email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

[ 67 ] เงามืดในจิตใจ

ชื่อตอน : [ 67 ] เงามืดในจิตใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.3k

ความคิดเห็น : 69

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2564 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 900
× 0
× 0
แชร์ :
[ 67 ] เงามืดในจิตใจ
แบบอักษร

เงาดำที่เป็นเหมือนมือใหญ่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แสนดีมากขึ้นทุกขณะ อีกเพียงนิดเดียวก็จะจับตัวของเธอได้ แต่เกราะบางใสที่ทำหน้าที่คุ้มกัน พลันเปล่งพลังออกมาทำให้เกิดเสียงดังสนั่นเมื่อเงาสีดำนั้นสัมผัสโดน 

“กรี๊ด!” ชมพู่หวีดร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงนั่งยองไปกับพื้น สองมือปิดหูและคลุมศีรษะของตัวเองเอาไว้ด้วยความตกใจ ส่วนแสนดียื่นมือออกไปรับร่างของลูกแมวที่กระโดดเข้ามาหา กอดกระชับเอาไว้แนบอก  

“แสนดีไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ”  

“มะ...ไม่เป็นอะไร แค่ตกใจนิดหน่อยค่ะ”  

“พวกเรารีบกลับบ้านไปหาคุณยายเถอะครับ”  

“ค่ะ”  

“เกิดอะไรขึ้น” เรวัตเดินออกจากห้องทำงานของตัวเอง เพราะได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด พอเปิดประตูมาก็เจอเข้ากับหญิงสาวสองคนที่ยังอยู่ในอาการตกใจ 

“สงสัยฟ้าผ่ามั้งคะ” แสนดีตอบเรวัต ในขณะช่วยประคองร่างของชมพู่ให้ลุกขึ้นจากพื้นและเดินออกห่างจากหน้าต่าง 

“ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสขนาดนี้เนี่ยนะ” ชายหนุ่มเดินไปทางหน้าต่างที่เมื่อสักครู่พวกเธอสองคนยืนคุยกัน แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ หรือมีส่วนไหนของอาคารได้รับความเสียหาย 

“ถามเหมือนพวกเราต้องทราบอย่างนั้นแหละ” ชมพู่แขวะเข้าให้ เดิมทีเธอก็ไม่ค่อยชอบผู้ชายตรงหน้าเท่าไร ตอนนี้ลาออกจากงานแล้วก็เลยไม่ต้องระวังคำพูดตัวเองให้มาก 

แสนดีบีบแขนเพื่อนเบาๆ เพื่อเป็นการเตือน 

“ดิฉันขอตัวนะคะ”  

“จะรีบไปไหนครับ ผมอยากชวนคุณไปกินข้าว นี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว ลงไปทานอาหารเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ จะได้ทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ ไหนๆ ก็จะมาเป็นครอบครัวเดียวกัน คุณคงไม่คิดปฏิเสธผมนะครับ”  

“อยู่กันสองคนแต่ชวนคนเดียวมันไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือคะ”  

“เชิญคุณด้วยครับ” เรวัตพยายามจะรักษากิริยา ไม่โวยวายใส่เพื่อนของแสนดี แม้จะไม่เต็มใจให้เธอไปด้วยก็เถอะ 

“ดิฉันต้องรีบกลับบ้าน ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ”  

“นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย”  

“ระดับผู้บริหาร จะไปจะมาตอนไหนก็คงไม่แปลก ขนาดหัวหน้าแผนกบางคน เข้างานเลิกงานยังไม่เป็นเวลาก็ยังได้เลื่อนตำแหน่งเกินหน้าเกินตาชาวบ้าน ส่วนแสนดีเพื่อนของฉันเป็นถึงว่าที่ลูกสะใภ้ของบริษัทนี้ จะเลิกงานไวสักหน่อยคงไม่มีใครว่าหรอกมั้ง”  

“ผมไม่ได้คุยกับคุณ” ความอดทนของเรวัตสิ้นสุด 

ชมพู่เองก็อยากเปิดฉากปะทะ แต่ถูกแสนดีดึงแขนเอาไว้ 

“เอาไว้โอกาสหน้านะคะ ดิฉันต้องกลับไปดูแลพี่เคน วันนี้ไม่สะดวก ต้องขอโทษคุณเรวัตอีกครั้งค่ะ” แสนดีบอกกับเรวัต จากนั้นก็รีบเดินจากมา โดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดโน้มน้าว 

“แสนดี ต้องอยู่ให้ห่างจากเขาหน่อยนะ เขาเจ้าชู้จะตาย เด็กฝึกงานกับพนักงานสาวๆ โดนเขาล่อลวงไปหลายคนแล้ว” ชมพูเอ่ยเตือน 

“ขอบใจจ้ะ” ตั้งแต่พลังส่วนหนึ่งถูกฟื้นฟู แสนดีก็มักจะมองเห็นและสัมผัสถึงพลังด้านบวกและด้านลบของมนุษย์ได้โดยไม่ยาก ซึ่งเรวัตมีแต่สิ่งไม่ดีซุกซ่อนอยู่ในจิตใจ 

“งานของเราแสนดีอย่าลืมไปให้ได้นะ เชิญคุณยายกับคุณเคนด้วย”  

“ได้สิ”  

“ส่งเราแค่นี้ก็พอ เดี๋ยวเราจะไปแผนกอื่นอีก การ์ดยังแจกไม่หมดเลย” ชมพูเดินเข้าไปในลิฟต์กดชั้นที่ตนเองต้องการจะไป จากนั้นก็ยกมือขึ้นโบกส่ายไปมาเพื่อลาเพื่อน 

 

เรวัตดึงมวนบุหรี่ออกจากซองขึ้นมาจุดสูบ สายตาก็มองแผ่นหลังของผู้หญิงที่เพิ่งเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของครรชิต 

“หึ! เล่นตัวจริงนะ สะใภ้ของบริษัทนี้นอกจากไอ้เคนก็ยังมีผมอีกคนนะ ถ้าหากไอ้เคนมันไม่อยู่ผมยินดีรับช่วงต่อจากมันให้ก็ได้นะ แสนดี”  

ด้านหลังของเรวัตยังมีเงาสีดำทะมึนลอยล่อง โดยที่มนุษย์ธรรมดามิอาจมองเห็นได้ หัวหน้าองครักษ์ได้ยินความนึกคิดของเรวัต ผู้ชายที่มีแต่ความฉ้อฉลและมากไปด้วยแผนการ ซ้ำชายผู้นี้ยังรู้จักกับสตรีที่องค์ราชันต้องการตัว 

“พวกเจ้าตามชายผู้นี้ไป”  

 

 

อาดีน่า... 

ชายร่างสูงกำยำที่มีนัยน์ตาสีแดงเพลิง นั่งอยู่เหนือบัลลังก์สีทอง เขาปาแก้วในมือลงพื้นอย่างแรง จนมันแตกกระจายตรงหน้าของข้ารับใช้ที่ถูกส่งตัวมายังโลกมนุษย์  

เดฟลินกำลังบันดาลโทสะ จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร ในเมื่อไปถึงที่พักแต่กลับหาตัวเมริซ่าและหลานสาวไม่พบ มันเป็นเรื่องน่าเจ็บใจยิ่ง สองคนยายหลานช่างมีวิธีหนีรอดจากเขาไปได้ตลอด 

“เจ้ารายงานสิ่งที่รู้มาให้หมด”  

เดฟลินสั่งด้วยเสียงทรงอำนาจ ที่ดังกังวานก้องไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ ก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วใบใหม่จากหญิงสาวรูปร่างอรชรในเครื่องแต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อยที่กำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ  

“พวกเราค้นจนทั่วที่พักอย่างละเอียด ด้านในว่างเปล่า ไม่หลงเหลือสิ่งของทิ้งไว้แม้แต่เพียงชิ้นเดียว ผู้น้อยจึงสั่งให้ข้ารับใช้บางส่วนคอยเฝ้าบ้านเรือนไทยหลังนั้นเอาไว้ขอรับ” หัวหน้าองครักษ์ผ่อนลมหายใจเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะรีบก้มหน้ารายงานสิ่งที่ตนทราบให้องค์เหนือหัวฟัง 

“ช่วงสายของวันก่อน มีสตรีนางหนึ่งเดินทางไปที่บ้านเรือนไทย ผู้น้อยสอบถามได้ความมาว่า นางต้องการมาดูดวงกับแม่หมอ และต้องการให้แม่หมอดูฤกษ์ยามที่เหมาะสมสำหรับงานแต่งของบุตรชาย”  

“ผู้น้อยเห็นรูปถ่ายที่สตรีผู้นั้นสอดไว้ในกระเป๋าสะพาย จึงแอบหยิบมันออกมาโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว” องครักษ์ที่ยืนอยู่เบื้องล่างเดินขึ้นมาตามขั้นบันได เพื่อส่งรูปถ่ายใบนั้นให้กับองค์ราชัน 

“รูปนี้?” เดฟลินจ้องมองรูปภาพด้านซ้าย ที่เป็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้ม เขาเหยียดยิ้มออกไป ในใจก็นึกทระนง เพราะความหล่อของชายผู้นั้นไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเขาแม้เพียงกระผีกเดียว ถ้าหากเขาได้ความหนุ่มแน่นคืนมา เจ้าหนุ่มในรูปไม่มีทางสู้เขาได้อย่างแน่นอน  

เดฟลินดันรูปทางขวาให้ปิดทับใบหน้าหล่อที่ทำให้เขานึกหมั่นไส้และมาพิจารณารูปถ่ายอีกใบ ที่มันเจริญหูเจริญตายิ่งกว่า ซึ่งมีใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังอุ้มลูกแมวตัวน้อยขนสีดำ 

“เป็นรูปลูกชายของนางกับหญิงสาวที่จะแต่งงานด้วย แต่ผู้น้อยมองดูแล้ว สตรีในรูป ช่างมีใบหน้างดงามคล้ายกับสตรีจากตระกูลเนย์ซ่าที่ชื่อริต้าอยู่หลายส่วนนะขอรับ”  

“ผู้น้อยไม่แน่ใจว่าจะใช่บุตรสาวของริต้าหรือไม่”  

“หึ! ไม่ผิด นางเป็นบุตรสาวของริต้าแน่นอน”  

“เราเคยถอดดวงจิตเข้าไปในห้วงนิทราของนาง ใบหน้างดงามเช่นนี้ เห็นเพียงแค่ครั้งเดียวก็ยากที่จะลืมเลือน” เดฟลินโยนรูปในมือลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะด้วยความสะใจ 

“พวกเจ้าสืบหาแหล่งกบดานของพวกนางได้แล้วใช่ไหม”  

“ย...ยังขอรับ”  

“เลี้ยงเสียข้าวสุก! ลากตัวมันไปลงโทษ”  

“ได้โปรดระงับโทสะ”  

“ถึงผู้น้อยจะสืบหาที่หลบซ่อนของพวกนางไม่พบ แต่ก็สืบทราบว่าบุตรสาวของริต้าทำงานอยู่ที่ใด” องครักษ์หนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังถูกจับในท่าหิ้วปีกสองข้างร้องบอกอย่างลนลาน 

 

เดฟลินยกมือขึ้น เพื่อบอกให้ข้ารับใช้สองคนหยุดการลงโทษ ก่อนจะออกคำสั่งกับคนที่กำลังหน้าซีดตัวสั่นผู้นั้นอีกครั้ง 

“เจ้าให้คนไปจับตัวบุตรสาวของริต้ามาให้เราทันที”  

“ม...มันไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ขอรับ” คนที่เพิ่งรอดตายหวุดหวิดเริ่มหวาดวิตก เกรงว่าคำพูดของตนจะทำให้ศีรษะกับคอแยกออกจากกัน 

“เพราะอะไร! แค่สตรีนางเดียว พวกเจ้ามีกันตั้งมากมาย”  

“วันนี้พวกเราพบนาง อีกเพียงนิดเดียวก็จะจับตัวนางได้ แต่ก็ถูกเกราะอาคมของเมริซ่าต่อต้าน ซ้ำนางยังบดบังร่างกายตนเองได้ ทำให้ผู้น้อยไม่สามารถมองเห็นนางได้อีก”  

“หึ! พวกเจ้านี่มันช่างโง่เง่ายิ่งนัก อาคมของเมริซ่าใช้ได้ผลดีกับชาวอาดีน่า แต่เจ้าอย่าลืมสิ สตรีนางนั้นจะไม่ปรากฏร่างให้เพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นมนุษย์เห็นหรืออย่างไร”  

“ข...ขอรับ” ข้ารับใช้รีบรับคำทันที โดยไม่ต้องให้เดฟลินอธิบายต่อ เขาเข้าใจในสิ่งที่องค์เหนือหัวบอกเป็นนัย เช่นนั้นเขาคงต้องจ้างใครสักคนบนโลกมนุษย์เพื่อจับสตรีผู้นั้น 

“เราพอจะรู้ว่าเมริซ่าใช้มนตร์อันใด” เดฟลินโดยกระปุกทรงกลมที่บรรจุของเหลวบางอย่างจนเต็มแน่นไปทางหัวหน้าองครักษ์ ก่อนจะลุกจากบัลลังก์พร้อมกับทิ้งคำพูดเอาไว้ 

“หากจับตัวนางได้ ให้นางดื่มนี่เข้าไป พลังของนางก็จะไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว หวังว่าครั้งหน้าพวกเจ้าคงไม่ทำให้เราผิดหวัง”  

“พวกเรามิกล้า คราวหน้าต้องสำเร็จอย่างแน่นอนขอรับ”  

 

เดฟลินเดินไปยังที่พำนักของมาเรียด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง จนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ ข้ารับใช้ต่างพากันตัวสั่น เพราะเกรงว่าหากพูดอะไรผิดหู จะทำให้ถูกสังหาร จึงไม่มีใครกล้าเปล่งวาจาออกมา 

“นายของพวกเจ้าอยู่ที่ใด”  

“ส...สวนดอกไม้เจ้าค่ะ”  

สาวรับใช้กำลังจะรีบไปตามเจ้านาย ก็ถูกลมกระแสหนึ่งพัดร่างจนกระเด็นไปชนกับผนังห้อง จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็เดินตรงไปยังสวนดอกไม้ที่ติดกับคฤหาสน์ของตระกูลเนย์ซ่า สวนนี้ครั้งหนึ่งเขาเคยเดินเข้ามาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งในครั้งนั้นเขาได้พบกับผู้หญิงที่พึงใจ 

“ทำไมต้องรุนแรงกับบ่าวด้วย” มาเรียได้ยินเสียงร้องโอดโอยจึงถาม บุรุษที่ยังคงอารมณ์โกรธเกรี้ยวได้เสมอต้นเสมอปลาย ทุกครั้งที่สามีมาหาด้วยสีหน้าแบบนี้ คงไม่พ้นเรื่องเดิม 

“น้องของเจ้าทำไมถึงได้จับตัวยากเย็นเช่นนี้!”  

“ปล่อยนางไปได้หรือไม่เจ้าคะ”  

“หากเมริซ่าเป็นแค่สตรีธรรมดาทั่วไป เราคงปล่อยนางไปนานแล้ว แต่ความสามารถของนางที่นับวันยิ่งเก่งกาจมากขึ้นนี่สิ มันเป็นสิ่งที่เราต้องการ หรือไม่อีกทาง ถ้าหากเจ้าเก่งได้ครึ่งหนึ่งของน้องสาว เราคงไม่ต้องลำบากตามล่าตัวนาง”  

 

มาเรียเก็บสีหน้าเศร้าหมองของตน ถึงแม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน แต่เรื่องความสามารถ ตนเองไม่เคยสู้น้องสาวได้เลย อีกทั้งคนในตระกูลยังชื่นชมเมริซ่าเป็นพิเศษ ทุกอย่างล้วนดีงามเมื่อนางเป็นคนเริ่ม ผิดกับตนที่แม้แต่คาถาง่ายดายที่สุดก็ยังจำไม่ได้ กลายเป็นข้อเปรียบเทียบ  

“น้องสาวเจ้ายังทำได้ ทำไมเจ้าถึงยังทำไม่ได้อีกเล่า”  

“ดูน้องสาวของเจ้าเป็นตัวอย่าง”  

“เมริซ่าเก่งมาก มาเรียเจ้าต้องขยันให้มากกว่านี้นะ”  

คำพูดชื่นชมเปรียบเทียบเมื่อสมัยเด็กคอยตามหลอกหลอน มันเป็นเหมือนเงามืดที่ฝังแน่นในจิตใจของมาเรีย ยิ่งมีคนชื่นชมน้องสาวมากเท่าไร มาเรียก็ยิ่งรู้สึกริษยาเมริซ่ามากขึ้นเท่านั้น  

ทุกครั้งที่มองใบหน้าตัวเองในกระจกก็จะนึกเกลียดชังคนที่มีใบหน้าเหมือนกับตน มันจึงเป็นเหตุให้เธอมักจะใช้ผ้าคลุมหน้าตัวเองเสมอเมื่อตอนยังเป็นเด็ก หากเลือกเกิดได้เธอก็ไม่อยากมีใบหน้าเดียวกับเมริซ่า 

“เราอยากได้แหวนที่เคยมอบให้เจ้า”  

“แหวนวงไหนเจ้าคะ”  

“ครั้งแรกที่พวกเราพบกัน เราเคยให้แหวนไว้ เจ้าจำไม่ได้แล้วรึ”  

“เอ่อ...จำได้เจ้าค่ะ”  

“เช่นนั้นก็นำมาให้เราที”  

จะนำแหวนจากที่ไหนมาให้ได้เล่า ก็ในเมื่อตนไม่เคยได้รับ มาเรียอดริษยาน้องสาวไม่ได้ เพราะตั้งแต่อยู่กินกับเดฟลินมานานหลายปี เขาไม่เคยมอบของแทนใจอะไรให้ตนเลยด้วยซ้ำ มีแต่ของที่ส่งมอบให้ตามฐานะที่ข้ารับใช้นำมามอบให้ 

“น้องต้องขออภัย ครานั้นเคยถอดแหวนเอาไว้ในห้องนอน แต่มันก็หายไปในช่วงเดียวกันกับที่เมริซ่าหนีออกจากอาดีน่า น้องไม่แน่ใจว่านางลักลอบนำมันไปด้วยหรือไม่”  

“เช่นนั้นก็ช่างเถอะ เราจะไม่อยู่หลายวัน ฝากเจ้าดูแลที่นี่สักระยะ” พูดจบร่างสูงใหญ่ก็อันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งยังไม่ทันที่มาเรียจะได้เอ่ยถามว่าเขาจะไปที่แห่งใด 

 

‘เราควรต้องกำจัดเจ้าด้วยหรือไม่เมริซ่า! ขนาดเจ้าหนีไปแล้ว สามีของเรายังคิดจะตามเจ้ากลับมาอีก’ มาเรียกำมือของตนเอาไว้แน่น กระทั่งเล็บยาวกดลึกเข้าไปในผิวกายจนเลือดซิบ 

ความคิดบางอย่างก็ผุดแล่นเข้ามาในหัวสมอง 

‘หากนางตายไปเสียได้คงจะดีไม่น้อย’ 

---- 

จากตอนที่ 67 เป็นต้นไป ไรท์จะลงให้อ่านเหมือนเดิมแต่จะลบตอนย้อนหลังไปเรื่อยๆ ให้คงไว้แค่ตอนล่าสุดเท่านั้น เพราะยังมีนักอ่านบางท่านที่ยังตามอ่านเรื่องนี้อยู่ ไรท์ก็จะเขียนลงให้จบตามที่เคยบอกไว้ เมื่อนิยายเขียนเสร็จ รีไรท์เรียบร้อยก็จะนำมาลงให้อ่านกันอีกครั้งในรูปแบบของอีบุ๊กและแบบรูปเล่ม 

ส่วนท่านไหนที่บอกว่า นิยายตอนยาวขี้เกียจรออ่าน ไว้รอจบค่อยอ่าน ขอบาย... ก็ตามนั้นค่ะ เอาที่นักอ่านสะดวก ไรท์เคยแจ้งไว้หลายรอบว่าเรื่องนี้ค่อนข้างยาวไม่กระชับ อาจไม่ถูกใจ แต่มันก็เป็นนิยายที่ไรท์อยากเขียนไว้อ่านเองและเป็นแนวที่เราชอบเท่านั้น  

อย่าบั่นทอนให้ไรท์ต้องหมดกำลังใจในการเขียนเลยค่ะ เรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรี เงินก็ไม่ได้ กำลังใจเล็กน้อยยังไม่มีให้กัน อ่านมาได้ทุกตอนไม่เคยคอมเมนต์ แต่พอตอนไหนไม่พอใจก็ปล่อยพลังด้านลบให้คนเขียน -*- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว