email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

ชื่อตอน : [ 57 ] บทลงโทษ NC++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 55.7k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2564 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
[ 57 ] บทลงโทษ NC++
แบบอักษร

ศรุตใช้มือหมุนลูกบิดแต่มันติดล็อก เขาจึงล้วงกุญแจในกระเป๋าขึ้นมาไข ครั้นไขได้ เขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปข้างในได้อีก เพราะนารินทร์ลงกลอนเอาไว้ทั้งด้านบนและด้านล่าง 

“หนูนาเปิดประตู” มือหนาทุบไปที่ประตูเสียงดังลั่น 

“หนูนา!” เสียงทุ้มก็ดังไม่แพ้กัน 

“ไม่ได้ยินที่ผมบอกหรือครับ”  

ลูกแมวน้อยขยับเปลี่ยนมุม โดยเลือกมุมของตู้ไม้ที่ชิดกับผนังแทน เพราะจะได้อยู่ใกล้กับพี่สาวใจดี เวลาคุยจะได้ไม่ส่งเสียงดัง เมื่อเห็นศรุตไม่สนใจพวกตน เจ้าตัวเล็กก็เอ่ยถามแมวรุ่นพี่ 

“พี่ช่าคิดว่าคุณหนูจะเปิดประตูไหม”  

“เปิดให้โง่สิ”  

ศรุตหันขวับมาทางเสียงนั้น ซึ่งชาช่าก็รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่พุ่งตรงมาทางตน ใบหน้าแมวหน้าหลังพร้อมกับยิ้มกว้างทำหน้าประจบ 

“เอ่อ...คือ...ว่า...บ่าวเปล่านะเจ้าคะ คำพูดนี้เป็นของคุณหนู ที่ชอบพูดประจำ เวลาขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่เชื่อคุณหมอลองเรียกอีกครั้งสิ”  

“หนูนาผมบอกให้เปิด”  

“เปิดให้โง่สิ!” เสียงหวานจากในห้องตะโกนใส่ 

 

“โอ้โห...พี่ช่าทายถูกด้วย เก่งจังครับ”  

“ใครว่าทายถูก เราเจอแบบนี้บ่อยจนจำความดื้อของคุณหนูได้หมด ถ้าหากส่งเสียงเรียกอีกครั้ง เดี๋ยวคุณหนูจะหาอะไรมาปาที่ประตู”  

“หนูนาครับ ให้ผมเข้าไปในห้องนะ” ศรุตลองใช้ไม้อ่อน ลองพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น แต่มันก็เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธแทบปิดไม่มิด 

‘ปัง!’  

 

“เห็นไหมเล่า เราบอกแล้ว”  

ลูกแมวตัวเล็กค่อยๆ เดินถอยหลัง แต่ใบหน้าและสายตายังหันเข้าหามุม แม้จะเป็นมุมตู้ก็ตาม กระทั่งแผ่นหลังของตนติดกับแมวรุ่นพี่ เสียงลูกแมวน้อยก็เปลี่ยนเป็นกระซิบกระซาบอย่างเจ้าเล่ห์ 

“พี่ช่า ในเมื่อพี่รู้จักคุณหนูดีขนาดนี้ ทำไมพี่ไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์เล่า พวกเราจะได้พ้นโทษ ไม่ต้องมานั่งหันหน้าเข้ามุมจนถึงเช้า ดีไม่ดี พวกเราอาจจะได้รางวัลเป็นขนมแมวเลียลังใหญ่เป็นสิ่งตอบแทนอีกนะ”  

“เจ้าจะให้เราขายคุณหนูกับคุณหมอรึ เราทำไม่ได้หรอก”  

“แต่พวกเขาสองคนเป็นสามีภรรยากัน พี่จะยอมให้ครอบครัวคุณหนูร้าวฉานได้เหรอ”  

“ใครจะไปยอม”  

“คุณหนูของพี่ดื้อนักก็ให้คุณหมอจัดการเถอะ”  

ชาช่าหันมามองเจ้าลูกแมวน้อยที่กำลังเอียงคอทำตาใสซื่อ ความดื้อซนที่ว่า เจ้าก้อนกลมสีดำที่นั่งอยู่บนพื้นก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมามันเข้าท่าไม่น้อย 

“...”  

“มันมีแต่ได้กับได้นะครับ”  

เจ้าแมวน้อยพูดจูงใจจนแมวตัวใหญ่เริ่มรู้สึกคล้อยตาม ความจริงตนเองจะนั่งเข้ามุมจนถึงเช้าหรือจะนั่งสักสองสามวันก็ไม่สะทกสะท้าน แต่มันน่าเบื่อหน่ายต่างหาก ให้คุณหมอปราบความดื้อรั้นของคุณหนูบ้างก็ดี 

 

ศรุตที่กำลังโมโหจัด เดินไปยังห้องเก็บของ หยิบชะแลงเหล็กอันใหญ่เตรียมจะงัดประตูห้องนอน เขายอมเสียประตูหนึ่งบาน แต่จะไม่ยอมให้คนที่อยู่ในห้อง เที่ยวได้กลั่นแกล้งใครต่อใครอีก เพราะสิ่งที่เธอทำ หากมีคนอื่นล่วงรู้มันจะไม่เป็นผลดีกับตัวเอง 

“คุณหมอทำเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ” ชาช่ารีบร้องห้าม 

“ถึงคุณหมอจะเข้าไปได้ แต่ก็เข้าไม่ถึงตัวคุณหนูอยู่ดี เพราะเพียงแค่สูดดมกลิ่นของเม็ดยานิทราฉับพลัน คุณหมอก็จะหลับ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปในห้อง”  

“ถ้ารู้วิธีก็บอกมา” ศรุตเดินตรงเข้ามาหาสองแมวที่กำลังคิดก่อการใหญ่ เขาฟังสิ่งที่ชาช่าบอก ซึ่งมันก็ไม่ได้มีส่วนไหนโกหกแม้แต่คำเดียว 

“โทษเข้ามุม เป็นอันยกเลิกใช่ไหมเจ้าคะ”  

“ฮืม...ได้”  

“ขนมแมวเลียหนึ่งลัง อ้อ...น้ำนมแพะหนึ่งลังด้วยนะครับ” เสียงลูกแมวน้อยขอต่อรองขึ้นมาบ้าง 

“ทำไมถึงมีน้ำนมแพะเพิ่มมาด้วยล่ะ เจ้าตัวเล็ก?” ที่ตกลงกันไว้แค่จะขอยกเลิกการทำโทษ กับขอขนมแมวเลียหนึ่งลัง แล้วน้ำนมแพะมันเพิ่มมาได้อย่างไร ชาช่าก้มลงถามลูกแมว 

“ผมอยากกิน” เสียงดังฟังชัด ประโยคสั้นแต่ได้ใจความ 

“ตกลง”  

 

ศรุตตอบรับข้อเรียกร้องจากแมวทั้งสอง จากนั้นก็เดินตามชาช่าให้ออกห่างจากประตูห้องนอน และไปรวมตัวกันที่ห้องรับแขก ศรุตนั่งลงบนโซฟา ส่วนเจ้าแมวทั้งสองกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะทรงเตี้ย นั่งประจันหน้ากับเขา การขายความลับของเจ้านายครั้งยิ่งใหญ่จึงได้เริ่มต้นขึ้น 

“คุณหมออย่าโกรธคุณหนูเลยนะเจ้าคะ  

“คุณหนูถูกตามใจแต่เล็ก เพราะมีองค์ราชันคอยให้ท้าย ก็เลยซุกซนได้โดยไม่เคยเกรงกลัวใคร จะมีที่ปราบพยศของคุณหนูลงได้ ก็คือท่านริต้าคนเดียวเท่านั้น ในเมื่อท่านริต้าไม่ได้มาโลกมนุษย์ด้วย พวกเราคงต้องหวังพึ่งพาคุณหมอศรุตเจ้าค่ะ”  

“ฮืม...ไม่โกรธ” เสียงทุ้มที่ลอดจากไรฟัน แต่ก็แอบเหลาไม้เรียวเอาไว้ในใจเรียบร้อย มือไหนทำก็ตีมือนั้นไปแล้วกัน เพื่อให้เธอได้จดจำ คราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่ก่อเรื่องอีก 

ทว่าเสียงแมวก็ต้องหยุดความคิดของศรุตเอาไว้ 

“ซ้ำคุณหนูยังถูกทำโทษไม่ได้ด้วย ครั้งหนึ่งเคยเอาลูกสิงโตขององค์ราชันมาใส่ในร่มแล้วจับหมุนบนพื้นราวกับเป็นลูกข่าง เจ้าลูกสิงโตผู้โชคร้ายโดนหมุนซะเวียนหัว จนอึราดบนร่มด้วยความหวาดกลัว”  

“ที่คุณหนูทำไปก็เนื่องมาจากไม่ชอบเจ้าของ ก็เลยพาลไม่ชอบสัตว์เลี้ยงไปด้วย ท่านริต้าจึงตีมือเข้าให้ ผลออกมา คือคุณหนูถึงกับเป็นไข้ตัวร้อนไปหลายวัน ไม่ว่าครั้งไหนที่ถูกทำโทษด้วยการตี ก็จะไม่สบายทุกครั้ง”  

“...” ศรุตกอดอกนั่งฟังนิ่งๆ แต่ก็ยังไม่รู้วิธีที่จะเข้าห้องนอน โดยไม่หลับตั้งแต่หน้าประตูได้อย่างไร ส่วนเจ้าแมวก็พยายามหาทางเลี่ยงให้คุณหนูโดนทำโทษน้อยที่สุด 

“ให้อดข้าวก็ไม่ได้ด้วยนะเจ้าคะ เพราะคุณหนูร่างกายอ่อนแอ”  

“ชาช่าเอาแต่เนื้อ น้ำไม่ต้อง ผมสัญญาจะไม่ตีหนูนา พอใจหรือยัง”  

“พอใจยิ่งเจ้าค่ะ”  

เจ้าลูกแมวที่นั่งอยู่ข้างกายชาช่าอยากจะยกนิ้วโป้งให้กับวาจาชั้นเลิศในการเจรจาต่อรองของพี่สาวผู้ใจดี แต่ก็ติดตรงที่นิ้วมือของแมวมันเบียดชิด จึงยกมันทั้งอุ้งเท้าเล็กเพื่อชื่นชม 

“อันนี้คือยาแก้เจ้าค่ะ ไม่ว่าคุณหนูจะใช้ตัวยาอันไหน ก็จะไม่มีผลต่อตัวคุณหมอ ประหนึ่งเหมือนได้เข้าร่วมวีรกรรมเดียวกับคุณหนู เวลาคุณหนูจะก่อเรื่องวุ่น ชาช่าก็จะป้ายยาตัวนี้ไว้ก่อน”  

ชาช่าล้วงเอาตลับยาที่มองดูแล้วไม่ต่างจากยาหม่องบนโลกมนุษย์ ครั้นเปิดฝาก็เห็นเนื้อขี้ผึ้งสีขาวที่เหลือน้อยเต็มทน จนแทบใช้ปลายนิ้วปาดออกมาไม่ได้ เล็บแมวจึงทำหน้าที่ ขูดเอาส่วนที่เหลืออันน้อยนิดป้ายไปบนหลังมือของศรุต 

ศรุตมองดูตลับว่างเปล่าที่เคยบรรจุยา ความจริงป้ายเพียงเล็กน้อยก็ใช้งานได้ แต่ตอนนี้มันไม่เหลืออะไรแล้ว นั่นย่อมแสดงว่า ชาช่าคงต้องใช้งานยาตัวนี้บ่อยน่าดู 

“คุณหนูก่อเรื่องประจำ ชาช่าก็เลยใช้บ่อยตามไปด้วยเจ้าค่ะ ดีนะยังพอเหลือให้คุณหมอได้ใช้บ้าง นี่ถ้าอยู่อาดีน่าคงหมดไปหลายตลับแล้วเจ้าค่ะ” แมวเหมียวเห็นสีหน้าคุณหมอก็พอจะเดาความคิดออก 

ชายหนุ่มหยิบชะแลงอันเดิมเตรียมจะงัดประตูห้อง 

“เดี๋ยวชาช่าจัดการให้เอง แต่คุณหมอต้องรับปากนะเจ้าคะ ถ้าหากคุณหนูเอาผิดกับชาช่า คุณหมอจะต้องช่วยบ่าว”  

“ได้ครับ”  

ชาช่าใช้อุ้งเท้าดันประตูอย่างช้าๆ แทบเหมือนไม่ได้ออกแรง แต่กลอนที่ถูกใส่จากข้างในถึงกับงอจนไม่สามารถล็อกประตูเอาไว้ได้ ทำให้ศรุตเข้าไปในห้องนอนได้สำเร็จ โดยที่นารินทร์ยังไม่รู้ตัว เพราะกำลังเข้าไปอาบน้ำ 

 

ภายในห้องนอนมีแต่หมอกขาวจากตัวยาที่นารินทร์วางมันไว้ตรงมุมหนึ่งของห้อง กลิ่นหอมของมันก็ทรงประสิทธิภาพยิ่งนัก แม้กระทั่งจิ้งจกที่โผล่หน้าปีนผนังห้องเข้ามา ยังหลับฝันดีจนร่วงหล่นลงพื้น 

“ของเล่นเยอะจริงนะครับ” ศรุตกวาดเอาห่อยาที่นารินทร์วางเต็มบนโต๊ะ จับรวบรวมเก็บมันลงในถุงผ้า ก่อนจะนำไปซ่อนไว้ในตู้เก็บเอกสาร เพื่อป้องกัน ไม่ให้เธอนำมาใช้กับเขาได้ 

ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยฝีเท้าอันเบากริบ มือหนายื่นไปที่ราวผ้า ดึงผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าที่หญิงสาวเตรียมไว้เพื่อผลัดเปลี่ยน เขานำมันออกไปโยนทิ้งที่นอกห้อง ในขณะที่นารินทร์กำลังง่วนอยู่กับการใช้ผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมของตน จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนแอบเข้ามาในห้องน้ำ 

ศรุตยืนกอดอกพิงประตูห้องน้ำ มองร่างกลมกลึงที่กำลังเปลือยเปล่าขาวโพลนอยู่ตรงหน้า เขาจะลงโทษเธออย่างไรดี จะดุก็ไม่ดี จะตีก็ไม่ได้ เด็กสาวที่ถูกเลี้ยงดู ด้วยการตามใจขนาดนั้น หากไม่กำราบบ้าง ในอนาคตเขาคงต้องปวดหัวมากกว่านี้  

ยามดีเธอก็น่ารัก ออดอ้อนจนเขาแทบตามใจทุกอย่าง แต่ยามดื้อขึ้นมา ก็เล่นเอาเขาหนักใจไม่น้อย โลกมนุษย์มันเป็นอะไรที่ซับซ้อน เป็นสังคมที่สวมหน้ากากเข้าหากันตลอดเวลา  

คนไม่ชอบกันต่อหน้าก็แสร้งทำดีได้โดยไม่กระดากอาย ถ้าหนูนาของเขาเถรตรงจนเกินไป ไม่ชอบก็แสดงออกและต่อต้านชัดเจน นึกอยากจะกลั่นแกล้งก็แกล้ง ถ้าหากพลาดขึ้นมาวันไหนมันจะมีแต่ผลเสีย 

นารินทร์เดินมาที่ราวผ้า สิ่งที่ควรจะอยู่กลับไม่มี 

“ผ้าเช็ดตัวไปไหน”  

หญิงสาวหันมองทั้งซ้ายและขวา รวมไปถึงบนพื้นห้องน้ำก็ไม่พบ จะพบก็สายตาคมเข้มคู่หนึ่งเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองที่ประตูห้อง คนที่เธอห้ามไม่ให้เขาเข้าห้องกำลังยืนกอดอกจ้องมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

“ออกไปเลยนะ”  

นารินทร์รีบใช้ความยาวของผ้าขนหนูผืนน้อยปิดร่างกายเอาไว้เท่าที่จะทำได้ ชายผ้าด้านบนซ่อนจุกเล็กสีหวานได้เพียงนิด เพราะต้องแบ่งความยาวทางด้านล่างเพื่อปิดบังความสาวของเธอเอาไว้  

“เอาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าของหนูนาคืนมา” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง จะมีก็แต่ใบหน้าหวานกับผิวกายของเธอเท่านั้นที่กลบเกลื่อนไม่ได้ เพราะมันกำลังแดงระเรื่อ 

 

ศรุตเดินเข้าไปกระชากผ้าขนหนูของเธอทิ้งไปจนไกล มิหนำซ้ำยังยืนขวางทางนารินทร์เอาไว้ ไม่ให้เธอเดินไปเก็บมันได้อีก มือเล็กยกขึ้นเปิดเนินอกกับความงดงามแห่งความสาวที่กลางกาย 

“คุณหมอ!” นารินทร์ทั้งโกรธทั้งอาย ถึงจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขามาแล้วแต่อีกฝ่ายยืนจ้องเธอด้วยสายตาดุดัน ในขณะที่เธอมีแต่เรือนร่างเปลือยเปล่า ซ้ำยังมีเรื่องแง่งอนกัน ความรู้สึกแบบนี้เธอไม่โสภาเอาเสียเลย 

“อย่ามาแกล้งหนูนานะ หนูนาไม่ชอบ”  

“คนอื่นโดนแกล้งก็ไม่ชอบเหมือนกันครับ”  

“ผู้หญิงคนนั้นนิสัยไม่ดี หนูนาจะแกล้งเธอ”  

“แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายคนอื่น... ต่อไปห้ามทำ เข้าใจไหมครับ”  

“ไม่! ถ้าเธอยังมาวุ่นวายอีก หนูนาก็จะทำ”  

“หนูนา!”  

“คุณหมอดุหนูนาอีกแล้วนะคะ คนใจร้าย”  

“ผมใจร้ายได้มากกว่านี้อีก”  

ชายหนุ่มเดินเข้าไปจับร่างกลมกลึงขึ้นพาดบ่า เสียงหวานหวีดร้องดังลั่นด้วยความตกใจ กำปั้นเล็กทุบลงบนแผ่นหลังกว้าง ซึ่งเจ้าของก็ไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด ซ้ำยังออกแรงรัดรึงคนตัวเล็กบนบ่าให้แน่นขึ้นไปอีก 

 

ร่างของคนตัวเล็กถูกกระแทกลงบนเตียงนุ่ม ตามติดด้วยร่างของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ ริมฝีปากร้อนบดคลึงลงบนริมฝีปากนุ่ม เก็บกลืนเสียงกรีดร้องและคำต่อว่าจากเธอ 

หญิงสาวพยายามเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ถูกชายหนุ่มกัดลงที่ริมฝีปากล่างจนต้องร้องครางออกมาด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปอย่างอุกอาจ พร้อมกับกลั่นแกล้งลิ้นเล็ก ด้วยการดูดดึงอย่างหนักหน่วงจนเธอชาหนึบไปทั้งตัว 

 

นารินทร์ได้ยินเสียงหัวเข็มขัดกระทบกัน ตามติดด้วยเสียงซิปที่ถูกรูดลงจนสุด หากเธอมองเห็นก็จะทราบว่าอีกฝ่ายได้งัดเอาความเป็นชายที่แข็งขึงออกมาด้วย ปลายนิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปในร่องชื้นที่ยังแนบสนิท เปลี่ยนความชุ่มชื้นของเธอให้ชุ่มฉ่ำ จนไม่อาจกักเก็บความหยาดเยิ้มเอาไว้ได้  

ชายหนุ่มดึงนิ้วเรียวยาวของตนออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่และยาวกว่าเข้าไปแทน โดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว นารินทร์สะดุ้งเฮือกกับการล่วงล้ำที่เสียดลึกเข้าไปถึงข้างในสุด 

ความรู้สึกเจ็บแปลบไม่ต่างจากครั้งแรก มันกำลังทำให้เธอเจ็บจนน้ำตาซึม กระทั่งหายใจยังติดขัด คิดอยากจะเอาเล็บจิกไปบนร่างกายของคนที่ทำให้เธอเจ็บ แต่ก็ถูกเขารวบมือเอาไว้ขึ้นเหนือศีรษะ ศรุตจ้องมองใบหน้าสวยกับดวงตาหวานหยดที่ยังมีแววกบฏ หัวดื้ออย่างไม่คิดจะยอมแพ้ 

“อย่านะ หนูนาไม่ให้”  

ชายหนุ่มก้มลงไปบดจูบคนหัวดื้ออย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ในขณะที่ร่างกายส่วนล่างก็ยังเคลื่อนไหวตอกตรึงความเป็นชายเข้าไปในความสาวอ่อนนุ่มด้วยจังหวะรักที่ไม่ได้อ่อนโยนหรือทะนุถนอมเธอแม้แต่น้อย 

“อื้อ...” เสียงหวานที่เล็ดลอดจากริมฝีปากที่แนบผสานเจือสะอื้น กับน้ำตาอุ่นที่ไหลพราก หญิงสาวพยายามขยับตัวหลบ แต่ก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาในตัวเธอได้อย่างลึกซึ้ง เธอเจ็บและจุกจนหมดหนทางหนี  

ทุกการเคลื่อนไหวจากเขา ทั้งหนักหน่วงและเอาแต่ใจ ต่างจากคืนแรกที่เขาจะรุกเร้าอย่างเร่าร้อน โหยหาอย่างเว้าวอน ซึ่งมันเจือไปด้วยความปรารถนาที่มีร่วมกัน 

ร่างสูงหยัดกายขึ้นเล็กน้อย จ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่สวยงามไปทุกส่วน นารินทร์ไม่ยินยอมให้เขามอง คิดจะเอื้อมมือไปคว้าผ้าห่มมาคลุมกาย แต่ก็ถูกศรุตจับมันโยนทิ้งไปที่ข้างเตียง 

หญิงสาวจะเอามือปิดก็ถูกมือหนาปัดออกทุกครั้ง ครั้นจะยื่นมือไปกอดรัดร่างกายกำยำ เขาก็ไม่ยอมให้เธอได้เอื้อมถึง มีแต่ตัวตนของเขาและเธอเท่านั้นที่ยังคงแนบแน่น และเคลื่อนไหวเข้าหากันอย่างเป็นจังหวะ จนกระทั่งความสุขเสียวเริ่มเข้ามาแทนที่ 

“คุณหมอ”  

หญิงสาวปรารถนาจะได้จูบหวานกับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น เพื่อปลดเปลื้องความรู้สึกโหวงหวิวที่กำลังเกาะกินหัวใจ ใบหน้าสวยเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาจ้องมองชายหนุ่มอย่างเว้าวอน ดูน่าสงสาร 

“หมอรุต”  

ร่างเล็กพยายามจะยกศีรษะขึ้น หวังจะสัมผัสกับริมฝีปากของชายหนุ่ม แต่ก็ถูกเขากดตัวลงนอนบนเตียง มือหนาดันหน้าท้องแบนราบเอาไว้ ออกแรงกด ในขณะที่ยังกระโจนจ้วงเข้าไปในตัวเธออย่างคลั่งไคล้ 

“พี่หมอรุต”  

เสียงหวานยังคงสะอื้น ปนหอบกระเส่ากับความรู้สึกบางอย่างที่มันกำลังพลุ่งพล่าน มันเป็นความเจ็บแปลบที่เจือไปด้วยความหวามไหว อีกทั้งยังมีความน้อยอกน้อยใจที่ทับถมอยู่เต็มไปหมด 

แค่จูบเดียว ปลอบโยนเธอหน่อยก็ไม่ได้เลยหรือไร น้ำตาใสก็ไหลรินราวกับทำนบแตก ชายหนุ่มที่คิดจะปราบเด็กดื้อ พอเห็นใบหน้าสวยนองไปด้วยหยาดน้ำตา กับเสียงหวานที่เรียกเขาซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายก็ใจอ่อน ลงไปบดริมฝีปากนุ่มที่บวมแดงจากรอยจูบ  

ชายหนุ่มมอบจูบหวานที่หวานละมุน ปลอบโยนหัวใจดวงน้อยที่กำลังเตลิดด้วยความน้อยอกน้อยใจให้กลับมาพองฟูอีกครั้ง ต่างจากจังหวะรักที่ไม่ได้ผ่อนปรนลงแม้แต่น้อย  

มีแต่จะเร่งให้เร็วขึ้น...แรงขึ้น จนมือเล็กจิกกำผ้าปูเตียงแน่น เมื่อคลื่นความสุขกำลังอัดแน่นม้วนตัวใกล้เข้าหาฝั่ง ก่อนที่เขาและเธอจะถูกซัดไปถึงฝั่งฝันที่แสนจะสุขสมไปด้วยกัน 

ริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วดวงหน้าสวยหวาน ก่อนจะบดลงบนริมฝีปากเล็กที่ยังคงหายใจหอบกระเส่า 

“คราวหน้าจะดื้ออีกไหม”  

“...” คนตัวเล็กใช้หลังมือขึ้นปาดน้ำตา สมองน้อยพลันคิด ถ้าหากดื้อแล้วบทลงโทษสุดท้าย ได้รับความสุขสมขนาดนี้มันก็น่าดื้อต่อไปอีกนะ... 

“เด็กแสบ” คนตัวโตที่อยู่ด้านบนถึงกับมันเขี้ยวกับความคิดจากคนตัวเล็ก สะโพกสอบเคลื่อนไหวอีกครั้ง เริ่มบทลงโทษที่แสนหวาน จนเด็กดื้อที่ทั้งแสบและซนต้องร้องขอจากเขาตลอดทั้งคืน 

ความคิดเห็น