ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : So many of my smile begin with you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2564 12:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
So many of my smile begin with you
แบบอักษร

So many of my smile begin with you 

 

 

     ผมกลับมาถึงห้อง แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มือสองข้างชาวซีดและเริ่มลอกหลังจากที่ผ่านการเล่นสงกรานต์มาหลายชั่วโมง แต่ถึงแบบนั้นผมก็ยังคงยืนหัวเราะอยู่คนเดียวที่หน้ากระจกเหมือนกับคนบ้า มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเมื่อนึกไปถึงใบหน้าและน้ำเสียงของใครอีกคนที่อยู่ด้วยกันในวันนี้

 

     ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าสกายเป็นคนที่น่ารักมากๆ ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่รวมถึงการกระทำ นิสัยและการแสดงออกต่างๆ ด้วยเช่นกัน ตลอดเวลาที่นั่งดูหนังด้วยกันผมแทบจะยกความสนใจทั้งหมดของตัวเองไปไว้ที่สกาย 

 

     อมยิ้มและมองดูท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูที่แม่งโคตรจะเอ็นดู อยากจะยื่นมือเข้าไปลูบหัวแต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้แทบตาย เวลาผีโผล่ออกมาแต่ละที สกายก็ตัวสั่นกึกจับแขนเสื้อผมแน่นเข้าไปใหญ่ เชื่อว่าครั้งหน้าสกายคงต้องคิดหนักหน่อยหากจะดูแมวที่ปรากฎอยู่ในหนังผีน่ะ

 

     ไม่ใช่แค่นี้ ตอนที่ผมพาสกายไปเล่นน้ำ ทุกครั้งที่มีคนฉีดน้ำใส่ สกายมักจะหลบโดยการหันหน้าเข้ามาหาผมเสมอ เสียงหัวเราะ รอยยิ้มปรากฎขึ้นไร้ซึ่งความโดดเดี่ยวเหมือนกับครั้งแรก สำหรับผมมันเป็นภาพที่โคตรดีเลยจริงๆ ถ้าผมสามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกรูปได้ ณ ตอนนั้นผมก็คงทำไปแล้ว 

 

     อยู่ห้องคนเดียวผมก็เลยไม่คิดที่จะใส่เสื้อ มีแค่กางเกงบอลตัวเดียว หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ผมเปิดแอร์และเดินตรงไปยังหน้าประตู เสียงเคาะห้องดังถี่ขึ้นเป็นจังหวะกวนส้นตีน ซึ่งผมไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าคนที่เคาะห้องผมอยู่มันคือใคร 

 

     “สวัสดีกำปั้นเพื่อนรัก!” เปิดประตูได้ เสียงไอ้เข้มก็ลอยเข้ามาก่อนที่ผมจะได้เห็นหน้ามันอีก พอมันเดินแทรกเข้ามา ไอ้หินกับไอ้ปิงก็เดินหิ้วของแทรกกายตามเข้ามาด้วย ไอ้หินส่งเสียงทักทายผมเล็กน้อย ส่วนไอ้ปิงก็ยิ้มกว้างชวนดื่ม เหล้าเบียร์ และของกินมากมายทำให้ผมรู้ได้ว่าวันนี้ห้องนอนผมคงจะถูกยึดอีกเช่นเคย อยู่ห้องผมเหมือนห้องตัวเองกันเลยพวกมันอะ 

 

     ไอ้เข้มถอดเสื้อผ้าพาดลงเตียงก่อนจะไปยืนอ้าแขนรับแอร์อยู่ตรงมุมห้อง ผิวของมันเข้มขึ้นคงเพราะวันนี้ไปเล่นสงกรานต์มา ไอ้หินก็ไม่ต่างกัน ช่วงแขนที่โผล่พ้นเสื้อเปลี่ยนเป็นคนละสีกันกับผิวกายด้านใน 

 

     “ร้อนฉิบหายเลยวันนี้” มันบ่นออกมาในตอนที่กำลังถอดเสื้อ ผมนั่งลงบนโซฟาข้างๆ กันกับไอ้ปิงที่กำลังหยิบเอาเครื่องดื่มออกมาวางเรียง ไม่ได้มีแค่เบียร์กับเหล้า แต่มีน้ำอัดลมด้วย ที่เหลือก็เป็นพวกไก่ทอด เอ็นไก่ มันฝรั่งทอด ใจคอเหมือนจะนั่งดื่มกันทั้งคืนไม่หลับไม่นอนกันในคืนนี้

 

     “ไปเล่นกันกี่โมง” ผมถาม เพราะผมก็บอกพวกมันไปแล้วว่าถ้าจะเล่นให้ไปช่วงเย็นๆ หน่อย คนเยอะ แถมอากาศไม่ร้อนไม่ชวนให้หงุดหงิดด้วย 

 

     “บ่ายๆ แดดส่องลงหน้ากูเต็มที่” ไอ้หินส่งสายตาขุ่นเคืองไปที่ไอ้เข้ม พอตากแอร์จนสบายใจมันก็รีบเดินมานั่งลงพร้อมหยิบไก่ในจานที่ไอ้ปิงเรียงเอาไว้ขึ้นมากินพลางพูดถึงสงกรานต์ในวันนี้ไปด้วย

 

     “น่า พวกมึงก็ดูสนุกดีไม่ใช่เหรอวะ ..ไก่ร้านนี้อร่อยว่ะ วันหลังไปซื้ออีกดีกว่า” เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องเที่ยวก็เรื่องใหญ่พอๆ กัน สงกรานต์พรุ่งนี้วันสุดท้าย ผมคิดว่าไอ้เข้มคงจะไม่พลาด แต่ว่าผมน่ะไม่ได้ไปเล่นแล้วล่ะ สกายบอกว่าสนุกแต่ก็เหนื่อยแล้ว เอาไว้ปีหน้าค่อยมาเล่นใหม่ ซึ่งผมก็เห็นด้วย

 

     “ก็สนุก แต่โคตรหิวข้าวเลย ร้านค้าปิดเกือบหมด..กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วถึงจะออกไปหาซื้ออีกรอบ ก่อนจะมาที่ห้องมึงเนี่ย” ไอ้ปิงว่า จากท่าทางการกินของมันกับไอ้เข้มสองคนผมก็เชื่อแล้วล่ะว่าพวกมันหิวมาก ไอ้หินนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงผม เหลือบมามองเล็กน้อยก่อนจะยันกายลุกขึ้น เดินตรงมานั่งกินด้วยกัน

 

     “วันนี้เป็นไงบ้าง มึงกับคนนั้นอะ”

 

     “น้องเขาชื่อสกาย” ผมบอก หยิบไก่ขึ้นมากินก่อนจะเล่าให้พวกมันฟัง “ก็..น่ารักดี แต่เหมือนจะมีอะไรในใจเยอะเลย ชอบทำหน้าเศร้า เหมือนคนที่อยู่ตัวคนเดียว ดูโดดเดี่ยว..กูรู้สึกแบบนี้ แต่ก็อาจจะแค่รู้สึกไปเอง”

 

     “แน่นะว่าไม่ได้ตอแหลใส่มึงอะ คนเดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจนะเว้ย” ไอ้เข้มหรี่ตาลง ผมรู้ว่ามันห่วงนั่นแหละที่พูด ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไรเพราะสมัยนี้มันก็เป็นอย่างที่ไอ้เข้มว่าจริงๆ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ

 

     แต่กับสกาย..

 

     “กูว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น” ไม่มีอะไรมายืนยัน รู้จักกันแค่สองวันก็บอกอะไรไม่ได้ แต่ผมก็แค่อยากเชื่อความรู้สึกตัวเอง คนที่อยากดูแมวในหนังผี กลัวจนตัวสั่นแต่ก็ยังไม่เอาแต่ใจลุกหนีออกจากโรงหนัง ยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขตอนที่เล่นน้ำ ยิ้มอย่างจริงใจเวลาเอ่ยคำขอบคุณ

 

     ผมไม่คิดว่าสกายจะเป็นคนไม่ดีได้เลย เอาตัวผมเป็นประกันเลยด้วย ถ้าบอกว่าคนรอบข้างไม่ดีกับสกายอันนี้ยังดูเป็นไปได้มากกว่าอีก

 

     “อืม แล้วมึงถามเขาหรือยัง เรื่องนั้น..” ไอ้หินส่งสายตามา 

 

     ผมพยักหน้าลง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นยิ้ม “ถามแล้ว ..เขาไม่ได้เกลียดเกย์”

 

     “แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะชอบเปล่าวะ” ไอ้ปิงว่า

 

     “ไม่รู้ว่าชอบไหม ..แต่กูขอจีบ เขาก็ตกลงให้กูจีบแล้วนะ” สาบานว่าไม่ได้ขิงใส่พวกมันเลย แต่อาการอ้าปากค้างของไอ้เข้มนี่มันชวนขำออกมาจริงๆ มันทำตาโต ใช้น่องไก่ที่ถูกกัดแหว่งไปชี้หน้าผม

 

     “นี่มึงจะมีแฟนอีกแล้วเหรอ!”

 

     “หึ”

 

     “ไอ้กำปั้น TT กูแค่พูดเล่น รู้งี้กูไม่น่าเอาความหล่อของกูไปรับประกันเลย ดูดิ มึงจะมีแฟนอีกแบ้ว ส่วนกูก็ยังโสดเหมือนเดิม” พูดไปก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่มือก็ยังคงทำหน้าที่ยัดไก่ใส่ปากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไอ้เข้มเนี่ยมันไม่ได้เศร้าจริงหรอก ตอแหลเป็นยังไงก็ดูเอาได้จากเพื่อนผมนี่แหละ

 

     “แล้ววันนี้มึงไปเล่นน้ำกับเขาแค่อย่างเดียวเหรอ” ไอ้ปิงถามต่อ แต่ไม่ทันที่ผมจะตอบมันก็รีบยกมือห้ามขึ้นมาก่อน ใช้นิ้วก้อยเลื่อนรับสายที่โทรเข้ามาก่อนจะกดเปิดลำโพง “จ่ะแม่”

 

     [ปิงลูก ไปถึงหอกำปั้นแล้วหรือยัง]

 

     “ถึงแล้วจ่ะ หนูกำลังกินข้าวเลยเนี่ย” ไอ้ปิงคุยกับแม่มัน ส่วนพวกผมสามคนก็นั่งเงียบไม่พูดแทรก 

 

     [ดีแล้วลูก แล้วก็ไม่ต้องไปค้างห้องเพื่อนเขาบ่อย เกรงใจเพื่อนบ้าง]

 

     “หนูรู้แล้ว แม่กินข้าวหรือยัง”

 

     [ยังเลย กำลังทอดปลาอยู่ แม่ว่าจะทำน้ำพริกปลาทูอีกอย่าง ปรางมันกำลังช่วยแม่แกะปลาอยู่เลย]

     ปรางเป็นน้องสาวไอ้ปิง หน้าตาคล้ายๆ กิน นิสัยค่อนข้างเรียบร้อยแล้วก็อัธยาศัยดีก้วย เห็นว่าเรียนจบมัธยมก็จะให้มาต่อมหา’ลัยที่เดียวกันกับไอ้ปิงนี่แหละ

 

     “จ่ะ งั้นหนูวางแล้วนะแม่”

 

     [ดูแลตัวเองนะปิง ว่างๆ ก็โทรหาน้องบ้าง น้องมันคิดถึง]

 

     “จ่ะแม่ ไว้หนูจะโทรไปหาน้องเอง” คุยเสร็จก็วางสาย ไอ้ปิงกระแอมเบาๆ ก่อนจะหันมาหาผม “อะ มึงเล่าต่อ”

 

     “กูไม่ได้แค่เล่นน้ำ ..ไปซื้อของกับเขาก่อนตอนบ่าย หลังจากนั้นก็ไปกูหนังกัน เรื่องอาถรรพ์แมวผี แดดมันร้อน กูก็ไม่รู้จะชวนเขาทำอะไรดี นั่นแหละ พอดูหนังเสร็จก็ไปเล่นสงกรานต์กันที่เดิมที่พวกเราไปกันเมื่อวาน”

 

     “พัฒนาว่ะ ว่าแต่สกายอะไรของมึงนี่อายุเท่าไหร่”

 

     “18 ไม่ก็ 19 มั้ง จบม. 6 แล้วอะ ปีนี้เข้ามหา’ลัย” ผมตอบ เห็นแจ้งเตือนจากเฟสบุ๊คว่าสกายกำลังสตรีมเกมอยู่ เอาไว้กินเสร็จแล้วค่อยไปดู แต่วันนี้ผมค่อนข้างที่จะตื่นเต้นนะ หูแมวที่สกายซื้อมา ไม่รู้ว่าวันนี้เจ้าตัวจะใส่มันขึ้นสตรีมด้วยหรือเปล่า

 

     ผมนั่งกิน นั่งดื่มอยู่กับพวกมันสามคนสักพัก พอรู้สึกอิ่มแล้วก็ลุกขึ้นไปล้างมือในห้องน้ำก่อนจะออกมานั่งเปิดสตรีมดูอยู่ตรงริมระเบียงเหมือนเดิม เสียงเกมดังขึ้น สกายกำลังก้มหน้าก้มตาเล่น พูดกับคนในทีมบ้างเป็นบางครั้ง และบ้างครั้งก็เงยหน้าขึ้นมาอ่านคอมเม้น ริมฝีปากสีแดงระเรื่อคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้ากลับลงไปเล่นต่อ

 

     ต้องโดนแล้วป่ะ

 

     ยิ้มน่ารักฉิบหายขนาดนี้มันก็ต้องโดนแล้วล่ะ

 

     ติ้ง!

 

     [..เคลียร์ครีปบนหน่อยครับ ขอบคุณ 2000 ดาวจากคุณกุลพัทธ์นะครับ วันนี้ผมนึกว่าจะไม่มาแล้วนะ]

 

     ติ้ง!

 

     [ขอบคุณอีก 1000 ดาวนะครับ เกมหน้ามาเล่นด้วยกันนะครับคุณกุลพัทธ์ เดี๋ยวกายพาเก็บดาวเอง] ผมเริ่มชักจะอิจฉาตัวเองแล้วล่ะ ทั้งรอยยิ้มน่ารัก ตากลมโตที่จ้องมาเวลาเอ่ยขอบคุณ คำเชิญชวนให้ไปเล่นด้วยกันอีก นี่ผมชักอยากจะออกตัวบอกไปแล้วนะว่าผมคือกำปั้นน่ะ อยากจะรู้เหมือนกันว่าสกายจะทำหน้ายังไง

 

     เพียงแต่ว่าแบตโทรศัพท์ของผมจะหมดแล้ว คงไม่พอที่จะเล่นหรอก ชาร์จไปเล่นไปก็เดี๋ยวเครื่องร้อน วันนี้คงทำได้แค่ดูอย่างเดียว

 

     ‘แบตจะหมด ไว้เล่นวันอื่น’ ผมพิมพ์ส่งไป สกายไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาอ่านในทันที รอจนมีจังหวะแล้วถึงจะเงยหน้าขึ้นมา

 

     [แบตหมด.. ได้ครับ ไว้ครั้งหน้ามาเล่นกับกายนะ] 

 

     เนี่ย ไอ้กุลพัทธ์ มึงมันไม่ใช่แล้ว..

 

     ‘สวัสดีครับสกาย’

 

     ‘วันนี้เจอสกายตอนไปเล่นสงกรานต์ด้วย ไปกับเพื่อนใช่ไหม’

 

     ‘ที่ถ่ายรูปคู่กันนั่นเพื่อนหรือเปล่าคะ หล่อมาก’

 

     หืม รูปอะไรวะ

 

     อยู่ๆ ผมก็รู้สึกตงิดใจขึ้นมา กดออกจากสตรีมไปเลื่อนดูหน้าเพจของสกายก่อนจะชะงักเมื่อเจอรูปที่ถ่ายคู่กันในตอนที่นั่งพักกินอะไรรองท้อง ไม่มีแคปชั่นใดๆ คนกดถูกใจก็เกือบจะขึ้นหลักพันแล้วในตอนนี้ คอมเม้นบางส่วนถามว่าสกายไปกับใคร บางคอมเม้นก็ถามถึงว่าไปเล่นสงกรานต์ที่ไหนยังไง

 

     ผมไม่ได้อ่านทุกคอมเม้นต์ แค่เลื่อนดูและกดกลับเข้าไปดูสตรีมของสกายอีกครั้ง

 

     [คุณกุลพัทธ์ไปแล้วเหรอครับ] สกายเล่นเกมจบพอดี ตอนนี้บนตักของอีกฝ่ายมีเจ้าแมวตีสีขาวอวบอ้วนขึ้นมานั่งอยู่ อุ้งเท้าเล็กๆ พยายามที่จะตบลงบนโทรศัพท์ในมือเจ้าของมันอย่างเอาเป็นเอาตายจนสุดท้ายก็ถูกดุไปตามระเบียบ

 

     [คุณแอนดริวอย่าดื้อ กายไม่ให้กินปลาทูนะ]

 

     อืม กูอยากกินปลาทูอีกแล้ว

 

     ที่บอกว่าอยากเป็นแมวที่ชื่อแอนดริวนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ

 

     ผมพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่ายังอยู่ วันนี้สกายไม่ได้ใส่หูแมวที่ซื้อมาขึ้นสตรีมด้วย ถึงจะเสียดายนิดหน่อยแต่ผมก็คิดว่ามันดีแล้วล่ะ บางทีภาพน่ารักๆ แบบนั้นก็ควรจะมีแค่ผมคนเดียวที่ได้เห็นหรือเปล่า ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นสกายจะเคยใส่หูแมวขึ้นสตรีมมาแล้วก็ตาม

 

     ‘คนที่ไปเล่นสงกรานต์กับพี่สกายเป็นเพื่อนกันเหรอครับ’

 

     ‘สกายสตรีมถึงกี่โมง’

 

     ‘กินข้าวหรือยังคะ’

 

     [คนที่เล่นสงกรานต์ ...เป็นเพื่อนครับ วันนี้สตรีมถึงเที่ยงคืนเหมือนเดิม กายกินข้าวแล้วครับ สวัสดีครับ สวัสดีคนดูที่เข้ามาใหม่ทุกคนเลย ฝากกดไลก์กดแชร์ให้กายด้วยนะครับ ใครจะเล่นนกดเข้ามาได้เลย ขอคนที่ยังไม่ได้เล่นบ้างนะครับ ใครเคยเข้ามาเล่นแล้วพักไปก่อนสองเกมนะครับ] 

 

     นั่งดูสกายได้อีกแค่แป๊บเดียวโทรศัพท์ก็ส่งเสียงเตือนแบตเตอรี่ต่ำขึ้นมา ผมลุกจากเก้าอี้เดินกลับเข้ามาในห้อง ไอ้เข้ม ไอ้หินและไอ้ปิงยังคงนั่งดื่มกันต่อพร้อมด้วยกับแกล้ม ผมยกโน้ตบุ๊คขึ้นมาเปิดหลังจากเสียบชาร์จโทรศัพท์เอาไว้แล้ว

 

     เสียงของสกายเรียกความสนใจจากพวกไอ้เข้มให้หันมา

 

     ไอ้เข้มลุกขึ้นมาเป็นคนแรก ก้มลงดูก่อนจะยิ้มออกมา ส่งสายตาล้อเลียนผมได้อย่างน่าถีบ หลังจากนั้นก็ตามด้วยไอ้ปิงและไอ้หิน ดูได้สักพักพวกมันก็กลับไปนั่งดื่มกันต่อ 

 

     [กายว่ากายหิว] ใบหน้าน่ารักเงยขึ้น ตากลมโตกะพริบปริบหลังจากที่ตัวเองเพิ่งจะไล่ฆ่าทีมตรงข้ามจนเข้าไปตายอยู่ในป้อม ริมฝีปากอิ่มยิ้มออกแห้ง สกายยื่นมือไปหยิบน้ำมาดื่มในระหว่างที่รอเวลาเกิด

 

     ‘คาป้อมเลยเมื่อกี้’

 

     ‘ใจเย็นๆ นะน้องสกาย’

 

     ‘สู้ๆ ครับ’

 

     [กายหิวไปหน่อย ขอโทษคนดูด้วยนะครับ] เจ้าคนน่ารักขอโทษขอโพย ริมฝีปากเม้มแน่น ตากลมฉายแววรู้สึกผิดออกมาก่อนจะตั้งอกตั้งใจเล่นอีกครั้ง คราวนี้เกินคำว่าโหดไปเยอะเลย เล่นเก่งกว่าผมอีกมั้ง แต่ผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เป็นสตรีมเมอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย และกว่าจะทำให้ตัวเองมีคนติดตาม มีฐานแฟนคลับนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน

 

     สกายอย่างน้อยก็ต้องมีฝีมือในการเล่นที่ถูกใจคนดู แล้วเมื่อสตรีมบ่อย เล่นบ่อยๆ ฝีมือก็ต้องพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ต่างจากผมที่ไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่ ส่วนมากก็เล่นแค่พอสนุกกับพวกไอ้เข้มเท่านั้น

 

     [จบเลยครับ ตีป้อมเลย] สุดท้ายก็ชนะจนได้ สกายระบายลมหายใจก่อนจะยิ้มตาปิด วางโทรศัพท์ลงและหยิบน้ำขึ้นมาดื่มอีกครั้ง

 

     ติ้ง!

 

     มีคนส่งดาวมาให้สกาย 

 

     เจ้าตัวยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากก่อนจะเอ่ยขอบคุณออกมา

 

     [ขอบคุณ 50 ดาวจากคุณจี้ครับ]

 

     ‘ลงสตรีมตอนไหนคะ’

 

     ‘ไปแล้วนะครับ ไว้มาดูใหม่’

 

     ‘เล่นด้วยได้ไหมครับ วันนี้ผมเสียดาวไปหลายดวงเลย’ 

 

     [กายลงสตรีมเที่ยงคืนครับ ..ฝันดีนะครับคุณอาร์ม เล่นด้วยได้ไหม ได้ครับ คุณตะวันกดเข้าห้องมาเลยครับ] 

 

     ผมนั่งดูสกายจนกระทั่งอีกฝ่ายลงตรีม พับโน้ตบุ๊คเก็บพลางหันไปมองพวกไอ้เข้มที่กำลังกวาดทำความสะอาดพื้นที่ที่พวกมันใช้กินและดื่มกัน พอเสร็จก็แยกย้ายกันกลับหอใครหอมันโดยมีไอ้หินเป็นสารถีขับรถไปส่งไอ้เข้มกับไอ้ปิง

 

     ตอนแรกผมนึกว่าพวกมันจะค้าง แต่เห็นว่ากลัวรบกวนผมก็เลยเป็นอันว่าแยกย้ายกันกลับ ไอ้หินผมคิดว่ามันคงไปส่งไอ้ปิง ส่วนตัวมันเองน่าจะไปค้างที่ห้องของไอ้เข้มเพราะตอนนี้ก็เที่ยงคืนแล้วไง

 

     [เสียงโทรศัพท์]

 

     ผมละสายตาจากโทรมัศน์ กดปิดก่อนจะเดินตรงไปยังโทรศัพท์ที่กำลังเสียบชาร์จอยู่ ตอนแรกก็คิดว่าใครมันช่างโทรไม่รู้จักดูเวลา แต่พอได้เห็นชื่อที่ขึ้นโชว์อยู่ก็เลิกคิดแทบไม่ทัน ถอดสายชาร์จออกพลางรับสายไปอย่างรวดเร็ว

 

     “โหล”

 

     [กำปั้น]

 

     “เออ ทำไมชอบโทรมาดึกๆ วะ ไม่หลับไม่นอนหรือไง” ก็แกล้งพูดไปอย่างนั้น ปากผมมันไปเองว่ะ ขอโทษที ใจจริงๆ แล้วไม่ได้คิดจะว่าอะไรปลายสายเลยแม้แต่น้อย 

 

     [หิวข้าวจัง]

 

     “กินดิ”

 

     [ต้มมาม่าอยู่ คุณแอนดริวกินไม่ได้ อันนี้ของกาย] คุยกับผมได้ประโยคหนึ่งแล้วก็ไปคุยกับแมวต่อ [กำปั้นกินข้าวหรือยัง]

 

     “กินแล้ว มึงกินมาม่าตอนนี้เหรอ ไม่มีอย่างอื่นให้กินแล้วเหรอวะ”

 

     [มาม่ามันก็อร่อยดี]

 

     “จริง?”

 

     [กายทำเป็นแค่มาม่าต้ม..]

 

     ผมเกือบจะหลุดขำกับเสียงแผ่วของปลายสาย ทำเป็นพูดว่ามาม่าต้มอร่อย แต่สรุปก็คือทำเป็นแค่มาม่าต้ม หลังจากรอได้สามนาที สกายก็ขอตัวไปกินมาม่าที่เส้นอืดได้ที่ ส่วนผมเองก็ถือสายรอไปจนกระทั่งอีกฝ่ายกินเสร็จ

 

     ส่งเสียงคุยกับคุณแอนดริวก่อนจะบอกผมว่าจะเอาจานไปล้าง

 

     ระหว่างนั้นเสียงร้องเพลงจากปลายสายก็ดังขึ้นมาเป็นระยะ

 

     [..เธอชอบมาทำให้เขิน นี่เธอน่ะคิดอะไร ถ้าหากฉันคิดจริงๆ เธออย่าเพิ่งทิ้งกันไป ฉันก็รู้ว่าเธอน่ารักแต่ใจร้าย]

 

     คือแม่ง..

 

     คุณคิดว่ามันน่ารักมากป่ะที่ร้องเพลงเนี่ยเอาดีๆ 

 

     เพราะผมมองว่าสกายแม่งโคตรจะน่ารักเลยจริงๆ

 

 

 

* 

 

 

 

     “กะ กำปั้น อื้อ..”

 

     “...”

 

     “อะ อ๊ะ”

 

     “...”

 

     “แฮก พอแล้ว ไม่เอาแล้ว” เสียงร้องสั่นเครือดังลอดออกมาจากเรียวปากอิ่มที่เผยอขึ้น ผมกอดร่างขาวเนียนเอาไว้ โยกกายกระทั้นเข้าไปเต็มที่ เสียงหอบปะปนกับเสียงหวานๆ ยิ่งกระตุ้นให้ความต้องการเพิ่มมากขึ้นจนหยุดเอาไว้ไม่อยู่

 

     “สกาย..”

 

     !!

 

     ผมสะดุ้ง ตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปียกแฉะตรงส่วนล่างของร่างกายตัวเอง แสงแดดในตอนเช้าส่องรอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้ง่ายต่อการมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบๆ หลังจากที่รั้งเอาผ้าห่มออกผมก็ได้แต่ยกมือลูบใบหน้าของตัวเองสลับกับก้มมองผลงานของตัวเองอีกครั้งด้วยความอับอาย

 

     กางเกงบ็อกเซอร์เปียกแฉะไม่ใช่แค่ซึมๆ ออกมา ฝันเปียก.. เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเป็น แต่มันไม่ได้เป็นบ่อย และจากครั้งล่าสุดที่มีเหตุการณ์แบบนี้ก็เมื่อหลายเดือนก่อน แต่ก็ไม่ได้หลั่งออกมาเยอะขนาดนี้ไง

 

     “เวรเอ้ย เปียกหมด” สบถออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นถอดกางเกงออก เอาไปใส่กะละมังไว้ ค่อยซักตอนที่ว่าง ส่วนผมก็อาบน้ำเลยแล้วกัน ตอนนี้หัวใจยังเต้นรัวบ่งบอกถึงอาการตื่นเต้นจากฝันที่รู้สึกได้อยู่เลย มันโคตรจะเหมือนจริง นึกไปถึงเสียงหวานๆ ใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อกำลังหอบหายใจพลางมองมา 

 

     เหี้ย ผมว่าผมต้องไปอาบน้ำแล้วล่ะ

 

     ไปเดี๋ยวนี้เลย!

 

     กว่าผมจะอาบน้ำเสร็จก็เกือบครึ่งชั่วโมง สวมใส่เสื้อผ้าออกมาก่อนจะไปเปิดดูบนที่นอนว่ามันเปรอะเปื้อนไหม จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหรือเปล่า ซึ่งสุดท้ายแล้วผมก็ต้องถอดเอาใส่ตะกร้าลงไปซักทั้งหมด หิ้วเอาหมอนกับหมอนข้างไปตากแดดไว้ตรงระเบียงห้องก่อนจะทำการกวาดและถูพื้นไปเลยทีเดียว

 

     ไหนๆ ก็ทำแล้วนี่ ทำให้มันเสร็จๆ ไปเลย อีกอย่างผมไม่ได้ทำความสะอาดห้องมาหลายวันแล้วผมไม่ใช่พวกรักความสะอาดแต่ก็ไม่ซกมกปล่อยให้ห้องเน่า มาอยู่หอพักมันก็ต้องทำเป็นไว้บ้าง ทำความสะอาดหรืออย่างอาหารผมก็ทำกินเองได้ แต่ส่วนใหญ่จะซื้อกินมากกว่าเพราะขี้เกียจบวกกับไม่ค่อยมีเวลา บางทีเรียนเลิกเรียนดึกก็ขี้เกียจกลับมาทำแล้ว การซื้อกินก็เลยเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ชายที่อยู่หอคนเดียวแบบผม

 

     เมื่อคืนผมก็แทบจะไม่ได้คุยอะไรกับสกายอีกเช่นเคย หลังจากที่กินมาม่าเสร็จ ล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยสกายก็กลับมานั่งคุยกับแมวอยู่สองคน คนพูดแมวร้องตอบ คุยกับผมได้แค่สองสามประโยค หลังจากนั้นไม่นานสกายก็หลับไปอีกเหมือนเคย และก็ต้องเป็นผมที่เป็นฝ่ายกดวางสาย 

 

     สกายไม่ได้พูดถึงเรื่องเพื่อน ผมก็เลยไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าหลังจากที่วันนี้ผมชวนให้อีกฝ่ายออกมาจากกลุ่มเพื่อนแบบนั้น ไหนจะไอ้เด็กทิศเหนือนั่นอีก ตลอดเวลาที่สกายอยู่กับผมมันทั้งโทรทั้งส่งข้อความมา ผมไม่ได้ตั้งใจแอบดูหรอก แต่ตอนที่สกายนั่งอยู่ข้างๆ ผมบังเอิญเห็นเข้าพอดี

 

     ข้องใจอยากจะถาม แต่สกายดูไม่อยากตอบผมก็เลยไม่ได้หลุดถามอะไรออกไปแม้แต่นิดเดียว

 

     ถึงได้มานั่งทำตัวเป็นโคนันวิเคราะห์นั่นนี่เองอยู่คนเดียวไง 

 

     ผมรั้งผ้าม่านให้เปิดออก มองออกไปนอกระเบียงห้องที่พระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนที่ขึ้นสูง ไม่ต้องก้าวขาออกไปข้างนอกก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผดเผาออกมา วันนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งวันของเทศกาลวันสงกรานต์ ไม่เหมาะกับการเดินโง่ๆ ออกไปหาของกินเพราะร้านค้าส่วนใหญ่นั้นจะปิด เห้อ หรือว่าผมจะไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตดีวะ ซื้อของมาใส่ตู้เย็นไว้เผื่อจะทำอะไรง่ายๆ กิน

 

     ชวนสกายไปด้วย จะได้หาเรื่องเจอกันอีกไง

 

     อืม อันนี้ความคิดดี

 

     ว่าแล้วก็ลองโทรไปชวนดูก็แล้วกัน ไม่แจ้งเตือนจากเฟสว่ากำลังสตรีมอยู่ สกายอาจจะยังไม่ตื่น ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์ก่อนจะกดโทรออก ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูจากนั้นก็นั่งรอจนกระทั่งปลายสายกดรับ

 

     [อืมม สวัสดีครับ] เสียงงัวเงียลอดผ่าน ผมหลุดยิ้มมุมปากเมื่อได้ยิน แต่ก็ยังไม่ได้เอ่ยทักทายปลายสายกลับไป บอกเลยว่าไอ้ภาพฝันเมื่อคืนแม่งยังติดตาไม่หาย ผมต้องสูดบมหายใจเข้าและผ่อนออกเป็นสิบกว่ารอบถึงจะทำใจไม่ให้นึกถึงได้

 

     “...”

 

     [ใคร.. คุณแอนดริวอย่าเพิ่งกวน อื้อ กำปั้นเหรอ] 

 

     “แล้วมึงคิดว่าใครล่ะ” 

 

     [พี่เคอรี่] 

 

     “เคอรี่?”

 

     [กายสั่งของไว้] เจ้าตัวตอบผมกลับมาเหมือนหุ่นยนต์ที่ป้อนคำตอบอัตโนมัติเอาไว้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ลืมตาขึ้นมาหรือยัง ได้ยินเสียงบ่นงึมงำเหมือนจะพูดคนเดียว แต่พอฟังไปฟังมาแล้วก็เข้าใจได้ว่ากำลังคุยกับตุณแอนดริวอยู่

 

     [คุณแอนดริวมาให้กายกอดหน่อย มาตรงนี้เร็ว]

 

     หึ 

 

     “สกาย” ผมส่งเสียงเรียกหลังจากฟังเสียงคนพูดคุยหงุงหงิงอยู่กับแมวได้สักพัก “จะชวนไปข้างนอก”

 

     [ไปไหน]

 

     “ไปซูเปอร์มาร์เก็ต ใกล้หอกู..แต่น่าจะไกลจากที่มึงอยู่ แต่เดี๋ยวเอารถไปรับ” หาเรื่องเปลืองน้ำมันรถไปอย่างนั้น ถามว่าไปคนเดียวไม่ดีกว่าเหรอ ทำไมต้องชวนสกาย ก็อยากเจออะ..จบป่ะ แค่อยากเจอเลยชวน ถึงจะรู้ว่ายังไงผมก็ต้องได้เจอสกายผ่านสตรีมอยู่ดี แต่การได้เห็นหน้าตรงๆ มันรู้สึกดีกว่า

 

     พอจะเข้าใจไหม?

 

     เออ ช่างแม่งเหอะ เอาเป็นว่าผมชวนสกายไปด้วย แต่เจ้าทาสแมวคนนี้จะไปกับผมด้วยไหมนั่นก็อีกเรื่อง

 

     [ไป]

 

     เห้ย ไปว่ะ

 

     แต่ใจคอไม่คิดจะปฏิเสธหน่อยเหรอ ใครชวนไปไหน ใจคอจะตอบตกลงไปด้วยหมดเลยดิ “มึงไม่หยุดคิดหน่อยเหรอ ไว้ใจกูขนาดนั้นเชียว ถ้ากูจับมัดแขน มัดขาแล้วเอามึงไปขายขึ้นมาจะทำยังไง” 

 

     [กำปั้นจะทำเหรอ]

 

     “ไม่อะ” อย่าว่าแต่จับขาย แค่จะถูกตัวอีกฝ่ายแล้วทำให้บอบช้ำผมก็ไม่กล้าแล้ว 

 

     [งั้นไป]

 

     โอเค สรุปได้ว่าไป

 

     “ส่งโลเคชั่นมาให้กูในไลน์ ..กูแอดไปแล้ว มึงจำได้ใช่ไหม ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวอีกสิบนาทีกูไปรับ” ผมบอกและกดวางสายหลังจากที่คุยกันรู้เรื่อง ไม่นานสกายก็ส่งโลเคชั่นมาให้ คอนโดหรูคือจุดหมายปลายทาง ผมค่อนข้างจะแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็เก็บงำความสงสัยเอาไว้ หยิบกระเป๋าสตางค์และกุญแจรถขึ้นมาเตรียมตัวที่จะออกจากหอพัก

 

 

 

  

     สกาย 

 

 

     ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงหลังจากที่กำปั้นวางสายไป สรุปว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วใช่ไหมนะ ผมส่งโลเคชั่นไปให้กำปั่น ตอนแรกจะส่งรูปโลมาไป แต่ก็กลัวกำปั้นจะไม่ขำด้วยเลยไม่ได้ส่ง คุณแอนดริวนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงหลังจากนอนให้ผมฟัดพุงไปเต็มที่ ตากลมใสจ้องมองมาดูน่ารักน่าชัง

 

     “กายต้องไปข้างนอกอีกแล้ว ไม่โกรธกายนะ” ผมส่งเสียงอ้อน ทิ้งตัวลงนอนไปข้างกายคุณแอนดริวเหมือนเดิม ก้อนขนตัวอ้วนกลมร้องตอบกลับมา ขณะที่สองเท้าถีบยันหน้าผมเอาไว้เต็มแรง

 

     คุณแอนดริวใจร้าย

 

     “ขอกอดนิดเดียว” เมื่อไม่สามารถหลบอุ้งเท้าพิฆาตของคุณแอนดริวได้ผมก็เลยต้องใช้ไม้นี้ ไม่นานคุณแอนดริวก็ยอมให้ผมกอด

 

     กอดแค่แป๊บเดียวเพราะเจ้าแมวอ้วนตัวนี้ค่อนข้างจะขี้รำคาญ ส่งเสียงร้องใส่ผมเสร็จก็ดิ้นพาตัวเองวิ่งลงจากที่นอนไป ผมตั้งใจว่าจะไปอาบน้ำ แต่ใครบางคนก็วีดีโอคอลผ่านทางไลน์มาเสียก่อน และคนคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่ผมจะสามารถปฏิเสธไม่รับสายได้ด้วย

 

     Daddy 

 

     ผมรับและยกโทรศัพท์ขึ้นในระดับเดียวกับใบหน้า แม้จะรู้สึกประหม่าแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่ดูเสียมารยาทออกไป

 

     “คุณแด๊ด”

 

     [อืม เรียกแด๊ดเฉยๆ ก็ได้ ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ] สำเนียงภาษาไทยของคนที่อยู่ปลายสายฟังดูแปลกๆ นั่นก็เพราะแด๊ดไม่ใช่คนไทย เพียงแค่มาอยู่ในไทยหลายปีก็เลยพูดได้คล่อง และตอนนี้ก็กลับไปทำงานอยู่ต่างประเทศแล้วด้วย

 

     “ครับ” ผมเคยเจอแด๊ดแค่ไม่กี่ครั้ง เจอแบบที่ไม่ใช่วีดีโอคอลคุยกัน ถ้าวีดีโอคอลนี่ก็เป็นครั้งที่สาม

 

     [ทำอะไรอยู่]

 

     “กำลังจะไปอาบน้ำครับ กายจะออกไปข้างนอกกับเพื่อน”

 

     [งั้นเหรอ แล้วอยู่ที่นั่นเป็นยังไง สบายหรือเปล่า] คอนโดฯ ที่ผมอาศัยอยู่นี้แด๊ดเป็นคนจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถึงผมจะเกรงใจและเคยปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ต้องเข้ามาอยู่ ซึ่งที่นี่มันสบายมากๆ กว้างขวางจนผมตกใจในตอนแรกที่ก้าวเข้ามาในห้อง ชั้นล่างเป็นโถงนั่งเล่น และห้องครัว มีห้องน้ำ 1 ห้อง ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำอยู่ในตัว

 

     ถ้าผมบอกว่าไม่สบายมันก็คงจะโกหกแล้วล่ะ

 

     “สบายดีครับ แล้วแด๊ด..สบายดีไหม”

 

     [อืม ก็เรื่อยๆ งานฉันเยอะ กลับไทยเมื่อไหร่จะบอก ..เดี๋ยวฉันจะวางสายแล้ว ของในห้องขาดเหลืออะไรก็บอกคนของฉัน เขาจะจัดการให้เธอทุกอย่าง] คุณแด๊ดว่า ใบหน้าหล่อเหลาหันออกไปจากกล้อง คุยอะไรกับลูกน้องสักอย่างก่อนจะหันกลับมาหาผม

 

     [ไปอาบน้ำเถอะ ฉันต้องไปแล้ว]

 

     “ครับ” ผมยิ้มให้กับคนปลายสายอีกครั้งและถอนหายใจออกมาเมื่อแด๊ดวางสายไปแล้วเรียบร้อย 

 

     ...

 

     ผมต้องไปอาบน้ำแล้วล่ะ เดี๋ยวกำปั้นมาถึงจะรอนาน

 

     

 

     ผมลงมารอกำปั้นอยู่ข้างล่าง ยืนรอสักพักก็มีรถมาจอดตรงหน้า ตอนแรกผมขยับหนีเพราะคิดว่าเขาคงมารับใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่พอขยับหนีรถคันนี้ก็เคลื่อนตัวตามผมมาพร้อมด้วยกระจกรถที่เลื่อนลง

 

     “เอ้า มึงจะขยับไปไหนวะ ขึ้นรถดิ” กำปั้นขมวดคิ้ว ใบหน้าดุๆ จ้องตรงมายังผม 

 

     ผมรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่ง พอคาดเข็มขัดเสร็จก็หันไปมองคนข้างๆ ที่กำลังขับรถอยู่ “เมื่อกี้ไม่รู้ว่าเป็นกำปั้น”

 

     “กูก็ว่า..อุตส่าห์จอดรับเสือกเดินหนี”

 

     “...” 

 

     “มองไร ถ้ายังไม่หยุดมองกูจะคิดค่ามองจากมึงนะ” สุ้มเสียงดุๆ ดังขึ้นเมื่อผมเอาแต่จ้องมองอีกฝ่ายไม่พูดไม่จา ใบหน้าดูดีหันมองไปอีกฝั่ง พลางกระแอมไอออกมาขณะที่ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกไป

 

     “...”

 

     “เป็นใบ้ไปแล้วเหรอวะ”

 

     “กำปั้นกินข้าวหรือยัง” ผมถามขึ้น คนตัวโตหันมาถลึงตาใส่ทันทีพลางถอนหายใจออกหลังจากนั้น พูดตอบกลับมาห้วนๆ

 

     “ยัง นี่ก็ออกมาซื้อของไปทำอะไรกิน”

 

     “ทำอาหารเป็นเหรอ”

 

     “ก็พอทำได้บ้าง” 

 

     ผมพยักหน้าขึ้นลงเมื่อได้รับคำตอบ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกับกำปั้นอีกเลย เห็นอีกฝ่ายหันมามอง อ้าปากจะพูดด้วยแต่ก็พูดออกมา หันกลับไปขับรถต่อ แล้วผมมันก็เป็นประเภทพูดกับใครไม่เก่งด้วย ถ้าหากไม่ใช่การสตรีมเกมที่ชอบทำเป็นประจำทุกวัน 

 

     พอถึงซูเปอร์มาร์เก็ตกำปั้นก็พาผมเดินไปพร้อมกับรถเข็น

 

     “ซื้อผักด้วยหรือเปล่า” 

 

     “อืม ว่าจะไปดูอยู่”

 

     “ซื้อผักระวังเศร้านะ..”

 

     “ทำไมวะ”

 

     “ผักสลด”

 

     “...”

 

     “...”

 

     มันไม่ขำเหรอ 

 

     ผมว่าตอนแรกที่เห็นคนเล่นมุกนี้ผมก็ขำอยู่นะ โอเค กำปั้นไม่ขำก็ไม่เป็นไร ผมไปเดินดูอย่างอื่นดีกว่า ตรงนี้ก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเลือกของต่อไป

 

     “เดี๋ยวกายมา” 

 

     “จะไปไหน” กำปั้นเลิกคิ้วขึ้นถาม แต่ผมน่ะไม่ได้ตอบ เดินดุ่มๆ ออกมาแล้วเรียบร้อย เมื่อกี้เห็นว่าน้ำอดลมซื้อสองขวดในราคาพิเศษ ผมหยิบมาสองขวดก่อนจะอุ้มเอาไว้เดินกลับไปหากำปั้น

 

     “ฝากด้วย”

 

     “เอาใส่ไว้” มือแกร่งดันรถเข็นมาตรงหน้าผม เอาน้ำอัดลมใส่ลงไปในรถเข็นก่อนจะเดินตามกำปั้นไป

 

     “ซื้อหมูเหรอ”

 

     “อืม หวังว่ามึงจะไม่มีมุกอะไรอีก”

 

     “...” 

 

     “มึงจะซื้ออะไรก็ซื้อเลย เอามาใส่ด้วยกันแล้วค่อยคิดเงินแยก” กำปั้นว่า ร่างสูงหันกลับไปเลือกหมูใส่ลงในถุงท่าทางคล่องแคล่ว ส่วนผมก็หันหลังเดินออกมาเหมือนเคย ตรงไปที่ชั้นวางขนมปัง หยิบเอามาหนึ่งห่อพร้อมกับเดินไปหยิบแยมองุ่นและนมข้นหวานเดินกลับไปหากำปั้นเหมือนเดิม

 

     “ครบยัง”

 

     “...” ผมพยักหน้าลง คิดว่าไม่ต้องการอะไรเพิ่มแล้ว 

 

     กำปั้นยังคงเลือกซื้อของต่อ ส่วนผมก็เดินตามไปทุกที่ เห็นอะไรน่าสนใจก็เดินเข้าไปหยิบดู ผมเจอมันฝรั่งแท่งสำหรับเอาไปไว้ทอดกินเองด้วย อยากได้จัง.. แต่แน่นอนว่าผมทอดไม่เป็น ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง นอกจากมาม่าต้มที่เทน้ำร้อนใส่และรอให้เส้นมันอืด

 

     “อยากกินเหรอ”

 

     “อือ”

 

     “หยิบมาดิ”

 

     “กายทอดไม่เป็น”

 

     “ไปห้องกู ..เดี๋ยวทำให้กิน” กำปั้นพูดขึ้น ผมชะงักไปก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกระแวงในใจ เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่เดือนมานี้ฉายแวบเข้ามาในหัวพาให้ผมรีบส่ายหัวปฏิเสธไป

 

     “ไม่เป็นไร”

 

     “..อืม ตามใจ” ดีที่กำปั้นไม่บังคับและก็ไม่ได้ดูโกรธอะไรผม 

 

     กำปั้นเหมือนว่าจะซื้อของครบหมดแล้ว ผมเดินตรงไปหยิบบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา ตาเลื่อนอ่านป้ายก่อนจะเดินกลับไปหากำปั้น ชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้น

 

     “กำปั้น”

 

     “อะไร”

 

“เอาพริกหยวกไหม”

“ไม่อะ”

 

ไม่เหรอ.. งั้นเอาใหม่

 

ผมเดินเอาพริกหยวกไปเก็บก่อนจะขยับไปข้างๆ และหยิบของอีกอย่างเดินกลับมา

 

“ผักชี”

 

“เอาใส่มาแล้ว”

 

อ่า..งั้นเอาใหม่ ต้องมีสักอย่างที่ผมเลือกมาแล้วกำปั้นถูกใจสิ

 

นี่ไง..

 

     “หอมไหม” ผมเดินกลับไปถาม ก็ไม่รู้หรอกว่าหอมมันเอาไปทำอะไรได้บ้าง ที่บอกว่าทำอาหารไม่เป็นเนี่ยผมพูดจริงๆ นะ บางสิ่งบางอย่างผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเอาไว้ทำอะไร

 

     กำปั้นเลิกคิ้วขึ้น เอนกายต่ำลงมาจนระดับใบหน้าของเราเท่ากัน ริมฝีปากคลี่ออกเป็นรอยยิ้มที่ดูไม่ค่อยจะน่าไว้ใจเท่าไหร่ จนกระทั่งเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ผมก็รู้ได้ทันทีว่ากำปั้นน่ะไม่ค่อยน่าไว้ใจจริงๆ นั่นแหละ

 

     “หอมดิ ถ้ามึงให้หอมอ่ะนะ”

 

   

 

—100%— 

ความคิดเห็น