email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

[ 64 ] เคนไม่บอก...เลี้ยงไม่พูด

ชื่อตอน : [ 64 ] เคนไม่บอก...เลี้ยงไม่พูด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.3k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2564 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
[ 64 ] เคนไม่บอก...เลี้ยงไม่พูด
แบบอักษร

เป็นอีกหนึ่งคืนที่แสนดีต้องตกอยู่ในความฝันประหลาด หญิงสาวเดินไปตามทางที่เต็มไปด้วยหมอกสีขาว ซึ่งตรงปลายทางมีแสงสว่างเรืองรองโอบล้อมร่างกายของสตรีนางหนึ่งเอาไว้ แสนดีลังเลใจ จะก้าวเดินต่อไปหรือจะถอยหลังกลับ เสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น  

“เจ้าไม่อยากพบริต้าหรือไร” ชื่อนี้ทำให้แสนดีหยุดชะงัก  

“เจ้าจะกลัวไปไย เกราะอาคมที่ยายของเจ้าสร้างขึ้นมันแน่นหนาจนเราไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้ไม่ใช่รึ” เสียงที่ดังอยู่รอบตัวของแสนดี แต่ก็ไร้ซึ่งตัวตน หญิงสาวมิอาจมองเห็นเจ้าของเสียงได้ 

“...” แสนดีไม่ได้ตอบสิ่งใด แต่ก็ยอมก้าวเดินไปเบื้องหน้า ยิ่งขยับเข้าไปใกล้ ใบหน้าของสตรีที่ยังนอนนิ่งบนแท่นที่เป็นเหมือนดอกไม้ขนาดใหญ่ก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง เมื่อได้เห็นใบหน้าชัดขึ้น 

“คุณแม่” แสนดีรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างไม่รั้งรอ เกาะแขนของสตรีนางนั้นเอาไว้ด้วยความคิดถึง แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อร่างกายที่ควรจะอุ่นกลับเย็นเฉียบไม่ต่างจากน้ำแข็ง 

“คุณทำอะไร คุณแม่ของฉัน”  

“วาจาอย่างมนุษย์ มันไม่เหมาะกับเจ้าเท่าไรเลยนะ เจ้าควรจะฝึกพูดเสียใหม่ อีกหน่อยได้เคียงคู่กับเรา ผู้คนที่นี่จะได้ไม่หัวเราะเยาะเจ้าได้”  

“คุณคือใคร” แสนดีถามในขณะที่หมุนตัวมองหาตำแหน่งที่คิดว่าเขาควรจะอยู่แต่ก็ไม่พบ 

“คนที่เจ้าต้องภักดี” น้ำเสียงที่กระซิบใกล้ข้างใบหูบอบบาง ก่อนที่แสนดีจะรู้สึกถึงความเปียกชื้นบางอย่างตั้งแต่ลำคอไปจนถึงติ่งหู 

“ขนาดอยู่ในห้วงนิทรา รสชาติของเจ้ายังหวานหอมขนาดนี้”  

แสนดีหันไปทางฝั่งที่เธอถูกสัมผัสก็เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ใกล้เธอเพียงแค่ฝ่ามือเดียว หญิงสาวรีบกระเถิบตัวถอยหลัง พร้อมทั้งใช้มือของตนเองขยี้ถูลงไปบนลำคอด้วยความรังเกียจ 

“เดฟลินคือนามของเรา เจ้าล่ะ มีนามว่าอะไร”  

“...” แสนดียังคงเงียบ 

“ถ้าเราทำลายร่างของริต้า ตอนนั้นเราคงได้รู้จักนามของเจ้ากระมัง”  

เดฟลินหงายมือขึ้น ฉับพลันเปลวไฟสีแดงก็พวยพุ่งขึ้นมา สีหน้าของอีกฝ่ายไม่ได้คิดพูดเล่น เพราะแสนดีมองเห็นความลำพองตนที่เหนือกว่าและยังมีความเด็ดเดี่ยวเฉียบคมที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคนผู้นั้น 

“แส...แสนดีค่ะ คุณอย่าทำอะไรคุณแม่นะ” หญิงสาวรีบร้อนบอกเพราะเกรงกลัวชายผู้นั้นจะทำอย่างที่พูด ถึงแม้ร่างกายมารดาจะเย็นเฉียบ แต่แสนดีก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ยังไหลเวียนอยู่ในร่างที่นอนนิ่ง 

“เมื่อเจ้าขอ เราย่อมทำตาม” เปลวไฟดวงนั้นแปรเปลี่ยนเป็นผีเสื้อหลากสีจำนวนหลายร้อยตัวก่อนมันจะบินกระจัดกระจายไปบนท้องฟ้าเกิดเป็นภาพที่สวยงาม  

“เจ้าชอบหรือไม่” เขาเสกผีเสื้อออกมามากมายหากเป็นสตรีทั่วไปคงจะตื่นเต้นดีใจ ทว่าแสนดีกลับไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาสร้าง แต่เป็นมารดา ซึ่งยังนอนนิ่งอยู่ตรงหน้านี้ต่างหากที่เธอสนใจ 

“คุณแม่เป็นอะไร ทำไมท่านถึงได้ตัวเย็นขนาดนี้”  

“มารดาเจ้ารนหาที่เองต่างหาก นางคิดจะปลิดชีพตัวเอง โชคดีที่มีข้ารับใช้เดินไปเห็นและแจ้งเราทัน ไม่เช่นนั้นเจ้าคงได้กอดกระดูกนางไปนานแล้ว ถ้าหากไม่ได้โลหิตของเราช่วยเอาไว้”  

“คุณโกหก ท่านไม่มีทางทำแบบนั้น” ในเมื่อเธอกับน้องสาวยังอยู่ ทำไมมารดาถึงไม่คิดอยากมีชีวิตอยู่เล่า 

“โกหกหรือไม่โกหก เจ้าก็เห็นกับตาแล้วมิใช่รึ นางกลืนยาเม็ดนี้ลงไป เราก็อยากจะช่วยให้นางฟื้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็จนปัญญาเพราะฤทธิ์ยาของตระกูลเจ้ามันร้ายกาจยิ่งนัก สภาพของนางจึงเป็นอย่างที่เจ้าเห็น” แสนดีเห็นเม็ดยาสีแดงสดปรากฏขึ้นบนหลังมือขาวซีดของมารดา 

“คุณแม่ ตื่นสิคะ” หญิงสาวยื่นมือไปหยิบเม็ดยามากำเอาไว้ ก่อนจะเข้าไปเขย่าที่แขนของมารดาหลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้ได้สติ ทว่าร่างไร้สติที่เย็นชืดยังคงนอนนิ่ง 

“หากเจ้าคิดว่าเราโป้ปด ก็จงถามเอาความจริงจากยายของเจ้าเถิด เม็ดยาอันนั้นก็เป็นของตระกูลเจ้าเอง”  

 

เดฟลินมองแสนดีที่พยายามจะใช้พลังวิเศษของตนนำร่างที่ไร้สติของมารดากลับไปด้วยก็แค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง 

“เจ้าคิดจะเอามารดาออกจากนิทราที่เราสร้างขึ้นมาได้อย่างนั้นเหรอ สิ่งที่เราให้เจ้านำกลับไปได้ ก็ยาหนึ่งเม็ดที่เจ้าถือไว้แค่นั้น”  

“ให้ฉันพาคุณแม่กลับไปเถอะนะ ฉันขอร้อง”  

“เจ้านี่ก็โลภไม่น้อย เราว่าเจ้าควรจะเป็นฝ่ายมาหามารดาด้วยตัวเองมากกว่านะ หากเจ้ายอมปลดเกราะป้องกันนี้ออก เราจะพาเจ้าไปยังที่เก็บร่างของริต้าเองดีหรือไม่”  

เดฟลินเดินเข้าไปประชิดแสนดีด้วยท่าทีคุกคาม ทำเอาหญิงสาวตกใจจนหวาดผวา ความรู้สึกคุกคามไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ร่างของแสนดีที่นอนหลับบนเตียงดิ้นรน จนคนที่เฝ้าดูอยู่ต้องรีบเข้ามาปลุก 

 

“แสนดี” ครรชิตปลุกให้แสนดีตื่นจากฝัน 

“ฝันร้ายอีกแล้วเหรอครับ”  

“ค่ะ” ฝันร้ายที่เหมือนจริง เพราะเม็ดยานั้นเธอยังกำอยู่ในมือ 

“ฝันว่าอะไรบอกพี่ได้ไหม”  

“ฝันเห็นผีไงคะ ก็ละครที่ดูเมื่อช่วงหัวค่ำน่ากลัวขนาดนั้น จนหนูเก็บมาฝันร้าย” แสนดีตอบด้วยรอยยิ้ม เสกยาเม็ดนั้นให้หายไป ก่อนจะขยับตัวเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมกอดของครรชิตที่มันทั้งอุ่นและให้ความรู้สึกปลอดภัย 

“ถ้าอย่างนั้นพี่ช่วยปราบผีดีไหม” คนที่คิดจะเป็นหมอผี แต่กลับทำตัวราวกับผีผ้าห่ม เพราะมือของเขาเริ่มซุกซนกับร่างนุ่มในอ้อมกอด 

ใบหน้าหล่อที่ค่อยๆ โน้มหาใบหน้าสวยหวานต้องหยุดชะงัก เมื่อรู้สึกถึงเงาสีดำบางอย่างที่อยู่บริเวณหางตา พร้อมกับน้ำเสียงเล็กที่กำลังถามด้วยความสงสัย 

“จะปราบผีที่ไหนกันครับ เลี้ยงไปปราบด้วย”  

ครรชิตถึงกับถอนหายใจอย่างเซ็งจัดเมื่อมีคนมาขัดจังหวะ 

 

“พี่ชายคนนี้มาตอนไหนทำไมเลี้ยงไม่เห็น” ลูกแมวเอียงคอถาม 

“โอเลี้ยงออกไปนอนเล่นนอกห้องสักชั่วโมงหนึ่งได้ไหมครับ ได้โปรด” ครรชิตวิงวอนให้ลูกแมวน้อยช่วยทำตามคำสั่ง แต่เจ้าตัวเล็กยังคงนั่งปักหลัก เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองที่นายท่านเมริซ่าสั่งมา  

การเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กายต้องคอยอยู่รับใช้เจ้านายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาละจากหน้าที่ก็เพราะถูกเคนจังซึ่งเป็นลูกแมวอีกตัวใช้มือเกาศีรษะให้ จนเขาเพลิดเพลินและเผลอหลับไป 

“ไม่ได้ขอรับ เดี๋ยวนายท่านเมฯ ดุเอา”  

โอเลี้ยงเดินเข้ามาแทรกระหว่างช่องว่างของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยังกอดกระชับกัน เพียงแต่เพิ่มร่างเล็กของลูกแมวน้อยเข้าไปอีกหนึ่ง แสนดีถึงกับหลุดหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของสามี 

“ให้น้องนอนด้วยนะคะ”  

ครรชิตเหลือบมองเวลาก่อนจะตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย คืนนี้เขามัวแต่โทรคุยกับเลขา เพราะมีหลายอย่างที่ต้องสั่ง พอเสร็จธุระเรียบร้อย หวังจะใช้เวลาอันน้อยนิดที่เหลือบนเตียงกับแสนดี ก็ยังมาถูกขัดจังหวะ  

‘ไม่เป็นไร วันพระไม่ได้มีหนเดียว!’  

 

 

ทุกเช้าหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ แสนดีจะเข้ามาเช็ดตัวทำความสะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ให้กับร่างของครรชิตที่ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ความจริงเรื่องพวกนี้ให้คนอื่นทำแทนได้ แต่เป็นแสนดีเองที่รู้สึกไม่ชอบใจ เมื่อมีคนอื่นมาจับต้องผู้ชายของเธอ 

ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกชุบน้ำอุ่น นำมาบิดจนหมาด ก่อนจะใช้เช็ดบนร่างกายของคนที่ยังนอนหลับไม่ได้สติ เวลาแบบนี้เท่านั้น แสนดีจึงจะมีความกล้า ซ้ำยังมีโอกาสได้สำรวจตัวอีกฝ่ายแทบจะทุกส่วน แต่ก็เหลือเพียงบางจุดเท่านั้นที่เธอไม่กล้ามอง 

“ทำไมหนูไม่เอาผ้าห่มออกครับ มันจะได้เช็ดถนัด” คำถามของชายหนุ่มในร่างแมว ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงทันตาเห็น ครรชิตเองก็สังเกตได้จึงรู้สาเหตุที่เธอไม่ดึงเอาผ้าออกไป 

“เห็นกันมาหมดแล้วยังเขินอีกเหรอครับ”  

“เห็นอะไรกันครับ” เสียงแมวน้อยที่ชื่อโอเลี้ยงถามขึ้นมาบ้าง ช่วงนี้เขาต้องฝึกการทำตัวเป็นบ่าวที่ดี เจ้านายไปไหนเขาก็จะพยายามไปด้วย โดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีแมวบางตัวไม่อยากให้ตาม 

“โอเลี้ยง ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน” ครรชิตในร่างแมวหันไปมองลูกแมวที่ปีนขึ้นมานั่งบนเตียง 

“แต่นายตัวเท่าเราเลยนะเคนจัง นายโตกว่าเราตรงไหน”  

ครรชิตได้แต่ถอนหายใจ อธิบายไปแมวสมองเสื่อมตัวนี้ก็คงไม่เข้าใจ ขนาดชาช่าเคยบอกว่าเขาเป็นหนึ่งในนายท่านของตระกูลนี้ เจ้าโอเลี้ยงยังไม่เชื่อ เขาเองก็จนปัญญาที่จะพูด 

“พี่แสนดี คนผู้นี้ทำไมถึงนอนนิ่งเล่า เขาขี้เกียจจนต้องให้พี่มาเช็ดตัวเลยหรือขอรับ” ทั้งที่เมื่อคืนโอเลี้ยงก็เห็นพี่ชายคนนี้ยังลุกขยับตัวได้ 

“พี่เคนป่วยอยู่ค่ะ พี่แสนดีจึงต้องมาดูแล” แสนดีตอบเจ้าแมวขี้สงสัยด้วยรอยยิ้ม 

“ทำไมชื่อเหมือนเคนจังเลย” โอเลี้ยงหันไปมองลูกแมวอีกตัวที่กำลังนั่งทำให้เซ็งสุดฤทธิ์ 

“เขาสองคนก็คือคนเดียวกันไงคะ”  

“...”  

“ยัง...ยังทำหน้าเอ๋ออยู่อีก หนูไม่ต้องอธิบายแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้แหละ เดี๋ยวพี่จัดการเองครับ”  

“ถ้าอย่างนั้นหนูไปหาคุณยายก่อนนะคะ”  

ครั้นแสนดียกอ่างน้ำใบเล็กกับผ้าที่ใช้แล้วเดินออกจากห้อง โอเลี้ยงอยากวิ่งตามไปด้วยแต่ก็ถูกครรชิตที่อยู่ในร่างแมวเรียกตัวไว้ ลูกแมวน้อยจึงหยุดมองอย่างสงสัย 

“เคนมีอะไรกับเรา”  

“เรามาตกลงอะไรกันหน่อยดีไหม” ครรชิตเดินไปตรงหน้าโอเลี้ยงเพราะไม่อยากพูดคุยเสียงดังจนคนอื่นได้ยิน 

“ว่ามา! ”  

“ปลาหิมะวันนี้อร่อยไหม” ครรชิตถาม 

“เยี่ยมยอดมาก”  

“อยากกินทุกวันหรือไม่”  

“แน่นอน”  

“เคนสั่งให้แม่บ้านทำมาให้ได้นะ เลี้ยงอยากกินกี่ชิ้นเคนก็สั่งได้”  

“จริงรึ”  

ครรชิตในร่างแมวน้อยพยักหน้าก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมา 

“แต่พวกเราต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันนะ ช่วงเวลากลางคืน เลี้ยงต้องมานอนห้องนี้แทนได้ไหม เลี้ยงห้ามตามไปนอนกับพี่แสนดี”  

“งั้นเลี้ยงคงต้องปฏิเสธเคน เพราะเราเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กายพี่แสนดี เราคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เดี๋ยวพี่ช่าดุ”  

“เคนไม่บอก เลี้ยงไม่พูดใครจะรู้ จริงไหม” ครรชิตเริ่มกล่อม 

“นายท่านเมฯ อย่างไรเล่า เดี๋ยวเราได้โดนหักขากันพอดี” วาจาอ่อนโยนกับคำขู่ของท่านเมริซ่า โอเลี้ยงยังจำได้แม่น 

“เคนรับรอง นายท่านเมฯ ไม่มีทางเอาผิดเลี้ยงได้หรอก”  

“แต่มันก็ไม่ควรอยู่ดี เราขอปฏิเสธ” แม้ปลาหิมะย่างเกลือจะอร่อยก็จริง แต่ถ้าโดนดุขึ้นมาก็ไม่คุ้ม ขนมแมวเลียจากพี่ชาช่าต่างหากเป็นสิ่งที่คู่ควรที่สุดสำหรับโอเลี้ยงในตอนนี้ เพราะมันอร่อยจนหยุดไม่ได้ 

“ขนมแมวเลียเอาไหม เคนมีเยอะเลยนะ”  

โอเลี้ยงทำตาวาวเมื่อได้ยิน 

“แต่คุณหมอรุตสัญญาจะซื้อขนมแมวเลียกับน้ำนมแพะให้เราแล้ว เราไม่เอาจากนายหรอกเคนจัง”  

“โอเลี้ยง นายยังไม่รู้อะไร หมอรุตนะ...ความจริงเป็นทาสของเรา ขอเพียงเราสั่งเท่านั้น เขาก็จะรีบทำตามทันที ถ้าเราบอกไม่ต้องซื้อขนมให้เลี้ยง เขาก็จะไม่ซื้อให้ เลี้ยงคิดว่าขนมแมวเลียลังเดียวจะกินไปได้กี่วัน”  

 

ตั้งแต่ทราบเรื่องโอเลี้ยงจะมาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กายของแสนดี ครรชิตก็เริ่มวางแผนเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ล่วงหน้า โดยสืบทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้าแมวที่ชื่อโอเลี้ยงจากคุณหมอศรุต 

“เราไม่เชื่อนายหรอก”  

“เดี๋ยวเคนจะทำให้ดู”  

ครรชิตเห็นศรุตกำลังจะเดินออกไปนอกห้อง เพื่อลงไปที่ชั้นล่าง ชายหนุ่มในร่างแมวก็ส่งเสียงเรียกดักไว้ก่อน 

“รุต! มานี่สิ” เมื่อเพื่อนเรียก ศรุตก็เดินตรงเข้าไปหา เพราะคิดว่าอีกฝ่ายอาจมีเรื่องสำคัญ 

“เป็นไง เชื่อเคนหรือยัง”  

พอได้ยินเสียงเพื่อนสนิทพูดออกมา ศรุตก็ได้แต่กอดอกกลั้นขำ เรื่องที่จะหลอกแมวให้มานอนห้องนี้ ตกลงเพื่อนของเขาทำจริงเสียด้วย แถมยังเอาเขามาเป็นตัวล่ออีก 

“แค่เรียกให้มาหา...เราก็เรียกพี่ชาช่าได้”  

“งั้นเดี๋ยวดูเพิ่ม” ครรชิตแอบบ่นในใจ ตัวแค่นี้แต่ฉลาดเป็นกรด!  

“หมอรุตซื้อขนมแมวเลียเพิ่มให้โอเลี้ยงอีกลังนะ” ครรชิตสั่ง 

“ได้ครับ นายท่าน” ก่อนจะส่ายหัวแล้วเดินจากไป 

“ตกลงเลี้ยงจะมานอนห้องนี้ใช่ไหม”  

“...”  

“ขนมแมวเลียที่กินได้ไม่อั้น เลี้ยงอยากได้หรือเปล่า”  

“...” ลูกแมวน้อยพยักหน้า 

“เคนจะยกให้เลี้ยงหมดเลย ขอแค่ตอนกลางคืน เลี้ยงมานอนเฝ้าร่างพี่ชายที่อยู่ห้องนี้ได้ไหม”  

“ทำไมเคนไม่เฝ้าเองเล่า”  

“เคนเสียสละให้เลี้ยงไง เลี้ยงดูแลพี่แสนดีตอนกลางคืนไม่ไหวหรอก บางทีก็ตื่นกลางดึกบ่อยๆ เลี้ยงจะไม่ได้นอนเอานะ ส่วนพี่ชายที่อยู่ห้องนี้ เขาไม่สบายได้แต่นอนนิ่งๆ อย่างไรซะก็ไม่ลุกขึ้นมาทำให้เลี้ยงลำบากแน่นอน”  

“...”  

“เลี้ยงจะได้นอนสบายจนถึงเช้าเลยนะ ไม่ชอบเหรอ”  

“...”  

“ตกลงไหม” เมื่อเห็นลูกแมวมีสีหน้าลังเล ครรชิตจึงรีบซ้ำ 

“ตกลง! ตอนกลางคืนเราจะเฝ้าพี่ชายให้ ส่วนเคนก็ดูแลพี่แสนดีแทนเรา แต่ห้ามบอกพี่ช่ากับนายท่านเมฯ เด็ดขาด เข้าใจไหม”  

“ย่อมได้ เคนไม่บอกแน่” ปากของลูกแมวน้อยยิ้มกว้าง ในที่สุดครรชิตก็ทำสำเร็จ คราวนี้ตอนกลางคืนจะได้ไม่มีลูกแมวมาขัดจังหวะเขาอีก! 

ความคิดเห็น