ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Lesion : 22 บทส่ิงท้าย II [ THE END ]

ชื่อตอน : Lesion : 22 บทส่ิงท้าย II [ THE END ]

คำค้น : kookv BTS มิสเตอร์จอนกุกวี

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 48

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2564 00:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lesion : 22 บทส่ิงท้าย II [ THE END ]
แบบอักษร

ป้ายหินสีขาววางเรียงราวเป็นแนวยาว ด้านบนสลักวันพบเจอและจากลาเอาไว้ ความเงียบสงบของที่นี่คงทำให้ใครหลายคนได้พักกายพักใจอย่างมีความสุข กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่าแข่งกันออกดอกท้าลมหนาวที่พัดผ่าน แม้บรรยากาศจะชวนให้รู้สึกหดหู่วังเวงอยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่เรารักต่างก็พักกายใจหลับใหลอยู่ที่นี่ตลอดกาล 

 

แทฮยองกระชับผ้าพันคอกันหนาว สองมือถือกุหลาบขาวช่อใหญ่เอาไว้ แต่ละก้าวย่างรู้สึกเท้าหนักกว่าปกติ เรียวปากอิ่มเม้มแน่นแทบเป็นเส้นตรง ความรู้สึกบางอย่างคืบคลานเข้ามาเกาะกุมจิตใจเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นครั้งนั้น เขาไม่เคยมาเจอเธอเลยสักครั้ง 

 

"แทฮยอง" จองกุกเอ่ยเรียกคนที่ยังคงมองเหม่ออยู่ 

 

"หืม? " 

 

"ถึงแล้ว เธออยู่ข้างหน้า ตรงนี้" 

 

แทฮยองมองตามสายตาจองกุก ป้ายหินสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ภาพหญิงสาวหน้าตาไม่คุ้นเคยประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง แววตาและรอยยิ้มนั้นราวกับต้องการสื่อไปถึงทุกคนที่แวะมาเยี่ยมเยือน เพื่อบอกให้รู้ว่าเธอมีความสุขดี 

 

ชาลิน่ากำลังยิ้มให้แทฮยอง 

 

แทฮยองมองภาพถ่ายขาวดำ ขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่คงเป็นตัวตนเธอจริง ๆ ไม่ใช่เธอคนนั้นที่เขาพบเจอมาในช่วงเวลานั้นสินะ 

 

เสียดายนี่คือความรู้สึกแรกที่เขาเจอ 

 

เสียดายที่เราเจอกันช้าไป ทั้งผิดที่ ผิดเวลา ทุกอย่างเลยจบลงอย่างเจ็บปวดแบบนี้ แต่บางที...แค่บางที นี่อาจจะเป็นทางออกที่เธอต้องการมากที่สุดแล้วก็ได้ 

 

แทฮยองค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้น กุหลาบขาวช่อใหญ่วางตรงพื้นปูนด้านหน้า เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม จ้องมองรอยยิ้มกว้างของคนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกว่าแม่ สองมือคู่นั้นเคยโอบกอดเขา และสองมือของเขาก็ไม่ต่างกัน 

 

เราต่างเคยโอบกอดและปลอบประโลมซึ่งกันและกัน 

 

"แม่ครับ แทมาหาแม่แล้วนะ" สายลมพัดพาความหนาวหอบหนึ่งมาเยือน แทฮยองยกยิ้มเหมือนอย่างวันวาน นิ้วเรียวไล้สัมผัสแผ่นหินเย็นเฉียบ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว 

 

"แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้แทสบายดี ได้อยู่กับคนที่แทรักแล้วก็รักแทแล้วนะ" แทฮยองกระซิบบอกเสียงแผ่วเบา ทว่ามีอีกอย่างที่เขาอยากบอกชาลิน่า 

 

“ขอโทษ ขอบคุณ แทรักแม่นะ” 

 

คราวนี้เป็นจองกุกที่นั่งลงข้างแทฮยอง เขาวางดอกไฮเดรเยียนลงข้าง ๆ กุหลาบขาว ไม่มีอะไรจะบอกเธอมากกว่าคำว่า ขอบคุณ 

 

สายลมพัดผ่านราวกับส่งผ่านอ้อมกอดจากคนไกลมายังแทฮยอง กลีบดอกไม้สีขาวร่วงปลิว คนทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ตรงนี้ไม่นานนัก นึกไปถึงอีกที่หนึ่งที่ตั้งใจจะไปหา จองกุกโอบไหล่แทฮยองเอาไว้ ความรู้สึกทั้งหมดส่งผ่านอ้อมกอดนี้ แทฮยองยกยิ้มบาง ที่ผ่านมาเขาเคยคิดว่าตัวเองไม่ได้วุ่นวายกังวล แต่ความเป็นจริงทุกอย่างยังคงติดค้างอยู่ในใจเสมอจนถึงตอนนี้ 

 

"ไปกันเถอะ ไปหาแม่นายกัน" จองกุกหมายถึงคิมโซร่า หญิงสาวที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เขา โชคดีจังที่วันนี้มีคนคนนี้อยู่ข้างกัน ทว่ายังไม่ทันก้าวออกเดิน กลับมีเสียงใครสักคนพูดขึ้นมาก่อน ทำให้คนทั้งคู่ชะงักขาหันกลับไปมอง 

 

"นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป แม่ฉันคงไม่มีความหมายกับนายมากขนาดนั้นสินะ" เสียงทุ้มไม่คุ้นเคยเอ่ยทักขึ้นมาจากมุมหนึ่งของสุสาน จองกุกขมวดคิ้วมองคนมาใหม่ ขณะที่แทฮยองจ้องมองอีกฝ่ายเรียบนิ่ง 

 

โช ลูกชายเพียงคนเดียวของชาลิน่า 

 

โชตั้งใจมาหาแม่ของเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา และทุกครั้งสายตาเขามักจะมองหาใครคนหนึ่งเสมอ ตลอดเวลาเกือบสามปีที่ผ่านมา เขาเฝ้ารอมาโดยตลอด คนที่พรากทุกอย่างไปจากเขา คนที่เขาอยากเอ่ยขอบคุณ คนที่เขาอยากขอโทษ แต่เขาไม่เคยเจอเลยสักครั้ง ที่ผ่านมาเขารู้แค่เพียงว่าอีกฝ่ายป่วยหนักจนไม่สามารถพบเจอใครได้อีกเลย 

 

ในมือคู่นั้นถือดอกไม้สีสันสดใสเอาไว้ แทฮยองหลีกทางให้โชนั่งลงตรงหน้าป้ายหินอ่อนที่เดียวกับเขาก่อนหน้านี้ โชทำราวกับว่าตรงนี้มีแค่ตัวเองกับชาลิน่าเท่านั้น 

 

"แม่ วันนี้ผมมาเยี่ยมนะ หลังจากนี้คงอีกนานกว่าจะได้มาเยี่ยมแม่อีก ...เป็นไงบ้างครับ อยู่ที่นั่นแม่มีความสุขดีใช่ไหม..." น้ำเสียงอบอุ่นพูดคุยกับภาพขาวดำบนป้ายหินอ่อน ราวกับเป็นการพูดคุยกับชาลิน่า โชสูดหายใจเข้าลึก เค้นรอยยิ้มออกมา 

 

"วันนี้ ...วันที่แม่รอคอยมาถึงแล้วนะ เขา...เขามาหาแม่แล้ว แม่เห็นไหม น้องแทมาหาแม่แล้ว" 

 

แทฮยองรู้สึกสับสนกับสิ่งที่ได้ยินไม่น้อย โชเรียกเขาว่าน้องแทงั้นเหรอ 

 

โชยังคงมีรอยยิ้มให้กับเธอ "...แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมไม่โกรธน้องหรอก ผม...เข้าใจทุกอย่างแล้ว ผมแค่มีบางอย่างอยากจะบอกกับเขา" คราวนี้โชลุกขึ้นช้า ๆ เขาค่อย ๆ หันมามองสบตากับแทฮยองที่มองมาไม่ต่างกัน ต่างฝ่ายต่างสูดลมหายใจเข้าลึก 

 

"นายรู้ไหม ฉันกับแม่รอนายมาตลอด ...แต่นายก็ไม่เคยมาหาเราสักครั้ง" 

 

"..." แทฮยองรู้สึกราวกับมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ตรงอก จองกุกมองแทฮยองด้วยสายตาเป็นห่วง และรู้สึกเห็นใจคนทั้งคู่ไม่น้อย โชอายุมากกว่าแทฮยองประมาณสี่ถึงห้าปีได้ เรียกได้ว่ารุ่นราวคราวเดียวกับตัวเอง ถ้าโชจะเรียกแทฮยองว่าน้องก็ไม่แปลก แต่...โชที่เคยเกลียดแทฮยองอย่างกับอะไรดี ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ แล้วแววตาสำนึกผิดนั่นอีก ไม่ได้ดูเสแสร้งเลยสักนิด 

 

โชเองก็คงมีบาดแผลเหวอะหวะมากมายไม่ต่างกัน และโชคร้ายตรงที่เขาแทบไม่มีใครอยู่ข้างกายเลยสักคน ทั้งชีวิตนี้เขามีแค่แม่คนเดียวเท่านั้น 

 

"...ขอโทษนะที่ทำให้รอ ฉันมันขี้ขลาดเอง" แทฮยองรู้สึกว่าสิ่งที่ถ่วงอยู่ในใจค่อย ๆ เบาลง 

 

"อือ ฉันกับแม่โกรธมากเลย แต่วันนี้นายก็มาแล้วนี่เนอะ" โชยกยิ้มให้แทฮยอง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เจ็บปวด แต่เพราะช่วงเวลาที่เสียใจที่ผ่านมา ไม่รู้จะบอกว่าดีหรือไม่ดีที่เขามีแค่ตัวเอง แต่มันก็ทำให้เขาได้ตกตะกอนความคิดหลาย ๆ อย่าง ทุกคนต่างก็มีเหตุผล ทุกคนต่างก็เห็นแก่ตัว เขาเองก็เหมือนกัน จนสุดท้ายแล้ว เขาตั้งใจจะเลิกแล้วต่อกัน เพียงแต่การกระทำอันโหดร้ายที่เขาเคยทำไว้กับแทฮยอง ถ้าไม่ได้เปิดปากขอโทษด้วยตัวเอง เขาคงรู้สึกผิดไปจนตาย 

 

"ขอโทษนะแทฮยอง" 

 

"ฉันสิที่ต้องขอโทษ ขอโทษที่ดูแลเธอไม่ดี ทำให้เธอ..." แทฮยองเม้มปากแน่น ภาพวันนั้นกลับมาอีกครั้ง ชาลิน่าที่ปกป้องเขาจนลมหายใจสุดท้าย เขารู้สึกว่ากระบอกตาร้อนผ่าวจนต้องก้มหน้าลง บาดแผลพวกนั้นไม่เคยหายไป ทำได้แค่ยอมรับมันก็เท่านั้น 

 

"ไม่หรอก ถึงฉันจะโกรธที่แม่ทำแบบนี้ แต่ลึก ๆ แล้วก็รู้สึกว่านี่คงเป็นความปรารถนาสุดท้ายที่เธออยากทำให้นาย เธอรักนายมาก มากจนฉันไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไม แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ถึงรักนาย ...หลังจากนี้ใช้ชีวิตให้มีความสุขมาก ๆ แทนเธอด้วยนะ ฉันเองก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน ฉันเชื่อว่าแม่ต้องดีใจที่เห็นลูกของเธอทั้งคู่มีความสุข" โชยังคงพูดไปโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าน้ำใสสายหนึ่งไหลหยดลงมาเงียบ ๆ 

 

จองกุกโอบไหล่สั่นไหวเอาไว้ แทฮยองร้องไห้อีกครั้ง เขากัดปากตัวเองกลั้นเสียงสะอื้นจนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว โชเห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มเอ็นดู เขาก้มมองเวลา อีกไม่นานก็ต้องไปแล้ว 

 

"นี่ อย่าเอาแต่ร้องไห้สิ เดี๋ยวฉันต้องไปแล้วนะ ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหน่อยเหรอ" โชปาดน้ำตาออก เขาหัวเราะน้อย ๆ ให้กับแทฮยองที่จองกุกเองก็ช่วยเช็ดน้ำตาออกให้ เขามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกยินดี อย่างน้อยแทฮยองได้เจอคนรักที่ดี ทว่าแม้จะพูดอย่างนั้น สุดท้ายแล้วแทฮยองก็ยังคงกลั้นสะอื้นอยู่ และเขาเองก็ไม่มีเวลามากพอแล้ว 

 

"มากอดหน่อย" โชยังพูดไม่จบ แทฮยองก็โถมเข้ากอดตัวเองแล้ว พออยู่ใกล้กันแบบนี้ โชจึงรู้ว่าแทฮยองตัวเล็กกว่าตัวเองมากแค่ไหน เจ้าตัวสูงแค่ปลายคางเขาเอง นึกไปถึงครั้งแรกที่เจอกันในสนามแข่งแล้วก็ตลกดีเหมือนกัน ตอนนั้นซัดกันปากแตก มาวันนี้กลับกอดกันกลม 

 

แทฮยองรู้สึกใจหาย แม้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขารู้สึกว่าโชไม่ใช่คนอื่นสำหรับเขา จองกุกคิ้วขมวดมองคนรักตัวเองในอ้อมกอดคนอื่น ยิ่งเห็นมือเรียวคู่นั้นกำชายเสื้อโชไว้แน่น เขาก็จิ๊ปากออกมาอย่างขัดใจ โชที่เห็นหน้าตาไม่สบอารมณ์ของจองกุกก็กระตุกยิ้มให้ พลางโอบกอดคนที่เขายกให้เป็นน้องชายต่างสายเลือดเอาไว้ 

 

"ฉันไม่รู้ว่านายจะไปไหน แต่ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ว่าง ๆ ก็แวะไปหาฉันบ้างก็ได้ นายไม่ใช่...อึก ไม่ใช่คนอื่นสำหรับฉัน นายเป็นลูกของแม่เหมือนกัน" ทั้งชาลิน่ายังเป็นเพื่อนรักของโซร่าอีก 

 

"ฉันรู้ นายเองก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ อย่าให้ใครมาทำร้ายนายได้อีกเข้าใจไหม ฉันคงอยู่ดูแลนายตามที่แม่หวังไว้ไม่ได้ แต่เชื่อว่าเขาคงดูแลนายได้ดีแน่ ๆ " โชหมายถึงจองกุก เราพยักหน้าให้กันอย่างเข้าใจ 

 

"ไม่ต้องเป็นห่วง" 

 

พี่น้องต่างสายเลือดร่ำลากันไม่นานก็ต้องผละออกจากกัน เพราะโชต้องไปขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปยังประเทศแถบขั้วโลกเพื่อไปเรียนต่อ ซึ่งยังไม่มีกำหนดว่าเรียนจบแล้วจะกลับมาหรือเปล่า แต่สัญญากันแล้วว่าวันหนึ่งจะกลับมาแน่นอน 

 

สถานที่สุดท้ายของวันนี้ ไม่ต่างจากที่แรกที่จากมา เพียงแต่ที่นี่ดูเป็นส่วนตัวมากกว่า และแทฮยองก็เพิ่งได้รู้ว่านอกจากคิมโซร่าแล้ว คนอื่น ๆ ในครอบครัวเขาต่างก็หลับใหลอยู่ที่นี่เหมือนกัน 

 

“ผมมาหาแม่แล้วนะ ขอโทษนะครับที่ไม่เคยรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่บ้าง แล้วก็แม่ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ น้าโมอานาน่ะถึงจะขี้บ่นแต่ก็ตามใจแทตลอดเลย แล้วก็มี...จองกุกคนนี้ด้วยที่คอยดูแลแท ยังมีอาหลิงอีกคน ทุกคนใจดีกับแทมากเลยครับ เพราะงั้นแม่หลับให้สบายนะ แทรักแม่นะ คิดถึงมากด้วย ...ฝากความคิดถึงให้แม่ชาลิน่าด้วยนะครับ” แทฮยองวางช่อดอกลิลลี่สีชมพูอ่อนลงบนแท่นหิน หญิงสาวในภาพกำลังยิ้มกว้างให้เขาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่คำพูดของคนข้างกันจะทำให้เขายิ้มเต็มแก้ม 

 

“พักผ่อนให้สบาย ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ หลังจากนี้และตลอดไป ผมจะดูแลแทฮยองเอง ผมจะดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างผมจะทำได้ ขอบคุณมากนะครับที่ปกป้องเขา ทำให้ผมมีเขาในวันนี้ ขอบคุณครับ” จองกุกก้มคำนับให้กับป้ายหิน คำมั่นสัญญาที่เอ่ยออกมาเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจไว้มานานแล้ว... 

 

ขอโทษที่ผมเคยทำร้ายเขา และขอบคุณที่ยกเขาให้ผม ขอบคุณครับ 

 

ความหนักอึ้งที่เคยมีถูกสายลมอ่อนโยนพัดผ่านไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ วนเวียนรอบตัว ความอบอุ่นสายหนึ่งโอบกอดคนทั้งคู่เอาไว้ ก่อนที่มันจะจางหายไป 

 

การเดินทางของหัวใจที่แสนหนักอึ้งได้สิ้นสุดลงแล้ว 

  

เรื่องราวของวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว จองกุกขับรถพาแทฮยองออกจากสุสานอันเงียบสงบ กลับไปยังบ้านของเรา 

 

นัยน์ตาคมมองคนข้างกายที่ยังคงนิ่งสงบตั้งแต่ออกจากสุสานมา ทว่าเป็นความนิ่งสงบที่ไม่มีความวุ่นวายใจให้เขารู้สึกเป็นห่วง แทฮยองยังคงไล้สายตามองตามข้างทางที่รถขับผ่าน ฤดูหนาวมาเยือนจึงทำให้สองข้างทางประปรายด้วยหิมะขาวแลดูนุ่มฟู เขามองมือเรียวที่กุมกันไว้บนตัก ก่อนจะคว้ามันมาแล้วกดจูบลงไปเบา ๆ 

 

แทฮยองเลิกคิ้วมองเป็นคำถาม ทว่ารอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาทำให้ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มออกมาไม่ต่างกัน 

 

“คิดอะไรอยู่ หืม?” จองกุกชะลอความเร็วของรถลงก่อนจะเลี้ยวเข้าจอดข้างทาง แล้วหันมองคนข้างกายเต็มตาอีกครั้ง 

 

“คิดว่า...ฉันรักนายจัง” แทฮยองว่าแล้วซบหน้าลงกับไหล่หนา ช้อนสายตามองคนรักด้วยแววตาออดอ้อน 

 

จองกุกรู้สึกหน้าร้อนผ่าวไม่น้อย ไม่บ่อยนักที่แทฮยองจะพูดมันออกมา ถึงแม้ว่าเราทั้งคู่จะเข้าใจกันและกัน แต่การได้ยินอีกฝ่ายบอกรักกันแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย และแน่นอนว่าเขาชอบฟังคำบอกรักจากแทฮยองที่สุด 

 

“อะไรกัน ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมาบอกรักกันล่ะ” เสียงทุ้มว่ากลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่เต้นระรัว 

 

“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากบอกเฉย ๆ รักก็บอกว่ารัก หรือว่านายไม่อยากฟัง” ท้ายประโยคแฝงความเอาแต่ใจไว้เล็กน้อย 

 

“ใครว่าล่ะ ชอบมากต่างหาก พอฟังแล้วใจมันเต้นแรง...แบบนี้” จองกุกจับมือเรียวมาวางทาบทับบนหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง เสียงการเต้นของหัวใจดังตึกตักอยู่ภายใน แทฮยองนิ่งงันกับสัมผัสนั้น จองกุกไม่ได้พูดเพื่อเอาใจเขา เพราะหลักฐานมันฟ้องอยู่ใต้ฝ่ามือเขานี่ไง 

 

“ถ้ารักกันก็อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ นะ เข้าใจไหม” จองกุกแนบมือเข้ากับแก้มนิ่ม นิ้วโป้งลูบไล้ผิวเนียนอย่างเบามือ จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตากลมที่มองมาอย่างสั่นไหว 

 

“ได้สิ” ขอบตาร้อนผ่าวกลั่นเป็นไอน้ำจาง ๆ คลอหน่วย ตากลมฉ่ำน้ำแทนความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในใจ 

 

“สัญญานะ” 

 

“อือ สัญญา” 

 

แทฮยองหลับตาลงเมื่อริมฝีปากอุ่นแนบลงกับหน้าผากตัวเอง หยาดน้ำใสไหลกลิ้งตามแก้มเรียน รอยยิ้มหวานเผยออกมาด้วยความยินดี 

 

จองกุกประคองใบหน้ามนเอาไว้ ไล้จูบผ่านเปลือกตาสีมุก แพรขนตาเปียกชื้น และจมูกโด่งรั้น ก่อนพบเจอความนิ่มหวานของเรียวปากอิ่มที่เผยอออกน้อย ๆ อย่างเชื้อเชิญ แทฮยองเอียงหน้าเล็กน้อยตามการชักนำของมืออุ่นใหญ่เพื่อให้จูบร้อนแรงหวานละมุนแนบแน่นกว่าเดิม เสียงครางทุ้มต่ำทำเอาขนลุกชัน มือเรียวโอบรั้งให้จองกุกเข้ามาแนบชิดกว่าเดิม ไม่ต่างกับจองกุกที่โอบกอดเอวบางจนแทฮยองแทบเกยตักตัวเองอยู่แล้ว 

 

“…จองกุก” ใบหน้าหวานเอียงไปด้านข้างเมื่อจมูกโด่งกดจูบลงมา แทฮยองร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างถวิลหา ร่างกายแทบอ่อนระทวยไปกับรสจูบนั้น สุดท้ายต้องซบหน้าลงกับอกแกร่งของคนรักแทน 

 

“จะทำให้หลงไปถึงไหน หืม?” จมูกโด่งจูบกลุ่มผมนิ่มอย่างนึกเอ็นดู แทฮยองไม่ต่างจากแมวเลยสักนิดเมื่อเจ้าตัวส่ายหน้าถูกไถไปมากับอกเขา 

 

“กลับบ้านกันเถอะ ฉัน...อยากกลับบ้านแล้ว” แทฮยองรู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งน้ำเสียงยังสั่นกระเส่าน้อย ๆ พลางนึกคิดไปว่าพอผ่านครั้งแรกด้วยกันมาแล้ว เขารู้สึกว่าการอยู่ใกล้จองกุกก็เหมือนอยู่ใกล้เชื้อไฟดี ๆ นี่เอง มือเรียวจึงกำชายเสื้อจองกุกไว้แน่นกว่าเดิม 

 

จองกุกกลั้นขำ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึก แต่การเก็บเปรี้ยวไว้กินหวานทีหลังก็น่าสนใจไม่น้อย 

 

“จะรีบกลับไปทำไม หาอะไรกินกันก่อนดีกว่าไหม วันนี้ฉันขี้เกียจทำข้าวเย็นซะด้วยสิ” ว่าแล้วก็ตั้งท่าพารถเคลื่อนตัวออกอีกครั้ง ทั้งได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกของคนข้างกายด้วย 

 

“จองกุกอ่า” แทฮยองเรียกอีกฝ่ายเสียงอ่อน 

 

“มีอะไรหรือเปล่า” จองกุกทนไม่ไหวแล้วจนหลุดหัวเราะออกมา จึงโดนแทฮยองฟาดอกไปอีกหลายที ไม่ได้ตั้งใจทำให้โกรธ แต่การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่ต้องใช้แรงทั้งคืนก็เป็นสิ่งที่ควรทำไม่ใช่หรือไง อย่างน้อย ๆ คนรักจะได้ไม่หิวโซ หมดแรงลงกลางทาง 

 

“ทำไมต้องแกล้งทุกเรื่องด้วยเนี่ย” คนน่ารักคิ้วขมวดหน้ามุ่ยแล้ว แต่คนมองกลับรู้สึกว่ามันยิ่งน่ารักกว่าเดิม 

 

“แกล้งอะไรกันเล่า ฉันเปล่าสักหน่อย” 

 

แทฮยองผละออกมาจ้องสบตาคมอย่างงอน ๆ ก่อนจะกลอกตามองบน แล้วผละตัวออกมานั่งกอดอกหันมองด้านนอกแทน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร แน่นอนว่าการได้แกล้งหยอกเย้าเขาเป็นสิ่งที่จองกุกชอบใจไปแล้ว 

 

“นี่ แทฮยอง” จองกุกลองสะกิด แต่แทฮยองก็ยังไม่สนใจ ทั้งยังขยับตัวออกห่างอีกเล็กน้อยจนแทบจะสิงกับประตูรถ 

 

“อย่างอนสิ ไป ไปหาอะไรกินกันก่อน ...จะได้ไม่หมดแรงกลางทางไง” จองกุกยังคงยกยิ้มขำ ยิ่งเห็นหูขาว ๆ นั่นเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม เขายิ่งนึกเอ็นดู คนอะไรจะน่ารักขนาดนี้ 

 

กว่าจะกลับถึงห้องก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่ม แทฮยองเดินเข้าห้องนอนก่อนจะหยิบเอาผ้าเช็ดตัวและชุดนอนเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่สนใจจองกุกเลยสักนิด และตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงตอนนี้แทฮยองไม่ยอมคุยกับจองกุกสักคำ 

 

เจ้าของห้องได้แต่มองตามแล้วส่ายหน้า ความดื้อเบา ๆ ค่อย ๆ เผยออกมาทีละเล็กทีละน้อยแต่ไม่ยากเกินรับมือ สงสัยเมื่อก่อนทุกคนคงเลี้ยงมาแบบตามใจแน่นอน ถ้าจะเพิ่มเขาเข้าไปอีกคนก็คงไม่เสียหายอะไร 

 

“อาบน้ำแล้วเหรอ ขนมฉันใส่ตู้เย็นไว้ให้แล้วนะ ค่อยทานพรุ่งนี้เข้าใจไหม” จองกุกว่าเมื่อเห็นแทฮยองแต่งตัวเรียบร้อยเดินออกมาจากห้องน้ำ เจ้าตัวเหลือบตามองจองกุกเล็กน้อยก่อนจะหยิบหนังสือที่อ่านค้างเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องนอนไป 

 

จองกุกไม่ได้ห้าม เขารีบเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เขาอยากจะกระโดดขึ้นเตียงแล้วนอนกอดคนตัวอุ่นนุ่มนิ่มให้หายมันเขี้ยวสักที แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดไปหลายเรื่อง เพราะทันทีที่ออกมาจากห้องน้ำ แทฮยองไม่ได้รออยู่ในห้องเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ 

 

หายไปไหน? 

 

จองกุกออกมาหาด้านนอกก็พบแต่ความว่างเปล่า เขาเดินวนหาแทบทุกที่ก็ว่างเปล่า เหลือเพียงห้องเดียว ห้องที่แทฮยองเคยพักก่อนที่เขาจะให้เจ้าตัวมาพักห้องเดียวกับเขา 

 

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ความเย็นของเครื่องปรับอากาศก็ปะทะเข้ากับตัวเขา บนเตียงกว้างมีก้อนกลมก้อนหนึ่งซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา มีแค่กลุ่มผมนิ่มที่โผล่ออกมา 

 

แทฮยองแอบหนีมานอนอยู่ในห้องนี้จริง ๆ แต่คิดว่าจะหนีเขาพ้นหรือไง 

 

จองกุกค่อย ๆ คลานขึ้นเตียงมากางแขนคร่อมทับคนรักแสนขี้งอนของตัวเองเอาไว้ จมูกโด่งหอมแก้มนิ่มซ้ำ ๆ จนแทฮยองรู้สึกตัวตื่น ที่จริงแล้วแทฮยองเพิ่งจะเคลิ้มหลับไม่นานเลยรู้สึกตัวตื่นแต่ก็งัวเงียอยู่ไม่น้อย 

 

“จองกุกเหรอ” 

 

“เอาแต่ใจจังเลยนะเราน่ะ” เสียงทุ้มแหบพร่า ทั้งลมหายใจอุ่นรินรดหน้ามน 

 

“แล้วตามใจกันหน่อยไม่ได้หรือไง ...อือ กลับห้องนายไปเลย ฉันง่วงแล้ว” แทฮยองว่าแล้วบิดกายหันหน้าหนีไปทางอื่น ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวจนแทบมิด แต่ติดที่มือใหญ่รั้งเอาไว้ แทฮยองจิ๊ปากอย่างนึกขัดใจ พยายามจะดันคนบนร่างให้ออกห่างแต่แค่ขนาดร่างกายจองกุกก็กินขาดแล้ว 

 

“นี่นาย อื้อ!” แทฮยองกำลังจะร้องท้วงแต่แล้วทุกคำพูดกลับต้องกลืนลงคอไป ความนุ่มหยุ่นที่เกิดขึ้นทำให้เขาตกใจเล็กน้อยเมื่อตั้งตัวได้ก็หวังผลักอีกฝ่ายออกห่าง จองกุกจับข้อมือเรียวซุกซนเอาไว้ สอดนิ้วประสานกันวางไว้ข้างหมอนหนุน อีกข้างสอดรั้งโอบเอวบางเข้าหาจนหน้าท้องแบนแนบชิดกับลอนกล้ามตัวเอง 

 

เสียงครางทุ้มต่ำคละเคล้าไปกับเสียงร้องเรียกหาขอการเติมเต็มแทบตลอดทั้งคืน จองกุกเองก็ตามใจคนรักไม่ขาด โอบกอดแทฮยองเอาไว้ไม่ห่างแม้เสี้ยวนาที ทุกอย่าง ทุกถ้อยคำ ทุกการกระทำเขาตั้งใจทำให้แทฮยองรู้สึกดีที่สุด และกว่าบทรักจะจบลง นาฬิกาก็บอกเวลาเช้าวันใหม่เข้าไปแล้ว... 

 

...แสงแดดยามเช้าปลุกให้คนที่เพิ่งหลับใหลไม่นานตื่นขึ้นมา จองกุกมักตื่นเช้าเป็นประจำและนี่เป็นเวลาตื่นนอนตามปกติของเขา สายตาคมทอดมองคนที่นอนฟุบหน้าอยู่กับหมอนหนุนใบโต ไหล่เนียนโผล่พ้นผ้าห่มเผยให้เห็นรอยรักสีอ่อนจางประปราย 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ” จองกุกหอมหัวคนหลับไปทีแล้วลุกออกจากเตียงไป 

 

จองกุกเตรียมอาหารเช้าเสร็จเกือบแปดโมง แทฮยองก็ยังไม่ตื่น จองกุกเลื่อนม่านผืนใหญ่ให้เปิดออก ทำให้ห้องสว่างมากขึ้นกว่าเดิม เขามองก้อนกลมบนเตียงที่ขยับเล็กน้อย ทั้งยังมุดตัวลงกับผ้าห่มจนมองไม่เห็นตัวคน 

 

จองกุกเดินวนกลับมาที่เตียงอีกครั้ง ก้มลงจูบแทฮยองผ่านผ้าห่มอีกที แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไป วันนี้เราว่างกันทั้งวัน อีกสองวันก็ตั้งใจว่าจะกลับไปยังบ้านไร่ที่โมอานากับอาหลิงล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ส่วนเขาเองก็แอบแวบไปจัดการเรื่องงานที่บริษัทเสร็จแล้วเหมือนกัน 

 

แสงแดดไม่ได้ทำให้แทฮยองตื่นเท่ากับกลิ่นกาแฟหอม ๆ ที่ฟุ้งอยู่ไม่ไกล จองกุกใส่แค่กางเกงผ้าฝ้ายตัวเดียวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง แทฮยองตวัดผ้าห่มให้เปิดออกแล้วลุกขึ้นนั่งโดยที่ตากลมยังไม่ลืมขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ 

 

“จองกุก ฮือ” เสียงหวานแหบพร่าเรียกหาจองกุกทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่น 

 

“เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” จองกุกวางหนังสือลงขยับกายเข้าหาคนบนเตียง แนบฝ่ามือเข้ากับหน้าผากมน แทฮยองส่ายหน้าบอกปัด ก่อนจะพาตัวเองคลานเข่าเข้าไปกอดเอวจองกุกเอาไว้ 

 

“นายตัวเย็นจัง อืม” 

 

“ตัวอุ่น ๆ นะ ลุกไปล้างหน้าไหม จะได้ทานข้าวทานยา พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านเรากันไง ดีไหม” 

 

แทฮยองพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ยอมให้จองกุกโอบเอวเอาไว้กันล้มพาไปส่งห้องน้ำแล้วจึงไล่จองกุกให้ออกไปรอข้างนอก เจ้าตัวใช้เวลาไม่นานก็จัดการตัวเองเรียบร้อย เมื่อออกมายังห้องครัวเขาก็เห็นจองกุกเดินอวดลอนกล้ามสวยไปมา แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาเขินอายได้เท่ากับรอยแดงลากยาวบนผิวขาว ๆ นั้น 

 

...รอยเล็บที่เขาฝากเอาไว้เมื่อคืน 

 

"เล็บยาวแล้วนะ" จองกุกมองตามสายตาที่แทฮยองมอง เอ่ยหยอกอีกฝ่ายขึ้นมา แทฮยองเสตามองทางอื่นรับนมมาดื่ม แสร้งไม่สนใจสายตาล้อเลียนคู่นั้น จองกุกเห็นแล้วก็ไม่ได้ท้วงขึ้นมา หมุนกายอุ่นอาหารมาเสิร์ฟให้แทฮยองถึงโต๊ะ 

 

"อะไร" ข้าวคำแรกยังไม่ทันได้เข้าปาก มือของอีกฝ่ายก็แนบหน้าผากตัวเองไล้มายังซอกคอแล้ว 

 

"พักอีกวันไหม ค่อยกลับพรุ่งนี้" เพราะตื่นนอนมา แทฮยองกลับเปลี่ยนใจบอกว่าจะกลับบ้านวันนี้เลย แต่จองกุกยังไม่ได้รับปากเพราะเขาต้องดูก่อนว่าแทฮยองนั่งรถไหวหรือเปล่า 

 

"ฉันไม่เป็นไร" ทว่าคำตอบของแทฮยองยังคงดื้อดึงอยู่บ้าง 

 

"แต่นายตัวอุ่น ๆ อีกอย่างนั่งรถไกล ๆ ไหวเหรอ ไม่ปวดก้นหรือไง" 

 

แทฮยองปากอ้าตาค้างไม่คิดว่าจองกกุกจะพูดมันออกมา! สมองน้อย ๆ คิดหาคำต่อว่าคนหน้าด้านให้หุบปากเสียที แต่ดูเหมือนเขาจะช้าไปหลายก้าว 

 

"ฉันเป็นห่วง แล้วก็ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ออมแรงเลย ทำให้นายลำบากอีกแล้ว" ได้ยินคำขอโทษแบบนี้ จากที่ตั้งใจจะแกล้งโวยวายสักหน่อย กลับทำคนฟังใจอ่อนยวบ ความจริงแล้วจะโทษจองกุกคนเดียวไม่ได้เพราะถ้าเขาบอกว่าไม่ทำคำเดียว อีกฝ่ายต้องหยุดทุกอย่างแล้วหนีหายเข้าห้องน้ำแน่นอน แต่...เรื่องเสียว ๆ มันห้ามกันได้ที่ไหน และที่สำคัญเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนตั้งแต่แรก 

 

มีแฟนหล่อที่แสนจะอ่อนโยน ทั้งร้อนแรงขนาดนี้ ใครมันจะห้ามใจไหว หนึ่งในนั้นคือแทฮยองแล้วแน่นอนที่ไม่คิดจะห้ามตัวเอง 

 

"ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษหรอก เซ็กส์มันเป็นเรื่องปกติของคนรักกัน แล้วฉันก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แค่รู้สึกเสียดนิดหน่อย สงสัยร่างกายคงยังไม่ชินน่ะ อย่ากังวลเลย ...แล้วก็นายไม่ได้บังคับฉันสักหน่อย เลิกทำหน้าตาเหมือนหมาโดนทิ้งได้แล้ว" แทฮยองพูดตะกุกตะกัก แสร้งยกน้ำขึ้นดื่มแต่ไม่ยอมมองสบตาจองกุกเลยสักนิด 

 

จองกุกไม่ถือสาที่โดนเปรียบเป็นหมา เขาลุกขึ้นโน้มตัวมาข้างหน้า แนบริมฝีปากร้อนเข้ากับแก้มนิ่ม ทำเอาแทฮยองชะงักไปนิด ทั้งรู้สึกหน้าร้อนผ่าว ใบหูขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันที 

 

"ขอบคุณครับ คราวหลังจะเบามือให้นะ" 

 

แทฮยองพยักหน้ารับ แต่ยังไม่ยอมสบตาจองกุก เอาแต่ตั้งใจทานอาหารตรงหน้าเงียบ ๆ จองกุกเองไม่อยากทำให้แทฮยองเก้อเขินไปมากกว่านี้ แม้ว่าเขาชอบตอนอีกฝ่ายตัวแดงหน้าแดงมากก็ตาม เลยเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน 

 

สรุปว่าวันนี้ยังไม่ได้กลับ ดังนั้นคนทั้งคู่ตั้งใจจะใช้เวลาด้วยกันอยู่แค่ในเพ้นเฮ้าส์ไม่ออกไปไหน แทฮยองเองหลังกินอิ่มและไม่มีเรื่องให้หนักใจแล้ว เจ้าตัวก็งีบหลับไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลียจนถึงช่วงบ่าย โมอานาก็โทรมาหาบอกให้แทฮยองซื้อของกลับไปด้วย เขากับจองกุกจึงออกไปห้างใกล้ ๆ เพราะไม่อยากเจอรถติดช่วงเย็น ขากลับเขาก็เจอเข้ากับคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก 

 

ยุนกิมาพร้อมกับจีมินและดูเหมือนจะมีปากเสียงกันเล็กน้อย 

 

"พี่ยุนกิ" แทฮยองเดินเข้าไปหา จีมินหันมาเห็นคนทั้งคู่พอดีจึงผลักยุนกิออกห่างแล้วหนีขึ้นรถไป 

 

"อ้าว แทฮยองเป็นไงบ้างวะ หายหน้าหายตาไปนานเลย สบายดีนะ" ยุนกิแม้คุยอยู่กับแทฮยอง แต่สายตาคอยมองไปทางรถตัวเองตลอด แทฮยองเองก็เห็น เขาไม่แน่ใจว่าตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า จึงหันไปมองจองกุก อีกฝ่ายทำแค่ไหวไหล่ให้เขาด้วยรอยยิ้มร้าย 

 

"ผมสบายดีครับ แล้วนี่พี่กับเขา คือ..." แทฮยองบุ้ยปากไปทางคนที่อยู่บนรถและนั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่กระจกเลื่อนลง เผยใบหน้ายุ่งเหยิงของจีมินออกมา 

 

"จะคุยกันอีกนานไหม! ฉันจะได้กลับเอง" จีมินตะโกนออกมาเสียงดังลั่น ยุนกิเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้า 

 

"เออ ๆ เอาแต่ใจจังวะ" ยุนกิบ่นออกมาไม่จริงจังนัก และนั่นยิ่งทำให้แทฮยองแปลกใจ และนึกเป็นห่วงขึ้นมา 

 

"พี่ยุนกิ..." 

 

"ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก แค่เอาเด็กมาดัดสันดานนะ แล้วก็นะ ฉันไม่ได้ลักพาตัวมาแน่นอน เรื่องนี้ซอกจินกับแม่มันก็รู้ ยังไงฉันไปก่อนนะ ไว้ว่าง ๆ จะไปหา ดูแลตัวเองด้วยล่ะ แล้วถ้ามันทำแกเสียใจ บอกฉันเข้าไหมแทฮยอง ฉันจะฆ่ามันเอง" ยุนกิมองไปยังด้านหลังแทฮยองที่มีจองกุกยืนยิ้มร้ายอยู่ ถึงจะขัดใจไปบ้าง แต่ยุนกิก็วางใจได้ว่าจองกุกดูแลแทฮยองได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ทำให้เขามั่นใจแบบนั้นก็เพราะสายตาที่จองกุกมองแทฮยอง และแววตามีความสุขของน้องชายต่างสายเลือดตรงหน้านี้ไง 

 

"เข้าใจแล้วครับ คุยกันดี ๆ นะพี่" 

 

"เออ เข้าใจแล้ว มันไม่ได้ดื้อเหมือนมึง ไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก ฉันไม่ฆ่ามันหรอกน่า ไหน มากอดหน่อยสิ" ยุนกิว่าสำทับไปอีกทีเมื่อเห็นสายตาที่แทฮยองมองมา 

 

ยุนกิอ้าแขนออกรับเอาร่างของแทฮยองเข้ามากอด มือขาวซีดลูบหัว ตบหลังแทฮยองเบา ๆ ร้อยคำพูดไม่จำเป็นต้องพูดออกไป เพราะเราต่างรู้จักตัวตนของกันและกันดี 

 

"อะแฮ่ม ๆ " 

 

"เป็นอะไร กระดูกติดคอหรือไง” ยุนกิแหวคนที่กระแอมไปขึ้นมาขัดอารมณ์ แต่จองกุกกลับไม่สนใจ 

 

“งั้นกูไปก่อน มีไรโทรมาแล้วกัน" คนตัวขาวซีดแทบกลอกตามองบนเมื่อจองกุกจ้องเขม็งมาที่ตัวเองที่ยังคงกอดแทฮยองอยู่ กอดนิดกอดหน่อยไม่ได้หรือไง ทำเป็นหวงไปได้ เขาคิดเสียงดังแต่ไม่ได้พูดออกมา 

 

แทฮยองหัวเราะคิกเดินกลับไปหาจองกุก โบกมือให้กับยุนกิที่ขับรถออกจากลานจอดรถไป เขาหันมามองคนข้างกายที่หน้าบึ้งลงเล็กน้อย พบคนงอนหนึ่งอัตรา เขาเลยคล้องแขนเข้ากับแขนจองกุก ซบหัวทุยลงกับไหล่หนาแล้วดึงให้ก้าวเดินไปพร้อมกัน 

 

อาจจะเป็นการง้อ หรืออาจจะไม่ใช่ เพราะช่วงนี้แทฮยองมักอ้อนเขาเป็นปกติอยู่แล้ว แต่มันก็ทำให้จองกุกหลุดยิ้มออกมา 

 

"อย่ากอดใครแบบนี้อีก ฉันหวง" เสียงทุ้มว่าคาดโทษอย่างจริงจัง 

 

"ขี้หวงจัง" แทฮยองยังคงหัวเราะน้อย ๆ อยู่ 

 

"ก็แฟนทั้งคน ไม่ให้หวงได้ไง รักมากก็หวงมากไม่เคยได้ยินเหรอ" คนพูดยิ่งได้ยินแทฮยองหัวเราะก็ยิ่งทำหน้าหงอยลงไปอีก จองกุกแค่คิดว่าถ้าแทฮยองใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เขาคงไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าการตามหวงคนข้าง ๆ กันนี้ 

 

"เอาน่า คนอื่นได้แค่กอด แต่นายได้ทั้งตัวแล้วก็หัวใจฉันเลยนะ เห็นไหม ชนะใส ๆ เลย" ว่าแล้วแทฮยองก็หัวเราะคิกเมื่อโดนบีบจมูกส่ายไปมา 

 

“หึ กลับกันเถอะ เดี๋ยวรถติด” และกว่าคนทั้งคู่จะกลับถึงบ้านก็เกือบสองทุ่ม คืนนี้เราแค่นอนกอดกันเหมือนอย่างคนรักทั่วไป พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า 

 

กลับบ้านเรากันเถอะ รักรอเราอยู่ 

  

 

เส้นทางกลับบ้านโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติเป็นระยะ เสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ คละเคล้ากับเสียงพูดคุยหัวเราะตลอดทาง นี่นับเป็นการเดินทางร่วมกันครั้งแรกของเราทั้งคู่ที่ไม่มีเรื่องหนักใจรออยู่ข้างหน้าเหมือนอย่างทุกครั้ง ไม่มีน้ำตาของความเสียใจเหมือนอย่างที่ผ่านมา ทั้งไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป 

 

"ยิ้มอะไร" สารถีสุดหล่อเอ่ยถามคนรักเมื่อเห็นแทฮยองเท้าแขนกับกระจกรถรับลมหนาวแล้วยิ้มกว้างออกมา 

 

"มีความสุขน่ะ" เสียงใสตอบ แทฮยองมองจองกุกด้วยสายตาเดียวกับที่อีกฝ่ายใช้มองตัวเอง แสงแดดอ่อน ๆ ในฤดูหนาวที่สาดออกมาตกกระทบใบหน้าหล่อเหล่า เกิดเป็นแสงเงาที่ทำให้ใจดวงน้อยเต้นตึกตักอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งอดคิดไม่ได้ว่าการมีแฟนหล่อนี่ก็ไม่ได้แย่ มันแค่ทำให้เราห้ามความต้องการตัวเองได้ยากมากก็เท่านั้นเอง และนับเป็นความโชคดีอีกอย่างที่จองกุกเองก็ไม่เคยขัดใจเขาจริงจังเลยสักครั้ง เขาเลยรู้สึกว่าตัวเองยิ่งกว่าโชคดี 

 

"ฉันก็มีความสุข ขอบคุณนะที่สอนให้ฉันรู้จักว่ารักคืออะไร" จองกุกพูดด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นแทฮยองแสร้งกระแอมไปทำน้ำเสียงเข้มขรึมไม่ต่างจากตัวเขาเมื่อก่อนแล้วพูดออกมา 

 

"ครับ รักผมให้มาก ๆ ก็แล้วกันนะมิสเตอร์จอน เพราะผมก็จะรักคุณให้มาก ๆ แบบมาก ๆ เหมือนกัน" 

 

คนทั้งคู่มองสบตากันแล้วหัวเราะออกมา มืออุ่นใหญ่ขยี้ผมนุ่มอย่างมันเขี้ยว แทฮยองเองยังหัวเราะไม่หยุด วันนี้ พรุ่งนี้หรือวันต่อ ๆ ไป เราจะเป็นความสุข เป็นรอยยิ้ม เป็นเสียงหัวเราะให้แก่กันและกันแบบนี้และตลอดไป 

 

รถคันหรูมุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้านอันคุ้นเคย เลยผ่านทุ่งหญ้า ป่าสนที่กลายเป็นสีขาวโพลน ความเย็นยะเยือกของอากาศหนาวไม่อาจแทรกซึมความอุ่นของมือสองข้างที่สอดประสานกุมกันอยู่ 

 

"กลับมาแล้วครับ" 

 

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้า" 

  

  

-THE END- 

  

  

Lesion : บาดแผลสุดท้ายได้รับการรักษาแล้ว  

  

จบแล้วค่าาา เย้~~ เป็นการเดินทางที่แสนยาวนาน ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างทำให้เรื่องนี้ล่าช้าไปแบบช้ามาก ๆ แฮ่!  

ขอบคุณคุณนักอ่านที่่ยังอยู่ด้วยกัน และทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณค่าา ^^ 

  

ปล.อาจจะมีตอนพิเศษมาให้อ่านเล่น แต่ยังไม่มีเวลาแน่นอนว่าเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับความว่างของงานที่ทำเป็นหลัก T^T  

  

T : Mairymii 

#มินเตอร์จอนกุกวี 

ความคิดเห็น