facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เรียนไม่ดี? เด็กบ้านนอก? นั่นก็แค่ภายนอกของฉินหร่านเท่านั้น เพราะตัวตนของเธอน่ะ... ถ้ารู้แล้วจะหนาว!

ตอนที่ 41 คุณเจวี้ยน เด็กดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 คุณเจวี้ยน เด็กดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 คุณเจวี้ยน เด็กดี
แบบอักษร

 

ทั้งฉินอวี่และเฉียวเซิงแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาอย่างห้ามไม่ได้ 

เฉียวเซิงเกาหัวและหัวเราะเบาๆ เว้นแต่เสียงของเขาดูแผ่วเล็กน้อย “เอ่อ อย่าล้อเล่นสิ” 

ฉินอวี่กำมือแน่น ส่วนตัวแล้วเธอไม่เชื่อเลยสักนิด แต่นี่มาจากปากของสวีเหยากวง คนอื่นอาจพูดเล่น แต่เขาจริงจังเสมอ 

ดวงตาของสวีเหยากวงแน่วแน่และท่าทางสงบ เขาเม้มปากและไม่ได้พูดอะไรออกมา 

ตอนนี้เฉียวเซิงเองก็พูดไม่ออก 

แม้แต่ฉินอวี่ยังรู้ว่าสวีเหยากวงไม่ใช่คนพูดเล่น ทำไมเขาจะไม่รู้ 

เขาซื้อนมถั่วเหลืองกล่องหนึ่งที่โรงอาหาร พอปักหลอดลงไปเสร็จก็พูดขึ้นว่า “เป็นเธอจริงๆ เหรอ” 

“จริงสิ” สวีเหยากวงถือชามโจ๊กด้วยท่าทางเย็นชา 

ณ ขณะนั้นเฉียวเซิงพูดอะไรไม่ออก ฉินอวี่ที่นั่งอยู่ข้างพวกเขาถูกเมินเป็นครั้งแรก ในหัวใจของเธอ เต็มไปด้วยความสับสนเป็นเท่าทวี 

จะเป็นฉินหร่านได้ยังไง 

จะเป็นเธอไปได้ยังไง! 

ตะเกียบใช้แล้วทิ้งในมือของฉินอวี่แทบจะหักงอ ฉินหร่านเป็นใครกันแน่ เรียนก็ไม่ได้เรื่อง แถมเธอยัง ไม่มีดีอะไรนอกจากการต่อสู้ 

เมื่อก่อนนอกจากไวโอลินแล้ว เธอแทบไม่เคยเข้าชมรมอื่น เธอมีบุคลิกแปลกๆ และไม่ค่อยมีใครอยากจะเล่นกับเธอด้วยซ้ำ 

เธอวาดรูปได้ยังไง แถมยังวาดรูปสวยอีก! 

ฉินอวี่มักจะรู้สึกว่าเธอถือไพ่เหนือกว่าฉินหร่านเพราะรู้เรื่องฉินหร่านทุกอย่าง แต่วันนี้ฉินอวี่ก็ได้รู้แล้วว่าหลังจากไม่ได้เจอฉินหร่านมาหลายปี เธอก็ไม่รู้เรื่องราวอะไรของฉินหร่านเลย 

เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว เธอก็ยิ่งกำตะเกียบในมือแน่นขึ้น 

เธอเงยหน้าขึ้นและยิ้มแบบขอไปที “ฉันจะไปซ้อมไวโอลิน” 

“นายน้อยสวี ฉันจะไปหาฉินหร่าน” เฉียวเซิงผุดลุกขึ้นมาทันที 

สวีเหยากวงพยักหน้า ดวงตาของเขาเย็นชา “ได้สิ” 

** 

ฝูงชนเข้ามาออกันเนืองแน่นห้อง สามทับเก้าและหลินซือหรานก็ออกไปซื้ออาหารเช้า 

เฉียวเซิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ของหลินซือหราน ฉินหร่านยังนอนหลับอยู่ เขาเอื้อมมือไปสะกิดแขนเธอและค่อยๆ หันไปพูดว่า “เธอเป็นคนวาดหรือเปล่า” 

“เฉียวเซิง” ฉินหร่านยังใส่ชุดนักเรียนอยู่ น้ำเสียงของเธอแหบต่ำเล็กน้อย “อย่าเสียงดังสิ” 

เธอดูไม่อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ และเฉียวเซิงก็จำได้ว่าปกติเวลาคนในห้องเสียงดัง เธอมักจะขมวดคิ้ว ดังนั้นเขาจึงรูดซิปปากทันที 

ทันทีที่เขาหันไปก็มีคนเข้ามาในห้องมากขึ้น มันเสียงดังจอแจน่าปวดหัวไม่ต่างจากตลาดสดเลย 

เขาเตะโต๊ะตรงข้ามทางเดิน 

“เอี๊ยด—” 

เสียงดังและแรงมาก 

คนที่ออกันอยู่เงียบเสียงและเฉียวเซิงก็วางมือลงบนโต๊ะก่อนหันไปมองพวกนั้นด้วยหางตา “เงียบๆ หน่อย” 

เสียงของคนพวกนั้นจึงค่อยๆ เบาลง 

นี่เป็นเรื่องที่พวกนักเรียนรู้กันดีอยู่แล้วว่าอย่าไปกวนใจฉินหร่าน 

ฉินหร่านนอนลงสักพักและเสียงในหูก็เงียบหายไป เธอจึงเอาชุดนักเรียนคลุมหัวและสูดลมหายใจลึกๆ เธอนั่งบนเก้าอี้แล้วเอาเท้าพาดโต๊ะยันกำแพงไว้ 

“ภาพวาดพวกนั้น…” เฉียวเซิงมองเธอ 

เมื่อมองจากมุมนี้ เขาก็เห็นขนตายาวเป็นแพหนาของเธออย่างชัดเจน และเฉียวเซิงคิดในใจว่าสมแล้วที่นักเรียนพากันตั้งฉายาเธอว่า “สาวขนตางอน” 

“ฉันวาดเอง แต่อย่าพูดออกไปนะ” ฉินหร่านครุ่นคิดแล้วขมวดคิ้วอีกครั้ง เธอเดาได้เลยว่าถ้าพวกนักเรียนรู้ เธอต้องถูกจ้องมองเหมือนลิงทุกวันไปอีกนานแน่ 

“… บ้าเอ๊ย” เฉียวเซิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดเสียงแข็ง “ทำไมเธอถึงวาดเหยียนซีล่ะ เธอชอบหมอนั่นเหรอ” 

“ใครจะชอบคนพรรค์นั้นกัน หลินซือหรานต่างหาก” ฉินหร่านกอดอกพิงกำแพง เธอดูรำคาญเสียงจอแจและดูหมดเรี่ยวแรง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เธอก็ยังดูสวย 

“ฉันเข้าใจแล้ว” เฉียวเซิงหัวเราะ 

นักเรียนในโรงเรียนอีจงเจ็ดในสิบเป็นแฟนคลับเหยียนซี 

นั่นเป็นครั้งแรกเหยียนซีถูกพูดถึงในฐานะ “คนพรรค์นั้น” 

** 

ยังไม่มีใครรู้ตัวคนวาดรูป ตามเว็บบอร์ดในเว่ยป๋อได้พูดคุยถึงเรื่องนี้อยู่สองวันติดโดยไม่มีใครรู้อะไร 

ไม่มีใครออกมาแสดงตัวว่าเป็นคนวาดและไม่มีใครรู้ว่าใครวาด 

แต่ชื่อเสียงของฉินหร่านก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย หลินซือหรานเป็นผู้รับผิดชอบกระดานข่าวและคนในห้องสามทับเก้าก็เห็นว่าช่วงสองวันมานี้หลินซือหรานดูเอาใจฉินหร่านเป็นพิเศษ 

ด้วยเหตุนี้เองความนิยมของฉินหร่านในห้องสามทับเก้าและในโรงเรียนก็พุ่งสูงขึ้นอีกเท่าตัว 

นอกจากทุกคนในชั้นม.สามจะรู้จักเธอ แม้แต่น้องใหม่ยังรู้จักดาวโรงเรียนในตำนานที่ชื่อฉินหร่าน พวกนั้นอยากเห็นเธอ แต่ไม่กล้ามาที่ตึกของชั้นม.สาม 

ฉินหร่านออกจากโรงเรียนตอนกลางวันพร้อมกับถือกระติกน้ำร้อนตรงไปยังห้องพยาบาลของโรงเรียน 

“เด็กสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมดนะ ถ้าเด็กผู้หญิงสนใจเรื่องแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอก แต่พวกเด็กผู้ชายก็เป็นไปด้วยเนี่ยนะ” ต่างหูของลู่จ้าวอิ่งสะท้อนแสง “คุณเจวี้ยน เดี๋ยวนี้คุณมีเสน่ห์กับเด็กผู้ชายแล้วเหรอ” 

ลู่จ้าวอิ่งเงียบ 

ร่างของหญิงสาวดูเพรียวระหงภายใต้แสงอาทิตย์ และเด็กพวกชายเรียกเธอให้หยุดเพื่อยื่นซองจดหมายสีชมพูให้ 

หญิงสาวรับมันมาอย่างสุภาพ เด็กผู้ชายไม่ได้เดินออกไป แต่ยืนมองตามหลังฉินหร่านอยู่หน้าห้องพยาบาล 

ลู่จ้าวอิ่งระเบิดหัวเราะและพูดว่า “อ๋อ จดหมายของฉินหร่านนี่เอง ในที่สุดผมก็เจอคนที่สู้คุณได้แล้ว” 

ลู่จ้าวอิ่งสีหน้าเรียบเฉย 

เขาสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงลำลองที่รับกับขายาวๆ ของเขา มันเป็นรูปทรงที่เซ็กซี่มาก เขามีดวงตาสีดำและขาวคู่หนึ่งและมุมปากของเขาก็เหยียดอย่างเย็นชา 

ฉินหร่านวางข้าวของก่อนตรงเข้าไปในครัว 

เธอเห็นลู่จ้าวอิ่งจ้องอยู่เลยชะงัก “มีอะไร” 

คุณเจวี้ยนถอนสายตาและดูกระสับกระส่าย “ปีสุดท้ายสำคัญมากนะ ฉันว่าการเรียนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรเสียสมาธิไปกับเรื่องอื่น” 

ลู่จ้าวอิ่ง: “…?” 

ฉินหร่านพยักหน้านิ่งๆ “ขอบคุณ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” 

คุณเจวี้ยนรู้สึกประหลาดใจที่เธอเชื่อฟัง 

ฉินหร่านกลับเข้ามา 

ยังมีผู้คนอยู่ด้านนอกและคุณเจวี้ยนก็เอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายๆ “ลู่จ้าวอิ่ง ปิดประตูซิ” 

** 

ตระกูลหลิน 

ฉินอวี่นั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็น 

หนิงฉิงดูดีใจอย่างออกนอกหน้าเมื่อเธอกระซิบว่า “ได้ข่าวว่าคุณนายเฟิงชอบลูกมากเลยใช่ไหม” 

“ค่ะ” ในตอนนั้นอารมณ์ของฉินอวี่ดูดีและสดใสขึ้น 

ตาของหนิงฉิงเป็นประกายสดใสและเธอดูมีความสุขขึ้นมาก เธอตักเนื้อให้ฉินอวี่ “ดีกับคุณนายเฟิงไว้นะ เฟิงฉือน่ะ…” 

ตระกูลเฟิงมีอำนาจในอวิ๋นเฉิงและการทำความรู้จักกับพวกเขานั้นยากมาก 

หลังจากนานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหว่านปฏิบัติกับเธอดี 

หนิงฉิงมองฉินอวี่ด้วยดวงตาอ่อนโยน 

เธอพูดเสียงเบาให้ฉินอวี่ได้ยินเพียงคนเดียว 

“มีอะไรเหรอ” หลินหว่านที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็เห็นว่าฉินอวี่อารมณ์ไม่ดีเช่นกัน 

“วันเสาร์นี้มีประชุมผู้ปกครอง” ฉินอวี่หันไปและยิ้ม เธอไม่มีทางพูดเรื่องฉินหร่านวาดรูปสวยแน่ แต่มันทำให้เธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอพูดอย่างอึกอัก “เด็กชั้นม. 3 มีประชุมหมด พี่เองก็อยู่ม. 3 แม่คะ แม่ไปงานประชุมผู้ปกครองของพี่และให้พี่ชายหรือพ่อมาเป็นผู้ปกครองหนูได้ไหม” 

ความคิดเห็น