email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

[ 58 ] สายสัมพันธ์

ชื่อตอน : [ 58 ] สายสัมพันธ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.9k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2564 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
[ 58 ] สายสัมพันธ์
แบบอักษร

สถานที่หนึ่งซึ่งมีแต่หมอกควันสีขาวปกคลุมอยู่เต็มไปหมด แสนดีก้าวเดินช้าๆ อย่างระมัดระวัง แต่ก็มองไม่ชัดว่าเธอกำลังเดินไปที่แห่งใดกันแน่ รอบด้านดูวังเวงเย็นยะเยือก ซ้ำยังมีเสียงร้องไห้แผ่วเบาที่ดังอยู่รอบกาย ฟังแล้วให้เจ็บปวดใจตามไปด้วย 

“หนีไป”  

“ลูกรักรีบหนีไป”  

“ใคร! ” แสนดีหันมองจนรอบทิศ เพื่อหาต้นเสียงนั้น 

ฉับพลันหมอกควันสีขาวก็จางหาย เกิดเป็นภาพสวนดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่มีหญิงสาวใบหน้างดงามราวกับเทพธิดากำลังยืนส่งยิ้มมาให้ แสนดีเพ่งมองคนผู้นั้น ใบหน้าของเธอเหมือนกับรูปถ่ายที่แสนดีตั้งเอาไว้ที่หัวเตียง 

“คุณแม่” ถึงมารดาจะจากเธอไปตั้งแต่ยังเด็ก แต่แสนดีก็เฝ้ามองรูปถ่ายใบนั้นแทบทุกวัน ใบหน้างดงามกับรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน เธอไม่มีวันจำผิดอย่างแน่นอน 

“ลูกรักมาหาแม่สิ” น้ำเสียงอ่อนหวานที่เรียกให้เธอเข้าไปหา มันช่างเหมือนกับเสียงที่บอกให้เธอหนีไปในตอนแรก แสนดีขยับเท้าเข้าไปใกล้ สตรีผู้นั้นก็ยื่นมือมารอ เพื่อให้แสนดีได้สัมผัสลงไป 

“อย่านะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ริมฝีปากของหญิงสาวที่แสนดีกำลังจ้องมองไม่ได้ขยับแต่อย่างใด 

“จับมือแม่ไว้สิ” หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าพยายามยื่นมือส่งมาให้ 

“ถอยออกมาลูกรัก อย่าเข้าไป”  

แสนดีเริ่มสับสน เพราะสองเสียงที่เหมือนกัน แต่กำลังพูดบอกไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม  

“ตั้งสติ...เชื่อแม่ คนดีของแม่”  

น้ำเสียงอันแสนคุ้นเคยที่เจือไปด้วยความอ่อนโยน สมัยยังเป็นเด็กมารดามักจะเรียกขานเธอแบบนี้เสมอ แสนดีหยุดยืนอยู่กับที่ จ้องมองมือขาวที่ยื่นอยู่ตรงหน้า มือที่เห็นว่าเรียวสวยกลับกลายเป็นมือใหญ่อย่างบุรุษ 

แสนดีรีบขยับเท้าถอยหลัง  

“ไม่อยากมาอยู่กับแม่หรือไร น้องของเจ้าก็กำลังรออยู่นะ นาริเซียคิดถึงเจ้ามาก มาหาแม่เถอะลูกรัก”  

“นางเป็นภาพลวงตา ลูกรักอย่าหลงกลคนผู้นั้นเด็ดขาด แม้แต่ชื่อน้องสาวของเจ้าบนโลกมนุษย์ เขาหาได้ล่วงรู้ไม่ ชื่อของเจ้าเองก็เช่นกัน” เสียงที่ไม่มีตัวตน เอ่ยเตือนแสนดีอีกครั้ง 

“คนผู้นั้นไม่มีวันก้าวข้ามเกราะป้องกันจากท่านยายได้ ลูกรักอย่าได้เดินออกไปเด็ดขาด”  

“จงเดินมา! ” น้ำเสียงที่เคยอ่อนหวานกลับแข็งกร้าวเกรี้ยวกราดขึ้น 

ภาพหญิงสาวที่งดงามแปรเปลี่ยนเป็นบุรุษร่างกายกำยำ ใบหน้าของเขาแม้จะดูคมเข้มหล่อเหลา แต่ก็แฝงไปด้วยความดุดันโหดร้าย ยิ่งนัยน์ตาสีแดงเพลิงที่จ้องตรงมาทางเธอ ทำให้แสนดีรู้สึกหวาดกลัวจนร่างกายสั่นเทา 

“เจ้าไม่มีวันหนีเราพ้น” น้ำเสียงทรงอำนาจ ที่มักจะเข้ามาก่อกวนในความฝันของเธอเสมอ แสนดีจำได้แม่นยำ เธอเคยได้ยินเสียงเขามานาน เพิ่งจะได้เห็นรูปร่างของอีกฝ่ายก็วันนี้เอง 

เดฟลินที่ถอดดวงจิตเข้ามาในนิทราของแสนดี ขยับเดินเข้ามาใกล้แต่ก็ทำอะไรหญิงสาวไม่ได้ เพราะเกราะบางใสที่ล้อมรอบตัวแสนดีเอาไว้กำลังทำหน้าที่ป้องกันเป็นอย่างดี  

“เจ้างดงามที่สุด” เดฟลินวาดมือไปในอากาศ รอบใบหน้าของแสนดี แม้จะผ่านเข้าไปในเกราะบางใสไม่ได้ ทว่าแสนดีกลับรับรู้ได้ถึงสัมผัสนั้น เธอเบี่ยงหน้าหลบ ก่อนจะรีบถอยหลังให้ห่างจากเขา 

“มาอยู่กับเราเถอะ เราจะให้อำนาจแก่เจ้าและให้เจ้าได้เสพสุขแบบไม่มีวันหมดสิ้น จงก้าวเดินออกมาหาเรา”  

ดวงตาสีแดงเพลิงจากบุรุษกำยำตรงหน้า มันเหมือนมีมนต์สะกด ที่ทำให้คนที่จ้องมองต้องเชื่อฟังคำสั่ง แสนดีเกือบจะก้าวเท้าออกไป หากไม่เพราะแรงสะกิดจากอุ้งเท้าเล็กและปลายลิ้นสากที่เลียบนใบหน้าของเธอ 

 

“แสนดีครับ แสนดี” น้ำเสียงของคนข้างกายปลุกให้แสนดีลืมตาตื่น 

“พี่เคน? ”  

“ฝันร้ายหรือครับ พี่เห็นหนูกลัวจนตัวสั่นเลย” อุ้งเท้าเล็กปัดเส้นผมที่ชื้นเหงื่อบนใบหน้าให้กับแสนดี 

“ค่ะ”  

“ไม่ต้องกลัวนะครับ” ครรชิตในร่างแมวน้อยขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะใช้สองขาหน้ากอดรัดลำคอระหงของหญิงสาวเอาไว้ 

“หนูอยากนอนต่ออีกหน่อยไหม พี่จะนั่งเฝ้า ถ้าหนูฝันร้ายพี่จะคอยปลุกให้ดีไหมครับ”  

“ไม่ดีกว่าค่ะ นี่ก็เช้าแล้ว เดี๋ยวแสนดีออกไปช่วยคุณยายทำกับข้าว พี่เคนอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”  

“อยากกินหลายอย่างเลย แต่ร่างลูกแมวมันกินไม่ได้สิครับ” ครรชิตเห็นคุณยายของแสนดีทำอาหารแต่ละอย่างน่ารับประทานทั้งนั้น แต่อยู่ในร่างแมวน้อย อาหารรสเผ็ดจัดเขาคงไม่สามารถเอาใส่ท้องลูกแมวได้ 

“ทำเก็บเอาไว้ทานตอนกลางคืนดีไหม” แสนดีเสนอความคิด 

“กลางคืนพี่อยากกินหนูมากกว่า” แมวตัวน้อยที่อยากกินหนูตัวใหญ่ ถ้าหากได้คืนร่าง เขาก็ไม่อยากทำอย่างอื่น ครรชิตอยากใช้ช่วงเวลานั้นให้คุ้มค่ามากที่สุดบนเตียงนอนต่างหาก 

 

แสนดีอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เห็นลูกแมวนั่งอยู่บนโต๊ะ หลังเล็กที่มีเส้นขนสีดำปุกปุยขยับขึ้นลงตามการหายใจหนักๆ ราวกับเจ้าของร่างนั้นกำลังมีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจหนักหนา เสียงทุ้มที่เป็นเสียงชายหนุ่มก็ถอนใจหายดังเฮ้อ หลายต่อหลายครั้ง 

“ทำไมถอนหายใจบ่อยจังคะ พี่เคนเป็นอะไร” แสนดีถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะชะโงกหน้ามองสิ่งที่แมวน้อยให้ความสนใจ เธอเห็นสมุดเก็บภาพเล่มใหญ่ ข้างในนั้นมีรูปถ่ายของรถยนต์สีดำคันหนึ่ง 

“พี่คิดถึงชาโคลครับ” อุ้งเท้าเล็กลูบลงไปบนภาพถ่ายของรถยนต์คันหรู โดยมีเจ้าของสุดหล่อยืนอยู่ข้างๆ  

“หนูพาไปหาไหมคะ”  

“พาไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วครับ มันกลายเป็นเศษเหล็กไปเรียบร้อย ป่านนี้คงนอนแอ้งแม้งอยู่แถวโรงพัก” พูดไปก็ยิ่งถอนหายใจหนัก ครรชิตเป็นชายหนุ่มที่คลั่งไคล้เรื่องรถ รักถนอมยิ่งกว่าร่างกายของตัวเองอีก 

“พึ่งขับได้ไม่ถึงปีเลย ก็รีบมาด่วนจากไป โธ่...ชาโคลลูกพ่อ”  

“หักห้ามใจบ้างนะคะ ชาโคลไปสบายแล้วค่ะ”  

แสนดีลูบแผ่นหลังเล็กของแมวน้อย แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ จะว่าไปเธอก็รู้สึกคุ้นเคยกับรถยนต์คันนี้เหมือนกัน มันเหมือนกับรถยนต์คันนั้น ซึ่งเคยทำชุดทำงานของเธอเปื้อนโคลน 

หญิงสาวพิจารณารูปถ่าย ชุดสูทสีเข้ม กับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แบบนี้ ถึงจะมองเห็นจากระยะไกล อีกทั้งผู้ชายคนนั้นสวมใส่แว่นกันแดดสีดำ แต่ก็ให้ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา จะใช่พี่เคนของเธอหรือไม่ โอกาสเป็นไปได้มีค่อนข้างมากเสียด้วย เขาเองก็มีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร 

 

“เมื่อหนึ่งเดือนก่อน พี่เคนเคยไปที่บริษัทสาขาย่อยไหมคะ” แสนดีจึงลองเสี่ยงดวงถามดูเพื่อความแน่ใจ 

“น่าจะเคยนะครับ พอหนูถามก็ทำให้พี่นึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้ เจ้าแมวตัวนี้มันก็เคยอยู่ข้างบริษัท พวกเราจะลองไปหาดวงจิตของมันแถวนั้นดูไหมครับ”  

“วันนั้นรถพี่ถูกเด็กมือบอนที่ไหนไม่ก็ทราบ เขียนข้อความบนตัวเจ้าชาโคลจนเปื้อนไปหมด พี่ก็เลยให้ไอ้กรมันขับรถเอาไปล้าง พอมันเอามาส่งก็มีลูกแมวติดมาด้วย พี่ตั้งใจจะขับรถไปส่งที่เดิม แต่ดันเกิดอุบัติเหตุซะก่อน”  

“คิดแล้วพี่ยังเจ็บใจไม่หาย ถ้าเจอยัยเด็กมือบอนอีกครั้ง พี่จะตีมือให้เข็ดเลย เด็กอะไรซนเป็นบ้า” เจ้าลูกแมวน้อยพูดไปก็ใส่อารมณ์ไป แววตาลุกวาวราวกับมีใครมาจุดไปติดไว้ 

“ค่ะ ซนจัง” หญิงสาวเออออไปด้วยแต่น้ำเสียงดูอ่อยอ่อนพิกล 

“หนูทำงานที่สาขานั้นมาก่อน แสนดีเคยเห็นยัยเด็กมือบอนไหมครับ ใช่ลูกพนักงานบริษัทหรือเปล่า สงสัยจะเกเรน่าดู สายขนาดนั้นยังไม่ยอมไปโรงเรียน” ครรชิตจำได้แม่น เด็กสาวสวมใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลาย 

“ห...หนูก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรคะ อาจจะเป็นเด็กแถวนั้นก็ได้ค่ะ พี่เคนก็อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์เลยนะคะ เด็กก็คงจะซนไปตามเรื่อง” แสนดีแอบพ่นลมหายใจ โชคดีที่วันนั้นเธอแค่ใช้ปลายนิ้วเขียนลงไป ถ้าหากหยิบเอาฝาจีบน้ำอัดลมมาเขียน ความแค้นของอีกฝ่ายคงจะพอกพูนมากกว่านี้ 

หญิงสาวยื่นมือเล็กลงไปจกพุงของลูกแมวน้อย ขยุ้มเบาๆ แบบที่อีกฝ่ายชอบ จนชายหนุ่มในร่างแมวรู้สึกผ่อนคลายเคลิบเคลิ้ม ตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้ครรชิตก็ชอบเล่นอะไรที่เหมือนแมวเข้าไปทุกวัน  

 

เปลือกตาที่เกือบปิดเพราะความรู้สึกสบาย แต่ก็ถูกขัดจังหวะจากเสียงโทรศัพท์ ลูกแมวน้อยปรือตามองเห็นโทรศัพท์ของแสนดีกำลังสั่น อยู่บนโต๊ะข้างเตียง 

“ใครกันโทรมาแต่เช้าเลย”  

“คุณหมอค่ะ” แสนดีมองชื่อที่ปรากฏจึงหันไปบอกกับครรชิต ก่อนจะกรอกเสียงหวานลงไปในสาย 

“สวัสดีค่ะคุณหมอ”  

“ถามมันว่ามีอะไร หนูรีบคุยรีบวางนะครับ จะได้มาจกพุงพี่อีก กำลังสนุกเลย มันจะโทรมาทำไมแต่เช้าก็ไม่รู้” ลูกแมวขยับเข้าใกล้ ใช้ศีรษะเล็กพาดบนหัวเข่าหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ตรงขอบเตียงด้วยความอ้อนเต็มพิกัด  

 

ปลายสายถึงกับเบะริมฝีปากเมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนสนิทที่กำลังพูดคุยกับหญิงคนรัก ศรุตก้มลงมองนิ้วมือ นึกชื่นชมแหวนของนารินทร์ ขนาดไม่ต้องอยู่ต่อหน้า ก็สามารถฟังเสียงได้ด้วย ช่างดีจริง  

ทว่าชายหนุ่มก็ต้องแปลกใจ เพราะเขายังไม่ได้สวมแหวนกลับไปเลยนี่นา ส่วนแหวนวงนั้น ยังวางอยู่ที่หน้ากระจกห้องน้ำเลยไม่ใช่เหรอ ศรุตเดินไปหยิบแหวนสวมลงบนนิ้วของตนเองอีกครั้ง 

“แสนดีครับ ไอ้เคนตอนนี้มันเป็นแมวหรือว่ามันคนครับ”  

“แมวค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”  

“ป...เปล่าครับ คือแบบนี้นะครับ ผมอยากทราบว่าคุณยายของแสนดีชื่อว่าอะไรครับ”  

“มาริษาค่ะ”  

“มาริษา พุดดิ้ง แสนดี” ศรุตทวนชื่อพวกนี้ในใจ สามชื่อนี้เกี่ยวข้องกับหนูนาของเขาอย่างแน่นอน มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ 

“คุณยายตื่นหรือยังครับ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปหา”  

“ตื่นแล้วค่ะ”  

 

 

หลังจากวางโทรศัพท์ ศรุตก็ดึงผ้าห่มผืนนุ่มที่ยังถูกนารินทร์ใช้คลุมโปงเอาไว้ เธอขดตัวนอนหลับขี้เซาอยู่ข้างใน ขนาดเขาพากลับกรุงเทพฯ มาตั้งแต่เช้ามืด เจ้าตัวก็ไม่คิดจะลืมตาตื่นเลยสักนิด ต้องให้เขาอุ้มขึ้นรถ อุ้มขึ้นมาบนห้อง จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ยอมตื่นอยู่ดี 

“หนูนาครับ”  

“อื้อ”  

“ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาก่อน ผมจะพาไปพบคุณยาย”  

ครั้นพอศรุตพูดถึงคุณยาย นารินทร์ก็รีบดีดตัวขึ้นนั่งบนเตียงทันที ใบหน้าสวยหวานที่มีเส้นผมยุ่งเหยิงปิดระบนใบหน้าจนชายหนุ่มต้องช่วยจัดระเบียบเส้นผมให้แทน มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้า เธอสัมผัสได้ถึงมือนุ่มของตนไม่ได้หยาบกร้านเหมือนอย่างเช่นตอนอยู่ร่างหญิงชรา 

นารินทร์ลดมือลงจากใบหน้าจ้องมองทั้งฝ่ามือและหลังมือ ซึ่งก็เห็นแต่ผิวขาวเนียนละเอียดของตน หญิงสาวผุดลุกจากที่นอนก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเผื่อส่องกระจก  

“พี่หมอรุต หนูนาหายแล้ว” น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ หญิงสาวหันมายิ้มหวานให้ชายหนุ่ม พร้อมกับเรียกเขาได้อย่างไม่ขัดเขิน ซ้ำยังคล่องปาก เพราะกิจกรรมเมื่อคืนทำให้เธอต้องเรียกถี่เหลือเกิน 

“ผมคิดว่ามันยังไม่หายหรอกครับ” คำพูดจากศรุตทำให้นารินทร์คิ้วขมวด หญิงสาวมองกระจกอีกครั้ง ไม่ว่าตรงส่วนไหนก็งดงามเต่งตึงไม่ได้หย่อนยานอย่างคนแก่ 

“นี่ไงคะ หนูนาไม่เป็นยายแก่แล้วค่ะ” นารินทร์หมุนตัวให้ศรุตเห็น 

“ที่ตอนเช้าคุณไม่กลับเป็นคุณยาย อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนี้พวกเรามีอะไรกันหรือเปล่าครับ” ความเป็นคนฉลาดและหัวไวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ศรุตคาดเดาถึงบางเรื่องได้  

“มันจะใช่หรือคะ”  

“เอาไว้ถามคุณยายก็น่าจะทราบเอง”  

 

 

ศรุตพานารินทร์ขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นบนสุด เขาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง มือหนาที่เตรียมจะกดกริ่ง กลับเปลี่ยนเป็นดึงข้อมือเล็กให้มานั่งคอยบนเก้าอี้ที่ตั้งใกล้กับสวนหย่อม 

“เพื่อความไม่ประมาท ผมจะให้ชาช่าตรวจดูให้แน่ใจก่อนนะครับ”  

“บ่าวเองก็เห็นด้วยเจ้าค่ะ เกิดเป็นองค์ราชันใช้ผู้อื่นปลอมตัวมา มันจะเป็นเรื่องใหญ่” เจ้าแมวเหมียวก็เห็นพร้อง 

“เช่นนั้นก็ได้ เราจะนั่งรอตรงนี้”  

ชายหนุ่มเดินกลับไปที่ประตูห้องตัวเองอีกครั้ง โดยมีแมวเพศเมียสีดำเดินตามอยู่ไม่ห่าง สายตาของมันก็คอยระแวดระวังสิ่งรอบข้าง มือหนากดกริ่งที่ตรงหน้า เพียงไม่นานประตูบานนั้นก็เปิดออก 

“มาไวจังค่ะคุณหมอ”  

แสนดีเป็นคนเปิดประตูให้ เธอกล่าวทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม พุดดิ้งเองก็ร้องเหมียวต้อนรับ ก่อนจะเดินเข้าไปถูไถขากางเกงของชายหนุ่ม โดยไม่ทันสังเกตว่ามีแมวอีกตัวยืนประกบอยู่ฝั่งตรงกันข้าม 

“ท...ท่านแม่” ชาช่าเห็นเมียเพศเมียสีขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็จำได้ทันที ซ้ำกลิ่นหอมบางอย่างที่ตลบอบอวลอยู่ในห้องมันเป็นกลิ่นเฉพาะจากยาสมุนไพรของตระกูลเนย์ซ่าไม่ผิดแน่ 

พุดดิ้งเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ตอนแรกก็นึกไม่พอใจ ที่มีแมวตัวอื่นมาทึกทักว่าตนเป็นแม่อีกแล้ว แต่พอมองให้แน่ชัด แมวสีดำตรงหน้า เป็นแมวสาวไม่ใช่แมวเด็กที่จะร้องหาแม่ตลอดเวลา ครั้นเพ่งมองอีกครั้ง 

“ชาช่า? ลูก....ลูกของแม่ใช่หรือไม่” น้ำเสียงสั่นเครือกับดวงตาวาววับที่มีหยาดน้ำใสเริ่มปริ่มคลอขึ้นมา  

“เจ้าค่ะ ชาช่าลูกสาวของท่านอย่างไรเล่า” สองแมวที่โผเข้าหากัน สร้างความมั่นใจให้ชายหนุ่ม  

“หนูนาครับ มานี่เร็ว” ศรุตกวักมือเรียกหญิงสาว 

“ค่ะ”  

ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มที่สวยหวานเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งโผล่หน้ามาจากมุมกำแพงตรงสุดทางเดิน น้ำเสียงของเธอหวานหยด ร่างเล็กค่อยก้าวเดินทีละก้าว ก่อนจะออกแรงวิ่งตรงไปหาศรุต ชายหนุ่มรวมมือเล็กขึ้นมากุมเอาไว้ 

“ในที่สุดหนูนาก็ได้พบท่านพี่เสียที” นารินทร์ยิ้มทั้งใบหน้า เสียงหวานเอ่ยคำทักทาย ก่อนจะโผร่างเล็กของตนเข้าสวมกอดหญิงสาวที่กำลังจับต้นชนปลายไม่ถูก  

“หนูนา น้องสาวของคุณไงครับ แสนดี” ศรุตช่วยไขข้อข้องใจ 

แสนดียกมือขึ้นโอบแผ่นหลังเล็กของนารินทร์ ก่อนจะสวมกอดตอบรับ ความรู้สึกดีใจที่เต็มตื้นขึ้นมาจนรอบดวงตาสวยร้อนผ่าว ถึงจะไม่เคยพบกันมาก่อน ทว่าสายสัมพันธ์ของพี่น้องก็โยงใยถึงกันได้... 

ความคิดเห็น