facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) **ความแค้นที่ยังฝังใจในอดีตจะทำให้คนสองคนสลงเอยกันยังไง ไรท์ฝากติดตามกันด้วยนะจ้า ^^

ตอนที่ 3 : ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน

คำค้น : #ได้เกียร์ #เมีย #กู #บาส #แปงค์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2564 09:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน
แบบอักษร

#แปงค์ 

 

       หลังจากที่โดนไอบาสมันตามก่อกวนผมไม่เลิกมันก็หายไปสักพักหนึ่งให้ผมได้คิดแผนว่าจะทำยังไงกับมันดี แต่ผมว่าปล่อยให้มันเป็นไปตามสิ่งที่มันควรจะเป็นดีกว่า อะไรหลายๆ อย่างมันกำลังเข้าทางผม 

 

        “คิดอะไรชั่วๆ อีกแล้วใช่ไหมมึง?” เพื่อนของผมเห็นผมเป็นคนยังไงกัน ผมก็ไม่ได้เลวอะไรขนาดนั้น แค่ยิ่งกว่านั้น

 

        “กูเป็นคนดี” ผมเป็นคนดีจริงๆ นะครับ ; ) 

 

       “ถ้ามึงเป็นคนดีพระที่วัดตอนนี้ก็คงจะเป็นพระอรหันต์กันไปหมดแล้ว” แรงมาก พวกมันเป็นเพื่อนของผมนะ 

 

       “แรงมากไอกัส กูเพื่อนของมึง” พูดทีนี่เล่นเอาผมไปไม่เป็นเลย 

 

         “เออแล้วเลิกเรียนไปไหนกันไหมพวกมึง?” จะชวนไปไหนอีกล่ะไอแนน 

 

         “ไม่อะกูว่าจะกลับไปนอน ตอนเย็นก็ต้องไปออกกำลังกายกับพวกมึงอีก” ว่างทั้งทีกลับไปพักก่อนดีกว่า 

 

         “นอนให้ขึ้นอืดไปเลยนะมึง ไม่ทำบุญหรือไงวันพรุ่งนี้อะ บาปนี่ขยันทำกันจัง” ลืมไปเลยว่าวันพรุ่งนี้ที่คณะของผมจะมีทำบุญตักบาตรกัน -_-“ ดีนะที่ไอแนนมันพูดขึ้นมาก่อน 

 

          “กูคนดี” ไอปันรีบพูดเข้าข้างตัวเอง 

 

          “กูก็สายธรรมมะ” ไอกัส 

 

          “อย่าพูดอะไรที่มันทำให้ตัวของพวกมึงดูทำให้พระพุทธศาสนาต้องหม่นหมองไปมากกว่านี้เลยนะ” จุกๆ เจ็บๆ กันไปเลยกับคำพูดของไอแนน 

 

          “ไอแนน!” ผมสามคนพูดชื่อไอแนนออกมาพร้อมกันทั้งสามคน

 

          “อย่าเถียง พวกมึงมันปีนขึ้นไปบนต้นงิ้วแล้ว” ผมว่าผมไม่ควรจะไปต่อปากต่อคำกับไอแนนแล้วครับ สวยแต่ปากจัดฉิบหาย 

 

         “เออๆ พวกกูมันทำอะไรก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ ถ้าอย่างงั้นวันนี้เลิกเรียนเสร็จพวกเราก็ไปซื้อของมาตักบาตรกัน” สรุปไปให้มันจบๆ จะได้ขึ้นเรียนกันสักที 

 

        “ดีมากไอพวกคนชั่ว กลับตัวกลับใจได้เมื่อไหร่เดี๋ยวกูจะพาลงจากต้นงิ้วเอง” เหลือเกินจริงๆ

 

        “ขอบพระคุณล่วงหน้าเลยครับ /\ แม่ชี” พวกผมจต้องพากันไหว้มันอะ 

 

       “ไม่เป็นไรคนบาปหนาทั้งหลาย ขึ้นไปเรียนได้แล้ว” ด่าเสร็จแล้วก็ตบท้ายด้วยการบอกให้ขึ้นไปเรียน

 

         พวกผมพากันมานั่งเรียน เรียนนิเทศศาสตร์ใครบอกง่ายก็ลองมานั่งเรียนดูนะครับ คำว่าง่ายกลืนลงคอไปได้เลย 

 

        

 

 

 

         [เที่ยง]

 

         “กว่าจะเลิกกูจะประสาทกิน” ไอกัส 

 

         “อย่าบ่น ไปหาอะไรกินแล้วก็ไปซื้อของตักบาตรกันเถอะ จะได้กลับไปพักแล้วตอนเย็นก็มาเจอกันที่สนาม” ผมก็ไม่ได้อยากจะไปออกกำลังกายหรอกนะครับ แต่เพื่อนมันบอกว่า...

 

         “กินอย่างมึงถ้าไม่ออกกำลังกายก็หมูดีๆ นี่เอง” คำพูดของพวกมันวนเวียนอยู่ในสมองของผมทุกเย็น

 

        “ครับแม่ ไปก็ไปครับ” ใครจะไปกล้าขัดใจผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม มีมันก็เหมือนมีแม่เพิ่มมาอีกสองคน 

 

        “ดีมากลูกๆ ที่เลวทั้งสามคนของกู” ถ้าผมคนเลวทั้งโลกก็เป็นโจรกันหมดแล้ว 

 

        “พวกกูเป็นคนดี” พูดแล้วก็เดินไปขึ้นรถเลย ไอแนนมันเป็นคนตรงๆ พวกผมฟังมันด่าฟังมันบ่นมาจนชินแล้ว 

 

       

 

 

        [ห้างสรรพสินค้า]  

 

        พวกมึงไปหาอะไรกินข้างนอกไม่ได้หรือยังไงกัน กูไม่อยากกินในห้าง” ไม่ใช่ในห้างมันไม่ดีนะครับ แต่มันหาของกินที่มันถูกปากยาก 

 

        “พวกกูรวย! จบนะ” แล้วคำตอบที่ได้ก็ทำให้ผมถึงกับมองบนทันที เพื่อนรวยครับผมเข้าใจแล้ว 

 

       “ครับพวกมึงรวย งั้นมื้อนี้ใครจะเป็นเจ้ามือช่วยบอกกูหน่อย?” รวยดีนักก็เลี้ยงผมไปเลย 

 

        “กูเอง!” เสียงใครวะ 

 

        “ O_O “ 

 

        “ไอบาส! มึงมาได้ไงเนี่ย?” ไอเพื่อนเวร ทรยศผมเลยนะพวกมัน 

 

        “เลิกถามแบบนี้สักทีนะเมีย กูคงเหาะมามั้ง” กวนตีนผมอีกแล้ว จะกินข้าวลงไหมวะเนี่ย

 

        “ใครเป็นเมียของมึงพูดให้มันดีๆ กูไม่มีผัวชั่ว! อย่างมึงหรอก” >_

 

        “ก็มึงไง ได้เกียร์ไปก็เท่ากับได้..” 

 

        “หุบปาก! ถ้าจะแดกข้าวก็ไปแดกกันเลย กูไม่หิวแล้ว” หายไปหลายวันแล้วนะทำไมมันกลับมาอีกวะ แต่ก็ขอบคุณที่เดินเข้ามาหากูนะไอบาส ; ) 

 

         “โครกคราก..” ~_~ ท้องบ้านี่ก็นะ จะช่วยผมหน่อยก็ไม่ได้ พวกมันมองแล้วก็อมยิ้มกันเลยอะ 

 

         “ดูคนไม่หิว แต่ท้องนี่ร้องเสียงดังยิ่งกว่าเสียงพระตีระฆังที่วัดอีกอะ” โอ้ย!! ทำไมไอบาสมันกวนตีนผมได้ตลอดแบบนี้ 

 

         “ไอสัส!” 

 

         “ผัวมึงไหมไอแปงค์” จะเป็นผัวของผมให้ได้เลยนะมัน ทีตอนผมอยากได้มันเป็นผัวอะเล่นตัว ผมก็จะเอาให้มันเจ็บหนักเลยคอยดู

 

         “บอกว่าเป็นผัวกูนี่เคยได้กูหรือยัง? ถ้ายังกูก็คนโสดครับไม่มีผัว” เอาสิ มันจะพูดยังต่อ

 

         “ไม่เคยได้แต่ก็อยากได้อะ มึงจะให้กูไหมล่ะ?” มันก็ไม่ยอมผมนะ 

 

        “ไอทะลึ่ง!” 

 

       “ก็มึงพูดก่อนเองนะ ไปกินข้าวได้แล้วไป อยากกินอะไรก็เดินไปเลย” เดี๋ยวผมจะเอาให้มันหมดตัวแม่งเลยคอยดู

 

        “เลิกเถียงกันได้สักที พวกกูจะเข้าร้านนั้นนะ” ว่าแล้วพวกมันก็เดินไปกันเลย เพื่อนผมมันชอบอาการญี่ปุ่นกันจัง ไอนี่ก็ใจป๋ามาก 

 

        “รวยเนาะ” แขวะสักที 

 

        “นี่มึงพึ่งจะรู้หรอว่ามีผัวรวย?” +_+ ถ้าผมบีมคอคนตายแล้วไม่ติดคุกนะ...ผมจะกระโดนบีบคอไอบาสให้ตายคามือของผมเลย 

 

       “ป๋าให้ได้ตลอดก็แล้วกัน” ไม่สนแม่งแล้ว เสียเวลากินข้าวหมด อายก็อาย

 

       

 

 

 

        “กินผักเข้าไปด้วย กินแต่เนื้อเดี๋ยวก็เป็นพยาธิหรอกมึงอะ” บังคับให้ผมกินผักเหมือนเด็ก

 

        “กูไม่กิน!”

 

        “จะหยิบกินเองหรือจะให้กูใช้ปากป้อน” : ( ใครจะยอมให้มันทำแบบที่มันพูดกัน หยิบกินเองก็ได้วะ ผมไม่ค่อยชอบผักด้วยไงมันจะขมไหมเนี่ย 

 

         “นี่พวกมึงสองคนยังเห็นพวกกูกันอยู่ไหม?” ไอกัสถามแบบนี้มันแซวออกมาตรงๆ เลยดีกว่า 

 

         “ตาไม่ได้บอด” 

 

         “เขินแล้วปากร้ายนะเพื่อนกู” อย่าให้ผมกลับไปนะ ผมจะไล่เตะพวกมันเรียงตัวเลยบังอาจหักหลังผมแบบนี้ ไหนตอนแรกจะช่วยผมจัดการกับไอบาสไง ตอนนี้กลับไปเป็นพวกของไอบาสหมดแล้ว 

 

         “เรื่องของกู!” กินข้าวก็ไม่อร่อย แถมยังมีมารมาคอยก่อกวนไม่เลิกแบบนี้อีก 

 

        “เรื่องของมึงก็คือเรื่องของกู เพื่อนแค่แซวเล่นมึงเลิกทำหน้าย่นได้แล้ว กูไม่อยากพามึงไปฉีด” ฉีดห่าอะไรของมัน หน้าผมก็ไม่ได้เป็นอะไร ออกจะหล่อขนาดนี้ 

 

        “ฉีดห่าอะไรของมึง แล้วทำไมกูต้องให้มึงพาไปด้วย?” 

 

        “ก็ฉีดโบท็อกซ์ลดหน้าย่นของมึงยังไงล่ะ กูรวย กูจะพามึงไปทำเอง” เกลียดความรวยของมัน 

 

        “ขอบคุณ! หน้ากูมันจะเลิกย่นก็ต่อเมื่อมึงออกไปจากชีวิตของกูอะ” บนโต๊ะเริ่มจะตึงเครียดเมื่อผมพูดออกมาแบบนี้ ไอบาสก็หน้าหงอยไปเลย สมน้ำหน้า! 

 

         “ไอแปงค์!” ไอปันกระตุกผม

 

         “ไม่เป็นไรไอปัน ถ้าอย่างงั้นมึงก็คงจะต้องทำหน้าย่นแบบนี้ไปจนแก่ตายแล้วนะไอแปงค์ เป็นเมียของกูแล้วห้ามไปเป็นผัวหรือเมียของใครอีก” มันมีสิทธิ์อะไรมาสั่งผมแบบนี้ 

 

        “มึงไม่มีสิทธิ์มาสั่งกูแบบนี้” มันไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น

 

        “ทำไมจะไม่มีสิทธิ์?” โอ้ย!! กูจะทนไม่ไหวแล้วนะ 

 

        “สิทธิ์อะไรของมึงไม่ทราบ?” ผมก็ไม่ยอมหรอก 

 

        “สิทธิ์ความเป็นผัวของมึงยังไงล่ะ” >_< ได้ยินคำนี้แล้วจบเลย ทุกอย่างจบ ผมไม่อยากเถียงกับมันแล้ว 

 

        “ใจเย็นๆ ก่อนนะไอแปงค์ ไอบาสมันแค่อยากมาหามึง มันไม่ได้เจอมึงมาหลายวันแล้วนะ” หลายวันแล้วไง ผมก็ไม่ได้อยากให้มันมาหาอยู่แล้วมั้ง 

 

         “กูไม่ได้ขาดความอบอุ่น”

 

         “แต่มึงขาดความรักไง กูก็เลยต้องมาหามึง” ไอบาส มันจะเอาชนะผมให้ได้เลยใช่ไหม 

 

         “หึ เป็นไงล่ะเพื่อนกู ถึงกับใบ้รับประทาน” ยังไม่จบนะไอแนน ยิ่งเถียงกับมันผมก็ยิ่งเหนื่อย คนอะไรจะด้านได้ขนาดนี้ 

 

         “ทำหน้างออยู่ได้ไม่กินก็ไม่กิน งั้นก็กินเนื้อเข้าไปจะได้เป็นหมู มีเมียเป็นหมูก็ดีเหมือนกัน” เจ็บเลย คำพูดของเพื่อนผมลอยเข้ามาในหัวทันที 

 

        “หมูแล้วไง? มึงไม่ชอบก็ไปหาคนอื่นที่สวยๆ โน้น!” ผมอ้วนแล้วมันยังไง 

 

        “กูก็ไม่ชอบนะหมูอะ” 

 

        “ไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่งกับกู!” @[email protected] หลุดปากอีกแล้วไอแปงค์เอ้ย อยากจะตบปากของตัวเองสักร้อยที 

 

        “กูไม่ชอบแต่กูรักเลยต่างหาก เลิกหงุดหงิดได้แล้วกินๆ ไปเถอะตัวก็เล็กแค่นี้ ต่อให้มึงจะอ้วนเหมือนฮิปโปกูก็ไม่เลิกยุ่งกับมึงหรอก” ผมไม่เชื่อคำพูดของคนอย่างมันหรอก 

 

        “กูอิ่มแล้ว กูกินต่อไม่ลง รู้สึกอิจฉา” ไอกัสเอาอีกแล้วนะมัน 

 

        “ก้างอย่างพวกเราควรจะเนรเทศตัวเองไปได้แล้วนะกูว่า” ไอแนน 

 

        “ไปซื้อของตักบาตรกันเถอะมึง เจอกันที่สนามนะไอแปงค์ ไอบาสมึงอย่าลืมพาไอแปงค์ไปซื้อของตักบาตรด้วยนะ” เดี๋ยวนะนี่พวกมันจะทิ้งผมกันหรอ ไอเพื่อนชั่ว 

 

        “เดี๋ยว! พวกมึงจะมาทิ้งกูแบบนี้ไม่ได้นะ” มาทิ้งกันกลางทางเลย แล้วทิ้งผมให้อยู่กับมันสองคนด้วยไง

 

        “ทิ้งอะไร ไอบาสก็อยู่ ให้มันไปกับมึงก็แล้วกันนะ เดี๋ยวพวกกูจะนำหน้าไปซื้อก่อนจะได้รีบไปนอน ขอบคุณมากนะไอบาสสำหรับอาหารมื้อนี้” พวกมันจะทิ้งผม *_* 

 

        “ไม่เป็นไร เพื่อนเมียก็เหมือนเพื่อนของกู” 

 

        “ไปแล้วไอแปงค์เพื่อนรัก” เดินไปแล้วครับ สุดยอดเพื่อนไหมละไอพวกนี้ แล้วทิ้งให้ผมอยู่กับไอบาสสองคนแบบนี้จะได้ฆ่ากันตายก่อนไหม 

 

         “กินต่อเร็ว มึงกินไปได้นิดเดียวเอง กูไม่ให้มึงกินผักแล้ว” ปลอบเหมือนผมเป็นเด็ก 

 

         “กูไม่ใช่เด็ก” 

 

        “ก็เหมือนอะ ดูกินเลอะปากหมดแล้ว” พูดแล้วก็เอานิ้วมือมาเช็ดที่มุมปากให้ผม อึ้งไปเลยสิไอแปงค์ ไอบาสมันทำแบบนี้หัวใจของผมมันก็เริ่มจะเต้นแรงแล้วนะ จะมาตกม้าตายแบบนี้ไม่ได้นะผมไม่ยอม 

  

        “ไม่ต้องมายุ่งกับกู ไม่ต้องมาทำดี ไม่ต้องมารู้สึกผิด ไม่ต้องมาแสดงความสงสารหรือเห็นใจอะไรกูทั้งนั้น” หายใจเกือบไม่ทันพูดรัวเกิน ผมหงุดหงิด

 

        “ไม่ให้ยุ่งกับมึงกูทำไม่ได้หรอก แล้วที่มึงพูดมามันไม่ใช่เลย กูแค่..” 

 

        “หยุดพูดแล้วก็รีบกินเดี๋ยวกูจะได้ไปซื้อของต่อ แยกกันตรงนี้เลยก็ได้” ก่อนที่มันจะพูดอะไรให้ผมใจอ่อนกับมันผมต้องรีบตัดบทก่อน

  

        “กูจะไปซื้อของตักบาตรกับมึง” มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรของผมจริงๆ 

 

       “ไม่เป็นไร กูไปซื้อเองได้ไม่ต้องรบกวนมึง” 

 

       “แต่กูอยากให้มึงรบกวน” มันไม่มีการไม่มีงานทำหรือยังไงถึงได้มาตามผมอยู่ได้ ได้ข่าวว่าวิศวะงานเยอะจะตาย 

 

       “มึงว่างมากหรอ?” 

   

       “ถึงกูจะไม่ว่าง แต่ถ้าเป็นมึงกูก็ทำให้มันว่างได้เสมอ” แลดูเป็นคนดี ถ้าเป็นคนอื่นคงจะหลงมันไปแล้ว แต่ผมไม่! 

  

        “ขอบคุณ แต่กูไม่ต้องการ” คำพูดที่ผมพูดกับมันออกไปแต่ละคำหวังว่ามันคงจะเจ็บนะ ผมจงใจพูดให้มันเจ็บ 

 

       “ไม่เป็นไรกูชอบเป็นผู้ให้ ถึงแม้ผู้รับจะไม่ต้องการก็ตาม” เหมือนด่าผมนะ 

 

        “หน้าด้าน!”

 

       “กูยอมโดนว่า โดนด่าดีกว่าปล่อยให้มึงหลุดมือไปอีกครั้ง” ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาว่าให้มันแล้ว 

 

        “มึงไม่ได้มีกูมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” กินต่อแม่งเลย สั่งมาก็เยอะเสียดายของ 

 

      

 

 

 

       “ทำไมมึงไม่ซื้อไปจัดเองอะ กูว่ามันน่าจะโอเคกว่านะไอแปงค์” กินข้าวเสร็จก็มาเดินดูของที่จะซื้อไปตักบาตร ไอบาสมันก็พูดเสนอผมขึ้นมา ใครถามความคิดเห็นของมัน 

 

        “ใครถาม?” 

 

        “ไม่มีใครถามหรอก แต่กูเคยเห็นที่บ้านเวลาเค้าจะตักบาตรเค้าก็ซื้อของมาจัดเองกัน ยายกูบอกว่าทำเองมันดีกว่าเยอะ” พูดยาวเชียว 

 

       “มันก็ต้องซื้อของเยอะไหมมึง เราซื้อเป็นชุดไปอะดีแล้ว” ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจัดนะครับ แต่กว่าจะจัดเสร็จก็เย็นพอดีมั้ง ไม่ต้องได้นอนกันพอดี

 

        “เดี๋ยวกูไปช่วยถ้ามึงกลัวช้า” เสือกมารู้ความคิดของผมอีก รีบเสนอตัวเองช่วยผมจัดของทันที

 

        “...” 

 

        จะเอายังไงดีวะ ถ้าจัดเองเราก็จะสามารถเลือกของที่เราจะใส่เองได้ด้วย 

 

         “ก็ได้ ซื้อไปจัดเองก็ได้” ทำบุญคิดไว้ไอแปงค์ 

 

        “โอเคงั้นก็ไปซื้อของกันเลย” ดีใจเกินหน้าเกินตาไปแล้ว ไอบาสมันช่วยผมเลือกของ ถือของเองหมดเลยก็ดีเหมือนกันสบายผมด้วย 

 

         “แค่นี้ใช่ไหมมึง?” ผมว่าแค่นี้ก็เยอะแล้วนะครับ พระกินได้ทั้งวัดแล้วมั้ง

 

         “อืมกูว่าพอแล้ว เดี๋ยวไปซื้อถุงแล้วก็เลยไปจ่ายเงินได้เลย” 

 

         “ซื้อถุง?” คิดลามกแล้วนะไอบาส

 

         “ไอทะลึ่ง! กูหมายถึงถุงใส่ของ” +_+ จะบ้าตายกับมัน นี่มันคิดว่าผมจะไปซื้อถุงอะไร 

 

        “แล้วไป กูก็นึกว่า...”

 

        “ถุงแบบนั้นมึงไปซื้อเอาไว้ใช้กับคนอื่นเถอะนะ กับกูมันไม่มีวัน” เดินหนีแม่งเลย ใจบ้านี่ก็เต้นแรงฉิบหาย 

  

        

 

 

 

         [คอนโด]

 

         ซื้อของทุกอย่างเสร็จหมดแล้วไอบาสมันก็ขับรถมาส่งผมที่คอนโด ตอนแรกผมว่าจะกลับเองมันก็ไม่ยอมจะมาส่งผมให้ได้เลย 

 

        “ขอบคุณที่มาส่ง วันหลังคงไม่ต้องรบกวนมึงแล้ว” มันเป็นมารยาทที่ผมควรจะทำ 

 

        “กูเต็มใจทำให้มึงทุกอย่าง ไปเดี๋ยวกูไปช่วยจัดของ” หาเรื่องไปช่วยผมจัดของ 

 

        “กูจัดเองก็ได้ มึงไปเถอะ” พาผู้ชายขึ้นห้องเลยนะ แต่มันก็ไม่แปลกเท่ากับผมพาผู้หญิงเข้าห้องหรอกครับ ^^ 

 

        “กูจะช่วย” 

 

        “ถ้าอย่างงั้นก็ตามใจมึง ถึงกูห้ามไปมึงก็หน้าด้านจะช่วยกูอยู่ดี” ห้ามไปก็คงจะเท่านั้น ให้มันไปช่วยผมจัดของเลยก็แล้วกัน

   

         “ด้านได้อายอดครับเมีย มึงเคยได้ยินไหม?” ยังไม่สำนึก ยังจะมาต่อปากต่อคำกับผมอีก

 

         “ระวังจะอดตายก่อนนะมึงอะ” คนอย่างมันจะอดทนกับผมได้นานแค่ไหนกันเชียว 

   

         “อดตายแล้วได้อยู่ข้างๆ มึงกูว่ามันก็คุ้มนะ” คุ้มมันแต่ไม่คุ้มผมไง 

 

          “พอๆ กูฟังแล้วจะอ๊วก ถือของตามกูขึ้นห้องมาเลย” นี่ผมเปิดโอกาสให้ไอบาสมันได้เข้าใกล้ผมมากเกินไปหรือเปล่านะ

 

         ไอบาสถือของเดินตามตูดของผมมาอย่างไว มันเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ขึ้นมาห้องของผมนอกจากเพื่อน ผมไม่เคยให้ใครเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม ผมเป็นคนค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงมาก 

 

 

 

 

         “แกร็ก...”

 

         “ห้องสวยดีนะไอแปงค์” วิภาควิจารณ์ห้องของผมก่อนเลยเมื่อผมเปิดห้อง 

   

         “จะมาจัดของหรือสำรวจห้องของกู แล้วถ้ามันไม่สวยกูจะจัดเพื่อ?” ให้มันมาช่วยจัดของกลับมาสำรวจห้องของผมแบบนี้

 

         “น่าอยู่อะ กูขอมาอยู่ด้วยคนได้ปะ?” ห้องของมันก็มีจะมาอยูกับผมเพื่อ?

     

         “ห้องของมึงก็มีจะมาอยู่กับกูเพื่อ?” หาเรื่องนะมัน ขืนใจอ่อนให้มันมาอยู่ด้วยกันได้เสียตัวแน่

 

         “อยากอยู่ใกล้ๆ มึง” ไอนี่เริ่มจะทำให้ผมกลัวมันแล้วนะ นี่ผมคิดผิดหรือคิดถูกที่ให้มันขึ้นมาบนห้อง 

  

         “พอเลย เอาของไปวางแล้วก็มาช่วยกูจัดเลย” ต้องช่วยกันแล้วนะครับ ผมทำคนเดียวคงจะช้ามากแน่ๆ 

 

        “ครับๆ” มันก็เดินเอาของไปวางแล้วจัดการแกะของทุกอย่างเตรียมเอาไว้ให้ผม ไอบาสมันคงจะทำบ่อยไหมถึงได้ถนัดแบบนี้ 

 

         “อ่าวมองอะไรของมึง มาจัดของ” =_= โดนไอบาสจับได้แล้วว่าผมกำลังเผลอมองมันอยู่ แล้วผมจะมองมันทำไมวะเนี่ย เริ่มจะไม่ดีแล้วนะถ้ามันเป็นแบบนี้

 

         “รู้แล้ว!” ผมก็เดินไปนั่งจัดของ ไอบาสมันก็คอยช่วยหยิบจับของส่งมาให้ผมเอาใส่ถุงไปเรื่อยๆ 

 

    

 

 

 

         “เสร็จแล้ว มึงจะกลับเลยก็ได้นะ กูได้ยินโทรศัพท์ของมึงมันสั่นไม่หยุดเลย” ตั้งสั่นไว้อย่าคิดว่าผมจะไม่ได้ยิน คงจะมีคนโทรตามมันอยู่แน่ๆ 

  

         “เพื่อนกูมันโทรตามให้ไปซ้อมบาสอะ” แล้วมันจะมาบอกผมทำไม 

 

        “แล้ว?” 

 

        “กูอยากอยู่กับมึง” บึ้ม! มาอยากอยู่กับผมทำไม ผมไม่อยากอยู่กับมัน 

 

         “แต่กูไม่อยากอยู่กับมึง” 

 

         “ไม่ทันแล้วมั้งมึง ตอนนี้กูก็อยู่กับมึงอยู่นะ” ได้ทีพูดเลยนะไอบาส 

 

        “รีบไปเลยไป เดี๋ยวเพื่อนของมึงก็ด่าหรอก” 

 

        “อืมไล่กันเลยนะมึง” ทำมาเป็นว่าให้ผม มันก็เคยทำแบบนี้กับผมนะ ถึงแม้จะไม่ได้ทำแบบตรงๆ ก็ตามเถอะ 

 

        “กูก็เคยโดนแบบนี้ มึงรู้ตัวว่ากูไล่ก็รีบไปได้แล้ว” ไม่มีคำพูดที่ถนอมน้ำใจให้สำหรับคนอย่างมัน

 

        “ไปก็ได้ แต่วันพรุ่งนี้กูจะมาตักบาตรกับมึงนะ” >_< จะเสือกมาทำไมอีก คณะของมันก็ไม่ใช่

 

        “มาทำไม มึงไม่ได้เรียนคณะของกู” มันมานี่คือผมเป็นข่าวกับมันแน่นอน 

 

        “ก็มาทำบุญกับมึงไง” ผมไม่อยากทำบุญร่วมกับมันหรอกนะ ไม่อยากเกิดมาเจอกันอีก 

 

        “กูไม่อยากทำกับมึง” เจอกันแค่ชาตินี้ก็พอ ชาติหน้าไม่ต้องวนกลับมาเจอกันอีก

 

        “แต่กูอยากทำกับมึง ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันอะมึงเคยได้ยินไหม?” เคยได้ยินครับ แต่ไม่อยากทำบุญร่วมชาติกับมัน 

 

        “เคย!” 

 

        “งั้นวันพรุ่งนี้เจอกันนะครับเมีย บ๊าย” โบกมือลาผมแล้วเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ผมนั่งหงุดหงิดอยู่แบบนี้ แต่ถ้าคิดในอีกมุมหนึ่งมันก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้ปิดงานเร็วขึ้น 

 

         วันพรุ่งนี้คงจะมีอะไรให้ผมได้เหนื่อยอีกเยอะแน่ ไหนจะเพื่อน ไหนจะคนในคณะ คิดแล้วก็ประสาทแดกรอเลย >_< 

 

         *********************************

       **ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน สงสัยงานนี้แปงค์จะหนีบาสไม่ได้แล้วนะ แล้วความแค้นที่มีมันจะเป็นยังไงต่อล่ะทีนี้ บาสก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ด้วย** 

ปล. เหมือนจะเกลียดเค้าแต่ก็ใจอ่อนอยู่เรื่อยเลยนะแปงค์ แบบนี้ความแค้นจะเปลี่ยนเป็นความรักได้ไหมต้องมารอลุ้นกันนะจ้ารีดทุกคน ไรท์ฝากเป็นกำลังใจให้ #บาส #แปงค์ ของไรท์ด้วยนะจ้า ^^ 

       **ยังไม่ได้แก้คำผิด** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว