ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 11

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11
แบบอักษร

 

 

กลซ่อนรัก บทที่ 11 

 

 

 

 

ส่วนคนถูกแกล้งขัดแข้งขัดขายังหัวเสียไม่หายเรื่องถูกโรมเชิญให้ออกจากบ้านเลยระบายกับฟูจิที่โทรมาหาเธอพอดี 

" น้ำเสียงไม่ดีเลยแก ไปทะเลาะกับใครมา " ฟูจิว่า " พี่นะโมเหรอ " 

" ไม่ใช่หรอก! เจ้ากรรมนายเวรฉันต่างหากล่ะ " น้ำมนต์ตอบ  

" ใครอะ เจ้ากรรมนายเวรแก " 

" จะใครซะอีกล่ะ ก็คุณโรมไง! ไม่รู้จะจองเวรไปถึงไหน ดูนะขนาดว่าเอาขนมไปเซ่น ขอบคุณสักคำก็ไม่มีแถมยังถูกไล่ตะเพิดออกมาจากบ้านอีก "  

" ไหนเล่าซิ เรื่องมันเป็นยังไง " ฟูจิถาม น้ำมนต์เล่าเรื่องที่เธอไปส่งดอกไม้แล้วทำดอกไม้ช้ำให้ฟูจิ แต่ไปๆมาๆน้ำมนต์ต้องเล่าย้อนไปถึงสมัยเด็กที่เธอไปเด็ดดอกแก้วหน้าบ้านรวมไปด้วย เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่จะทำให้ฟูจิเข้าใจว่าทำไมน้ำมนต์ถึงเรียกโรมว่าเจ้ากรรมนายเวร 

" หูย นี่มันโรแมนติกมากเลยนะเนี่ย น้ำมนต์ " ฟูจิเอ่ยประโยคแรกออกมาหลังจากฟังเรื่องทั้งหมดจบ 

" โรแมนติกบ้าน่ะสิ! ฉันกับเขาเจอหน้ากันทีไรมีแต่เรื่องทุกทีและก็เป็นฉันนี่แหละที่ทำให้เขาเดือดร้อน " น้ำมนต์ชะลอรถช้าลงเมื่อเข้าสู่ถนนที่มีสองเลนสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวครึ้ม ฟูจิหัวเราะชอบใจเห็นด้วย 

" แกคงเป็นน้ำมนต์ของแสลงสำหรับคุณโรมเค้าล่ะมั้ง "  

" ไอ้บ้าฟูจิ! เดี๋ยวเถอะ " น้ำมนต์แยกเขี้ยวใส่พลางเพ่งสายตามองไปข้างหน้าเห็นรถจอดนิ่งสนิทอยู่หนึ่งคัน ฝากระโปรงหน้าเปิดออกมีควันลอยโขมงร่างสูงยืนอยู่ในกลุ่มควันนั้น " ฟูจิ แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน "  

" โอเค ไว้คุยกัน " ฟูจิรับคำแล้ววางสายไป ฝ่ายน้ำมนต์มองกระจกหลังดูให้แน่ใจว่าไม่มีรถตามหลังมาเธอชะลอรถช้าลงเรื่อยๆก่อนจะจอดรถเปิดกระจกยื่นหน้าออกมาถาม 

" ขอโทษนะคะ มีอะไรให้ฉันชวนมั้ย " น้ำมนต์เองก็พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองประมาทไปหน่อยเรื่องที่จอดรถแล้วเปิดกระจกรถออกมา ใครจะไปรู้ว่าคนที่กำลังเดือดร้อนตรงหน้าอาจจะเป็นนกต่อให้พรรคพวกมาทำร้ายเธอก็ได้ น้ำมนต์มองซ้ายมองขวาอย่างไม่แน่ใจ 

ร่างสูงเดินออกจากกลุ่มควันถอยห่างกระโปรงรถออกมา ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน " เฮ้ย! คุณโรม! " น้ำมนต์ปลดสายเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากรถทันที เธอมองซ้ายมองขวาดูรถที่ไม่มีวี่แววจะผ่านมาสักคันก่อนจะวิ่งข้ามถนนมาหาโรมที่รถ" ทำไมคุณ -- " น้ำมนต์เอ่ยถามมองใบหน้าขมุกขมัวของโรมก็ถึงกับกลั้นยิ้ม 

โรมเห็นสายตาซุกซนของน้ำมนต์ก็ตีหน้ายักษ์ใส่ " อะไร! น้ำมนต์ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ " โรมว่าน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างที่เขาพูดจริงๆนั่นแหละ น้ำมนต์เม้มปากเบาๆก่อนจะชี้ไปที่รถ 

" รถคุณเป็นอะไร ทำไม "  

" เครื่องโอเวอร์ฮีท สงสัยหม้อน้ำจะรั่ว " โรมตอบน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ เขายกหลังมือเช็ดเหงื่อที่ข้างแก้มตัวเองออกแต่กลายเป็นเอาคราบน้ำมันเครื่องที่ติดอยู่หลังมือไปติดที่แก้มแทน 

" แล้วคุณโทรเรียกศูนย์หรือยัง " น้ำมนต์ถาม โรมพยักหน้าพลางถอนหายใจหนักๆ  

" โทรล่ะ แต่ศูนย์ที่ใกล้ที่นี่ที่สุดคือกรุงเทพกว่าจะมาถึงที่นี่ก็คงอีกสองสามชั่วโมง บ้าชะมัด! " โรมคำรามออกมา " ยิ่งรีบๆอยู่ รถก็ดันมาเสียแล้วนี่ที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ย " โรมออกอาการหัวเสียยกมือขึ้นเสยผมตัวเอง น้ำมนต์ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงเธอทั้งสงสารและก็รู้สึกขบขันกับใบหน้าที่เลอะเทอะและอาการน็อตหลุดของโรม สุดท้ายเธอก็หัวเราะออกมา 

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "  

" มีอะไรน่าขำหรือไง น้ำมนต์!! " โรมแยกเขี้ยวใส่ น้ำมนต์ยกมือปิดปากตัวเอง 

" ขอโทษ แต่ว่าหน้าคุณตลกมากเลย คุณโรม คิกๆ " น้ำมนต์กลั้นหัวเราะจนหน้าแดง โรมขมวดคิ้วใส่เขาพยายามยกหลังมือเช็ดคราบน้ำมันเครื่องบนหน้าออก น้ำมนต์ร้องห้ามรีบเข้าไปจับมือของโรมไว้ " เดี๋ยวสิ คุณโรม ทำแบบนั้นหน้าคุณก็ยิ่งเลอะน่ะสิ รอแป๊บนะ " น้ำมนต์บอกกับโรมก่อนจะวิ่งข้ามถนนกลับไปที่รถตัวเอง โรมยกคิ้วใส่เดินไปที่กระจกข้างมองตัวเองผ่านกระจกเข้าใจแล้วว่าทำไมยัยน้ำมนต์ถึงหัวเราะคิกคักชอบใจขนาดนั้น 

" เอานี่ น้ำ กับทิชชู่ ล้างหน้าสิคุณ หน้าคุณยิ่งกว่าเงาะป่าอีกนะ " น้ำมนต์ว่ายิ้มๆยื่นขวดนำ้ให้โรมที่รับไปเปิดออก เขาจัดการล้างหน้าตัวเองด้วยน้ำขวดที่น้ำมนต์ให้มา น้ำมนต์ยืนมองโรมล้างหน้าท่าทางของเขายิ่งบวกกับใบหน้าหล่อระดับพระเอกนายแบบทำให้น้ำมนต์เผลอจินตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกยืนดูพระเอกล้างหน้าเหมือนกับในซีรีส์เกาหลีสักเรื่อง  

" เสร็จแล้ว! " โรมเดินเข้ามาหาน้ำมนต์ ใบหน้าของเขาไม่เหลือคราบเปื้อนแล้วแต่กลับชุ่มโชกด้วยน้ำ " เฮ้! น้ำมนต์!! "  

" ห้ะ! " น้ำมนต์เผลอมองนานสะดุ้งเล็กน้อยตอนถูกโรมเรียก 

" เธอมองฉันเหมือนจะกินฉันเข้าไปอีกแล้วนะ น้ำมนต์ " โรมแค่นยิ้มพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองน้ำมนต์ " ชอบฉันเหรอ!? "  

น้ำมนต์ถลึงตาร้องโวยใส่ " บ้าเหรอ!? ใครชอบคุณกัน เอานี่! ทิชชู่เช็ดซะ! " น้ำมนต์ยัดห่อทิชชู่ใส่แล้วรีบถอยห่างออกจากโรมทันที โรมหัวเราะฮึออกมาหยิบทิชชู่ออกมาซับหน้าให้ตัวเอง 

" คุณมาทำอะไรแถวนี้ คุณโรม " น้ำมนต์ถามแก้อาการขัดเขิน " ถนนแถวนี้ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่ไม่ชินทางหลงเอาได้นะ "  

" ฉันนัดคนไว้ แล้วจีพีเอสก็นำทางฉันมาที่นี่ " โรมยอมรับกับน้ำมนต์ เธอพยักหน้าหงึกหงัก 

" โดนจีพีเอสหลอกแล้วล่ะ " น้ำมนต์ว่า " คุณจะเอาไงต่อล่ะ รถใช้ไม่ได้แล้วกว่าศูนย์จะมาก็ตั้งหลายชั่วโมง ลูกค้าคุณไม่รอแย่แล้วเหรอ "  

" ไม่ใช่ลูกค้าหรอก " โรมว่า " เป็นคนของพันทิพาเห็นบอกว่าจะเอาเอกสารสำคัญให้ฉัน " โรมเอาลิ้นดุนแก้มสีหน้าเคร่งเครียดมองไปที่ถนนซ้ายขวาก็ไม่มีวี่แววของรถชนิดไหนๆผ่านมา 

" คุณนัดเค้าไว้ที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งให้ก็ได้นะ " น้ำมนต์ว่า โรมหันกลับมามองน้ำมนต์อย่างไม่แน่ใจพลางมองเลยไปที่รถเก๋งคันเจ้ากรรมที่ขับรถชนเค้าไปก่อนหน้านี้ น้ำมนต์เห็นสีหน้าโรมแล้วก็พูดดัก 

" ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่พาคุณไปขับชนใครหรอก "  

โรมยกคิ้วสูงใส่น้ำมนต์ก่อนที่มือถือของเค้าจะดังอยู่ในกระเป๋ากางเกง โรมหยิบมันออกมากดรับ " ครับ คุณเจษฎ์ "  

" คุณอยู่ไหนแล้วครับ คุณโรม " น้ำเสียงของอีกฝั่งฟังดูร้อนรนดังทะลุออกมาจนน้ำมนต์ได้ยินด้วย 

" ผมมีปัญหานิดหน่อย เป็นไปได้มั้ยครับ ถ้าเราจะเปลี่ยนวันนัดเป็นวันพรุ่งนี้แทน "  

" ไม่ได้ครับ! " น้ำเสียงอีกฝั่งตวาดใส่โรม ทั้งเขาและน้ำมนต์หันมามองหน้ากันเองก่อนที่อีกฝ่ายจะรีบพูด " ขะขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดัง ผมแค่จะบอกคุณว่าผมรอคุณอยู่ให้คุณรีบมาน่ะครับ "  

" ครับ คุณเจษฎ์ " โรมคว้ามือของน้ำมนต์มาแล้วจูงมือเธอพาข้ามถนนกลับไปที่รถของน้ำมนต์ " ผมกำลังจะไปหาคุณครับ -- ฉันขับ เธอบอกทาง " ประโยคท้ายโรมบอกกับน้ำมนต์เขากำลังจะขึ้นไปนั่งที่คนขับแต่ถูกน้ำมนต์รั้งแขนไว้ 

" ไม่ได้! คุณไม่ชินทางและฉันก็ไม่ชินกับการบอกทางใคร " น้ำมนต์ว่า " เพราะงั้นคุณนั่งเฉยๆ ฉันขับฉันดูทางเอง โอเค๊ "  

" ไม่โอเค ครั้งที่แล้วเธอขับยังมาชนฉันได้ แล้วนี่ให้ขับเองจะไปชนต้นไม้ข้างทางหรือเปล่าก็ไม่รู้ "  

" คุณโรม! คุณจะไปหาคุณเจษฎ์มั้ย " น้ำมนต์ยื่นคำขาด โรมขบกรามเบาๆไม่อยากเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับน้ำมนต์อีกก่อนจะบอกจุดหมายปลายทางกับน้ำมนต์แล้วเดินขึ้นไปนั่งข้างคนขับด้วยอาการไม่สบอารมณ์ น้ำมนต์กระตุกยิ้มอย่างมีชัยแล้วก้าวขึ้นที่นั่งคนขับ เธอกดปุ่มสตาร์ทรถแล้วขับออกจากถนนเส้นนั้นมุ่งหน้าสู่ปลายทางที่บ้านของเจษฎ์ 

" ทำไมคุณไม่บอกให้เขาเอาไปให้คุณที่บ้านล่ะ " น้ำมนต์ชวนโรมคุยระหว่างทางไปบ้านเจษฎ์  

" เขาบอกไม่สะดวก อยากให้ฉันไปหา เห็นว่าเอกสารนั่นเป็นเอกสารสำคัญต้องส่งถึงมือฉันเอง "  

น้ำมนต์พยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วไปตามถนนที่ไม่มีรถสัญจรผ่านไปมา สายตามองข้างทางไปด้วย " ใช่หลังนั้นมั้ยนะ คุณโรม ประตูหน้าเปิดแบบนั้นเค้าเปิดรอคุณอยู่หรือเปล่า " น้ำมนต์ชี้ให้โรมดูประตูบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้นหลังเดียว น้ำมนต์ขับรถเลยไปเล็กน้อยที่หน้าบ้านมีป้ายแขวนอยู่ 'หัตถา'  

" หลังนี้แหละ " โรมว่า " นั่นนามสกุลของคุณเจษฎ์ "  

น้ำมนต์พยักหน้ารับแล้วจอดรถทันทีโรมลงจากรถมาก่อน เขามองไปรอบๆบ้านเรือนไทยหลังใหญ่รถยนต์รุ่นเก่าราคาแพงของคุณเจษฎ์ก็ยังจอดอยู่ บรรยากาศรอบๆตัวบ้านดูเงียบเชียบจนโรมรู้สึกแปลกๆ  

" ทำไมบ้านมันเงียบแบบนี้ล่ะคุณ " น้ำมนต์ถาม เธอมองไปรอบๆบ้านแบบที่โรมทำในตอนแรก " แปลกๆนะ คุณว่ามั้ยทำไมไม่มีใครมารับแขกเข้าบ้านเลยล่ะ "  

" ช่างสังเกตเหมือนกันนิ " โรมว่า น้ำมนต์ไม่รู้ว่านั่นคือคำชมหรือคำด่าของโรมกันแน่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร เขาก็ชวนเธอเข้าไปในบ้าน  

" คุณโรม จะดีเหรอเข้ามาแบบนี้ก่อนที่เจ้าของบ้านจะเชิญเข้ามาน่ะ " น้ำมนต์ถามเดินตามโรมไม่ห่าง โรมไม่ตอบอะไรแค่หันมาสั่งเธอเบาๆ 

" อย่าแตะต้องอะไรในบ้านนี้นะ น้ำมนต์ "  

" ฮึ! ฉันไม่ใช่ขโมยนะ คุณโรม " น้ำมนต์ขึงตาใส่ 

" แล้วแต่เธอจะคิด " โรมว่าไม่สนใจดวงตาขุ่นเคืองของน้ำมนต์ เขากับเธอเดินเข้ามาในตัวบ้านแล้วก็ยังไม่เห็นคนในบ้านแม้แต่คนเดียวออกมาเจอกับพวกเขา 

" ฉันว่ามันแปลกๆแล้วนะ คุณโรม "  

โรมพยักหน้าเห็นด้วยกับน้ำมนต์เขาสอดส่ายสายตาไปทั่วบ้านหลังใหญ่ที่ไร้สิ่งมีชีวิต " คุณเจษฎ์ครับ ผมอิสระนะครับคุณอยู่ไหนครับ คุณเจษฎ์ " โรมตัดสินใจเรียก เขายืนรออยู่ที่โถงนั่งเล่น 

" ขอโทษนะคะ มีใครอยู่มั้ย พวกเราเป็นแขกของบ้านนี้ค่ะ " น้ำมนต์ช่วยโรมเรียกอีกแรง เธอเดินออกไปที่สนามหญ้าข้างๆตัวบ้านพอดีกับที่หญิงสูงวัยกับหญิงสาวดูวัยใกล้เคียงกับน้ำมนต์เดินเข้ามาในบ้านพอดี 

" ว้าย! คุณเป็นใคร! เข้ามาในนี้ได้ยังไง! " หญิงสูงวัยร้องออกมาเสียงดังเป็นคนแรก " โทรแจ้งตำรวจเร็วนังหญิง! แจ้งคุณผู้ชายด้วย!! " 

" จ้ะ ป้า "  

" เดี๋ยวค่ะ!! / เดี๋ยวครับ!! " ทั้งน้ำมนต์และโรมร้องห้ามพร้อมกันแต่แม่บ้านที่อายุน้อยกว่ากลับรีบวิ่งแจ้นเข้าไปในบ้านทันที น้ำมนต์หันมองหน้าโรมทีมองไปในบ้านที 

" คุณโรมทำไงดี " 

" ขอโทษนะครับที่เข้ามาในบ้านโดยพลการ แต่ผมมีนัดกับคุณเจษฎ์ที่นี่ " โรมพูดกับแม่บ้านสูงวัย " คุณเจษฎ์ได้บอกอะไรไว้มั้ยครับ " 

" ก็บอกว่าจะมีคนมาหา และก็บอกให้พวกฉันออกไปข้างนอกกันก่อนแล้วค่อยกลับมา " 

" พวกหนูนี่แหละคะที่จะมาหาเจ้านายของป้า " น้ำมนต์โพล่งออกมา " เราสองคนมาถึงก็เห็นประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ไม่เห็นมีใครออกมา เรียกแล้วก็ไม่มีเสียงตอบรับเลยค่ะ " 

" เอ๊ะ! ไม่น่าเป็นไปได้เลยนะคะ คุณเจษฎ์อยู่บ้านตลอดไม่ได้ออกไปไหน อีกอย่างก่อนดิฉันจะออกไปประตูใหญ่ก็ปิดเรียบร้อยดี " 

" แต่ -- " 

 

กรี๊ดดดดดด!!! 

 

เสียงหวีดร้องแหลมดังออกมาจากในตัวบ้านเรือนไทย ทั้งหมดหันกลับไปมองก่อนจะรีบพาวิ่งกลับเข้าไปข้างใน ต้นตอของเสียงดังมาจากชั้นสองทั้งโรมและน้ำมนต์พากันวิ่งตามป้าแม่บ้านขึ้นไปด้านบนบ้านเรือนไทย  

แม่บ้านสาวอีกคนร้องละล่ำละลักทรุดตัวลงนั่งอยู่ที่หน้าห้อง  

" เกิดอะไรขึ้นนังหญิง " 

" ป้าสาย! คุณผู้ชาย! คุณผู้ชาย!! " หญิงร้องกรี๊ดลั่นหวาดกลัวสุดขีด ป้าสายมองตามสายตาหญิงเข้าไปในห้อง เสียงกรีดร้องดังลั่น แม่บ้านสูงวัยทรุดลงไปกองที่พื้น โรมยืนนิ่งงันราวกับถูกสะกดเขาหันไปกันตัวน้ำมนต์ออกก่อนที่เจ้าตัวจะเห็นภาพไม่น่าดู 

" เกิดอะไรขึ้น คุณโรม " น้ำมนต์ถามน้ำเสียงร้อนรน เธอมองแววตาเคร่งเครียดของเขา 

" เรียกรถพยาบาลกับตำรวจมา น้ำมนต์ "  

น้ำมนต์เม้มปากแน่นอยากจะถามโรมใจจะขาดว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แต่เห็นแววตาของเขาแล้วน้ำมนต์ก็รีบหยิบมือถือขึ้นมากดตามที่โรมสั่ง 

ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีรถพยาบาล รถตำรวจก็จอดกันเต็มหน้าบ้านเรือนไทยของเจษฎ์ หัตถา ที่ถูกฆ่าตาย คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุถูกเรียกสอบปากคำรวมถึงโรมและน้ำมนต์ 

" ชื่ออะไรครับ " เจ้าพนักงานคนนึงถามโรม 

" อิสระ ทิลล์ครับ " 

" แล้วคุณผู้หญิงล่ะครับ "  

" นิลเนตร นวศิริกาญจน์ค่ะ " 

" เป็นอะไรกับผู้ตายครับ " 

" ผมมาที่นี่เพราะถูกคุณเจษฎ์นัดมา ส่วนน้ำมนต์ ผมหมายถึงคุณผู้หญิงคนนี้เธอมาเป็นเพื่อนผมเท่านั้นครับ " 

" ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ คุณนิลเนตร "  

น้ำมนต์ลอบมองหน้าโรมเขาพยักหน้าให้เธอ แล้วน้ำมนต์ก็เริ่มเล่าทุกอย่างที่ให้เจ้าพนักงานฟัง  

" ฉันกับคุณโรมวิ่งขึ้นมาข้างบนเพราะได้ยินเสียงแม่บ้านร้องถึงได้รู้ว่าคุณเจษฎ์ -- " น้ำมนต์พูดไม่ออกหน้าของเธอซีดเซียวเหมือนจะเป็นลม และเป็นครั้งแรกของน้ำมนต์ด้วยเหมือนกันที่เข้ามาอยู่ในเหตุฆาตกรรมครั้งนี้  

" ขอโทษนะครับ ขอให้เธอได้พักหน่อยได้มั้ยครับ เรื่องข้อซักถามขอบคุณตำรวจ ผมจะตอบให้เองครับ " โรมบอกกับเจ้าพนักงานพลางเหลือบมองน้ำมนต์ เจ้าพนักงานคนนั้นพยักหน้าอนุญาตให้เจ้าหน้าที่พยาบาลพาน้ำมนต์ออกไป การสอบถามเป็นไปไม่นานโรมก็เดินออกมาหาน้ำมนต์พร้อมกับเจ้าพนักงานคนเดิม น้ำมนต์จากที่นั่งดมแอมโมเนียอยู่ก็ลุกขึ้นยืนทันที 

" คุณโรม เป็นยังไงบ้าง " 

" ทุกอย่างโอเค น้ำมนต์ " โรมตอบแต่สีหน้าของเขายังตึงเครียดอยู่ 

" ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆเลยนะครับ คุณอิสระ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมทางเราจะติดต่อไปหานะครับ " 

" ยินดีครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมกับน้ำมนต์ขอตัวกลับเลยนะครับ " 

" ทางเราขอกล้องที่ติดหน้ารถไว้ก่อนนะครับ จากนั้นพวกคุณก็กลับได้เลยครับ " 

" ครับ " โรมว่าเข้าไปจับมือน้ำมนต์ที่เย็นเฉียบมาจับไว้ " กลับเถอะ น้ำมนต์ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน " น้ำมนต์ไม่พูดอะไรกับโรม เธอพยักหน้ารับแล้วเดินตามโรมกลับไปที่รถตัวเองก่อนจะขับออกจากสถานที่เกิดเหตุ 

" คุณเจ้าของบ้านคนนั้นเค้าถูกฆ่าจริงๆเหรอ คุณโรม " น้ำมนต์ถามทำลายความเงียบในรถ เธอหันมามองเขา โรมที่ขับรถอยู่รับรู้ถึงความอยากรู้อยากเห็นของน้ำมนต์ได้ผ่านทางหางตา 

" ใช่ ก่อนหน้าที่เราจะมาถึงสักครึ่งชั่วโมง พิสูจน์หลักฐานว่าอย่างนั้น "  

" แบบนี้เขาก็ถูกทำร้ายระหว่างที่เรากำลังจะไปที่นั่นเหรอ "  

โรมพยักหน้าสีหน้าของเขาเคร่งเครียด " ถูกยิงในระยะประชิด ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นคนคุ้นเคยของคุณเจษฎ์ " โรมเล่า " ไม่น่าใช่การชิงทรัพย์เพราะจากการตรวจสอบเรื่องประตูใหญ่หน้าบ้านเปิดแบบนั้นคงจะเป็นใครที่คุณเจษฎ์ต้องให้การต้อนรับและก็คุ้นเคยจนถึงขั้นให้เข้าไปในบ้านรวมถึงขึ้นไปบนชั้นสองได้ ฉันเองก็โดนสอบไปด้วย "  

" พวกเขาสงสัยคุณเหรอ แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยนะ คุณกับฉันเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาจนไปเจอตอนที่เขาตายไปแล้วน่ะ " น้ำมนต์ร้อง  

" น้ำมนต์ ใจเย็นก่อน " โรมปรามเขาหันไปส่งสายตามองน้ำมนต์ " ตำรวจแค่ทำตามขั้นตอน ฉันพูดทุกอย่างให้พวกเขาฟังไปแล้วว่ามาที่นี่เพราะถูกคุณเจษฎ์เรียกมาเพื่อรับเอกสารสำคัญเท่านั้น ตำรวจเลยเก็บไว้เป็นข้อมูลน่ะ "  

น้ำมนต์พยักหน้าพลางผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆระงับสติอารมณ์ของตัวเอง " ขอโทษ ฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยสติแตกไปหน่อย " น้ำมนต์ว่ายิ้มเจื่อน โรมมองรอยยิ้มบนใบหน้าของน้ำมนต์ เขาก็ยิ้มฮึออกมา 

" ช่างเถอะ ฉันผิดเองที่พาเธอมาเจอเหตุการณ์นี้ ขอโทษนะ น้ำมนต์ " โรมหันไปบอกกับคนข้างๆปรากฎว่าเจ้าตัวชัตดาวน์ตัวเองไปเสียดื้อๆ ใบหน้าอิงซบไปกับเบาะหันมาทางเขาในท่าเดิมที่เธอคุยกับเขาตอนแรก 

" เหลือเชื่อ บทจะหลับก็หลับได้เลย คนหรือตุ๊กตาไขลานล่ะเนี่ย ยัยน้ำมนต์ " โรมยื่นมือไปแตะที่หน้าผากของน้ำมนต์เช็ดรอยเปื้อนที่ติดอยู่ออกให้อย่างเบามือ 

 

 

 

***************** 

เป็นยังไงบ้างค่ะ สองตอนต่อเนื่องกัันแบบนี้หวังว่าจะจุใจน้า ^^ ในตอนนี้โรมกับน้ำมนต์ดันไปเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และเหตุการณ์นี้เองที่จะทำให้ไปเจอกับอีกเหตุการณ์นึง (เอ๊ะ!ไรท์นี่ยังไงกัน อิอิ) รอติดตามกันให้ได้นะคะ ว่าไรท์จะพาทุกคนไปเจอกับอะไร  

ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้กันต่อไปด้วยนะคะ  

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย และทุกข้อความของทุกคนนะคะ  

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว