กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

#10 ...นะๆมาเป็นอะไรกัน

ชื่อตอน : #10 ...นะๆมาเป็นอะไรกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 153

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#10 ...นะๆมาเป็นอะไรกัน
แบบอักษร

นะๆ มาเป็นอะไรกัน

 

 

“นายกลับบ้านได้เลยนะสรัญแล้วตั้งแต่พรุ่งนี้ไม่ต้องมาขับรถให้ฉันตอนเช้าแล้ว”

“ครับ”

“ส่วนเรื่องบ้านก็ช่วยจัดการเรื่องคนทำความสะอาดด้วยนะ”

“ครับ…ผมมีเรื่องจะถาม”

“ว่ามาสิ”

“คุณเทมจะอยู่ที่ค่ายอีกนานแค่ไหนครับ”

“อืม…ก็จนกว่าจะผูกพันธะกันล่ะมั้ง”

“ถ้าไม่อยู่บ้านนานๆ ผมเกรงว่าท่านประธานจะ…”

ผมรู้ครับว่าสรัญกังวลเรื่องอะไร

ไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาคุณปู่ผมไปได้ไงล่ะ

“เรื่องนั้นฉันจะแก้ปัญหาเองนายแค่ทำตามที่สั่งก็พอ”

“ครับ”

ผมมองสรัญที่เดินกลับออกไป

ผมต้องรีบจับคู่ผูกพันธะกับมันให้เร็วที่สุดสินะ

ไม่ง่ายเลยล่ะถ้าจับมันกดได้ป่านนี้ก็ทำไปนานแล้ว คิดแล้วก็เริ่มกังวลถ้าผมคลุดวงในมันจริงๆ แม่งคงไม่ล็อคคอตีเข่าผมใช่มั้ย?

กลัวอะไร…

ผมปลอบใจตัวเอง

โบราณว่าไม่เข้าถ้ำเสือมีหรือจะได้ลูกเสือเพราะงั่นผมเลยรีบเข้าถ้ำเหลือก็แต่จับมันขย้ำนั่นแหล่ะ

ลูกเสื้อค่อนข้างดุแต่ผมก็มั่นใจว่าจัดการได้

คิดแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องขับรถมุ่งตรงกลับไปที่ค่าย ระยะทางไกลกว่าที่ผมใช้จากบ้านไปที่ทำงานแม่งจะรู้ตัวมั้ยว่าผมลงทุนไปกันมันมากแค่ไหน

ฝ่าการจราจรกลับมาถึงหน้าค่ายลงจากรถเปิดประตูเองเพราะไม่กล้าจะสั่งใช้ใครเกรงใจน่ะครับลงจากรถได้ผมก็กวาดสายตามองหาไอ้โช

เช้าก็ซ้อมนี่ใกล้จะมืดอยู่แล้วแม่งยังจะซ้อมอีกเหรอนั่น ผมเดินเข้าหาแสงไฟที่เห็นมันต่อยอากาศอยู่กลางลานกว้างคนเดียว

“พอแล้วมั้งขยันอะไรนักหนา” ส่งเสียงไปก่อนที่จะเดินไปถึงตัวมัน ไอ้โชหันมามองแต่ว่ายังไม่หนุดต่อย “กินข้าวยังกูหิวแล้วอ่ะ”

“ไปไกลๆ”

“ทำไมมึงไล่กูเก่งจังวะ”

“…” เงียบเฉย

“คนอื่นไปไหนกันหมด?” ผมถามแล้วก็สอดส่ายสายตามองหา

“อาออกไปข้างนอก”

“งั้นมึงก็เลิกซ้อมได้แล้วไอ่คนที่จะขึ้นชกยังไม่ซ้อมหนักเท่ามึงเลย” ผมตัดสินใจยื่นมือไปขับแขนมันที่ตั้งการ์ดแนบลำตัว “พากูทัวร์ค่ายหน่อยดิวะกูยังไม่รู้เลยว่าอะไรอยู่ตรงไหน?”

“ถ้าอยากรู้อะไรไว้มาพรุ่งนี้” มันปัดมือผมที่จับแขนมันออก

“งั้นมึงออกไปกินข้าวเป็นเพื่อนกูหน่อยไหนๆก็มาแล้วอ่ะ”

“กูไม่หิว” มันทำหน้าเหมือนรำคาญเดินหนีผมไปที่ม้านั่งพร้อมกับดึงผ้าที่พันมือออก

“แถวนี้อะไรอร่อยบอกกูหน่อยเร็วๆ” ผมแกล้งเอาแขนไปกระแทกแขนมันเป็นเชิงกดดันให้มันตอบ

“มึงนี่น่ารำคาญชิบหาย!” มันตวาดใส่ผม

“กูก็จะตื้อมึงไปแบบนี้แหล่ะถ้ามึงไม่บอก”

“รอตรงนี้!” ไอ้โชบอกแล้วลุกขึ้นทิ้งผ้าที่มันดึงออกมาลงตระกร้าใกล้ๆ

“มึงจะไปไหน?”

“จะแดกข้าวไม่ใช่ไงรอตรงนี้แหล่ะ”

“อย่านานนะกูไม่ชอบรอ”

“ไม่พอใจก็กลับไป”

“…กูรอได้ไม่มีธุระไม่รีบไปไหนเลย” ผมยิ้มหวานมองมันที่ยังปั้นหน้าขึงขังใส่ผม

มันคงไม่รู้ว่าผมมาอยู่ที่ค่ายสินะ

แอบหัวเราะคนเดียวมองหลังมันที่หายไปทางด้านข้างของสำนักงานซึ่งเป็นทางไปห้องพักของมันกับผม ชั้นสองมีแค่ห้องมันห้องผมกับห้องโก๋ตองเท่านั้น

รอมันอยู่นานเหมือนกันไอ้โชก็เดินลงมา

“ไป” มันบอกแล้วก็ออกเดินนำหน้า

“เดี๋ยวดิวะ!” ผมกระชากรั้งแขนมันไว้จนตัวแม่งเสียหลักล้มมาชนผมที่เดินตามหลังมา

กลิ่นสบู่ที่หอมอ่อนๆ จากตัวมันทำให้ผมเผลอวาดมือไปโอบรั้งยึดมันไม่ให้ขยับห่างไปไหน

“เชี่ย!” มันตกใจรีบสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนผมไปอย่างรวดเร็ว

เสียดายชิบหาย

เกือบได้ซีนแล้วนะ

“โทษทีกูไม่ได้ตั้งใจ” ผมแก้ตัวไปงั้นมองมันที่ยังจ้องผมเหมือนระแวงระวังไม่ไว้ใจ

“เดินห่างๆ แล้วก็ไม่ต้องมาจับกู” มันบอกเหมือนขู่แล้วก็หันหน้าหนีเดินตรงไปที่หน้าค่าย

“ไปรถกูก็ได้นะ” ผมรีบเดินให้เร็วเพื่อจะเดินเคียงข้างมัน

“ใกล้แค่นี้” มันบอกทั้งที่ไม่มองหน้าผม

“มึงจะพาไปกินไร”

“พูดมากถึงแล้วก็เห็นเอง” คราวนี้มันหันมามองเป็นเชิงตำหนิผม

นี่ตกลงกูทำอะไรก็คงผิดไปหมด

ผมเดินไปพับแขนเสื้อเชิร์ตไปเพราะคิดว่ามันคงไม่พาผมไปกินอะไรแพงๆ แน่

แล้วก็จริง

ราดหน้าหมูนุ่ม

ร้านรถเข็นข้างทางมีโต๊ะให้นั่งสี่ตัวห่างจากค่ายไม่เท่าไหร่

“เส้นใหญ่ไข่สองครับ” มันสั่งแล้วก็ผลักให้ผมเดินไปนั่งขณะที่ผมยังยืนอ่านเมนูที่ติดไว้บนรถเข็นไม่เสร็จเลย

“กูยังอ่านเมนูไม่จบเลย”

“เสียเวลาแดกเหมือนกันนี่ล่ะอร่อย”

“จริงอ่ะ”

“อืม” มันพยักหน้า

“กูหมายถึงมึงนะที่ว่าอร่อย”

“เชี่ย!”

“ล้อเล่นหรอกน่า…มึงชอบแดกราดหน้าเหรอ?” ผมเริ่มต้นด้วยการซักประวัติ

“เปล่า”

“เอ๊า? ...แล้วพากูมาไม?”

งงครับ?

มันจะทำตัวประหลาดไปถึงไหน

“มันใกล้แล้วก็อร่อย”

“ย้ำบ่อย…อร่อยจริงอ่ะ”

“มึงอยากแดกอย่างอื่นมั้ยล่ะ?” มันหักนิ้วโชว์ผมก็รู้แล้วว่ามันจะให้ผมแดกอะไร

“ไม่อ่ะเดี๋ยวกูอิ่ม” ผมยิ้มแห้ง

ราดหน้าถูกยกมาวางตรงหน้าผมขยับไปตักเครื่องปรุงใส่ชามตัวเองผิดกับไอ้โชที่คลุกๆ แล้วก็ตักหมูขึ้นมากิน

“ไม่ปรุงอ่ะ?”

“เรื่องของกู”

“แดกเป็นเด็กน้อย”

“ไม่รู้อะไรก็เงียบไป”

“แล้วกูไม่รู้อะไรล่ะอยากรู้มากๆ เลยนะพูดเลย”

ผมมองไอ้โชที่ตั้งหน้าตั้งตากินไม่ตอบผม คลุกเครื่องปรุงเข้ากันผมก็เริ่มกิน

“อร่อยนะ” ผมเอ่ยชมเพราะว่ามันก็ถูกปากไม่รู้ว่าที่ปรุงหรือว่าเพราะรสชาตจริงๆ ของมัน “ชิมน้ำหน่อยดิ” ผมยื่นช้อนไปจ่อตรงชามมัน

“แล้วทำไมไม่แดกน้ำก่อนแล้วค่อยปรุง”

“กูลืมไงตกลงให้ชิมมั้ย?”

มันไม่ตอบแต่ดันชามมาใกล้ผมก็ไม่เกรงใจตักน้ำราดหน้าข้นๆ ในชามมันมาเต็มช้อน

“มึงให้กูกินน้ำแล้วนะ…” ผมเน้นคำว่าน้ำก่อนจะส่งช้อนเข้าปาก

รู้ครับว่ามันจะด่า

“มึงนี่หมกมุ่นนะ”

“ก็ตั้งแต่เจอมึงนั่นล่ะ” ผมสวนกลับพร้อมกับจ้องมันที่ทำเหมือนว่าไม่ได้ยิน

เนียนเก่ง…

มึงรู้ตัวเองใช่มั้ยว่ากูตั้งใจจีบมึงอยู่ไม่คิดจะเขินใส่ให้กูชื่นใจหน่อยรึไง

“กูเลี้ยงนะ” ผมเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นยังไงก็มีเวลาจีบมันอีกทั้งคืนครับ

เรากำลังเดินกลับหลังจากกินราดหน้าผมมองไอ้โชที่ยังเดินนำหน้าไม่มีทีท่าจะสนใจผม

เครียดจัง

เริ่มกังวลว่ามันคงไม่สำเร็จง่ายๆ

ผมต้องใกล้ชิดมันอีกมากแค่ไหนกันนะถึงจะก้าวข้ามกำแพงที่มันกั้นแบ่งไม่ให้ผมข้ามฝ่าเข้าไป

“มึง! ...” ผมตัดสินใจเรียกมัน

มองไอ้โชที่หยุดหันมาหาตอนนี้เราทั้งสองยืนอยู่หน้าค่ายรอบๆ ตัวไม่มีใครนอกจากผมกับมัน ผมเดินเข้าไปยืนประจันหน้ากับมันจ้องเข้าไปในดวงตาที่มืดดำไร้ความรู้สึก

“กูชอบมึง” ผมตัดสินใจพูดออกไปพยายามสังเกตุถึงความเปลี่ยนแปลงไปจากดวงตาคู่นั้น

ไอ้โชขยับถอยห่างผมก็ขยับตามไปตัดสินใจผลักมันจนหลังไปชนกับรั้วขึ้นสนิม

“ถอยไป!” มันเอามือมาแตะไหล่ผมเหมือนกำลังจะหลักผมออกไป

แต่ผมจับมือมันไว้

ไอ้โชตกใจรีบสะบัดมือออก

“กูไม่ได้ต้องการค่ายนี้สิ่งที่กูต้องการจริงๆ มีแค่มึง…จะให้กูทำอะไรประหลาดๆ กว่านี้ก็ได้ขอแค่…” ผมขยับเข้าไปใกล้มัน “สายตามึงมองกูบ้างสักครั้ง…

มอง…

แบบคนที่รู้สึกเหมือนๆ กันไม่ใช่ว่างเปล่าแบบนี้”

“กูไม่ขำ!” มันขยับถอยออกด้านข้างผมก็ขยับตามมันไปแล้วก็ตัดสินใจเอาแจนยันประตูรั้วกักมันไว้ไม่ให้ขยับไปไหนอีก

“มึงคิดว่ากูขำเหรอ? ...มองกูดิ มองกูให้ดีๆ แล้วตอบกูทีว่าทั้งหมดที่ผ่านมานี่กูทำไปทำไม แม้กูจะกวนตีนมึงไปบ้างแต่ถ้ามึงตั้งใจสังเกตุมึงจะรู้ว่าทุกอย่างกูจริงใจ”

“มึง…” มันเบือนหน้าหลบผมที่ขยับหน้าเข้าไปใกล้มัน

รับรู้ว่าตัวมันสั่น

ตื่นกลัวหรือว่ากำลังตื่นเต้นตกใจ

ผมลากจมูกแตะสัมผัสเบาๆ ไปที่แก้มข้างซ้ายของมัน มองชัดท่ามกลางแสงไฟที่เปิดสว่างไว้ตรงรั้วว่ามันกำลังหลับตาปี๋

มันกลัว…

ผมควรหยุดตรงนี้มั้ย?

คำตอบในใจบอกให้ผมเยียดใกบ้เข้าไปอีกกดฝังปลายจมูกและริมฝัปากลงไปที่แก้มมันสูดกลิ่นหอมจากผิวมันผสมกลิ่นราดหน้าที่พึ่งทานเข้าไป

มึงกำลังทำตัวน่ารักให้กูหลง

รู้ว่ามึงไม่ได้ตั้งใจจะทำแต่กูคงคิดเป็นอื่นไม่ได้

“กูอยากจูบมึงจัง…” ผมพูดเสียงแผ่วเหมือนกำลังเพ้อ

ผลัก! ...

ไอ้โชผลักผมกระเด็นแล้วก็หันไปเปิดประตู

ผมหัวเราะกับตัวเองแล้วก็เดินตามมันไป วันนี้มึงหนีกูยังไงก็หนีไม่รอด ล้วงกุญแจห้องออกจากกระเป๋ามาควงเล่น

“ตามมาทำไม!” มันหันมาตวาดผมครับ

ตกใจหมด…

ผมเอามือจับหน้าอกซ้ายที่ใจยังเต้นถี่

“ถ้าบอกว่าอยากอยู่ใกล้ๆ มึงจะไม่ถีบกูใช่มั้ยล่ะ”

“มึงนี่แม่ง!” มันกำมือแน่น

“ล้อเล่นน่ะ” ผมเฉลยพร้อมกับชูกุญแจห้องไปตรงหน้ามัน “วันนี้กูมีบ้านใหม่อยู่ใกล้บ้านมึงอ่ะ”

“!!!” มันขมวดคิ้วแล้วก็พยายามจะคว้ากุญแจผมไป

โชคดีที่คิดไว้ก่อนเลยดึงกุญแจกลับในจังหวะที่มันยื่นมือมาคว้าพอดี

ยิ้ม...

แถมยักคิ้วกวนตีนไปอีกสักที

“คืนนี้มึงเสร็จกูแน่…” ผมแกล้งพูดหยอกขยับเข้าไปตั้งใจจะแกล้งกอดคอมันเดินขึ้นห้อง

แต่…

ป๊าป…

ยังไม่ถึงตัวก็โดนมันเตะที่ต้นขาใส่มาเต็มแบบไม่ยั้งแรงทำเอาผมขาอ่อนแรงล้มทั้งยืน กล้ามเนื้อเต้นตุบๆ รู้สึกร้อนตรงจุดที่มันเตะใส่

“เชี่ย…โคตรเจ็บอ่ะ!” ผมโวยใส่หันไปมองมันที่ยืนจ้องผมไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วย “กูลุกไม่ขึ้นไอ้โช…โคตรเจ็บนี่กูขาหักมั้ยเนี่ย”

“สำออย”

“สำออยเชี่ยไรกูเจ็บจริง!” ผมจริงจังยื่นมือไปขอให้มันดึงผมขึ้น

ไอ้โชลังเลยืนจ้องผมอยู่สักพักก็จัดสินใจม่ประคองให้ผมลุกขึ้น

“เชี่ยร้อนมากมึงจับดูเลย!” ผมดึงมือมันให้มาจับต้นขาในตำแหน่งที่มันเตะใส่ “เล่นแรงอ่ะกูเจ็บเป็นนะทนตีนมึงได้ที่ไหน” ผมโวยวายเล่นใหญ่ใส่มันพยายามกดดันให้มันรับผิดชอบการกระทำตัวเองอยู่

พรุ่งนี้ตรูเดินขากระเผกแน่ๆ

“ไปส่งกูที่ห้องเลย!”

“เออ…เลิกบ่นกูรำคาญ”

“ก็มันเจ็บจริงนะมึง”

“เจ็บดิมึงถึงจะจำ!” มันหันมาขู่

ขนลุกซู่ไปทั้งหลังเลยครับแต่ทำใจนิ่งๆ เพราะคิดว่าตัวผมกำลังได้เปรียบ

“มึงต้องรับผิดชอบนะกูไม่ยอมจริงๆ อ่ะไม่ยอม”

“หุบปากไปเลยไม่งั้นกูจะทิ้งมึงตรงนี้”

“ใจร้ายว่ะ!”

“กูร้ายกว่านี้ได้อีก”

“พรุ่งนี้กูจะฟ้องโก๋มึงคอยดูกูแล้วกัน”

ไอ้โชดึงกุญแจห้องไปไขแล้วก็เปิดไฟจนสว่างไปทั้งห้องมันประคองผมมานั่งที่เตียงเล็กๆ

เข้าใจเลยว่าเป็นสภาพที่ผมไม่คุ้นเคยเข้าใจสรัญเลยที่เป็นห่วง

“เดี๋ยวไปเอายามาให้” มันบอกแล้วก็เดินออกไปจากห้อง

ระหว่างรอผมก็มองสำรวจไปรอบห้องกลิ่นอับจากการไม่ได้เปิดใช้ตีเข้าจมูกผมจนอึดอัด

รู้สึกไม่มีอากาศหายใจ

ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นพาตัวเองในสภาพไม่สมประกอบไปยืนตรงประตู

“มึงลุกมาทำไม!” ไอ้โชดุใส่

ดูมันก็เป็นห่วงผมเหมือนกันนี่

“ห้องแม่งอับกูหายใจไม่ออก” ผมเล่นใหญ่ขึ้นแกล้งสูดอากาศข้างนอกเข้าปอดลึกๆ

“คุณหนูเอ๊ย!” มันด่าแต่ขยับมาประคองเอวผมบังคับให้เดินไปพร้อมกัน

มันกำลังพาผมไปที่ห้องมันครับโคตรดีใจแต่แสดงออกมากไม่ได้เดี๋ยวมันรู้ตัว

ความคิดเห็น