ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : ประธานเปลื้องรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2564 10:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

 

บทนำ 

 

ก๊อกๆๆ 

 

‘จันทร์เจ้าขา’ พนักงานประจำที่ยังคงอยู่ในยูนิฟอร์มของบริษัทอย่างถูกระเบียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ายืนทำสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง เธอพยายามอยู่นานกว่าจะกล้าตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะห้องทำงานตรงหน้าเบาๆ ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นถี่ ความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณทำให้เธอได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองได้อย่างชัดเจนเหมือนกับตอนที่เพิ่งจะเดินลงมาจากเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุก  

  

‘กฤษณะ อนุศิลป์  

ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน’  

  

ชื่อและตำแหน่งบนป้ายที่แขวนอยู่ด้านหน้าประตูทำให้มือไม้ของเธอเริ่มสั่น จันทร์เจ้าขาเป็นเพียงพนักงานบัญชีที่เพิ่งจะผ่านระยะเวลาทดลองงานและบรรจุเข้าเป็นพนักงานประจำของบริษัทได้สามเดือนหมาดๆ แต่วันนี้เธอกลับถูกผู้จัดการเรียกพบเป็นการส่วนตัว ทั้งยังระบุชัดเจนว่าให้เธอมาพบกับเขาหลังเลิกงาน 

 

“เข้ามาได้” น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยอนุญาตมาจากด้านใน แม้จะกำลังยืนรอคำนั้นอยู่ แต่เธอกลับสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินมัน 

 

“ขออนุญาตค่ะผู้จัดการ” เธอเอ่ยบอกอย่างระแวดระวังเมื่อก้าวเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการ บรรยากาศเงียบสงบด้านในยิ่งสร้างความกดดันมหาศาลให้กับเธอ 

 

“นั่งก่อนสิ”  

 

สีหน้าเรียบเฉยของกฤษณะทำให้จันทร์เจ้าขาเริ่มประหม่า เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขาเงียบๆ ในสมองกำลังค้นหาเหตุผลที่ทำให้เธอถูกเรียกมาในวันนี้ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก 

 

จะคิดว่าเป็นเรื่องงานที่เธออาจทำอะไรผิดพลาดไปก็ไม่น่าจะใช่ หรือหากจะเป็นเรื่องเอกสารงบประมาณการเงินของไตรมาสก่อน เธอก็มั่นใจว่าตรวจทานและส่งไปเรียบร้อยแล้ว เธอตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขทั้งหมดในเอกสารถึงสามครั้งก่อนจะส่งให้กับหัวหน้าแผนกด้วยซ้ำ หรือหากเป็นเรื่องเอกสารสรุปผลการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน เธอก็มั่นใจอีกเหมือนกันว่าเธอสรุปเอาไว้ครบถ้วนทุกประเด็น ดังนั้นหากเป็นเรื่องงานก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดจนผู้จัดการต้องเรียกเธอมาตักเตือน หรือหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็น่าจะเรียกเธอมาพบตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว ไม่น่าจะเรียกเธอมาหลังเวลางานแบบนี้ 

 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะผู้จัดการ” 

 

“มันต้องมีอยู่แล้วละจันทร์เจ้าขา เรื่องใหญ่พอสมควรด้วย” กฤษณะบอกยิ้มๆ พลางถอนใจ ก่อนจะยกมือขึ้นขยับแว่นสายตากรอบสีดำหนาเตอะขึ้นลงเล็กน้อย ส่ายหัวไปมาราวกับว่ามีเรื่องที่กำลังคิดไม่ตก ซึ่งจันทร์เจ้าขาคาดเดาไว้ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องเดียวกันกับที่เขาเรียกเธอมาพบในวันนี้นั่นแหละ 

 

  

“เรื่องอะไรคะ ผู้จัดการบอกฉันมาตามตรงได้เลยค่ะ หากว่าฉันทำอะไรผิดพลาด ฉันยินดีจะปรับปรุงแก้ไข ขออย่างเดียว อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ” จันทร์เจ้าขาร้องขออย่างตรงไปตรงมา ทว่ากฤษณะกลับเบิกตาโพลงคล้ายจะตกใจเมื่อได้ยิน ครู่หนึ่งเขาถึงได้หัวเราะออกมาเสียงดัง  

  

“เธอนี่ซื่อจริงๆ เอาเถอะ ฉันจะอธิบายให้เธอฟังช้าๆ ก็แล้วกัน แต่รับรองว่ามันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแบบที่เธอกลัวหรอก” กลั้นหัวเราะอยู่พักใหญ่กว่าที่กฤษณะจะเริ่มอธิบาย 

 

“ฉันไม่ได้เรียกเธอมาเพราะจะไล่เธอออกหรอกนะจันทร์เจ้าขา แต่อืม จะว่าไปมันก็คล้ายๆ น่ะนะ” 

 

“คล้ายยังไงคะผู้จัดการ” จันทร์เจ้าขารีบถามด้วยความรู้สึกใจคอไม่ดี 

 

“คือแบบนี้นะ ฉันมีงานใหม่มาเสนอให้เธอน่ะ” 

 

“งะ งานใหม่เหรอคะ”  

 

ยิ่งฟังจันทร์เจ้าขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ 

 

“ใช่ จากการประเมินผลงานของเธอก่อนที่จะบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท เธอทำได้ในระดับดีมาก ทำให้มีใครคนหนึ่งสนใจอยากจะดึงเธอไปร่วมทำโปรเจ็กต์ทางการเงินที่สำคัญมากๆ โปรเจ็กต์หนึ่ง” 

 

“หา!” จันทร์เจ้าขาตกใจเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ตัวว่าถูกเรียกพบเสียอีก 

 

“น่าสนใจใช่ไหมล่ะ การที่ผลงานของเธอเข้าตาเขา แสดงว่าไม่ธรรมดาเลยนะจันทร์เจ้าขา” 

 

“คะ ใครคะ” จันทร์เจ้าขาถามต่อในทันที  

 

“คุณชัช” 

 

“คุณชัชเหรอคะ” 

 

เสียงของจันทร์เจ้าขาสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่งกฤษณะอธิบายรายละเอียดมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีแต่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่จะไม่ให้เธอประหลาดใจได้ยังไงในเมื่อ คุณชัช หรือ ‘ชัชเวช’ ที่ว่าคือท่านประธาน หรือก็คือเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่นี่ยังไงล่ะ! 

 

“ใช่ คุณชัชมีคำสั่งลงมาที่ฉันโดยตรง เขาต้องการพนักงานที่มีความสามารถ โดยเฉพาะด้านตัวเลข ทำงานละเอียดรอบคอบ รวมถึงจะต้องไว้ใจได้ เพราะโปรเจ็กต์นี้จะต้องเป็นความลับที่สุด ห้ามให้คนอื่นรู้โดยเด็ดขาด” 

 

“แล้วฉะ ฉันจะทำได้เหรอคะ” จันทร์เจ้าขาถึงกับเสียความมั่นใจในทันที ทั้งที่ปกติแล้วเธอมักจะมั่นใจในผลงานของตัวเองเสมอ แต่ถึงขั้นที่จะได้ร่วมทำงานกับประธานชัชเวช ทั้งยังเป็นโปรเจ็กต์ที่สำคัญขนาดนั้น เธอเองก็อดที่จะรู้สึกกลัวไม่ได้ 

 

“แหงสิ ฉันเล็งเห็นแล้วว่าเธอมีคุณสมบัติตรงตามที่คุณชัชต้องการที่สุด ก่อนหน้านี้ฉันได้ส่งประวัติรวมถึงผลการประเมินของเธอให้คุณชัชดูเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาตกลง” กฤษณะบอกยิ้มๆ ในขณะที่จันทร์เจ้าขายังคงอยู่ในอาการช็อกและค่อนข้างสับสน  

 

ใจหนึ่งเธอก็รู้สึกดีใจมากที่ผลงานและความตั้งใจของเธอจะทำให้หน้าที่การงานของเธอก้าวหน้า แต่อีกใจก็อดจะรู้สึกกลัวไม่ได้เลย ไม่ว่าใครที่จะต้องร่วมงานกับคุณชัชเวช ก็คงจะรู้สึกเช่นเดียวกันกับเธอทั้งนั้น 

 

 “แต่ฉันยังไม่มีประสบการณ์เลยนะคะ เพิ่งจะผ่านการทดลองงานมาได้แค่สามเดือน ฉันกลัวว่า...” 

 

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า เรื่องประสบการณ์น่ะมันก็ต้องเก็บเกี่ยวถึงจะมี และในฐานะที่ฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่เธอควรจะรีบคว้าเอาไว้ เว้นเสียแต่ว่าเธอจะมีภาระผูกพันอย่างอื่น หรือถ้าติดปัญหาตรงไหน อยากให้ฉันช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”  

 

“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะผู้จัดการ แต่...” 

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วมีแต่เรื่องอะไรล่ะ ไหนลองพูดมา เผื่อว่าฉันจะพอช่วยแก้ปัญหาได้” กฤษณะเอ่ยถามอย่างนึกเอ็นดู แม้ลึกๆ แล้วเขาจะมองว่าจันทร์เจ้าขายังเด็กและอ่อนประสบการณ์แบบที่เจ้าตัวกำลังกังวล แต่โอกาสดีๆ แบบนี้ก็ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ กฤษณะเชื่อว่าพนักงานสาวๆ ในบริษัททุกคนน่าจะอยากจะได้โอกาสแบบนี้เหมือนกันกับจันทร์เจ้าขาทั้งนั้น เพราะชัชเวชทั้งหล่อทั้งรวย แถมยังหวงความโสดชนิดที่ไม่เคยควงสาวคนไหนออกงานเลยสักครั้ง  

 

“ว่าไงล่ะ ติดปัญหาตรงไหน บอกฉันมาตามตรงเถอะ หากหาทางออกไม่ได้ ฉันจะได้แจ้งกับคุณชัช เขาจะได้หาคนใหม่” 

 

“มะ ไม่ติดค่ะ ฉันจะทำให้เต็มที่นะคะผู้จัดการ” จันทร์เจ้าขารีบบอก แม้จะยังไม่มั่นใจแต่เธอก็ไม่โง่จะปล่อยให้โอกาสดีๆ แบบนี้หลุดมือไปแน่ 

 

“เยี่ยมมาก งั้นคืนนี้เอาเอกสารสัญญานี่ไปอ่านทบทวนดูก็แล้วกัน ตัวโปรเจ็กต์เป็นสัญญาระยะสั้น 3 เดือน แต่ไม่แน่ว่าหากผลงานของเธอทำให้คุณชัชพอใจได้ เขาอาจจะมีข้อเสนออื่นๆ ให้เธอ หรือไม่เธอก็อาจจะได้เลื่อนตำแหน่งภายในสามเดือนนี้ก็ได้” 

 

“จริงเหรอคะ” 

 

“อืม” 

 

“ขอบคุณมากนะคะผู้จัดการ ฉันจะกลับไปอ่านเอกสารสัญญาอย่างละเอียด แล้วพรุ่งนี้จะรีบนำมาส่งคืนให้ค่ะ” จันทร์เจ้าขาบอกอย่างกระตือรือร้น ยิ้มสดใสก่อนจะรับเอาซองเอกสารสัญญามาถือไว้แนบอก ร่างบางผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วก้าวถอยหลังออกมานิดหน่อยก่อนจะยกมือไหว้กฤษณะอย่างอ่อนน้อม 

 

“ขอบคุณมากๆ อีกครั้งนะคะ” 

 

“สู้ๆ” กฤษณะให้กำลังใจจันทร์เจ้าขาเต็มที่ ก่อนจะทำทีเป็นสะบัดมือไล่เธอเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เธอรีบกลับไปทำความเข้าใจกับเอกสารในมือได้แล้ว 

 

จันทร์เจ้าขาออกมาจากห้องทำงานของกฤษณะด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนเดินเข้าไปลิบลับ ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นโครมครามราวกับจะกระดอนออกมาด้านนอก เพราะแค่นึกถึงโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือน ก็ทำให้พนักงานตัวเล็กๆ อย่างเธอพอจะมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์  

 

“ฉันฝันไปหรือเปล่านะ” จันทร์เจ้าขาถามตัวเองมาตลอดทางกระทั่งเธอก้าวเท้าออกจากลิฟต์และเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์หน้าบริษัทเพื่อเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งทันทีที่เธอเดินมาถึงป้ายรถเมล์ ลุงมงคลคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เธอนั่งเป็นประจำก็สวมหมวกกันน็อก ก่อนจะเร่งเครื่องมารับเธอเหมือนอย่างเคย  

 

 “ฉันควรจะแวะร้านเครื่องเขียนเพื่อหาซื้อปากกาดีๆ สักด้ามมาเซ็นชื่อลงไปสินะ” เธอยังคงพูดกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี สองมือกอดซองเอกสารสัญญาเอาไว้แน่น ไม่อยากพับใส่กระเป๋าเพราะกลัวว่ามันจะยับ 

 

ไม่ทันไรลุงมงคลก็จอดรถตรงหน้าเธอพร้อมกับยื่นหมวกกันน็อกอีกใบมาให้ เธอรีบรับมาสวมเอาไว้ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ด้วยความระมัดระวัง 

                

“ทำโอทีเหรอหนูเจ้าขา” ลุงมงคลถามยิ้มๆ 

                

“เปล่าค่ะ แต่เจ้านายเรียกพบ วันนี้ลุงจอดส่งหนูที่หน้าห้างก็พอนะคะ หนูจะแวะซื้อของก่อน” จันทร์เจ้าขาบอกอย่างอารมณ์ดี ลุงมงคลพยักหน้าจนหมวกกันน็อกขยับไปมาก่อนจะเร่งความเร็วรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจขึ้นเพื่อรีบไปส่งเธอให้ถึงที่หมาย  

 

ไม่ถึงสิบนาที เท้าของจันทร์เจ้าขาก็แตะพื้นฟุตพาทบริเวณหน้าห้าง เธอหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อสูททำงานของเธอจ่ายเป็นค่าโดยสารให้กับลุงมงคลก่อนจะรีบเดินเข้าไปด้านในห้าง ตรงไปยังร้านเครื่องเขียนอย่างที่ตั้งใจ 

  

‘ตัวโปรเจ็กต์เป็นสัญญาระยะสั้น 3 เดือน แต่ไม่แน่ว่าหากผลงานของเธอทำให้คุณชัชพอใจได้ เขาอาจจะมีข้อเสนออื่นๆ ให้เธอ หรือไม่เธอก็อาจจะได้เลื่อนตำแหน่งภายในสามเดือนนี้ก็ได้’ 

 

คำพูดของกฤษณะแวบเข้ามาในความคิดของจันทร์เจ้าขา มันทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก กับพนักงานบริษัทที่เรียกได้ว่าหาเช้ากินค่ำอย่างเธอแล้ว มันจะมีอะไรที่เป็นความหวังได้มากกว่านี้กันล่ะ 

 

สู้ๆ นะจันทร์เจ้าขา… 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว