ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : INTRO

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2564 11:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
INTRO
แบบอักษร

 

*นิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ deep plublishing 

เนื้อหาที่ลงไม่ได้ลงจนจบนะคะ 

สามารถสั่งซื้อเล่มผ่านได้ทางเว็บไซต์ของ สถาพร  

ราคาปก 340 บาท  

 

 

INTRO 

 

 

 

     อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนเมษายนนั้นโคตรจะสร้างความทรมานให้กับผมและเพื่อนอีกสามชีวิตที่พากันมานอนตากแอร์เพิ่มค่าไฟแต่ไม่เคยคิดจะช่วยจ่าย แต่ละคนนอนกันเป็นพะยูนเกยตื้น เสื้อผ้าไม่ใส่ บ็อกเซอร์ตัวเดียวอยู่ ซองขนมกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องรวมถึงกระป๋องเบียร์ กระป๋องน้ำอัดลมต่างๆ ที่ซื้อมาดับความกระหาย

     ผมโคตรจะเบื่อพวกมัน แต่ไล่ก็ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นเพื่อนที่รักกันปานจะแดกหัวอะไรหรอก ไล่แล้ว..แม่งไม่ยอมไปกัน สิงกันอยู่แต่ห้องผมนี่แหละ เอาไว้ค่าหอเดือนนี้แจ้งมาเมื่อไหร่ ผมจะเก็บค่าไฟจากพวกมันบ้างคอยดูเถอะ ทั้งเปิดแอร์เปิดพัดลม ทีวีก็ดู แล้วไหนจะชาร์ตแบตโทรศัพท์อีก

     “จะสงกรานต์ปีที่แล้ว หรือสงกรานต์ปีนี้ แฟนกูก็ไม่มีเหมือนเดิม.. กูว่ากูก็หน้าตาดีนะ ทำไมไม่มีใครสนใจมาจีบกูบ้างวะ พวกมึงก็คิดเหมือนกูใข่ป่ะ” ไอ้เข้มบ่นขึ้นมา มือมันก็ล้วงหาขนมในถุงไปด้วย ไอ้เรื่องที่มันบ่นก็เห็นบ่นอย่างนี้ทุกปี ทุกเทศกาลด้วย บ่นกับพวกผมไม่พอ โพสต์ลงบนเฟสบุ๊คอีกต่างหาก ขนาดสวดมนต์ข้ามปีมันยังโพสต์เลยว่าไม่มีแฟนไปสวดมนต์ด้วย

     “ก็หาดิวะ ห่า เห็นนั่งบ่นไม่มีแฟน แต่มึงอะ...พอมีคนเข้ามาก็เสือกทำตัวเหี้ยใส่จนเขาหนีหมด ถ้าไม่พร้อมดูแลใครก็ไม่ต้องอยากมีดีกว่าไหมแฟนอะ” ถ้าหาว่าในกลุ่มผมใครมีสาระมากที่สุดก็ไอ้หินนี่แหละ ในกลุ่มมันสนิทกับไอ้เข้มมากกว่าคนอื่นๆ

     “กูเห็นด้วยกับไอ้หิน” เมื่อมีคนเปิดก็เป็นธรรมดาที่จะมีคนตาม มันชื่อปิง อายุน้อยกว่าพวกผมหนึ่งปี มันเข้าเรียนก่อนอายุ แต่พวกผมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับอายุอยู่แล้ว แค่เข้ากันได้ ไปไหนไปด้วยกันก็นับว่าเป็นเพื่อนนั่นแหละ แล้วไอ้ปิงมันก็นิสัยคล้ายๆ พวกผมด้วย ก็เลยสนิทกันเร็ว ทะเลาะกันบ้าง กวนตีนกันบ้างเป็นเรื่องปกติ

     “ทำไมวะ กูทำตัวเหี้ยยังไง ไหนมึงบอกกูดิ้ไอ้หิน” ไอ้เข้มเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง มันขมวดคิ้วชนกันจ้องมองไอ้หินที่ถอนหายใจออกมา

     “ต้องให้กูพูด?” 

     “เออ ไหนมึงว่ามาเลย” กอดอกทำหน้าจริงจัง ผมก็ได้แต่มองพวกมันสามคนคุยกัน ส่วนตัวเองก็นั่งเบื่อๆ อยู่บนที่นอน พอไอ้เข้มพูดเรื่องแฟนผมเองก็เริ่มคิดเหมือนกันว่าตัวเองก็เบื่อๆ เหงาๆ ตั้งแต่ถูกแฟนคนล่าสุดบอกเลิกไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนผมก็ยังไม่คิดจะคบใครอีกในตอนนี้

ไม่ใช่ว่าลืมเขาไม่ได้นะ แค่ยังไม่เจอคนที่รู้สึกว่าชอบก็เท่านั้นเอง

ผมไม่ใช่พวกฝืนคุย ฝืนคบ คุยๆ ไปเดี๋ยวก็ชอบคือไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ๆ ผมต้องมั่นใจว่าผมชอบ ผมถึงจะตรงเข้าไปจีบ แล้วก็ต้องดูด้วยว่าเขามีความชอบตรงกันกับผมหรือเปล่า

     แฟนผมทุกคนที่เคยคบมานั้นเป็นผู้ชายทั้งหมด ผมเป็นเกย์ เพื่อนผมมันก็รู้ แต่พวกมันก็ยังคงคบผมเป็นเพื่อนเหมือนเดิม ไม่มีเปิดอกคุยกัน รู้แล้วก็ต่างคนต่างเฉยๆ ผมเองก็ไม่ได้อึกอัดอะไร ใช้ชีวิตอยู่กับพวกมันได้ปกติ

     เหตุผลที่เลิกกับแฟนคนล่าสุด ..เพราะเขาเจอคนใหม่ แล้วเขาเองก็มั่นใจว่าคนใหม่กับเขาเข้ากันได้ดีกว่าผม ผมก็เลยปล่อยเขาไป ถามว่าเสียใจหรือเปล่า มันก็นิดหน่อยเพราะตลอดเวลาที่คบกันผมเองก็ดูแลเขาทุกอย่าง อยากกินอะไรก็พาไปกิน อยากได้อะไรถ้าสามารถให้ได้ผมก็หามาให้ ผมรู้สึกว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว การที่เขาเลือกที่จะไปมันก็เลยไม่ได้ทำให้ผมเสียหลักมากเท่าไหร่ ยังคงใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม กินเที่ยวกับเพื่อนปกติ

     แต่ก็ยังมีบางครั้งที่นึกถึง..

     “อะ ไอ้ปั้นแม่งเหม่อไปไกลมาก ลอยแล้วเพื่อนกู ไปโดนตัวไหนมาวะ”

     “...”

     “ไอ้ปั้น!”

     !!

     “สัส กูได้ยิน มึงจะตะโกนทำไม” ผมเลื่อนสายตาไปมองไอ้เข้ม เจ้าของเสียงเรียกเมื่อกี้นี้ไง แม่ง เสียงดังขนาดนี้เดี๋ยวห้องข้างล่างก็ขึ้นมาด่าพอดี ผมยิ่งขี้เกียจมีปัญหาอยู่ 

     “ก็มึงเหม่ออะ” ไอ้เข้มว่า

     “มึงเหม่อจริงไอ้ปั้น คิดอะไรอยู่วะ” ไอ้ปิงถาม ตอนนี้ผมกำลังถูกพวกมันสามคนจ้องอยู่ เรื่องผมกับแฟนเพื่อนในกลุ่มก็รู้ดี พวกมันคอยวนเวียนปลอบใจผมกันอยู่ตลอดทุกวันในช่วงที่เลิกกับแฟนแรกๆ โดยให้เหตุผลว่ากลัวผมจะฆ่าตัวตายเพราะผมดูจะรักแฟนผมมาก

     ซึ่งแม่งโคตรจะเป็นไปไม่ได้ ให้รักมากแค่ไหนผมก็รักชีวิตตัวเองมากกว่าอยู่ดี ผมไม่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายเพียงเพราะใครคนนึงหายออกไปจากชีวิตหรอก อย่างมากก็แค่ซึมไปบ้างเท่านั้น 

     “มึงโอเคนะ ถ้ารู้สึกไม่ดียังไงก็บอกพวกกู” คราวนี้เป็นไอ้หิน พอได้เห็นพวกมันทำท่าห่วงแบบนี้แล้วผมก็ได้แต่ยิ้มมุมปาก ส่ายหัวไปมา

     “ไม่ได้เป็นไร แค่เบื่อๆ”

     “แหนะ เหงาเหมือนกู อยากมีแฟนเหมือนกูน่ะสิ” 

     “คงงั้น” ผมตอบปัดๆ ไป ไอ้สามคนมันก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถามอะไรอีก เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นกันแทน

     “พรุ่งนี้วันสงกรานต์ ออกไหมวะ” 

     “ออกดิวะไอ้ปิง ไม่ออกได้ไง กูอยากเปียก อยากถูกสาดน้ำครับผมมม” ไอ้เข้มดูลั้ลลาที่สุดกับเทศกาลใหญ่ที่กำลังใกล้เข้ามา และแน่นอนว่าถ้ามันจะออก มันก็ต้องลากพวกผมออกไปด้วย ว่ากันตามตรงแล้วผมไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไหร่หรอก ไม่อยากเปียก อากาศก็ร้อนด้วย แล้วไอ้เข้มแม่งก็ชอบไปไกลๆ

     “มึงก็ออกตลอด อยู่บ้านสักปีไหมกูว่า ร้อนฉิบหาย” ไอ้หินบ่นขึ้น ตาดุๆ ตวัดมองเพื่อนสนิทที่กำลังทำตัวเป็นของเหลวไหลลงไปนอนเอาหัวหนุนบนตักมัน 

     “ไม่ได้ดิ พวกมึงก็ต้องไปกับกูด้วย โดยเฉพาะไอ้ปั้นอะ ออกเที่ยวบ้างจะได้ไม่ฟุ้งซ่านถึงน้องจิว”

     “ไอ้เข้ม”

     “ไอ้เข้ม”

     ไอ้หินกับไอ้ปิงเปล่งเสียงเรียกไอ้เข้มจนมันสะดุ้ง ยิ้มแห้งๆ ยกมือเกาหัวมองหน้าผมที่ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่กับชื่อที่มันเอ่ยมา ที่จริงไอ้หินกับไอ้ปิงไม่ต้องห้ามมันก็ได้เพราะผมเองก็ไม่ได้เสียใจขนาดที่ว่าได้ยินชื่อไม่ได้ที่ไหนกัน

     “กูขอโทษเว้ยมึง”

     “ขอโทษทำไม กูไม่ได้เป็นอะไร”

     “เพื่อนกู น่าสงสาร สงกรานต์นี้กูจะหาแฟนใหม่ให้มึงเองเพื่อน”

     “เสร่อ มึงหาให้ตัวเองก่อนเถอะ” ผมว่า หรี่ตามองมันพลางยิ้มมุมปาก จะหาแฟนให้ผม ตัวมันเองทุกวันนี้ยังนั่งบ่นกับพวกผมเรื่องแฟนอยู่เลย

     “เจ็บปวด” ไอ้เข้มทำท่ากุมอกตัวเอง “แต่เชื่อกู สงกรานต์นี้มึงต้องได้แฟนแน่ๆ”

     “....”

     “เอาความหล่อของกูเป็นประกันได้เลย”

 

 

 

 

    

 

     ผมบอกหรือยังว่าผมไม่ได้อยากจะออกมาเล่นน้ำสงกราต์เลยสักนิด

     ผมบอกไปแล้วสินะ

     โครม!

     “ขอปะแป้งหน่อยนะคะ”

     “ปะแป้งนะครับ”

     “ปะเลยคร้าบบบ ปะกันเต็มที่ได้เลย” เสียงไอ้เข้มดังอยู่ไม่ไกล มันเป็นมนุษย์ในกลุ่มที่ดูจะมีความสุขที่สุดแล้วกับการออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ในวันนี้ แดดก็ร้อนแผดเผา แต่ไอ้เข้มก็ไม่เคยเคยหวั่น เดินยืดอกยื่นหน้าไปให้คนแปลกหน้าละเลงดินสอพองจนไม่มีพื้นที่ว่างบนหน้าหล่อๆ ของมัน 

     “ร้อนว่ะ” ไอ้หินบ่น หน้ามันเริ่มแสดงอารมณ์หงุดหงิดออกมา และเพราะแบบนี้เลยไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะเข้ามาวุ่นวายกับพวกผมเท่าไหร่ เพราะผมเองก็ไม่ได้มีสีหน้าที่ต่างจากไอ้หินในตอนนี้ ส่วนไอ้ปิงมันก็ยิ้มรับ เล่นกับคนที่เดินผ่านไปมาบ้าง อากาศร้อนๆ ต้องมาเดินเบียดผู้คนมากมายอีกทั้งเสื้อผ้าก็เปียกหมดแบบนี้ผมโคตรจะไม่ชอบ

     อยากกลับแต่ไอ้เข้มมันอยากมาเล่นไง แล้วมันก็ดูมีความสุขฉิบหายเลยด้วยตอนนี้

     “ไปปะแป้งเพื่อนพี่ด้วยไหม” 

     …

อ้าว ไอ้เข้มแม่ง

     มึงอย่าแม้แต่จะคิดพามาเลยนะ

     ผมส่งสายตาไปให้มัน แต่ไอ้เข้มมันก็คือไอ้เข้มไง นอกจากจะไม่สนใจสายตาผมแล้วยังจะรีบเดินนำเอากลุ่มสาวๆ เดินตรงเข้ามาอีก

     เห้อ กูจะบ้า

     แค่นี้ผมก็จะประสาทแดกแล้ว เอาจริงๆ

     “พวกมึงปะแป้งเว้ยๆๆ”

     “กรี้ดดด!”

     “....”

     “....”

     กลุ่มคนแตกฮือ ผมกับไอ้หินหยุดชะงักหันมองหาต้นเสียงที่กรีดร้องออกมาเมื่อกี้ เสียงตะโดนด่าทอหยาบคายดังตามมาหลังจากนั้นทำให้รู้ได้ว่าคงจะมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ๆ ไอ้หินก้าวตรงเข้าไปหิ้วไอ้เข้มกลับมาในทันที 

    “มีไรกันวะ” ไอ้เข้มทำหน้างง

    “มีเรื่องป่ะ กูว่าพวกเราไปเหอะว่ะ” ไอ้ปิงแทรกเข้ามา ผมกับไอ้หินเห็นด้วยที่ว่าพวกเราควรจะไป เพราะเหมือนว่าจะมีเรื่องกันจริงๆ นั่นแหละ กลุ่มคนเริ่มเบียดดันมาทางพวกผม ไอ้หินดึงไอ้เข้มพาแทรกกลุ่มคนที่ยังคงรอดูเหตุการณ์ออกไปตามด้วยไอ้ปิง

     ผมเองก็ตั้งใจจะตามพวกมันไปเหมือนกัน

     แต่เพราะสายตาดันไปสะดุดเข้ากับใครบางคน ผมเองก็ไม่ได้รู้จักเขา แต่ท่าทางนิ่งๆ ดูมึนงงถูกคนอื่นเบียดจนเกือบจะเซล้มลงไปแบบนั้นมันทำให้ผมยืนอยู่เฉยไม่ได้ ทั้งที่ก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของผมสักนิด แต่ขาก็ก้าวแทรกเข้าไปหาคนคนนั้นอยู่ดี

     “ยืนแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกเหยียบตาย”

     “....” คนถูกว่าเงยหน้าขึ้นก่อนจะก้มมองมือตัวเองที่ถูกผมคว้าเอาไว้ ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ ผมก็ถูกใครสักคนกระแทกจนเซ หันไปถึงได้เห็นว่าด้านหลังกำลังกลายเป็นสนามมวยย่อมๆ ไปแล้ว 

     ผมรีบหาทางออกมาจากตรงนั้นและไม่ลืมที่จะดึงเอาใครอีกคนมาด้วย

     เขาเองก็เดินตามผมมาเงียบๆ ไม่ต่อว่าอะไร เป็นนิสัยที่ดูแปลกมากสำหรับผม ปกติคนทั่วไปอย่างน้อยก็ต้องถามหรือโวยวายแล้วสิ 

     ตุบ!

     “คว_ มึงจะเอาไงวะ”

     “ปากดีนักเหรอไอ้สัส”

     สถานการณ์เริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ผมรีบเร่งฝีเท้ามากขึ้น หันไปมองคนด้านหลังเป็นระยะ แต่เมื่อหันกลับมา หมัดลุ่นๆ ก็กระแทกเข้าให้เต็มหน้า นาทีนั้นผมไม่รู้แล้วว่าคนที่ต่อยเป็นใคร ปล่อยมือที่จับอยู่ออกก่อนจะสวนเข้าไปเต็มๆ หน้าของไอ้คนที่มันต่อยผม หลังจากนั้นก็หันกลับไปพาเด็กคนนั้นวิ่งหลบออกมา

     กว่าจะหลุดจากกลุ่มคนก็เล่นเอาเหนื่อย 

     ผมปล่อยมือออก ยกขึ้นมาจับบริเวณที่ถูกต่อย แม่งเจ็บดี ไอ้พวกเวรนี่ก็มีเรื่องกันไม่ได้สนใจคนที่เขาไม่เกี่ยวข้องเลย ขนาดผมยังโดนลูกหลง แล้วคนอื่นๆ ที่แค่มาเล่นสงกรานต์ทั่วไปล่ะ อย่างเช่นมนุษย์ที่ยืนไม่พูดไม่จาอยู่ข้างผมนี่ไง

     “ไม่เห็นเหรอว่าเขามีเรื่อง”

     “...”

     ไม่ตอบ

     พูดได้ไหมวะ

     “เห้ย ถามอะ แล้วนี่อยู่แถวไหน กูพาวิ่งมางี้จะกลับถูกไหม” ผมถามอีกครั้ง คนตรงหน้าแม่งก็ยังนิ่ง สายตาจับจ้องอะไรสักอย่างบนหน้าผมจนผมเริ่มคิดว่ามันมีอะไรติดหน้าอยู่หรือเปล่า แต่ไม่ทันถามอะไรเจ้าตัวก็หันหลังเดินหนีจากผมไปซะงั้น

     เอ้า ไม่ขอบคุณสักคำเลยเหรอวะ

     ผมอุตส่าห์เสี่ยงตีนเข้าไปพาออกมานะ ไม่อย่างนั้นคงโดนเบียดล้มไปแล้ว

     ผมยืนหงุดหงิดอยู่คนเดียวมองร่างเล็กๆ เดินหายเข้าไปในเซเว่น พอผ่านไปสักพักร่างนั้นก็กลับออกมาพร้อมกับข้าวของในมือ เดินตรงมาหาผม ขวดน้ำเปล่าถูกส่งมาให้พร้อมกับพลาสเตอร์ติดแผลที่ถูกแกะออกมา

     ใบหน้านิ่งเรียบยื่นเข้ามาใกล้ทำเอาผมตัวแข็งทื่อ สายตามองสำรวจอีกฝ่ายนิ่ง หัวใจค่อยๆ เต้นแรงเมื่อคนตรงหน้าบรรจงติดพลาสเตอร์นั้นบนใบหน้าของผม 

     “สกาย”

     “อะไร” ก็พูดได้นี่ แต่พูดขึ้นมาคำแรกผมก็งงแล้ว สกายคืออะไร ท้องฟ้าเหรอ “ตอนกูถามไม่ตอบ นึกว่าพูดไม่ได้”

     “ชื่อสกาย ..คุณล่ะ” 

     เหี้ย คุณเลยเหรอ

     ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองแม่งหยาบคายวะ กูมึงกับเขา แต่เขาเสือกเรียกผมว่าคุณ

     “กำปั้น”

     “...”

     แล้วก็เงียบใส่อีกเหมือนเดิม

     โอเค บางทีมนุษย์ตรงหน้าผมอาจจะไม่ใช่คนช่างพูด

     “แล้วมาเล่นน้ำกับใคร” ผมถามต่อ ทั้งๆ ที่จบเรื่องแล้วจะแยกไปเลยก็ยังได้ แต่ผมกลับ..เลือกที่จะชวนคุย ความรู้สึกในตอนนี้คือยังไม่อยากกลับ อยากอยู่ต่อ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากรู้จักมากกว่านี้อีก

     “มาคนเดียว” สกายยกมือลูบแขนตัวเอง เขาไม่สูงเท่าผมและตัวเล็กๆ ประมาณเด็กมัธยมปลาย ท่าทางที่เหมือนลูกแมวที่ถูกจับอาบน้ำนั้นกระแทกใจผมอย่างจัง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าคนอะไรมาเล่นน้ำสงกรานต์คนเดียวท่ามกลางคนเยอะๆ แบบนี้

     ยิ่งวัยประมาณนี้ก็ต้องมากับกลุ่มเพื่อนหรือเปล่า

     “ทำไมมาคนเดียว”

     “...” ไม่ตอบแต่มองหน้า

     สายตาเหมือนกำลังด่าผมว่าเสือก

เค ไม่เสือกก็ได้

     “ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น”

     “เพื่อนไปเล่นที่อื่น” พอผมไม่อยากรู้แล้ว คนตรงหน้าก็พูดตอบออกมา ดูมึนงงยังไงก็ไม่รู้ แต่เท่าที่ผมเห็นตอนสกายพูดถึงเพื่อน สายตาเหมือนจะหม่นๆ แสดงถึงความเหงาออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนกลับไปเป็นเหมือนเดิม

     ผมก็อยากจะถามต่อว่าทำไมไม่ไปกับเพื่อน แต่กลัวจะโดนด่าว่าเสือกผ่านทางสายตาอีกก็เลยปัดคำถามทิ้งไป โทรศัพท์ผมที่เอาใส่ซองกันน้ำไว้กำลังสั่น คิดว่าพวกไอ้หินคงกำลังหาผมกันแล้ว 

     “มึงกลับไง บ้านอยู่ไกลไหม”

     “...” ส่ายหัว

     “งั้นแยกกันตรงนี้”

     “...” พยักหน้า

     “กลับดีๆ ล่ะ อย่าพยายามเข้าไปตรงที่คนเยอะๆ อีก แล้ว..จะว่าอะไรไหมถ้ากูจะขอเบอร์มึงไว้”

     “ขอไปทำไม”

     “ก็..จะได้โทรถามไงว่ามึงถึงบ้านหรือยัง กูเป็นคนพามึงออกมา กูก็ต้องอยากรู้สิ” สาบานว่าผมไม่ได้ตั้งใจทำเสียงดุดันอะไรเลย แต่หน้าผมเป็นแบบนี้และเสียงเองก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะพยายามทำให้ทุกอย่างมันดูอ่อนลงก็ตาม คนอื่นๆ มักจะไม่ค่อยกล้าสบตาผมด้วยเหตุผลนี้

     แต่คนตรงหน้าไม่ใช่..

     สบตา ทั้งแววตายังไร้ซึ่งท่าทางขลาดกลัว ตากลมเหมือนลูกแมวพาให้ผมคันยุบยิบอยู่ข้างในอก

     “ได้” 

     ผมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งให้สกายทันที พอใส่เลขครบสิบหลักครบ โทรศัพท์ก็ถูกส่งคืนกลับมา 

     “อืม มึงไปสิ” ผมตั้งใจว่าจะยืนมองอีกฝ่ายจนลับสายตาแล้วตัวเองค่อยกลับ เผื่อว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น สกายพอเห็นผมยืนนิ่งก็หันหลังเดินออกไป ผมกดบันทึกเบอร์พลางเงยหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งเดินจากไปเป็นระยะ

     อยู่ๆ ร่างนั้นก็หยุดอยู่กับที่

     ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร ผมตั้งท่าจะเดินเข้าไปหาอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าสกายหันหลังกลับมาก่อน 

     ใบหน้าเล็กๆ มีรอยยิ้มประดับอยู่ รอยยิ้มเรือนลางสั่นคลอนไปทั้งใจผมพร้อมกับเสียงเรียกชื่อผมที่ดังขึ้น

     “กำปั้น...”

“อะไร” เห็นรอยยิ้มของสกายแล้วผมเหมือนทำอะไรไม่ค่อยจะถูกขึ้นมา ปั้นหน้านิ่งถามกลับไปและยังคงยืนรอคำตอบอยู่ที่เดิม มองดูท่าทางสับสนของคนที่ก้าวเท้าเดินกลับมาหาผม

...

“คือว่า”

คือ?

ผมเลิกคิ้วขึ้นรอฟัง

ไม่รู้ทำไมไอ้ท่าทางก้มหน้ามองมือตัวเอง สลับกับช้อนตาขึ้นมามองผม แก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงน้อยๆ แบบนี้มันถึงได้ดูน่ารักมากขนาดนี้

หรือว่าจะบอกชอบ

ไม่หรอก เพิ่งเจอกันเอง

สมองผมก็คิดแบบนั้นแหละ แต่หัวใจน่ะเต้นตุบๆ ขึ้นมาแล้ว หรือว่าสงกรานต์นี้ผมจะไม่โสดอย่างที่ไอ้เข้มบอกแล้วจริงๆ

“กำปั้น..พอจะมีสักยี่สิบบาทไหม”

“...”

“ลืมกระเป๋าสตางค์”

“....”

“ไม่มีค่ารถกลับ”

ยี่สิบ

อืม

เดี๋ยวกูไปกดให้หนึ่งร้อยเลยก็ได้

ไอ้เหี้ยเข้ม ความหล่อของมึงไม่ได้ช่วยอะไรกูอะบอกเลย

 

 

 

 

—OPEN— 

ความคิดเห็น