email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

กับดักรักร้าย - ตอนที่ 6 เรื่องร้าย ๆ

ชื่อตอน : กับดักรักร้าย - ตอนที่ 6 เรื่องร้าย ๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 00:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรักร้าย - ตอนที่ 6 เรื่องร้าย ๆ
แบบอักษร

ตอนที่ 6 เรื่องร้าย ๆ 

ไม่ถึงชั่วโมงยูกิก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาล เพราะความร้อนใจเธอจึงไม่สนแม้แต่จะสวมใส่แว่นกันแดดเพื่ออำพรางใบหน้า เธอตรงเข้าไปสอบถามกับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก่อนจะรีบก้าวยาว ๆ ตรงมายังแผนกไอซียูทันทีหลังได้คำตอบ 

ดวงตาแดงก่ำวาววับไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ กวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อมองหามิเชล เพื่อนสาวคนสนิทที่มีอาชีพเดียวกันอย่างตื่นตระหนก 

"ฮึก ๆ ยูกิ!"  

เสียงร้องเรียกดังขึ้นก่อนจะตามด้วยอ้อมกอดอบอุ่นของผู้เป็นเจ้าของที่โผเข้ามาหา ดวงตาบวมช้ำที่บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักช้อนขึ้นมองแล้วเสียงร้องไห้โฮก็ดังขึ้นอีกระลอก 

"กะ..เกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่เจส ฮึก ถึงได้รถคว่ำ" 

ยูกิชำเลืองมองป้ายเหนือบานประตูกระจกที่เขียนว่า 'ICU Room' แล้วถามด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นปนสะอื้น หยาดน้ำตายังคงไหลรินออกมาไม่ขาดสาย เสียงร้องไห้ปิ่มจะขาดใจของมิเชลทำเอาใจดวงน้อยคล้ายถูกบีบรัดรุนแรงจนรู้สึกหายใจไม่ออก  

"มะ..ไม่รู้ ตำรวจบอกว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ"  

มิเชลส่ายหน้าทั้งน้ำตา กลั้นเสียงสะอื้นแล้วพยายามจะเล่าเรื่องต่อ  

"ต้องรอตรวจสอบกล้องแถวนั้นก่อน พะ...เพราะกว่าจะมีคนเจอรถพี่เจส คู่กรณีก็หนีไปแล้ว" 

ยูกิสะอื้นไห้จนตัวโยน เพียงแค่หวนนึกถึงภาพซากรถยนต์ที่ยับเยินเพราะถูกแรงปะทะของรถบรรทุกเบียดให้กระเด็นไปกระแทกกับแบริเออร์บนหน้าข่าวขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจก็สั่นไหวหวิวโหวงจนทำให้รู้สึกคล้ายจะยืนไม่อยู่ 

"ล่าสุดที่คุยกันตอนสองทุ่ม ฮึก ๆ พะ...พี่เจสบอกว่าจะกลับมาเอาเอกสารอะไรสักอย่างไปให้ลูกค้า แล้วจะกลับไปรับแกที่งาน ตะ...แต่ว่า...."  

เล่าถึงตรงนี้น้ำเสียงของมิเชลก็สั่นเครือ ลำคอตีบตันจนไม่สามารถพูดอะไรได้อีก 

ความรู้สึกมากมายตรงเข้าจู่โจมจนยูกิเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกทันทีที่ฟังจบ มือเรียวยกขึ้นทาบหน้าอกแล้วนวดคลึงเบา ๆ พลางทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง 

หรือว่าที่เกิดเรื่อง มันเป็นเพราะพี่เจสรีบกลับมาหาเธอ...?  

คิดถึงตรงนี้ยูกิก็เจ็บจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่ปล่อยความรู้สึกที่มันอัดอั้นอยู่ภายในออกมาเป็นหยาดน้ำตาจนหัวไหล่มนสั่นไหวตามแรงสะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร 

"ยูกิ เราจะทำยังไงกันดี ถ้าพี่เจสเขา...เขา...ฮืออ" 

"พี่เจสต้องไม่เป็นไร พี่เจสเป็นคนดี ยังไงพี่เจสก็ต้องไม่เป็นไร" 

ยูกิดึงร่างของเพื่อนสนิทเข้ามาโอบกอดแล้วพึมพำซ้ำไปซ้ำมา หวังปลอบประโลมทั้งเพื่อนและตัวเองไปด้วยพร้อม ๆ กัน แม้ว่าความหวาดกลัวต่อการสูญเสียจะเกาะกุมเต็มหัวใจ 

ต่างฝ่ายต่างหยิบยื่นคำปลอบประโลมให้กันและกันอยู่นานหลายนาที กระทั่งยูกิสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายยังอยู่ในชุดเดรสซึ่งใส่ออกงานมาตั้งแต่เมื่อคืน เธอจึงดันร่างของเพื่อนสนิทออกห่างแล้วเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายให้กลับบ้านไปก่อน 

"แกควรกลับไปพักได้แล้วนะ พรุ่งนี้มีงานเช้าไม่ใช่เหรอ" 

"ไม่เอาา ฉันจะอยู่กับแก จะได้รอฟังข่าวพี่เจสด้วย" 

มิเชลส่ายหน้าระรัว ก่อนจะมุดใบหน้าเข้าหาเนินอกอวบอิ่มพร้อมกับตวัดท่อนแขนโอบรัดรอบเอวคอดแน่น 

"นี่...อย่าดื้อ~" 

มือเรียวยกขึ้นลูบเรือนผมของเพื่อนสาวแล้วเอ่ยเอ็ดเสียงอ่อน เข้าใจในความห่วงใยที่อีกฝ่ายมีให้ผู้จัดการดีแต่ในเมื่อตอนนี้พวกเธอไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากนั่งรอ เพราะแผนกไอซียูไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเฝ้าได้ 

"งั้นก็กลับด้วยกัน แกเองก็ควรพักผ่อนนะยูกิ" 

"ฉันได้พักผ่อนเต็มตาทุกวันย่ะ แกกลับไปเถอะ ไว้ถ้ามีอะไรคืบหน้า ฉันจะรีบโทรหาแก โอเคไหม" 

ยูกิรวบรัดตัดบทพร้อมส่งสายตาปรามเมื่อเพื่อนสาวอ้าปากทำท่าจะงอแงต่อ ช่วงนี้ตัวเธอว่างจนสามารถรอได้ยันเช้า แต่ตัวเพื่อนนั่นงานชุมจนแทบหาเวลานอนไม่เจอ ดังนั้นต่อจะให้ห่วงคนในห้องนั้นมากแค่ไหนก็ต้องห่วงตัวเองด้วย 

"มิเชล" 

มิเชลถอนหายใจพรืด น้ำเสียงกดต่ำและสายตาที่จ้องมองมา อีกทั้งเนื้อตัวที่เริ่มส่งกลิ่นไม่พึ่งประสงค์จนหมดสภาพนางแบบแถวหน้า ทำให้เธอจำต้องยอมทำตามคำขอของเพื่อนอย่างเสียไม่ได้ 

"โอเค ๆ ฉันกลับก็ได้ แต่ว่า..." ดวงตาหรี่ลงมองใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตาของเพื่อนสาวแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

"แกต้องรายงานตัวกับฉันทุกชั่วโมงนะ! แกรู้ไหมว่าเมื่อคืนตอนที่ฉันรู้ข่าวพี่เจสแล้วติดต่อแกไม่ได้ ฉันกลัวมากแค่ไหน กลัว...ว่าแกจะอยู่ในรถคันนั้นด้วย" 

"ฉันไม่เป็นอะไร ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง" 

"แล้วแกหายไปไหนมา ทำไมถึงโทรหาแล้วปิดเครื่องตลอดเลย" 

"เอ่อ..." 

ยูกิสะอึกแล้วนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่รู้จะอธิบายถึงการขาดการติดต่อไปทั้งคืนได้อย่างไร เพราะเธอเองก็ไม่มีความทรงจำในช่วงนั้นอยู่เช่นกัน ครั้นจะให้พูดตามเรื่องราวที่รับรู้หลังตื่นขึ้นมาว่าถูกผู้ชายประหลาดหิ้วขึ้นห้องนั่น มันก็น่าอับอายเกินไป 

"ฉะ..ฉัน ฉันทำมือถือหายที่งานน่ะ อืมม หาย หาไม่เจอเลย" 

"อ้าว! งั้นเอางี้ แกเอาเครื่องสำรองของฉันไปใช้ก่อนไหม" 

"ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวฉันไปซื้อใหม่พรุ่งนี้" 

ยูกิปฏิเสธทันควัน รีบหยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วหันมาดึงมือเพื่อนสาวให้ลุกตาม ก่อนจะพยายามเปลี่ยนประเด็นที่คุยเพื่อไม่ให้ถูกซักถามด้วยความเป็นคนขี้ลืมและโกหกไม่เก่ง ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือการไม่พูดเลย 

"ไปล้างหน้าล้างตา ดื่มกาแฟกันสักแก้วแล้วค่อยกลับนะ มาเถอะ" 

ยูกิรุนหลังเพื่อนสาวให้เดินนำ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มแล้วเหลียวกลับไปมองประตูกระจกอีกครั้งด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง 

ถ้าพี่เจสฟื้น ต่อไปกิจะเลิกดื้อกันพี่ กิสัญญา! 

 

โชคดีที่โรงพยาบาลมีร้านกาแฟที่ชั้นล่างทั้งสองจึงไม่ต้องไปไหนไกลมาก แต่มีเวลานั่งคุยกันได้แค่ไม่กี่คำเพื่อนสาวก็ได้รับโทรศัพท์ตามตัวให้กลับบ้าน  

ดวงตาแดงก่ำหลุบลงมองแก้ววานิลลาลาเต้ผ่านเลนส์ของแว่นกันแดดที่เพื่อนสาวยัดเยียดให้ใส่แล้วใบหน้าก็เศร้าหมองลงทุกขณะ ไหนใครบอกว่าของหวานจะช่วยเยียวยาหัวใจ ทำไมตอนนี้ไม่เห็นได้ผลเลย 

หยาดน้ำตาค่อย ๆ เอ่อขึ้นมาคลอเต็มสองเบ้าตาที่ร้อนผ่าวอีกหน แม้จะพยายามทำใจให้เข้มแข็งแค่ไหน แต่ยูกิก็ไม่สามารถสลัดภาพซากรถยนต์ออกจากหัวได้เลย 

พี่เจส หรือ เจษฎา เดิมทีเป็นรุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัยที่เคยเข้ามาตีสนิทเพื่อหวังจะทาบทามให้เธอเข้าประกวดดาวเดือน แม้เธอจะปฏิเสธโอกาสในครั้งนั้นแต่ก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอในฐานะพี่น้อง 

กระทั่งพี่เจสผันตัวมาทำงานด้านโมเดลลิ่งแล้วแอบส่งโปรไฟล์เธอไปให้ลูกค้าลองเลือก ผลคือเธอได้ใบเบิกทางสู่วงการนางแบบเป็นการถ่ายแบบลงในคอลัมน์หนุ่มสาวหน้าใสของนิตยสารวัยรุ่นเล่มหนึ่ง 

พี่เจสเปรียบเสมือนพี่น้องที่คอยยืนเคียงข้างเสมอในยามที่เจอปัญหา เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณที่ทำให้เธอมีวันนี้ ดังนั้นพี่เจสจึงเป็นคนเดียวที่เธอไว้ใจให้คอยดูแลทุกอย่างมาตลอดตั้งแต่เข้าวงการ และพี่เจสยังเป็นคนสำคัญคนเดียวที่เธอยังหลงเหลืออยู่อีกด้วย  

หากพี่เจสทิ้งเธอไปอีกคน....เธอจะทำยังไง ยิ่งคิดใจก็ยิ่งปวดหนึบ รับไม่ได้หากผลลัพธ์ออกมาในแง่ร้ายที่สุด 

ยูกิกลั้นเสียงสะอื้นแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่คอยจับจ้องจากทางด้านหลัง นิ้วเรียวดันกรอบแว่นขึ้นให้อำพรางใบหน้าแล้วหยิบเอาแก้วเครื่องดื่มมาถือไว้ ก่อนจะรีบพาตัวเองออกมาจากร้านกาแฟ 

ยูกิก้าวฉับ ๆ ไปตามทางเดินแล้วเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน ก่อนจะยิ่งเร่งฝีเท้ามากขึ้นเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นว่าร่างสูงในชุดสูทสีดำยังคงเดินตามเธอมาอยู่ 

"นักข่าวอะไรใส่สูท" 

ยูกิพึมพำด้วยความไม่เข้าใจในขณะที่เท้ายังคงไม่ผ่อนความเร็วลง สายตาสอดส่องมองหาทางหนีทีไล่ไปด้วย เพราะถึงจะไม่เห็นกล้องในมืออีกฝ่ายแต่เธอก็ไม่อาจไว้วางใจได้  

พลันดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความดีใจ เธอเหลียวไปมองด้านหลังเพียงนิดก่อนจะกระโดดเข้าไปนั่งหลบหลังบานประตูของทางหนีไฟที่ถูกเปิดทิ้งไว้ 

ยูกินั่งนับถอยหลังอยู่ในใจจนถึงร้อย ตั้งใจรอให้อีกฝ่ายเดินออกห่างจากแถวนี้ไปแล้วค่อยกลับไปแผนกไอซียู แต่พอหยัดกายลุกขึ้นยืน ร่างกายที่มีปัญหาอยู่ก่อนแล้วก็ส่งสัญญาณประท้วง 

"อ๊ะ" 

ยูกิกะพริบตาถี่ ๆ ก้มลงมองแก้วเครื่องดื่มในมือที่สั่นเทาแล้วใบหน้าหวานก็ถอดสีซีดเผือด เอาอีกแล้ว! ผลข้างเคียงที่มักเกิดขึ้นเสมอยามเธอพักผ่อนน้อยหรือเผลอนั่งขดจนทำให้เส้นเลือดที่ขาไหลเวียนไม่สะดวก 

เพราะรู้จักร่างกายตัวเองดียูกิจึงพยายามประคองตัวจะเดินกลับไปยังแผนกไอซียู ทว่าเพียงแค่ก้าวเท้าออกมาพ้นขอบประตู ร่างบางก็ทรุดฮวบลงพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มที่ร่วงหลุดมือ 

ปึก! 

"ยูกิ!" 

เสียงทุ้มร้องเรียกชื่อของเธอพร้อมกับแรงกอดรัดที่รอบเอวคอด ยูกิปรือตามอง มือไม้เย็นเฉียบกำเนคไทด์ไว้แน่นขณะพยายามเพ่งมองใบหน้าของผู้มาใหม่แต่ทุกอย่างเลือนรางลงอย่างรวดเร็วจนเธอไม่สามารถโฟกัสอะไรได้ 

"ปะ...ปล่อย ฉะ...ฉันนะ"  

คำสั่งสุดท้ายหลุดออกมาจากปากเล็กเสียงเบาหวิวก่อนที่เจ้าตัวจะไม่รับรู้อะไรอีกเลย  

อาร์มได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ กระชับวงแขนแล้วยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปรกตามใบหน้าอิดโรยของนางแบบสาว ทอดมองด้วยสายตาที่อ่อนลง 

"ปล่อยก็โง่แล้ว" 

 

********** 

ปล่อย เอ๊ะ ๆ ความหมายนี่คนละปล่อยหรือเปล่าหนออออ 

ความคิดเห็น