี้ใช่ไหม”  

คิดสิ...ถ้าไม่ติดว่าคุณยายของเธอสั่งอะไรเอาไว้ และหนูนาของเขายังอยู่ในร่างหญิงชรา ศรุตคงได้แปลงร่างจากชายหนุ่มผู้เงียบขรึมเป็นเสือร้ายผู้หิวโซรีบขย้ำเหยื่อตอนนี้ไปแล้ว 

เอาไว้คืนนี้ก็ได้... ชายหนุ่มคิดในใจ  

 

โต๊ะอาหารตัวยาวจำนวนหลายที่นั่ง เพิ่งจะได้ใช้งานอย่างเต็มที่ก็ในช่วงนี้เอง เมริซ่าซึ่งมีอาวุโสสุดนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ถัดมาทางขวาเป็นแสนดีและลูกแมวน้อย ข้างซ้ายอีกฝั่งเว้นที่ว่างเอาไว้ ศรุตจึงพานารินทร์ลงไปนั่ง 

“มีแขกด้วยเหรอ พี่ลงไปนั่งกินที่เก้าอี้ก็ได้ครับ” ครรชิตรู้สึกเกรงใจ เมื่อเห็นหญิงชราอีกคนมาร่วมรับประทานอาหาร เขาจึงตัดสินใจกระโดดลงไปที่เก้าอี้แทน 

“ไม่ใช่แขกที่ไหนค่ะ หนูนาไงคะ” แสนดีก้มลงบอกครรชิต 

ชายหนุ่มในร่างลูกแมวน้อยถึงกับยืนสองขา ใช้มือเกาะขอบโต๊ะ โผล่หน้าขึ้นมามองคุณยายที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามให้แน่ชัดอีกครั้ง ลูกแมวน้อยสะบัดหน้าไปมา ตาของเขาไม่ได้ฟาดไปใช่ไหม นั่นมันคนแก่ชัดๆ แถมยังแก่กว่าผู้หญิงที่นั่งตรงหัวโต๊ะอีกด้วย 

“หนูอย่าอำพี่เล่นสิครับ”  

“พี่เขยจำหนูนาไม่ได้เหรอคะ” เสียงอย่างหญิงชราเอ่ยถาม  

ลูกแมวน้อยเบิกตากว้าง มองนารินทร์กับคุณหมอศรุตสลับไปมา 

“จะกินไหมปลา ถ้าไม่กินจะได้ให้โอเลี้ยง” ศรุตมองเห็นสายตาของเพื่อนสนิทก็พอจะเดาได้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไร  

“กินสิครับเพื่อน” ลูกแมวน้อยรีบตะปบหลังมือเพื่อนไม่ให้เลื่อนจาน 

“แต่ถ้าเคนจังไม่กิน เลี้ยงจะเสียสละช่วยเอง”  

เสียงเล็กที่อยู่ตรงขาเก้าอี้ร้องบอก ขณะก้มลงแทะเล็มเนื้อปลาสีขาวในจานของตนเองที่ตั้งอยู่บนพื้นห้อง ส่วนชาช่าและพุดดิ้งก็ได้อาหารแบบเดียวกัน ในเมื่อเป็นคนกันเอง ครรชิตจึงไม่เกรงใจ ร่างเล็กของแมวน้อยจึงกระโดดขึ้นมานี่นั่งประจำของตนเองที่อยู่บนโต๊ะ  

“ทำไมพี่คุ้นหน้าของหนูนาจัง” ครรชิตยังจ้องมองนารินทร์ 

“พี่เคนจำไม่ได้หรือคะ เมื่อวันก่อนที่คุณหมอศรุตพาคุณยายขึ้นมาบนห้อง” แสนดีช่วยเตือนความจำ 

“อ๋อ คุณยายที่ตกน้ำใช่ไหม”  

“ใช่ค่ะ”  

“แต่พี่ก็ยังรู้สึกคุ้นอยู่ดีเหมือนเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน” 

ความคิดเห็น