email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

ตอนที่ ๗ - ดอกซ่อนกลิ่น

ชื่อตอน : ตอนที่ ๗ - ดอกซ่อนกลิ่น

คำค้น : omegaverse,AlphaXAlpha,เมะxเมะ,Mpreg,20+,18+,NC20+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๗ - ดอกซ่อนกลิ่น
แบบอักษร

ตอนที่ ๗ 

ดอกซ่อนกลิ่น 

 

“เอาล่ะ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับวัคซีนนั่นบ้าง บอกมาให้หมด”

“ผมบอกไปหมดแล้ว ทั้งหมดที่ผมรู้มีแค่นั้น”

“ไม่เอาน่ะหมอ”

“อย่าทำเหมือนนี่เป็นการสอบปากคำหน่อยเลยคุณ”

“แล้วทำไมคุณถึงคิดว่านี่ไม่ใช่การสอบปากคำ” อัลฟ่าหนุ่มรูปร่างกำยำล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อมิดชิด หยิบสมุดพกโชว์ตราหน่วยงานของตัวเองยื่นให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงดู “ผมเจ้าหน้าที่ Brooklyn Rhodes”

คนผมสีน้ำตาลจนออกแดงมองตรานั้นก่อนจะเบิกดวงตากว้าง “FBI เหรอ?”

“ให้ความร่วมมือกับผมเถอะ อย่างน้อยคุณก็จะปลอดภัย”

“คุณทำงานให้ใคร”

“แน่นอนว่าสำนักงานสอบสวนกลาง--”

“ที่ขึ้นตรงต่อประธานาธิบดีน่ะเหรอ หน่วยข่าวกรองจะไว้ใจได้ขนาดไหนเชียว” ต่อให้เป็น FBI ก็ไว้วางใจไม่ได้ในสถานการณ์แบบนี้

“ก่อนตาสว่างคุณเองก็ทำงานให้เมดิสันมาก่อนเหมือนกันนี่ จะมัวมาพิรี้พิไรทำไม”

คนถูกถากถางชักสีหน้าใส่คนตรงหน้า “เอาสิ งั้นอัดคลิปสอบปากคำผมไว้เลย แต่คุณต้องตอบต่อหน้ากล้องด้วยว่าคุณอยู่ข้างไหน ซ้ายหรือขวา แล้วถ้าผมเป็นอะไรไปคุณจะรับผิดชอบยังไง”

“ถ้าผมอยู่ขวา คุณคงไม่มีชีวิตรอดจนมายืนต่อปากต่อคำกับผมถึงตอนนี้หรอกหมอ”

บรู๊คลินรู้ทันทีว่าหมอลุคหมายถึงอะไร ขวาคือพวกที่อนุรักษ์นิยมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ซ้ายคือเสรีนิยมที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และแน่นอนว่าบรู๊คลินอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งขวาจัดอย่างประธานาธิบดีเมดิสันและรัฐบาลในตอนนี้

“คนที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างไม่ใช่ผมหรือคุณ แต่เป็นเมดิสัน”

ทั้งห้องเงียบอยู่พักหนึ่งก่อนที่คนถูกสอบปากคำจะถอนหายใจยาวออกมา หัวสมองย้อนนึกไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ราวหกเดือน

“หกเดือนก่อนทีมวิจัยยาฝีมือดีถูกเรียกตัวเข้ามาทำงานในแล็บที่นี่อย่างลับๆ ผมเป็นหนึ่งในนั้น เราทดลองเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ของทรูอัลฟ่า วิจัยการตัดต่อพันธุกรรม ทดลองกับสัตว์เล็กจนสามารถเปลี่ยนหนูตัวเมียกลายเป็นตัวผู้ได้ กระทั่งการทดลองวัคซีนในมนุษย์เริ่มต้นขึ้นที่คุกแดน X เมื่อสามเดือนก่อน”

บรู๊คลินกอดอกมองคนที่นั่งบนเตียงผู้ป่วยเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมด กล้องขนาดเล็กบันทึกภาพและเสียงของหมอเอาไว้เป็นหลักฐาน

“วัคซีนชนิดนี้จะสำเร็จก็ต่อเมื่อฉีดแล้วเซลล์ทุกเซลล์เข้ากันได้กับร่างกายของอัลฟ่า และไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง แต่ที่ผ่านมานักโทษกว่า 50 รายต้องเจอกับผลข้างเคียงสาหัส แต่ละคนเกิดผลข้างเคียงแตกต่างกันไปตามแต่ร่างกายจะต่อต้าน ดังนั้นสเต็มเซลล์ของ Enigma คือตัวแปลสำคัญในการทำให้วัคซีนสามารถใช้ได้จริง”

“อย่างที่รู้อีนิกม่ามีความแข็งแกร่งกว่าอัลฟ่าทั่วไป ยิ่งกว่าทรูอัลฟ่า ถ้าอยู่รวมฝูงก็จะเป็นจ่าฝูงโดยปริยาย โดยเฉพาะอีนิกม่าในวัยเจริญพันธุ์สามารถปล่อยน้ำเชื้อหยดเดียวก็เปลี่ยนร่างกายอัลฟ่าให้เป็นโอเมก้าได้ การนำสเต็มเซลล์ของอินิกม่ามาตัดต่อเซลล์บางตัวและฉีดจนครบโดส พันธุกรรมของอีนิกม่าที่เป็นยีนเด่นกว่าโอเมก้าหรือเบต้าจะเข้าแทนที่ ทำให้ร่างกายมีโอกาสสูงที่จะเผยเพศรองออกมาเป็นอัลฟ่า”

“คุณหมายความว่าถ้าวัคซีนชนิดนี้สำเร็จจะเปลี่ยนเพศรองเป็นอัลฟ่าได้จริง ?”

“ใช่ แต่ถึงจะเปลี่ยนเพศรองสำเร็จข้อเสียของมันก็เกินจะคาดถึง ผู้ที่ใช้วัคซีนมีแนวโน้มที่จะอายุสั้นลงอย่างน้อยยี่สิบปี” ลุคแสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมา เมื่อรู้ผลลัพธ์เขาจึงประท้วงด้วยการขอลาออกไม่ยอมวิจัยต่อ แต่เมดิสันกับหัวหน้ากลับป้ายสีเขาจนต้องจบลงในคุก “ตอนนี้เมดิสันกำลังตามหาตัวอีนิกม่าแทบพลิกแผ่นดิน”

“มึงได้ยินทุกอย่างแล้วนะ”

“ที่เหลือกูจัดการเอง”

จากัวร์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของประตูเพื่อดูลาดเลาตอบรับเพื่อน ข้อมูลทั้งหมดนี้จะไม่มีความหมายถ้าขาดหลักฐานเอาผิด เรื่องนี้ต้องส่งเข้าไปที่รัฐสภาก่อนที่จะมีคนตายมากไปกว่านี้

 

-

 

3 AM

กลางดึกที่ผ่านมามีศพนักโทษกว่าสามรายถูกหามออกไปจากห้องขังด้วยสาเหตุการตายที่ไม่ปกติ เหตุการณ์เดิมวนลูปซ้ำเหมือนคราวก่อนไม่มีผิด ถ้าหากเซเวียสฉีดวัคซีนเข็มนั้นเข้าไป หนึ่งในศพพวกนั้นอาจเป็นตัวเขาเองก็ได้ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่และได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องราวต่างๆ ทำให้เซเวียสจิตตกลงทุกวันเช่นเดียวกับจำนวนนักโทษที่ลดลงไปเรื่อยๆ

แล้วไหนจะผลข้างเคียงของวัคซีนเข็มแรกที่พรากเอาความภาคภูมิในชีวิตอัลฟ่าของเขาไปจนเกือบหมด ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองกลายพันธุ์เป็นตัวอะไรไปแล้ว เหมือนร่างกายมันไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไป โดยเฉพาะตอนที่อยู่ใกล้ไอ้คนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้าม

“ทำไมยังไม่นอน”

นั่นไง ตายยากชิบหาย...

“เห็นคนตายคืนเดียวสามศพ หลับตาลงก็เกินไปหน่อยละ”

“อย่าบอกนะว่ากลัวผี” เสียงจากห้องฝั่งตรงข้ามพูดติดตลก แต่เซเวียสกลับไม่รู้สึกขำด้วยสักนิดเดียว

“ถ้ามีผีจริงกูก็อยากเห็นเหมือนกัน จะได้ถามว่าหนีออกไปจากที่นี่ทางไหน”

“มึงนี่ชอบหาเรื่องจมน้ำตายก่อนโดนวัคซีนฆ่า”

อย่าลืมว่าเมื่อไหร่ที่คิดหนีออกจากคุกจะเกิดอาการประสาทหลอนแล้วต้องพบกับสิ่งที่ตัวเองกลัวมากที่สุดในชีวิต อย่างเช่นคืนแรกที่เข้ามาอยู่ในนี้

“รู้ตัวบ้างมั้ยว่าปากมึงมันอัปมงคล” เซเวียสนั่งพิงเหล็กลูกกรงห้องขังอยู่หันไปมองอีกคนที่อยู่ดีๆ ก็เอาคีย์การ์ดเปิดประตูห้องขังเดินดุ่มเข้ามาหน้าตาเฉย “อะไรอีกล่ะ”

“ผื่นหายยัง ไหนดู”

“ไอ้ฝีมือมึงนี่น่ะเหรอ”

“แปลก ปกติมันต้องเป็นผื่นแพ้เยอะกว่านี้”

จากัวร์ขมวดคิ้วพลิกแขนเซเวียสไปมา เคยมีอัลฟ่ากินยาต้านฮีทของโอเมก้าแล้วแพ้ชนิดรุนแรงถึงขั้นเป็นผื่นทั้งตัวหามเข้าโรงบาลก็มี แต่เซเวียสกลับมีแค่รอยปื้นแดงๆ ตามบริเวณข้อพับและหลัง นิ้วมือเรียวดึงเสื้อที่ถูกอีกคนเลิกขึ้นลง แต่กลับโดนจากัวร์ลากแขนเข้ามาข้างในจนถึงโพรงนอน

“ถอดเสื้อผ้าออก”

“อะไรของมึงวะ”

“ถอด”

แม้แต่เซเวียสเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำตามที่มันสั่งด้วย เจ้าตัวถอนหายใจก่อนจะถอดเสื้อออก จากนั้นจากัวร์ก็จับบริเวณท้ายทอยกดใบหน้าแนบกับผนังคุก ตาคมสังเกตเห็นแผ่นหลังเนียนเป็นผื่นแดงแถมมีรอยเล็บเกาเต็มไปหมด

“ท่าทางจะคันมาก มานี่ กูช่วยเกาให้”

“มึงไม่ต้องมีน้ำใจขนาดนี้ก็ได้ โอ๊ย!” เซเวียสแหวเข้าให้แต่ก็สู้แรงอีกคนไม่ได้

“หรือจะให้ช่วยเกาตรงอื่นดีล่ะ แบบที่เคยๆ” มือหยาบใหญ่ลากผ่านไปตามรอยผื่นแดงบนแผ่นหลังเนียน

“อะ ไอ้...”

คนถูกข่มกลั้นหายใจเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาจากข้างหลังแถวลำคอ ทุกครั้งที่จากัวร์เข้าใกล้เซเวียสถูกข่มด้วยบางสิ่งบางอย่าง คล้ายกับสัญชาตญาณสัตว์ในฝูงที่ต้องก้มหัวให้จ่าฝูงที่แข็งแกร่งกว่าอย่างไรอย่างนั้น

แต่ทำไมล่ะ ในเมื่ออัลฟ่ากับอัลฟ่ามันสถานะไม่ต่างกันสักนิด ?

“อื้อ มึงล้วงเหี้ยอะไร”

“กูจะดูให้มีผื่นขึ้นตรงนี้ด้วยมั้ย”

ทั้งคู่ต่างรู้ว่ามันเป็นแค่คำกล่าวอ้างอย่างไร้ที่มาที่ไปก็เท่านั้น มือหยาบกระด้างสอดล้วงเข้าไปในกางเกงกอบกำตัวตนอันภาคภูมิใจของเซเวียสและทำลายมันลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี แทนที่ด้วยความปารถนาลึกที่ถูกเผยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ร่างกายทุกส่วนที่ถูกมือแกร่งกว่าลากผ่านชาวาบไปถึงปลายเท้า ตรงที่คันเพราะผื่นแพ้ไม่ได้ทุเลาลงแม้แต่น้อย กลับยิ่งทวีความคันมากกว่าเดิม แม้ใจต่อต้านแต่ร่างกายมันขัดแย้งเสียเอง มือหนาอีกข้างจับมือที่ยันผนังคุกให้เอื้อมมากุมของร้อนแข็งโด่กลางเป้าชักรูดจากโคนใหญ่ขึ้นมาถึงปลายองคชาติขยายถอก

“กูชักให้มึงแล้ว มึงก็ชักให้กูด้วย”

“อะ...อื้อ กูไม่ได้ขอสักคำ”

แผ่นหลังกว้างของเซเวียสถูกทาบทับด้วยแผงอกเปลือยเปล่าที่กว้างกว่า จมูกโด่งเป็นสันคมกดลงบนเนินไหล่เปลือยสูดเฟ้นกลิ่นหอมเย้ายวนไปทั่วท้ายทอย นี่มันไม่ใช่อาการฮีททุรนทุรายแบบที่ผ่านมา เพียงแต่ร่างกายมันถูกกระตุ้นเซเวียสจึงเผลอส่งกลิ่นฟีโรโมนออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

รู้จักไหมดอกไม้ที่ซ่อนความหอมเอาไว้มิดใต้แสงตะวัน และจะเผยกลิ่นรัญจวนใจอย่างดุเดือดในยามค่ำคืน หากมีกลีบดอกเพียงชั้นเดียวจะเรียกขานในนาม ‘ซ่อนกลิ่น’ แต่หากมันเกิดเป็นช่อที่มีกลีบซับซ้อนหลายชั้นมักเรียกอีกชื่อว่า ‘ดอกซ่อนชู้’

 

“จงซ่อนกลิ่นมึงไว้ให้ดี อย่าให้ใครได้กลิ่นนี้”

 

“…”

 

“นอกจากกู”

 

-

ร่างสูงใหญ่ยันตัวลุกจากเตียงขนาดเล็กสำหรับหนึ่งคน แต่กลับมีอัลฟ่าร่างใหญ่สองคนมานอนเบียดกัน มือหนาหยิบเสื้อมาสวมหัวเพราะหูได้ยินเสียงสัญญาณทางเข้า เวลานี้น่าจะมีผู้คุมเดินเข้ามาตรวจห้องขังแต่ละห้อง เขาเหลือบมองไปยังคนข้างกายที่นอนหลับซุกหมอนใบเดียวกันแต่ต้องแบ่งคนละครึ่ง ก่อนจะลุกจากเตียงไปมือหนาเอื้อมไปช้อนหัวคนที่หลับสนิทให้ขยับหนุนหมอนดีๆ

เส้นผมนิ่มลื่นที่ผ่านฝ่ามือสากทำให้จากัวร์เผลอจับมันเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวก็ผละห่างและลุกออกมาจากห้องขังทันที แล้วก็ต้องมาจ๊ะเอ๋กับผู้คุมเข้า โชคดีที่วันนี้มันเป็นเวรบรู๊คลิน ฝ่ายนั้นพอเห็นจากัวร์ออกมาจากห้องเซเวียสก็ทำหน้าแปลกใจ

“อ้าว แล้วมึงเข้าไปทำอะไรในนั้นวะ ห้องมึงอยู่นี่ไม่ใช่เหรอ”

“กูเห็นอะไรแปลกๆ เลยเดินมาดู” จากัวร์ตอบไปแบบส่งๆ

“ไม่น่าใช่แล้วมั้ง ปกติไม่ใช่เรื่องของตัวเองมึงไม่เคยยุ่ง เฮ้ย หรือว่า...” บรู๊คลินปะติดปะต่อจับผิดเพื่อน “นี่อย่าบอกนะว่าพวกมึงสองคน”

“กูสองคนอะไร แล้วมันใช่เรื่องของมึงมั้ยไอ้บรู๊ค”

“เออกูอยากเสือกเองแหละ อะไรวะ พ่อเสือจำศีลอย่างมึงไม่เคยชายตาแลโอเมก้าสักคน ตอนนี้ศีลแตกซะงั้นแถมได้แดกอัลฟ่าอีก มึงนี่มันยังไง”

“ก็ไม่ยังไง กูพอใจกูก็เอา” จากัวร์ถอนหายใจใส่เพื่อนรักที่เดินตามหลังแซวไม่หยุด จำสงจำศีลอะไรของมัน

“อะ งั้นแปลว่ามึงยอมรับแล้วสิ ตั้งแต่เมื่อไหร่ๆ”

“หยุดเสือกเรื่องกูได้ละ แล้วนี่มึงมีอะไรมาอัปเดตบ้าง” ปกติเวรไอ้บรู๊คมันไม่ใช่วันนี้ ถ้าแลกเวรมาแบบนี้แปลว่ามีข่าวมารายงาน

“โหย อะไรวะ” บรู๊คลินทำหน้าเซ็ง

“เข้าเรื่องสักที”

“อีกสามวันจะมีการขึ้นศาลคดีทุจริตของอดีตเลขาเมดิสัน ช่วงนี้ที่กระทรวงกำลังหัวหมุนกันน่าดู แล้วก็มีคนฝากนี่มาให้มึงด้วย”

บรู๊คลินเปลี่ยนสีหน้าและยื่นกระดาษโน้ตที่ถูกพับจนเหลือแค่แผ่นเล็กนิดเดียว จากัวร์รับมันมาเปิดอ่านทันที ดูก็รู้ว่ามันเป็นจดหมายเรียกออกไปพบ เพียงแต่ไม่ได้ระบุตัวตนว่าคนส่งเป็นใคร

  

ผมมีสิ่งที่คุณต้องการ  

2/24 Roadking  

 

“มีรอยปั๊มตราพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล หมายความว่าเป็นคนของอีกฝั่ง”

“ก็ยังเสี่ยงเกินไป กูว่ามึงอย่าไปดีกว่า กับดักหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ไม่ลองไม่รู้ ถ้ามันมีหลักฐานจริงก็คุ้มเสี่ยง”

“แต่ถ้ามึงได้หลักฐานเอาผิดเมดิสันมาจริงๆ มึงคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้”

“มึงลืมไปแล้วเหรอว่าคุกนี้ใครเป็นคนก่อตั้ง เส้นทางลับทุกทางที่ซ่อนตัวหลบภัยมีแค่กูคนเดียวที่รู้ อีกอย่างกูไม่อยากให้ที่นี่แปดเปื้อนมากไปกว่านี้”

“ปู่มึงคงดีใจ” บรู๊คลินตบไหล่เพื่อน

เป็นดังนั้น...

คืนนี้จากัวร์ได้ออกไปตามจดหมายนัด โดยทางลับที่เขาออกมาค้นหาทุกคืนตั้งแต่เข้ามาอยู่ในคุก เป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวถูกพรางตาด้วยกลไกบางอย่างที่ปู่เป็นคนสร้างขึ้นมา แปลกเหมือนกันเพราะมันเปิดออกให้จากัวร์เห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น และเส้นทางนี้สามารถพาเขาหนีออกมาจากคุกได้จริง

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พลางตัวด้วยหมวกแก็ปและเสื้อผ้าสีดำทั้งตัว รู้สึกแปลกประหลาดที่ต้องสวมเสื้อผ้ามิดชิด หลายเดือนที่ผ่านมาในเรือนจำแม้แต่กางเกงชั้นในยังมีให้ใช้แค่ไม่กี่ตัว

จากัวร์มาถึงบ้านเลขที่ 2/24 ในย่านโรดคิงส์ที่เป็นจุดนัดหมาย เขายืนซุ่มมองรอบๆ อยู่ราวยี่สิบนาทีและเดินดูพื้นดินในสวนสาธารณะติดกับบ้านบล็อคนี้ พบสิ่งผิดปกติหลายอย่าง มีรอยเท้าที่ยังใหม่ๆ เป็นบู๊ทไซส์ 44-45 ที่นี่ต้องเคยถูกซุ่มสอดแนมแน่นอน ไหนจะกล้องวงจรปิดที่ถูกตัดสายขาดหมด  

“ฉิบหายล่ะ!”

ร่างสูงใหญ่วิ่งเข้าไปในบ้านหลังนั้นทันที เขาเปิดประตูห้องพักซึ่งน่าจะเป็นห้องทำงานถูกแง้มไว้ ดวงตาคมเบิกกว้างลำคอแห้งผากไปหมด เบื้องหน้าเขาคืออดีตเลขาของประธานาธิบดีเมดิสัน ข้างขมับมีรูกระสุนยิงทะลุกะโหลก ในมือถือปืนติดที่เก็บเสียงห้อยอยู่ข้างลำตัว

หมายความว่าจดหมายนั่นคือสารที่ส่งมาเพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่มันสายไปแล้ว เขามาไม่ทัน

 

-

 

“ลูอิส”

(ไม่น่าเชื่อว่ากูไม่ได้ยินเสียงมึงมาสองอาทิตย์แล้ว เป็นยังไงบ้างสบายดีรึเปล่า)

เซเวียสก้มหน้าลงมองพื้นกระเบื้องและหลับตาแน่น หูแนบโทรศัพท์ฟังเสียงปลายสายที่ดูจะดีใจเหลือเกินที่ได้โควต้าโทรศัพท์คุยกัน แต่ในสภาพจิตใจแบบนี้เซเวียสก็ไม่รู้ว่าก้อนอะไรมันมาจุกอยู่ที่คอกับไอ้แค่คำถามทั่วไปอย่างสบายดีไหม

(เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นกับมึง)

และแน่นอนว่าความสัมพันธ์ที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก อย่างลูอิสน่ะจับน้ำเสียงผิดปกติของเซเวียสได้ตั้งแต่คำแรก

“ถ้ากูไม่ได้ออกไป มึงจะช่วยแวะไปเยี่ยมป๊ากับแม่แทนกูบ้างได้มั้ยวะ เอาดอกซ่อนกลิ่นไปใส่แจกันที่ห้องนอนกูด้วย”

(มึงพูดอะไรออกมา คดีมึงอีกไม่นานก็ได้ออกแล้ว)

“อืมม กูแค่กลัวไม่มีโอกาสได้บอก อย่าลืมเข้าใจมั้ย”

(ถ้าให้พ่อกูช่วยจัดการปิดคดีให้จบตั้งแต่แรกมึงก็ไม่ต้องเข้าไปลำบากแบบนี้)

“ก็กูไม่อยากเป็นคนแบบเดียวกับที่กูเกลียด”

เขาได้ยินเสียงปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ใครมันจะไปรู้กันล่ะว่าเข้ามาแล้วต้องมาเจอกับการทดลองวัคซีนอะไรพวกนี้ ทั้งที่ใจอยากจะบอกเพื่อนไปให้หมดทุกสิ่งทุกอย่างว่าเจอกับอะไรบ้างในนี้ แต่ก็กลัวว่าเพื่อนจะเป็นอันตรายไปด้วย

(เซเวียส)

“หือ”

(หนีไปกับกูมั้ย กูจะพามึงหนี)

“นี่มึงพูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างมั้ย?!”

เซเวียสเบิกตากว้างหันรีหันขวางเพราะกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินการสนทนาครั้งนี้เข้าแล้วจะพากันเดือดร้อนไปใหญ่ ไม่รู้ว่าการติดต่อทางโทรศัพท์กับคนข้างนอกจะมีการบันทึกการสนทนาไว้ด้วยรึเปล่า

แต่เสียงจากปลายสายของเพื่อนสนิทก็ทำให้เซเวียสรู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก มันไม่มีทีท่าของความลังเลสักนิด

(แค่มึงตอบตกลงมาคำเดียว กูจะพามึงไปทุกที่ที่มึงต้องการ)

“ลูอิส...นี่มึง”

 

 

อัปเดต ๑๐๐% 

  

           

           ไม่ได้ทอล์คกันนาน อยากบอกว่าขอบคุณคอมเมนต์ของทุกคนมาก ทำให้เรามีแรงผลักดันอย่างเหลือเชื่อเลย ช่วงที่ผ่านมารีบทำเล่มผมไม่เนิร์ดให้ทันงานหนังสือก็เลยไม่ได้มาอัปเลย ถ้าใครได้ไปงานก็ขอฝากด้วยนะค้าบ นี่พอมีเวลาก็รีบมาปั่นต่อทันทีกลัวว่าทุกคนจะเทเรื่องนี้ไปซะก่อน

           ตอนนี้เนื้อเรื่องก็เริ่มจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว อย่างที่บอกเรื่องนี้มีทั้งพล็อตและพอร์น เราพยายามบาลานซ์ไปด้วยกันให้ได้กลัวจะเครียดเกินไป ตอนนี้ปมของเรื่องก็ออกมาแล้ว เซเวียสจะเป็นโอเมก้ารึยังนะ ว่าแต่ความ3,000กับลูอิสนี่มันยังไงๆ แล้วเซเวียสจะหนีไปกับลูอิสมั้ย? เฮ้ยย พ่อเสือของเราจะยอมเหรอ! / แสยะยิ้ม

 

ฝากส่งฟีดแบคที่แท็ก  

#คุกทดลองอัลฟ่า  

ด้วยค้าบผม 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว