email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 32 เด็กดื้ออยากได้น้อง

ชื่อตอน : บทที่ 32 เด็กดื้ออยากได้น้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2564 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32 เด็กดื้ออยากได้น้อง
แบบอักษร

บทที่ 32

 

เด็กดื้ออยากได้น้อง

 

3 ปี ต่อมา....

 

....เวลาล่วงเลยผ่านไป 3 ปี เจ้าเด็กน้อยที่ชอบตื่นขึ้นมาร้องไห้ตอนกลางคืนก็ไม่ค่อยมีให้เห็น เพราะตอนนี้เริ่มโตขึ้นจนเริ่มจะเดินได้ พูดได้ ถึงจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ก็เถอะ ส่วนผมที่ได้เห็น การเติบโตของลูกก็รู้สึกดีไปด้วยในช่วงเวลาต่างๆรู้สึกมีความสุขในทุกๆวัน ถึงจะมีช่วงที่ผมทะเลาะกับเหมันต์ไปบ้าง แต่ไม่เคยใช้กำลังหรือใช้ถ้อยคำที่ดูถูก หยาบคายเลย และอีกอย่างพวกผมก็ไม่เคยทะเลาะกันให้ลูกเห็น

 

ถ้าทะเลาะกันรุนแรงก็มีบ้างที่เหมันต์จะจับผมกดกับเตียงและทำเรื่องอย่างว่า...เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนั้นๆถ้าผมกลายเป็นคนผิด อีกฝ่ายก็จะชอบสั่งให้ผมเป็นคนทำแล้วบอกว่ามันคือการลงโทษ เพราะผมไม่ยอมฟังคำพูดของอีกฝ่าย  ถ้าเมื่อไหร่ที่เหมันต์หึงผมที่เข้าใกล้คนอื่นมากเกินไป ผมก็ยังโดนทำเรื่องอย่างว่าอีกตามเคย แถมยังไม่ยอมทำกับข้าวให้ผมกินอีก ทำไมถึงได้เป็นคนโหดร้ายขนาดนี้กันนะ แล้วยังเป็นคนที่หวงนั้นหวงนี้ไม่เข้าเรื่องเลย ผมก็แค่ใส่กางเกงขาสั้นตอนไปทะเลก็ไม่ได้ ถอดเสื้อก็ไม่ให้ถอด ผมเลยได้แต่นั่งดูลูกเล่นน้ำทะเลกับพ่อเนี่ย!

 

ใช่ครับ...ตอนนี้เป็นวันหยุดพักร้อนที่พวกเรา ครอบครัวมาเที่ยวทะเลกัน แต่ผมลงทะเลไม่ได้เพราะใส่กางเกงขายาวใส่เสื้อยืดแขนสั้น นั่งอยู่บนเปล่มองลูกกับพ่อกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด! มาเที่ยวทั้งทีแต่ผมกลับต้องมานั่งดูอยู่ห่างๆ มันใช่เหรอครับ

 

"แม่! ป๋อ! ป๋มอยากปั้นทราย"

 

"คร้าบๆ...."เหมันต์

 

"เล่นน้ำจนพอแล้วเหรอ?"บัดดี้

 

ผมมองพ่อของลูกที่อุ้มเจ้าเด็กดื้อมาหาพร้อมกับรอยยิ้ม  ทีพ่อละถอดเสื้อโชว์สาวได้ แล้วทำไมแม่ที่เป็นผู้ชายแบบผมถึงถอดเสื้อไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ถ้าเจ้าพ่อร่างใหญ่อย่างเหมันต์ไม่ขู่ผมว่าจะเอาให้ลงจากเตียงไม่ได้ แถมยังทำหน้าตาน่าสงสารเหมือนคนกำลังอ้อนวอน ผมคงไม่ทำตามหรอกครับ เจ้าเล่ห์จริงๆเลยพ่อคุณ~

 

"ทำไมทำหน้าแบบนั้น งอนเหรอ?"

 

"เปล๊า~ ใครงอน ไม่มี๊"

 

"คูณแม่ อย่าโกรธป๋อเลยนะกั๊บ ป๋อบอกว่า กลัวคูณแม่โดนแดดเยอะ แล้วผิวเจีย"

 

"งุ้ย~จะแก้ตัวให้พ่อเหรอเจ้าเด็กดื้อ!  สงสัยคงอยากกลับแล้วมั้ง~"

 

"ง่าาา...ม่ายน้าาา ป๋มไม่อยากกลับ!"

 

"หึหึ....งั้นไปเก็บเปลือกหอยมาตกแต่งทราบกันครับ"

 

ผมมองดูเจ้าเด็กดื้อที่วิ่งเข้ามากอดขาผมเอาไว้พร้อมกับเงยหน้ามองผมตาใสแป๋ว เจ้าเด็กคนนี้มันร้าย...ผมไม่อยากจะอวยลูกผมเท่าไหร่หรอก นะครับ แต่ลูกผมมันเจ้าเล่ห์แสนกลเหมือนพ่อไม่มี ผิด พ่อของลูกเองก็เป็นแบบนี้ชอบทำตาใสซื่อขอให้ผมทำตามที่สั่ง หรือไม่ก็ชอบอ้อน ไม่เข้าเรื่องลูกน่ะพออยู่กับผมละอ้อนเป็นลิง พออยู่กับคนอื่นละเย็นชา เหมือนเด็กที่โดนน้ำแข็งแช่ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แต่จะเน้นไปทางการกระทำมากกว่า เวลาอยู่กับปู่กับย่า ก็จะอารมณ์แบบอ้อนอยู่แต่อ้อนไม่เยอะเท่าอยู่กับผม อ้อนจนพอได้ของที่ต้องการก็จะเลิกสนใจเลย ผมคิดว่าเด็กทั่วไปคงจะเป็นแบบนั้น แต่บางทีผมก็ต้องว่าตักเตือนบ้างเรื่องพฤติกรรมที่ไม่ถูกไม่ควร

 

เรื่องการทำโทษส่วนใหญ่ผมจะเน้นไปทางการกระทำ เช่น กวาดบ้าน ทำความสะอาดส่วนนั่น ส่วนนี้ทีเป็นการลงโทษ เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยชอบทำความสะอาด ต่างจากพ่อที่ตั้งแต่โดน ผมสั่งทำความสะอาดนั่นสะอาดนี้ก็เหมือนจะติดเป็นนิสัยไปเลย พอผมถามว่าทำไมต้องทำ พ่อคุณเขาก็บอกว่าชอบเพราะทำให้ผ่อนคลายขึ้น ผมก็เลยปล่อยเลยตามเลย

 

"นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้นายโชว์ให้คนอื่นดู ให้ฉันดูคนเดียวก็พอ"

 

"ทีนายถอดเสื้อฉันยังไม่ว่าอะไรเลย"

 

"นายไม่ชอบที่ฉันถอดเสื้อเหรอ?"

 

"......"

 

"แม่กั๊บ....ป๋มใส่เปลือกหอยตรงนี้สวยไหมฮะ"

 

"สวยครับ...หึหึ"

 

ผมหันไปหาคุณลูกที่นั่งปั้นทรายอยู่ข้างๆ ไม่ยอมตอบคำถามที่พ่อคุณเขาถามมา จะบอกว่าหวงก็หวงนะครับ หุ่นดีขนาดนี้ ดูสิ...คนมองพากันน้ำลายไหลกันหมดแล้ว เห็นแล้วมันจี๊ด! ทำไมต้องมีคนสนใจคนหน้าบ้านๆแบบพ่อคุณเขาด้วยว่ะ ผมสิ...หล่อกว่าตั้งเยอะ

 

ถ้าถามว่า เกาะส่วนตัวก็มีทำไมไม่ไปละ คำตอบคือ มันเงียบเกินไปสำหรับผม แถมผมก็ยังกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับลูกผมด้วย อย่างน้อยสายตาคนเยอะย่อมดีกว่า หากผมเผลอเพียงแป๊บแล้วลูกหายไป ผมก็น่าจะหาได้ง่ายกว่า ลูกผมยิ่งไม่ดื้ออยู่ เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็อยู่ที่เกาะที่แพงอยู่ไม่น้อย คนที่มาก็จะมีพวกมีตังค์หรือไม่ก็ชาวบ้านแถวนี้ ซึ่งคนก็ไม่เยอะเท่าไหร่พอดี พอดี ไม่เยอะเกินไปจนผมนึกรำคาญ ไม่น้อยเกินไปจนผมกลัว

 

"ไปเอาเสื้อฉันมา"

 

"ครับ...นายท่าน"

 

เหมันต์เรียกการ์ดที่อยู่ใกล้ๆให้เข้ามาหา แล้วบอกให้ไปเอาเสื้อมาให้ตนเอง ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็แอบยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังทำท่าไม่สนใจและเล่นปั้นปราสาททรายกับลูก พ่อของลูกที่เห็นแบบนั้นเลยเดินเข้ามาใกล้ๆ  แล้วนั่งลงข้างๆกับผม 

 

"ถ้านายหวง ก็บอกฉัน"

 

"ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย"

 

"ก็ฉันเป็นของนายแล้ว นายสั่งอะไรฉันก็ต้องทำตามสิ"

 

"(.////.) บ้า!"

 

ผมว่าเสียงดังก่อนจะหลบหน้าหลบตาคนพูดที่พูดออกมาแบบไม่อาย ทำเอาคนฟังแบบผมถึงกับไปไม่เป็น ทั้งที่ก็ได้ยินพวกคำหวานแบบนี้บ่อยแท้ๆ แต่ไม่เห็นจะชินเลย บางทีก็โดนอีกฝ่ายหอมแก้มแบบไม่ทันตั้งตัวหรือไม่ก็โดนจูบแบบชนิดที่กล้องจับไม่ทัน ทำเอาคนโดนแทบหน้าไหม้สลบไปตั้งแต่ตอนนั้นเลย ผมก็เขินเป็นนะครับ จะมาฉกฉวยโอกาสแบบนี้ เป็นใคร ใครก็ตั้งตัวไม่ทัน

 

"แงงงง....ฮือๆ พี่จ๋า~ "

 

"โอ๋ๆ....พี่อยู่นี้แล้วครับ"

 

เสียงเด็กหญิงและเด็กชายคู่หนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลดังขึ้น เด็กหญิงคนนั้นกำลังร้องไห้กอดพี่ชายตัวน้อยของตนแน่นเพราะทรายที่ตนปั้นโดนคลื่นทะเลซัดหายไป เด็กชายเบสมองตามไม่ วางตา ราวกับกำลังสนอกสนใจอะไรบางอย่าง ส่วนผมก็ได้แต่พยายามดันหน้าพ่อของเจ้าตัวที่กำลังทำท่าจะเอามากอดแล้วเหมือนจะเข้ามาจูบด้วย  เพราะใส่เสื้อเสร็จแล้วเลยอยากได้รางวัล แต่คือมันไม่เกี่ยวกันเลยไหมครับ

 

"นี่ๆ...ลูกก็อยู่นะ แถมคนก็เยอะขนาดนี้ใครจะไปทำ"

 

"เอาน้า~"

 

"แม่ฮะ...."

 

"ครับ!!"

 

ผมรีบผลักพ่อของเจ้าเด็กดื้อแรงๆจนแทบหงายหลัง ทันทีที่เจ้าเด็กดื้อหันมาเรียกผม เด็กชายเบสมองผมตาใสแจ๋ว แก้มกลมๆขาวพองเล็กน้อยริมฝีปากยกยิ้มให้ผมอย่างมีความหวัง คล้ายต้องการอะไรบางอย่าง ผมที่เห็นแบบนั้นมีหรือจะไม่ยอมใจอ่อน ก็ลูกผมมันน่ารักนิครับ เห็นแล้ว อยากจับมาใส่ชุดเมดเล่นเหมือนกันแฮะ ถึงเจ้าตัวจะไม่ชอบสุดๆเลยก็เถอะ

 

"แม่กั๊บ~....ป๋มอยากมีน้อง"

 

"ได้เลยลูกพ่อ! เดี๋ยวพ่อจะให้แม่มีน้องให้เพิ่มอีกคน"

 

"......"

 

"จริงเหรอฮะ! ป๋อจะทำให้แม่มีน้องให้ป๋ม จริงๆนะ!"

 

ผมยกมือกุมขมับคัวเองเมื่อได้ยินพ่อลูกคุยกันแบบนั้น สองพ่อลูกเข้าไปกอดกันกลมแล้วหันมามองทางผมอย่างมีความหวัง ดวงตาทั้งสองวาวระยิบระยับ เหมือนรอให้ผมตอบตกลง ผมกอดอกมองสองพ่อลูกอย่างใช้ความคิด เพราะเจ้าเด็กดื้อเพิ่ง 3 ขวบ ถ้ามีน้องก็ต้องห่างกัน 3 ปี ที่จริงผมอยากให้ห่างสัก 5 ปี แต่ดูแววตานี้แล้วรู้สึกใจอ่อนยังไงไม่รู้แฮะ

 

"แม่ฮะ..."

 

เด็กชายเบสทำตาเศร้าพร้อมกับแกะมือพ่อของตนออกแล้วเดินเข้ามาจับมือผม  เงยหน้าขึ้นมองดวงตาทั้งสองคลอไปด้วยน้ำตา แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย กำลังจับมือผมพร้อมกับทำปากคว่ำลง ดูแล้วน่าสงสารเป็นที่สุด แล้วแบบนี้ใครมันจะปฏิเสธได้กันเล่า!  ใครที่ปฏิเสธคือคนที่ใจร้ายที่สุดในโลก! 

 

"เฮ้อ~"

 

"ป๋มอยากมีน้องจริงๆนะกั๊บ"

 

"ครับๆ....มีก็มีครับ"

 

"เย้ๆๆๆ ...."

 

"ทำดีมากเจ้าเด็กดื้อ"

 

พ่อของลูกเข้าไปลูบหัวให้เด็กดื้ออย่างนึกเอ็นดู แล้วหันหน้ามาทางผมด้วยแววตาที่วาวโรจ ใครมองคงหลงเสน่ห์เพราะแววตาที่ดูมีเสน่ห์นี้ไปแล้ว แต่สำหรับผมที่มองเห็นคือทำหน้าเหมือนโรคจิตมากกว่า อีกไม่นานเกินรอผมคงโดนไม่น้อยเลยสินะ...คิดถูกรึคิดผิดกันแน่เนี่ย

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

3 เดือนต่อมา..

 

"แม่ฮะ~.....ทำไม ป๋อไม่หายป่วยสักที แถมแม่ยังอ้วนขึ้นด้วย"

 

"เฮ้อ~ เพราะใครกันละ เจ้าเด็กดื้อ!ที่อยากได้น้อง ตอนนี้น้องก็มาให้สมใจเลย"

 

"น้อง!!"

 

เจ้าเด็กดื้อที่ได้ยินว่ากำลังมีน้องก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามากอดผมที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างรวดเร็ว ผมมองพร้อมกับหัวเราะให้กับท่าทางของลูกที่ตื่นเต้นอยากได้น้องดีนัก ตั้งแต่วันที่ไปทะเลวันนั้นเจ้าเด็กดื้อก็ท้วงถามถึงน้องตลอด ส่วนพ่อของลูกก็หาโอกาสเหมาะๆ โดยการพาลูกไปฝากกับย่าเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ ถึงจะ ไม่จำเป็น ที่จะ ต้องเอาลูกผมไปฝากแล้วก็เถอะเพราะตอนนี่ลูกผมมีห้องเป็นของตนเองแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 5 เดือนก่อน แต่ก่อนหน้านั้นคือลูกต้องนอนในห้องเดียวกันกับพวกผมเพราะผมกับพ่อของลูกกลัวว่าจะเป็นอันตรายรอให้ลูกโตกว่านี้

 

พอถึงอายุ 3 ขวบ พ่อคุณเขาก็ให้ลูกของเราแยกห้อง ตอนแรกผมคัดค้านสุดโต้งเพราะเป็นห่วงเอามากๆแต่ลูกผมบอกว่าอยากแยกตามที่พ่อบอก ผมเลยได้แต่ทำใจยอมรับความคิดเห็นของลูก ถึงวันแรกลูกผมจะทำใจดีสู้เสือบอกไม่เป็นไร แต่ก็ทำท่าจะร้องไห้แล้วรั้งให้ผมอยู่ต่อ จากนั้นก็ขอให้พ่อเป็นคนเล่านิทานให้ฟังจนผล็อยหลับไป ในทุกๆวันผมก็ได้แต่เป็นห่วงลูกเลยมีบางครั้งที่แอบไปนอนกับลูกในตอนที่พ่อคุณเขาหลับ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมตื่นขึ้นมาถึงได้มีพ่อของลูกมานอนอยู่บนเตียงด้วยก็เถอะ?

 

"น้องอยู่ไหนเหรอกั๊บ"

 

"อยู่ในนี้ครับ".

 

"ว้าววว....ออกมาเร็วๆนะ"

 

"หึหึ"

 

เจ้าเด็กดื้อทำตาใสเหมือนกำลังตื่นเต้นเอามากๆ ถามผมไม่หยุดไม่หยุดหย่อนเลย มือเล็ก ของเจ้าตัวจับท้องผมที่ยื่นออกมาเพียงเล็กน้อยเอาไว้ แล้วจากนั้นก็เอาหน้ามาแนบที่ท้องผม เหมือนกำลังฟังอะไรบางอย่าง ผมยกยิ้มอย่างนึก เอ็นดู ก่อนจะลูบหัวให้เด็กดื้อไปมา

 

"ฟังอะไรอยู่"

 

"ป๋อ! น้อง!...น้องอยู่ในนี้"

 

เจ้า เด็กดื้อที่เห็นพ่อตัวเองเดินออกมาก็ผละหย้าออกแล้วเรียกพ่อให้มาดู  ที่จริงเหมันต์เองก็รู้แล้วว่าผมท้อง รู้เพราะตัวเองอ้วกออกมาไม่หยุดไม่รู้ว่าเป็นอะไร  ตอนแรกคิดว่าตัวเองเครียดเรื่องงาน แต่มันเป็นนานมาก ประมาณอาทิตย์หนึ่งได้ แถมยังชอบกินของแปลกๆอย่างพวกของเปรี้ยว เหม็นอาหาร เหม็นน้ำหอม ส่วนผมก็รู้สึกเพลียๆ นอนตื่นสายบ่อยๆ รู้สึกเหมือนนอนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม

 

ผมกับเหมันต์เลยตัดสินใจไปตรวจเมื่อ 2 วันก่อน พอรู้ผลก็ทำเอาพ่อเขาดีใจยิ้มไม่หุบ พอไปทำงานก็แจกโบนัสพนักงาน เอาเงินไปทำบุญเก้าวัด เข้าห้างซื้อเสื้อผ้าเด็กแบบแจกเงินถล่มทลาย จนผมสวดยับไปหนึ่งที ยึดบัตรไม่ให้ใช้ไปอีก จนถึงตอนนี้ ซึ่งเรื่องมันก็เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง

 

"ไหนๆให้พ่อฟังด้วยหน่อย"

 

"อื้ม! ป๋อฮะ...เมื่อไหร่น้องจะออกมา แล้วป๋อเสกน้องเข้าไปได้ยังไงเหรอฮะ"

 

"ความลับครับ"

 

ผมทำมองพ่อของลูกที่ลูบหัวเจ้าเด็กดื้อแล้วเอาหน้ามาแนบไว้ที่หน้าท้องผม เอาตามจริงตอนนี้คงไม่ได้ยินอะไรหรอกครับ เพราะลูกคนเล็กเพิ่ง 2 เดือนเอง อยากรู้จริงๆว่าลูกคนเล็กของผมจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้ชายอีก ผมคงได้ปวดหัวมากกว่าเดิม แต่ถึงยังไงไม่ว่าผู้หญิงหรือ ผู้ชายผมก็รักหมดนั้นแหละครับ ขอให้ลูกผมได้ออกมาอย่างปลอดภัย ครบ 32 ผมก็ดีใจมากแล้ว เพราะเขาคือลูกของผม

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ตอนหน้าตอนสุดท้ายนะคะ คิดแล้วไรท์ก็เศร้าอยู่หน่อยๆ ไรท์สัญญาเลยว่าแต่งเรื่องเดิมจบไรท์จะกลับมาแต่งภาคลูกต่อ(❁´◡`❁)

 

แต่ตอนนี้ไรท์ขอไปนอนก่อน ราตรีสวัสดิ์นะคะทุกคนนนน รักรี้ดที่สูดดด(≧∇≦)/

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว