email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มะม่วงเป็นเหตุ

ชื่อตอน : มะม่วงเป็นเหตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2564 10:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มะม่วงเป็นเหตุ
แบบอักษร

ตอนนี้หินผาเดินนำทุกคนมาหยุดอยู่กันตรงแคร่ไม้ที่สวนมะม่วง หลังจากที่เดินผ่านสวนมะพร้าวและสวนกล้วยมาแล้ว ทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจกับมะม่วงบนต้นที่ค่อนข้างดก มีทั้งดิบและที่กำลังจะสุกเต็มต้นไปหมด

"พี่หินผาครับ เราเก็บกินได้มั้ยครับ" ออกัสหันมาถามหินผาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดวงตาเปล่งประกายอย่างรอคำตอบ

"หึๆ ได้สิครับจะกินแค่ไหนก็เก็บเอาเลย แล้วก็เดี๋ยวก่อนวันกลับพี่จะพามาเก็บอีกทีนะจะได้เอาไปฝากคนที่บ้านด้วย" หินผาตอบกลับรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงนุ่ม"

"มาเดี๋ยวพี่สอยให้ครับ" ดินที่เดินไปหยิบตะกร้อสอยมะม่วงมาและบอกกับออกัส

"พี่กายเมื่อยมั้ยครับ แบกน้องมาตั้งไกล" สายน้ำเมื่อนั่งลงตรงแคร่ไม้แล้วก็หันมาถามวายุเมื่อเห็นคนพี่ทำท่ายืดหลัง ถึงเค้าจะตัวเล็กก็เถอะแต่ด้วยระยะทางที่เดินมาก็จะใช่ว่าจะใกล้ๆซะเมื่อไหร่

"ไม่เลยครับ ตัวเล็กน่ะตัวเบานิดเดียวให้พี่แบกเดินรอบสวนยังไหวเลยนะ พี่แค่ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อยเองครับ" วายุตอบกลับพร้อมลูบผมคนตัวเล็กเป็นการปลอบเมื่อเห็นสีหน้าของน้องเหมือนรู้สึกผิด

"แต่น้องก็ยังเกรงใจอยู่ดี แทนที่พี่กายจะได้เดินเล่นสบายๆ" สายน้ำพูดแล้วก้มหน้ามองหัวเข่าตัวเอง

"ไม่เอาครับอย่าคิดมาก ที่ตัวเล็กต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่นะอย่าลืมสิ อีกอย่างเราเป็นแฟนกันแล้วมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือดูแลกันถูกมั้ยครับ เอาไว้เวลาที่พี่ป่วยไม่สบายตัวเล็กก็ต้องคอยอยู่ดูแลพี่เหมือนกัน" สายน้ำยิ้มออกพยักหน้ารับทันทีที่ได้ยินที่วายุพูด เค้ารู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่กับผู้ชายคนนี้ 

"เฮ้ยๆ มึงอย่ามาทำเป็นแบบว่าโลกนี้มีเพียงสองเรานะไอ้วายุ เกรงใจคนไม่มีคู่แบบพวกกูมั่งโว้ย" เป็นเหนือที่พูดแซวเสียงดังขึ้นมาอย่างอดหมั่นไส้เพื่อนไม่ได้ เพราะตั้งแต่มีแฟนดูมันจะขยันพูดขยันหยอดแฟนตัวเองซะเหลือเกินผิดกับเมื่อก่อนที่จะพูดแต่ละคำยังกลับว่ากลัวดอกพิกุลจะร่วงยังไงยังงั้น

"เสือก"

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" เสียงเพื่อนและรุ่นน้องต่างพากันหัวเราะกับไม้เบื่อไม้เมาคู่นี้ ที่ไม่ว่าเหนือจะพูดจะทำอะไรก็ดูจะผิดไปซะหมด แถมบางทียังโดนวายุเล่นงานกลับแบบจุกเจ็บๆอีกด้วย

"โห!! กัสดูลูกนู้นดิลูกโคตรใหญ่เลยอ่ะ" เบลที่ทำท่าทำทางชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้ออกัสดูมะม่วงลูกใหญ่ที่กำลังออกเหลืองหน่อยๆแต่อยู่เกือบจะบนสุด ทำให้ทุกคนมองตามมือเบลที่ชี้ไปด้วย

"ลูกใหญ่จริง แต่มันอยู่สูงมากเลยนะไม้คงสอยไม่ถึง" ออกัสพูดเห็นด้วยกับเพื่อนพร้อมมองมะม่วงลูกใหญ่ตาละห้อย ก็เจ้าตัวน่ะชอบกินมะม่วงเป็นที่สุด ยิ่งเป็นมะม่วงปากตะกร้อด้วยแล้วยิ่งถูกใจเป็นที่สุด

"หึๆ อยากได้เหรอครับ" ไฟที่ยืนมองออกัสอยู่ก็ยกยิ้มเอ็นดูกับสีหน้าและท่าทางของรุ่นน้องจนเจ้าตัวเผลอยกมือขึ้นมาลูบผมรุ่นน้องอย่างลืมตัว

ทุกคนต่างยืนมองตาค้างกับท่าทางอ่อนโยนของไฟที่มีให้ต่อออกัส รวมทั้งคนที่ถูกลูบผมก็ด้วยที่ตอนนี้ได้ถูกสตั๊นท์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ออกัสเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องและไม่เคยได้รับสัมผัสอ่อนโยนแบบนี้มาก่อน เค้าไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร ใจที่เต้นแรงแทบจะหลุดออกมาและตอนนี้เค้ารู้สึกร้อนๆที่หน้าด้วย

"ว่าไงครับพี่ถามว่าอยากได้มะม่วงลูกนั้นเหรอครับ" ไฟที่เห็นน้องนิ่งไปไม่ตอบเลยถามย้ำขึ้นอีกครั้งโดยเจ้าตัวไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้อีกคนหัวใจเต้นแรงขนาดไหน

"คะ ครับอยากได้ครับลูกมันใหญ่ดีแถมปากตะกร้อด้วย แต่ไม่เป็นไรหรอกครับมันอยู่สูงเกินไปไว้เอาลูกอื่นแทนก็ได้" ออกัสหลังจากที่เรียกสติตัวเองกลับคืนมาได้ก็ตอบรุ่นพี่ออกไปโดยไม่กล้าที่จะหันไปมองหน้า

"เฮ้ยมึงจะปีนไปเก็บเหรอวะ มันสูงนะเว้ย" เป็นดินที่ทักเพื่อนขึ้นมาเมื่อเห็นไฟตั้งท่าจะปีนขึ้นต้นมะม่วง

"อือ...." ไฟไม่พูดอะไรมากแต่ก็ค่อยๆปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วงอย่างด้วยท่าทางที่มั่นคง

"พะ พี่ไฟครับลงมาเถอะครับเดี๋ยวตก ผมไม่อยากกินแล้วครับ" ออกัสที่เรียกให้ไฟลงมาพร้อมหน้าทำตาเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

ไฟนอกจากไม่ฟังเสียงทักท้วงจากเพื่อนและรุ่นน้องแล้วยังปีนขึ้นไปเกือบจะบนสุด ทำให้ทุกสายตาต่างจดจ่ออยู่ที่ร่างสูงที่นั่งพักเหนื่อยอยู่ข้างบน

"หึๆ" วายุที่หันไปสบตากับหินผาที่นั่งอยู่ข้างๆสายน้ำยกยิ้มมุมปากแล้วมองไปยังเพื่อนของตัวเองที่อยู่บนต้นมะม่วงอย่างรู้ทันความคิด อีกไม่นานเพื่อนของเค้าคงจะได้มีแฟนและหลงแฟนเหมือนกับที่เค้าหลงอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่เพื่อนของเค้าคนนี้จะยอมทำอะไรให้คนอื่นง่ายๆถ้ามันไม่รักหรือไม่มีใจให้

ถ้าดูจากภายนอกแบบผิวเผินแล้วไฟอาจจะเป็นคนเข้าถึงง่ายกะล่อนและเจ้าชู้ แต่ความจริงแล้วไฟเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับชีวิตคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เวลาคบกับใครก็คบทีละคน แต่เหมือนผู้หญิงที่เข้ามาจะเข้ามาเพราะเงินมากกว่าเลยทำให้เพื่อนของเค้านั้นเปลี่ยนคนควงด้วยค่อนข้างบ่อยตามประสาผู้ชายที่มีผู้หญิงเข้ามายื่นข้อเสนอให้ถึงที่ แต่ทุกคนที่เข้ามามันก็จะควงด้วยแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

"ไอ้ดินส่งไม้มาให้กูที" ไฟที่พักเหนื่อยได้สักพักก็บอกให้ดินส่งไม้สอยมาให้

"พี่ไฟระวังนะครับ" ออกัสตะโกนบอกไฟด้วยความเป็นห่วง สายตาจับจ้องที่คนร่างสูงแทบไม่กะพริบตา นี่ถ้าไม่เป็นเพราะเค้าอยากกินมะม่วงลูกนั้นล่ะก็คงไม่ต้องมีใครลำบากขนาดนี้

ไฟได้แต่ส่งยิ้มไปให้คนที่อยู่ใต้ต้นมะม่วง และยื่นไม้ไปสอยมะม่วงที่อยู่ออกไปไม่ไกลมากนัก

"ไอ้ดินรับนะอย่าให้หล่นนะโว้ย" เมื่อได้ลูกมะม่วงที่ต้องการแล้วไฟก็ค่อยๆหย่อนไม้ด้านที่มีลูกมะม่วงลงไปให้ดิน

พลั่ก!!!!

"เฮ้ย!! กรี๊ด!!" ทุกคนร้องขึ้นออกมาพร้อมกันเมื่อกิ่งไม้ที่ไฟเหยียบเกิดหักลงมาช่วงที่ไฟทิ้งน้ำหนักตอนส่งไม้ให้กับดิน

"เฮ้อ!!" เสียงถอนหายใจของทุกคนดังออกมาเมื่อเห็นว่าไฟไม่ได้ร่วงตามกิ่งไม้ลงมาด้วยยังดีที่เจ้าตัวมือไวคว้ากิ่งไม้อีกกิ่งไว้ได้ทัน

"ไอ้ไฟมึงรีบๆลงมาเลย สวนปู่กูยังไม่ต้องการผีเฝ้าสวนหรอกนะโว้ย" เป็นหินผาที่ร้องเรียกเพื่อนให้ลงมาจากต้นมะม่วง

"เออๆ กูก็รีบอยู่นี่ไงมึงจะเร่งอะไรนักหนาวะ เดี๋ยวกูก็ได้ตกลงไปจริงๆหรอกไอ้เวร"

พรึ่บ!!!

"ได้แผลตรงไหนมั้ยวะ" เป็นวายุพี่เดินเข้ามาถามอาการเพื่อนเพราะตอนที่กิ่งไม้หักเค้าเห็นหลังเพื่อนไปครูดกับกิ่งไม้อีกกิ่งหนึ่ง

"ไม่แน่ใจว่ะ มึงดูดิ๊" ไฟที่เหมือนจะแสบๆที่ไหล่และหลังก็หันหลังมาให้เพื่อนตนเองดู

"ไหล่แล้วก็หลังคงขูดกับต้นไม้หรือกิ่งไม้ เดี๋ยวรีบกลับไปทำแผลแล้วกัน" วายุพูดพร้อมตบไหล่เพื่อนก่อนที่จะเดินไปหาสายน้ำเพื่อพากลับบ้าน

"เฮียเป็นไรมากมั้ยให้ผมจองวัดให้รึเปล่า" อิฐที่แกล้งแซวไฟเล่นเมื่อเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเพื่อนทั้งสองของตัวเอง คงโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองเพราะถ้าไม่พากันดูหรืออยากกินมะม่วงลูกใหญ่ไฟก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้

"ไอ้นี่....แค่นี้ยังไกลหัวใจโว้ย" ไฟที่พูดตอบกลับรุ่นน้องแต่สายตาก็ยังเหลือบมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง

"ไปๆ รีบกลับไปทำแผลได้แล้วมึง" เหนือพูดพร้อมกับหิ้วตะกร้าใส่มะม่วงคนละข้างกับอิฐเดินตามหลังคู่วายุที่เอาสายน้ำขี่หลังเดินนำไปแล้ว

ออกัสได้แต่มองตามหลังของกลุ่มรุ่นพี่ สายตายังคงจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่บัดนี้เห็นแต่เสื้อที่ขาดแล้วก็แผลสีแดงสดที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อ เค้าอยากจะถามใจแทบขาดว่าเจ็บมากมั้ยแสบมากรึเปล่าแต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้า

พอทุกคนมาถึงบ้านต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำตามห้องที่หินผาเป็นคนจัดการให้ โดยไฟและดินนอนห้องเดียวกัน ส่วนเหนือนอนกับอิฐ และออกัสนอนห้องเดียวกันกับเบล

"เบล เบลว่าเราจะไปดูพี่ไฟดีมั้ย" ออกัสที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ถามความเห็นจากเพื่อน

"ก็ดีนะไม่รู้ว่าพี่เค้าจะทำแผลรึยัง กัสไปคนเดียวได้มั้ยพอดีเราจะโทรหาแม่น่ะเห็นโทรมาแต่เราไม่ได้รับสายเราว่าจะโทรกลับไปซะหน่อยเผื่อมีธุระด่วน

"ได้ งั้นเบลตามสบายนะเดี๋ยวเราไปดูพี่ไฟก่อน

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

"ใครมาวะ" ดินพูดพร้อมกับเดินไปเปิดประตู

"อ้าวน้องออกัส มีอะไรรึเปล่าครับ"

"เอ่อ....ผมจะมาถามอาการพี่ไฟน่ะครับ แต่ถ้าผมมารบกวนเวลาพักผ่อนพวกพี่เดี๋ยวผมกลับก่อนก็ได้นะครับ"

"ใครมาวะ ไม่พากันเข้ามาคุยข้างใน" ไฟที่เห็นเพื่อนยืนคุยกับใครบางคนอยู่หน้าประตูไม่เข้ามาซะทีเลยเดินตามมาดู

"อ้าว! น้องกัสมีอะไรรึเปล่าครับ" ไฟทำทีเป็นถามขึ้นทั้งๆที่รู้จุดประสงค์ของรุ่นน้องอยู่แล้ว

"คะ คือผมจะมาขอโทษนะครับ ที่ทำให้พี่ไฟต้องเจ็บตัวเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง" ออกัสยกมือไหว้รุ่นพี่ด้วยสีหน้ารู้สึกผิดที่ตนเองนั้นเป็นต้นเหตุให้รุ่นพี่ต้องเจ็บตัวแต่ก็ไม่ได้เงยขึ้นไปมองหน้าแต่อย่างใด ก็ใครจะกล้ามองกันเล่าเพราะตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเปลือยท่อนบนโชว์รูปร่างที่สมส่วนอยู่ไหนจะซิกแพคนั่นอีก

"ไม่เป็นไรหรอกแผลแค่นี้เองไกลหัวใจเยอะ แล้วเราก็ไม่ได้เป็นคนใช้ให้พี่ปีนขึ้นไปซะหน่อย พี่แค่อยากโชว์แมนปีนขึ้นไปเองต่างหาก เลิกโทษตัวเองได้แล้วครับ" ไฟยกมือขึ้นลูบผมคนตรงหน้าอย่างรู้สึกเอ็นดู และตอนนี้คนตรงหน้าของเค้าก็เริ่มที่จะหูแดงขึ้นมาหน่อยๆแล้ว

"ละ แล้วพี่ไฟทำแผลรึยังครับ" ออกัสที่ถามไฟด้วยเสียงสั่นๆ เอาอีกแล้วใจเต้นแรงอีกแล้วแค่พี่เค้าลูบผมแค่นี้ไอ้ออกัสเอ๊ย

"ดีเลยครับที่น้องกัสมาพี่กำลังจะทำแผลให้มันพอดี งั้นเราก็อยู่ทำแผลให้มันเลยแล้วกันนะเดี๋ยวพี่ไปเอาของที่ไอ้เหนือก่อน" ดินพูดเสร็จก็เดินออกไปทิ้งให้ออกัสยืนอ้าปากหวออยู่ ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าเพื่อนเค้าคิดอะไรอยู่ พวกเค้ารู้จักกันมานานเรียกว่ามองตาก็รู้ใจกันแล้ว

"หึๆ มาครับมาทำแผลให้พี่เราจะได้ไม่รู้สึกผิดกับพี่อีก" ไฟพูดพร้อมจูงมือเล็กเดินเข้าห้องไปโดยไม่ถามความเห็นคนที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่หน้าประตูสักนิด

ไฟนั่งลงไปกับพื้นข้างโซฟาที่มีกล่องอุปกรณ์ทำแผลที่ได้มาจากหินผาวางอยู่แล้ว

ออกัสที่เพิ่งจะเห็นแผลชัดๆถึงกับตกใจ ก็แผลนี่ใช่ว่าจะเล็กเสียเมื่อไหร่รอยถลอกลากยาวตรงหัวไหล่ซ้ายและไหนจะตรงกลางแผ่นหลังกว้างนั่นอีก

ไฟที่เห็นน้องเงียบไปก็หันมามอง พบว่าออกัสนั่งน้ำตาคลออยู่โดยสายตายังจับจ้องที่แผ่นหลังของเค้าอยู่

"เป็นอะไรไปครับ หืมม...." ไฟที่หันมาหาน้องแบบเต็มตัวและถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

"ฮึก! ผมขอโทษครับ พี่ไฟเจ็บมากมั้ยครับ ผมไม่คิดว่าแผลมันจะใหญ่ขนาดนี้มันต้องแสบมากแน่ๆเลยตอนล้างแผล ผมโทษครับ ฮึก!"

"ชู่วว์...ไม่ร้องครับแผลเค่นี้พี่ไม่เป็นเลยครับไม่เจ็บเลย เมื่อก่อนที่พวกพี่ยกพวกไปตีกันได้แผลมาเยอะกว่านี้อีกครับ แผลแค่นี้ยังไม่ได้เศษเสี้ยวที่พี่เคยได้รับเลยครับ ไม่ร้องๆ" ไฟพูดพร้อมกับกอดปลอบและจับตัวออกัสโยกไปมาราวกับว่ากำลังปลอบเด็กอยู่

"แต่ถ้าเรายังไม่ยอมทำแผลให้พี่สักทีจากที่ไม่เจ็บอาจจะเจ็บและอักเสบขึ้นมาก็ได้นะครับ" ไฟแกล้งพูดแหย่ให้น้องได้สติเพราะตอนนี้มัวแต่ร้องไห้ตัวโยนเพราะสงสารเค้า

"ครับๆ พี่ไฟหันหลังครับเดี๋ยวผมรีบล้างแผลทำแผลให้ครับ เดี๋ยวแผลจะติดเชื้อซะก่อน" ออกัสเมื่อได้สติว่าต้องทำแผลให้รุ่นพี่ก็รีบเช็ดหน้าเช็ดตาอย่างรวดเร็ว ไฟถึงกับยิ้มขำอะไรจะเปลี่ยนโหมดได้เร็วขนาดนี้เมื่อกี๊ยังนั่งร้องไห้ตัวโยนรู้สึกผิดอยู่เลย เด็กน้อยเอ๋ย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว