email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

Ep 5 - สัมภาษณ์ หรือ แฉ

ชื่อตอน : Ep 5 - สัมภาษณ์ หรือ แฉ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2564 21:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep 5 - สัมภาษณ์ หรือ แฉ
แบบอักษร

Mini Special part 5 

พิธีกร : สงสัยว่าเราต้องไปหาซื้อเรือกันบ้างแล้วล่ะค่ะทุกคนนน~ 

กรี๊ดดดดดด~ / พร้อมเหมาค่ะ / ฉันมีเรือแจวนะคะ เผื่อใครสนใจ  

สาวโสดต่างพากันประกาศตัวกันยกใหญ่ กว่าที่เสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงโห่แซวจะเบาลงได้ก็กินเวลานานนับนาทีเลยทีเดียว ทำเอาเจ้าสาวคนสวยทั้งเขินและอับอายจนนึกอยากวิ่งลงจากเวที 

แต่เพราะทำแบบนั้นไม่ได้เธอจึงหันไปเหวี่ยงหมัดเข้าที่แผงอกเจ้าบ่าวแรง ๆ แทน ก่อนจะหันไปมองค้อนเพื่อนสนิททั้งสองที่ไม่ต้องถามก็รู้ได้ทันทีว่าใครเป็นคนรีเควสท์ 

"อย่าให้ถึงทีฉันบ้างนะ!"  

น้ำค้างคาดโทษเสียงเขียว แม้ไม่ได้นึกโกรธเคืองเพื่อนเป็นจริงเป็นจัง แต่ใจก็นึกหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายเล่นลอยหน้าลอยตาท้าทายอย่างย่ามใจ จนรู้สึกคันไม้คันมือ คันปากไปหมด 

"ฉันมียาแก้เมาเรือนะ ถ้าแกอยากได้ก็บอก เฮ้ย!" 

ต้นไม้กระเซ้าเย้าแหย่พร้อมส่งสายตาล้อเลียน ก่อนจะร้องโวยวายแล้วรีบเอนตัวหลบหมัดน้อย ๆ ที่ลอยผ่านหน้าได้อย่างหวุดหวิด ทำให้พิธีกรต้องรีบเข้ามาทำหน้าที่ห้ามทัพ 

พิธีกร : เรียกได้ว่าเป็นคู่รักที่ชีวิตเต็มไปด้วยสีสันจริง ๆ ค่ะ เอาล่ะค่ะต่อไปเรามาทำความรู้จักกับบ่าวสาวอีกคู่กันบ้างดีกว่า สำหรับคู่นี้ชมพูพริ้งได้ข่าวว่าความสัมพันธ์เริ่มต้นมาจากคำว่าเพื่อน เอ...เข้าข่ายเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อหรือเปล่าคะเนี้ย 

เพราะไมค์อยู่ในมือใบบัวจึงต้องรับหน้าที่เป็นคนตอบคำถามก่อน "ทำนองนั้นค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะชอบนะคะ ตรงกันข้ามกับคำนั้นเลยค่ะ" 

พิธีกร : หมายความว่าเริ่มแรกที่เจอกัน ทั้งคู่ไม่ค่อยลงรอยกันเหรอคะ 

"ครับ เธอออกแนวเกลียดขี้หน้าผมเลยด้วยซ้ำ แต่ผมถือคติว่าด้านได้อายอดครับ ก็เลยทำมึนแล้วตื้อเธอมาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่ง" 

พิธีกร : ขอถามเจ้าสาวนิดหนึ่งได้ไหมคะ เจ้าบ่าวก็ออกจะหล่อขนาดนี้ ทำไมตอนแรกถึงได้ไม่ชอบหน้าคะ 

"เพราะบัวไม่ชอบคนเจ้าชู้ค่ะ" 

"โหวววว ที่รักครับ ไม้ไม่ได้เจ้าชู้นะแค่มีคนเข้าหาเยอะเฉย ๆ แล้วอีกอย่าง... คนที่ไม้เข้าหาก็มีแค่บัวคนเดียวน้าาา" 

เจ้าบ่าวรีบแย้งก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปคลอเคลียไหล่มนของคนข้างกายอย่างออดอ้อน ทำเอาเสียงกรี๊ดดังระงม ใจอ่อนระทวยกับพฤติกรรมแสนน่ารักของเจ้าบ่าวกันเป็นทิวแถว 

พิธีกร : เล่นอ้อนกันแบบนี้ ไม่น่ามีใครเกลียดได้ลงแล้วล่ะค่ะ คิกคิก งั้นเจ้าบ่าวช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่าทำยังไงเจ้าสาวที่เคยบอกว่าเกลียดขี้หน้าถึงยอมใจอ่อนคุยด้วย 

"ล่อลวงด้วยของกินครับ!" 

จบคำทุกคนก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังไม่เว้นแม้แต่ตัวเจ้าสาวเอง อยากจะปฏิเสธว่าไม่จริงแต่หลักฐานก็คาตาเหลือเกิน เพราะตั้งแต่มีเขาเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนม น้ำหนักของเธอก็พุ่งพรวดขึ้นมาแตะเลขห้าเลยทีเดียว 

ต้นไม้หัวเราะร่าประสานเสียงไปกับแขกเหรื่อ นานทีปีหนถึงจะมีโอกาสกลั่นแกล้งแฟนสาวได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทุบ เขาจึงไม่ลังเลใจที่จะไขว่คว้ามัน  

"คือเธอเป็นคนที่แปลกมากเลยครับ ปกติผู้หญิงส่วนใหญ่ก็มักจะชอบกระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง หรือดอกไม้อะไรทำนองนั้นกันใช่ไหมครับ แต่เชื่อไหมครับว่าเวลามีคนเอาของพวกนั้นมาจีบเธอจะนิ่งมาก แต่พอยื่นชานมไข่มุกให้เท่านั้นแหละครับ สีหน้าเปลี่ยนทันที" 

พิธีกร : งั้นแสดงว่าตอนนั้น มีคนมาจีบคุณใบบัวเยอะมากเลยใช่ไหมคะ 

"เอ่อ ... ก็... พอมีบ้างค่ะ" 

"ไม่ใช่แค่พอมีบ้างครับ มีเยอะมากเลยต่างหาก!" 

ใบบัวหลุดยิ้มขำ ส่วนมากมักจะมีคนแวะเวียนมาพูดคุยทักทายอยู่เรื่อย ๆ ก็จริง แต่พอเธอตอบโต้ด้วยการนิ่งใส่ อีกฝ่ายก็พากันล่าถอยไปหมด จนเหลือแค่พี่รหัสอย่างพระพายและคนหน้ามึนอย่างเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ  

เพราะฉะนั้นเธอจึงนับแค่สองคน แต่ดูเหมือนอีกคนจะจำและฝังใจกับเรื่องพวกนี้เหลือเกิน 

พิธีกร : แล้วเจ้าบ่าวใช้วิธีอะไรในการพิชิตใจเจ้าสาวคะ 

"ช่วงแรก ๆ ที่ตามจีบ ผมซื้อชานมไข่มุกไปให้เธอกินทุ๊กวันเลยครับ หลัง ๆ มาก็เริ่มลองหลอกล่อด้วยหมูกระทะบ้าง ชาบูบ้าง ซึ่งมันก็ได้ผลตลอดเลยครับ สงสัยว่าเธอน่าจะเป็นคนที่ใจเต้นแรงกับของกินมากกว่าของขวัญครับ!" 

พิธีกร : ใช้วิธีชานมมัดใจนั่นเอง ช่างเป็นการเอาชนะคู่แข่งที่ฉลาด​มาก ๆ เลยค่ะ 

"ขอบคุณครับ" 

เจ้าบ่าวยืดอกรับคำชมด้วยสีหน้าระรื่น ในขณะที่คนถูกเผาจนดำเป็นตอตะโกยืนบิดม้วน หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูอย่างน่าเอ็นดู 

พิธีกร : งั้นนอกจากชานมไข่มุกแล้วเนี้ย เจ้าสาวประทับใจอะไรในตัวของเจ้าบ่าวอีกบ้างคะ 

"ก็...เยอะค่ะ เพราะบัวไม่ได้เป็นคนเห็นแก่กินขนาดนั้น" 

"ใช่ค่ะ เพราะยิ่งกว่านั้นค่ะ!!" 

คำแซวลอยมาจากเจ้าสาวอีกคนที่ยืนอยู่บนเวทีเดียวกัน ทำเอาใบบัวชะงักแล้วหลุดหัวเราะคิกคักเพราะเจ้าหล่อนเล่นตะโกนแซวออกไมค์  

"เริ่มแรกยอมรับค่ะว่าอคติและปิดกั้นตัวเองมาก แต่ที่ยอมคุยไม่ใช่เพราะของกินนะคะ อันนั้นมันแค่ส่วนหนึ่ง แต่เพราะเขาอดทนและแสดงให้เห็นว่าเขาทำด้วยความจริงใจ จากความไม่ประทับแรกเจอเลยค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นชอบค่ะ" 

ใบบัวหันไปสบสายตาคนที่ยิ้มจนหน้าบานพลางกระชับมืออีกข้างที่ยังเกาะกุมกันแน่นขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยตามอารมณ์ที่อ่อนไหวเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ร่วมเผชิญกันมา 

"เขาทำให้บัวมองเห็นคุณค่าของตัวเอง ทำให้บัวรู้ว่าการเป็นคนสำคัญของใครสักคน มันมีความสุขมากขนาดไหน คอยปกป้อง ทุ่มเทและทำอะไรเพื่อบัวเยอะมาก มากจนบัวไม่อยากปล่อยมือจากเขาค่ะ"  

"ถึงอยากปล่อยก็ไม่ยอมให้ปล่อยหรอก" 

เสียงทุ้มของคนที่โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบ ดังลอยเข้าไมค์มาพอดี ทำเอาเสียงตะโกนแซวของสาวโสดดังระงมด้วยความอิจฉาระคนยินดี  

กรี๊ดดดด / มือเราก็ว่างนะ / ยกให้สองมือเลยค่าคุณเจ้าบ่าวว 

พิธีกร : ทั้งหวานทั้งซึ้งมาก ๆ เลยค่ะ แล้วเจ้าบ่าวล่ะคะ ประทับใจอะไรในตัวเจ้าสาวถึงขนาดเอาของกินไปล่อมา 

ต้นไม้หัวเราะร่ากับคำหยอกเย้าที่พิธีกรสาวส่งมา รอกระทั่งเสียงหัวเราะของแขกเหรื่อเบาลงแล้วจึงเริ่มเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อคนตรงหน้าบ้าง 

"ถ้าให้พูดกันตามตรง เริ่มแรกก็เหมือนผู้ชายทั่ว ๆ ไปเลยครับ ประทับใจที่ความสวย โอ๊ยยย" 

เพี้ยะ! ฝ่ามือเล็ก ๆ ปะทะเข้ากับต้นแขนของคนพูดเสียงดังทันทีที่ฟังจบ เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเอ็นดูจากแขกเหรื่อได้เป็นอย่างดี 

"ใจเย็นสิครับที่รัก อันนั้นเมื่อก่อนครับเมื่อก้อนนน"  

ต้นไม้ร้องเสียงหลงพลางทำหน้าทำตาน่าสงสาร ก่อนจะพูดต่อจากที่ค้างไว้  

"นั่นแหละครับ ที่พูดไปเมื่อกี้คือเมื่อก่อน แต่พอผมได้เข้าไปทำความรู้จักกับเธอจริง ๆ ผมถึงรู้ว่า ... ภายใต้หน้ากากเย่อหยิ่งที่เธอแสดงออก มันมีความน่ารักซ่อนอยู่ บางครั้งเธอก็แสบซนเหมือนเด็ก และบางครั้งก็ดุซะยิ่งกว่า...เอ่อ... ดุซะยิ่งกว่าใคร ๆ ครับ! นั่นแหละครับ จากที่ชอบก็เลยกลายเป็นหลงรักแบบหัวปักหัวปำเลยครับ!" 

ต้นไม้สะดุ้ง เสหลบสายตาขุ่นขวางแล้วทำทีเป็นออดอ้อนออเซาะ ใจแกร่งเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ที่เมื่อกี้เกือบจะหลุดปากพูดคำเปรียบเทียบออกมา ยังดีที่กลับลำและพาลงจบได้อย่างสวยงาม ไม่อย่างนั้น... คืนนี้เขาคงได้ออกไปนอนนับดาวอยู่นอกระเบียง แทนที่จะได้นอนนับรอบบนเตียงกับเมีย! 

พิธีกร : อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกมีลมเย็น ๆ พัดผ่านค่ะทุกท่าน 

พิธีกรสัพยอก ส่งผลให้ทุกคนหัวเราะพรืดเพราะต่างก็ทันเห็นสีหน้าและแววตาของเจ้าสาวกันหมด ทำเอาเจ้าตัวหลุดหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้นเช่นกันทั้งที่ตั้งใจจะเก๊กหน้าขรึมเพื่อเอาคืนอีกคนบ้าง 

พิธีกร : เจ้าบ่าวคะ...มีอะไรอยากจะบอกกับเจ้าสาวในวันพิเศษนี้ไหมคะ 

"ครับ" 

ต้นไม้ขยับมายืนหันหน้าเข้าหาแฟนสาว สอดนิ้วมือเข้าประสานกับมือเล็กพลางทอดมองใบหน้าแดงก่ำด้วยสายตาหวานซึ้ง ใจแกร่งพาลเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้นอย่างห้ามไม่อยู่ 

"ขอบคุณที่ให้โอกาสคนคนนี้นะครับ ไม้จะทำทุก ๆ วันของเราให้ดีที่สุด ไม้รู้ว่าบัวไม่เชื่อเรื่องคำสัญญาอะไรพวกนี้หรอก เพราะงั้นบัวต้องอยู่กับไม้ไปจนแก่เลยนะ จะได้รู้ว่าไม้ทำได้จริงไหม" 

"....." 

"ไม้ไม่รู้ว่าบัวจะเบื่อมันหรือยัง แต่ถึงเบื่อไม้ก็จะบอกกับบัวทุกวันอยู่ดีว่า...ไม้รักบัวนะครับ รักมาก มากยิ่งกว่าชีวิตของไม้" 

"ฮึก ๆ บัวก็รักไม้ รักมาก ๆ ด้วย ฮึก ระ...รัก..." 

เสียงหวานหลุบหายไปไปในลำคอพร้อมกับก้อนน้ำตา ร่างกายสั่นเทาจากแรงสะอึกสะอื้นอย่างหนักหน่วง ลำคอตีบตันเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดๆ ได้อีก ทำได้เพียงส่งผ่านความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ด้านในผ่านทางสายตา 

"อยู่ด้วยกันไปจนแก่เลยนะที่รัก" 

ต้นไม้คลี่ยิ้มละมุน ประคองใบหน้าเปื้อนน้ำตาไว้อย่างหลวม ๆ แล้วพรมจูบซับหยาดน้ำตามพวงแก้มนุ่มให้เธอทีละข้างอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนลงไปประทับจูบบนริมฝีปากอิ่มเป็นการปิดท้าย 

ใบบัวหลับตาพริ้ม เผยอปากขึ้นรับจูบดูดดื่มด้วยความเต็มใจ ความสุขเอ่อล้นจนเต็มหัวใจที่พองโต อยากจะพูดขอบคุณเขาสักพันครั้งที่ฉุดรั้งเธอขึ้นมาจากเงามืด ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่มีวันได้มายืนอยู่ตรงนี้ ...  

ตรงหน้าผู้ชายที่รักเธอมากที่สุด และเธอก็รักเขาที่สุดเช่นกัน ♥  

 

 

 

********** 

อ๋อยยย เบาหวานกำเริบบบ 5555 

ความคิดเห็น