email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

[ 63 ] หาหนทางแก้

ชื่อตอน : [ 63 ] หาหนทางแก้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.5k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2564 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
[ 63 ] หาหนทางแก้
แบบอักษร

หลังจากมื้ออาหารจบลง ชายหนุ่มกับลูกแมวน้อยสีดำก็แยกตัวไปที่ห้องทำงาน เพราะดูเหมือนคุณหมอศรุตยังมีเรื่องที่ต้องการจะพูดกับครรชิตเป็นการส่วนตัว ชายหนุ่มเดินมานั่งที่เก้าอี้พร้อมกับถอนหายใจ เรื่องของหนูนาทำให้เขาต้องคิดหนัก ศรุตมีความรับผิดชอบเต็มร้อย แต่ปัญหาใหญ่มันติดอยู่ที่บุพการีต่างหาก 

“มึงช่วยกูคิดหน่อยสิ”  

“เรื่องหนูนาใช่ไหม” ครรชิตเห็นสีหน้าเพื่อนสนิทตอนลอบมองน้องภรรยาของตัวเองตลอดช่วงรับประทานอาหาร ซึ่งมักจะมีเสียงถอนหายใจตามมาด้วย ถึงแม้จะแผ่วเบา แต่หูของแมวก็ไวพอที่จะได้ยินอย่างชัดเจน 

“...” ศรุตพยักหน้าตอบรับ  

“งานหินเหมือนกันนะ”  

ครรชิตรู้จักศรุตมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นนิสัยใจคอของมารดาเพื่อนสนิท เขาย่อมทราบดี คุณหญิงพริ้มเพราค่อนข้างถือตัวและเจ้าระเบียบ จะคบค้าสมาคมกับใคร ก็เลือกแต่คนที่มาจากแวดวงเดียวกันเท่านั้น ถ้าหากที่บ้านของเขาไม่รวยจริง คงหมดสิทธิ์ได้เป็นเพื่อนกับลูกชายของเธอ 

“ฮืม...ยิ่งกว่าหินอีก”  

“คุณหญิงแม่ของมึงจะยอมเหรอ ถึงตระกูลของหนูนาจะพิเศษ ร่ำรวยเงินทอง มีฐานะไม่ต่างจากเจ้าหญิงตอนอยู่อาดีน่า แต่พอมาอยู่บนโลกมนุษย์ก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งทั่วไป ไม่ได้เป็นคุณหนูไฮโซ หรือลูกหลานของคุณหญิงคุณนายอย่างที่แม่มึงชอบ”  

“นี่แหละ ปัญหาที่กูกังวล”  

“อุปโลกน์ให้หนูนาเป็นหลานสาวเศรษฐีใหม่ดีไหม” ครรชิตเสนอ 

“แม่กูคงจ้างคนไปสืบอีก”  

“งั้นบอกความจริง เรื่องที่มึงได้กันไปแล้ว แถมหนูนาก็หน้าเด็ก หลอกคุณหญิงแม่ของมึงไปเลยว่าหนูนาอายุสิบสี่ ถ้าไม่แต่งงาน ทางคุณยายจะไปแจ้งความ เรื่องคุกเรื่องตะราง แม่ของมึงคงไม่ยอมให้เสียชื่อเสียง”  

“เอางั้นเลยเหรอ” ศรุตถามอย่างลังเล 

“มึงมีทางออกที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ ความจริงคุณหญิงแม่ของมึงน่าจะดีใจนะ ได้มีลูกสะใภ้สมใจสักที”  

“ทำอย่างกับมึงไม่รู้จักแม่กูดี”  

“ไอ้หมอรุต ความจริงเรื่องนี้มันก็ไม่ยากอะไรเลยนะ ถ้าหากมึงกล้าที่จะขัดใจแม่บ้าง มึงจะเป็นลูกแหง่ไปตลอดชีวิตไม่ได้นะ ทุกคนมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง เกิดแม่มึงไม่ยอมขึ้นมา มึงจะทอดทิ้งหนูนาอย่างนั้นเหรอ? ลูกผู้ชายมันต้องมีความรับผิดชอบนะเพื่อน”  

“แต่ก่อนมึงมีงั้นสิ”  

“มันไม่เหมือนกันโว้ย เมื่อก่อนผู้หญิงที่กูมีอะไรด้วยก็แค่ใช้เงินแลกเปลี่ยนความสนุก แต่กับแสนดี...” เสียงของครรชิตเงียบไป เมื่อมีเสียงหนึ่งดังผุดขึ้นในหัวสมอง “ผมอยากมีคุณเคียงข้างไปตลอดชีวิต ตราบเท่าที่ผมยังมีลมหายใจ”  

ความรู้สึกที่มันอิ่มเอมจากความสุขที่ได้รับในช่วงเวลานั้น มันทำให้เขาคิดและพูดออกไป ทั้งที่พบกับแสนดีเป็นครั้งแรก แต่ครรชิตกลับรู้สึกผูกพันกับแสนดีเหลือเกิน 

“มันใช่การขอพรไหมวะ”  

“อะไรของมึง? ” ศรุตถาม 

“เปล่า...ไม่มีอะไร เอาเป็นว่าเรื่องหนูนาค่อยคิดไปแล้วกัน อายุมึงก็ไม่น้อย คุณหญิงแม่ของมึงคงไม่กะเกณฑ์ทุกอย่างเหมือนแต่ก่อน ถ้ามีปัญหามากนัก มึงเตรียมหอบผ้าหนีตามหนูนาไปเลย”  

“นี่คือมันสมองระดับซีอีโอใช่ไหม” ศรุตค่อนขอดเพื่อน 

ลูกแมวน้อยพยักหน้าตอบพร้อมกับทำสีหน้าภาคภูมิใจสุดชีวิต 

 

 

บริเวณหน้าโทรทัศน์สีจอแบนขนาดหกสิบห้านิ้วกำลังเป็นสิ่งดึงดูดสายตาของแมวที่ชื่อพุดดิ้ง เพราะมันทั้งใหญ่และชัดกว่าที่บ้านเรือนไทยหลายเท่านัก เจ้าแมวเหมียวรีบวิ่งไปจองที่นั่งบนพรมด้านหน้าสุดด้วยความตื่นเต้น 

ชาช่าก็ลงไปนั่งด้านข้างของแม่ตนเอง ถัดมาก็เป็นแมวน้อยที่ชื่อโอเลี้ยง แม้ไม่ทราบว่ามานั่งทำอะไรกัน แต่เห็นพี่ชาช่านั่ง โอเลี้ยงจึงนั่งตาม ทำให้ส่วนสูงของแมวเหมือนเรียงตามลำดับไหล่  

บนโซฟาตัวยาวมีหญิงชรานั่งอยู่ตรงกลาง ด้านขวามีหลานสาวคนโตนั่งประกบ ส่วนด้านซ้ายก็เป็นหลานสาวคนเล็ก ที่กำลังออดอ้อนด้วยการนอนหนุนตักคนเป็นยาย 

“เขามานั่งทำอะไรกัน” ศรุตกระซิบถามลูกแมวที่เกาะอยู่บนบ่า 

“จองที่นั่งดูละคร บ้านนี้ติดละครกันทั้งคนทั้งแมว เดี๋ยวอีกหน่อยมึงก็ชินไปเอง” ครรชิตในร่างแมวตอบเสียงเบา ก่อนจะเร่งเสียงอย่างออดอ้อนด้วยความน่าหมั่นไส้ เมื่อกระโดดลงพื้นและวิ่งไปหาภรรยาคนสวยของตน 

“พี่มาแล้วจ้ะ แสนดีจ๋า”  

“ทำไมมาช้าคะ เกือบจะมาไม่ทันตอนแรกแล้ว” แสนดีอุ้มลูกแมวน้อยมานั่งบนตัก จากนั้นก็ใช้มือเกาคางให้อีกฝ่ายไปด้วย 

 

ศรุตมองดูโซฟาตัวยาวซึ่งมีพื้นเหลือไม่พอให้ร่างสูงใหญ่ของเขาลงไปนั่ง ชายหนุ่มจึงลากเก้าอี้มาตั้งไว้ข้างมุมที่มีนารินทร์ ทุกสายตาจ้องมองไปที่โทรทัศน์สี ไม่มีใครพูดคุยสักคนเมื่อภาพละครปรากฏ 

บรรยากาศแบบนี้ คุณหมอศรุตแทบไม่เคยสัมผัส ด้วยอาชีพการงาน บางครั้งตัวเองยังไม่มีเวลาจะพักผ่อน พอเสร็จงาน หัวถึงหมอนก็หลับทันที ส่วนวันไหนว่างหน่อยก็ได้ครรชิตมากวนประสาทเล่นให้เขาได้หายเบื่อ 

“ไหนว่ามีงานสัมมนาอีกหลายวันไม่ใช่รึ ทำไมถึงกลับมาไวเล่า”  

เมื่อละครจบตอน เมริซ่าก็เริ่มชวนหลานเขยคนเล็กสนทนา 

“ผมรีบกลับมาก่อนครับ เพราะหนูนาอยากเจอคุณยายกับพี่สาว”  

“ใช่ค่ะ หนูนายอมอดเล่นน้ำทะเลเพื่อคุณยายเลยนะคะ” นารินทร์ส่งเสียงอ้อนคนเป็นยาย 

“ถ้าหนูนาอยากไป ก็ให้ไอ้หมอรุตพาไปสิ มันยังมีวันลาพักร้อนเหลืออีกเพียบ พี่ก็อยากไปเที่ยวทะเลเหมือนกัน” ครรชิตออกความเห็น ในขณะที่กางแขนกางขาให้แสนดีใช้มือจกพุงลูกแมวเล่น 

ครั้นพอพูดถึงทะเล แมวสามตัวที่นั่งดูละครอยู่แถวหน้าสุดก็ทำหูผึ่งทันที ก่อนจะหันมามองนายท่านที่อาวุโสสุดของบ้าน โดยเฉพาะเจ้าโอเลี้ยงที่ชอบเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ แทบอยากจะไปตอนนี้เลย 

“คงไม่เหมาะเท่าไร พวกเรายังไม่ปลอดภัย ตอนนี้ข้ารับใช้ของคนผู้นั้นบุกไปถึงบ้านเรือนไทยของยายแล้ว จนพวกเราต้องอพยพกันมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว อีกทั้งยังต้องรอพลังของแสนดีฟื้นฟูกลับมาให้หมดเสียก่อน ถึงจะปลอดภัยมากกว่านี้”  

“น้องต้องฝึกด้วยหรือไม่คะ”  

ช่วงนี้แสนดีต้องคร่ำเคร่งกับการเรียนรู้เรื่องใช้พลังวิเศษ ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรยากเลยสักนิด เพราะพลังวิเศษเหล่านั้นมันเป็นของเธอตั้งแต่แรกเริ่ม เพียงแค่นึกมันก็ทำทุกสิ่งอย่างตามที่ใจเธอปรารถนา 

“ฝึกไว้เถอะ วันข้างหน้ามันอาจมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย”  

“เจ้าค่ะท่านยาย” นารินทร์รับคำ 

“อ้อ...หมอรุต” เมริซ่าอยากจะสอบถามบางเรื่องแต่เพลงประกอบละครเรื่องโปรดดังขึ้น จึงทำให้ทราบว่าละครตอนต่อไปกำลังจะเริ่ม หญิงชราหยุดการสนทนาไว้เพียงเท่านั้น 

“เอาไว้ก่อน ยายจะดูละคร”  

ศรุตได้แค่ทำหน้าเหลอหลา ส่วนแมวน้อยที่ชื่อเคนจังได้เห็นสีหน้าของเพื่อนก็หัวเราะเสียจนท้องแข็ง เพราะในฐานะหลานเขยคนโตที่อยู่กับคุณยายมาสักระยะทำให้เขาเริ่มชินกับนิสัยแบบนี้ 

 

คุณหมอศรุตไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะทนนั่งดูหนังได้จนจบเรื่อง โดยไม่ลุกหนีไปไหน แมวสามตัวที่นั่งอยู่หน้าสุดเริ่มขยับตัว พากันเหยียดแข้งเหยียดขาไล่ความเมื่อยขบ จากนั้นก็เดินไปตรวจตราช่องประตูหน้าต่างเพื่อเตรียมตัวเข้านอน 

“ยายขอตัวไปพักผ่อนก่อน” หญิงชราเดินเข้าห้องของตัวเอง ท่ามกลางสายตาสงสัยของสัตว์เลี้ยงคู่กาย พุดดิ้งรีบวิ่งตามเมริซ่าเข้าไปในห้อง หลังจากปิดประตูเรียบร้อยก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียง 

“นายท่านจะให้คุณหมอศรุตกับคุณหนูเล็กแยกห้องนอนไม่ใช่หรือเจ้าคะ ทำไมถึงไม่เรียกคุณหนูเข้ามานอนด้วยเล่า”  

“ไม่เป็นไรหรอก ถึงต่อให้นอนห้องเดียวกัน ชายหนุ่มผู้นั้นก็คงไม่กล้าทำเรื่องอันใด เพราะเราสั่งให้ชาช่าตามติดหนูนาเอาไว้ ส่วนห้องของแสนดีเราก็สั่งเจ้าโอเลี้ยงไว้เรียบร้อย”  

“นายท่านช่างรัดกุมยิ่ง”  

“ความจริงเราก็ไม่ได้อยากจะขัดเรื่องของหนุ่มสาว แต่เรื่องของหนูนา พวกเราควรระวังเป็นพิเศษ ต้องไม่ให้นางตั้งครรภ์เด็ดขาด”  

“มีเหตุอันใดเจ้าคะ” พุดดิ้งถามด้วยความสงสัย 

“นางใช้ยาบุปผาเปลี่ยนกาล” เมริซ่าถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอะไรที่ดีกว่านี้แล้ว ในขณะที่สีหน้าของพุดดิ้งก็ฉายแววกังวลชัดเจน เพราะผลข้างเคียงของตัวยานั้นไม่มีทางแก้ไขได้ 

ถ้าหากยอมให้ตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาต้องเป็นบุตรสาวอย่างแน่นอน นั่นก็เท่ากับนารินทร์เสียโอกาสที่จะทำให้ได้บุตรชายไปหนึ่งหน และหากถึงขั้นเลวร้าย เมริซ่าไม่สามารถช่วยเหลือหลานสาวได้ภายในเวลาที่กำหนด เด็กน้อยที่เกิดมาคงต้องกำพร้าแม่ ซึ่งเมริซ่าไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ  

“ชาช่าจะช่วยไปได้สักกี่หนเชียวเจ้าคะ สามีภรรยาคงเลี่ยงเรื่องนั้นไม่ได้ ถ้าหากคุณหมอเจ้าเล่ห์เหมือนหลานเขยคนโตของนายท่าน หลอกให้ชาช่าไปที่อื่นและแอบใช้ช่วงเวลานั้น ทำเรื่องกุ๊กกิ๊กกับคุณหนูบนเตียงเล่า”  

“เราถึงได้รีบกลับเข้าห้องมาอย่างไร คืนนี้คงไม่เกิดเรื่องอันใด เพราะเรากำชับกับชาช่าไว้ ให้ดูแลหนูนาอย่างใกล้ชิด เดี๋ยวเจ้าช่วยเราปรุงยาเถอะ จากที่ลองเลียบเคียงถาม ทำให้เราคำนวณได้ว่านางยังอยู่ในระยะปลอดภัย”  

“นายท่าน” น้ำเสียงของพุดดิ้งเหมือนคิดการบางอย่างได้ 

“พวกเราลอบกลับเข้าไปในอาดีน่าอีกครั้งดีหรือไม่เจ้าคะ”  

“เช่นนั้น เลือดหนึ่งหยดจากองค์ราชันจะได้มาอย่างไร เจ้าจะวิ่งไปข่วนคนผู้นั้นรึ คงได้ถูกฆ่าตายก่อนจะถึงตัว”  

“นายท่านไม่สามารถช่วยให้คุณหนูเล็กมีบุตรชายได้ ใช่หรือไม่”  

“ใช่...ไม่ว่าวิธีไหน เราก็ช่วยไม่ได้ นอกจากได้เลือดของคนผู้นั้นมาล้างคำสาปที่ผนึกบนตราประจำตระกูล” เมริซ่ายอมรับความจริง 

“บ่าวทราบมาจากชาช่า เรื่องสตรีที่คงความบริสุทธิ์ในอาดีน่าตอนนี้ขาดแคลนยิ่งนัก พวกเราจะหาเด็กสาวจากโลกมนุษย์ส่งไปดีหรือไม่เจ้าคะ”  

“เจ้าคิดว่าเราจะใจร้ายส่งเด็กบริสุทธิ์ไปให้คนผู้นั้นได้รึ หรือแม้หากพวกเจ้าส่งไปเอง ก็ไม่มีทางทำได้สำเร็จ นางคงจะตายตั้งแต่ยังไม่ลงมือเลยด้วยซ้ำ เพราะของมีคมทั้งหลายใช่ว่าจะลอดพ้นสายตาองครักษ์”  

การจะได้เลือดหนึ่งหยดมานั้น ต้องเป็นคนที่ใกล้ชิดและสามารถสัมผัสร่างกายขององค์ราชันได้ แต่เดฟลินระวังตัวเองดีมาตลอด เพราะเลือดหนึ่งหยดของเขามีค่ามหาศาล 

ดังนั้นเขาจึงไม่ให้ใครเฉียดเข้ามาใกล้ นอกจากคนที่ไว้ใจ ส่วนสตรีที่ส่งไปบำเรอกาม เขาจะใช้พลังของตนตรึงร่างของสตรีเอาไว้ หรือไม่ก็จับมัดขึงกับเสาข้างเตียงเพื่อเล่นสนุก จึงไม่มีสตรีคนไหนแตะต้องผิวกายของเขาได้เมริซ่าย่อมทราบดี เพราะหญิงสาวในตระกูลของตนเคยลองมาหลายครั้ง 

“เฮ้อ! ไอ้แก่บ้ากาม เมื่อไรจะตายไปเสียที! ” พุดดิ้งหัวเสีย 

“อำนาจที่อยู่ในมือมันยิ่งใหญ่หอมหวาน หากใครได้ครอบครองก็ย่อมลุ่มหลงเป็นธรรมดา ชีวิตที่เสพสุขบนความทุกข์และคำสาปแช่งจากผู้คน คงต้องมีสักวันที่เขาจะแพ้ภัยตัวเอง”  

“กว่าจะแพ้ภัยตัวเอง มันเมื่อไรกัน คุณหนูเล็กคงมิอาจรอได้”  

“มันต้องมีวิธีสิ” เมริซ่าตอบบ่าวที่เป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเงาหญิงชราของตนเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก เมื่อมีความคิดบางอย่างผุดเข้ามา... 

ความคิดเห็น