ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Nephew

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2564 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Nephew
แบบอักษร

 

 

-3- 

Nephew 

  

  

ภากรลืมตาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของหลานชาย คนตัวเล็กขยับพลิกตัวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเห็นโครงหน้าได้รูปกำลังหลับอยู่ข้างๆ เขา ภากรไม่ได้ขยับมาไปกว่านั้น เขาลืมตาสำรวจคนนอนหลับในยามเช้า เพราะปกติเขาไม่กล้าที่จะมองหน้าลูคัสตรงๆ

หน้าหล่อยังดูหล่อเหมือนครั้งอายุสิบหก เพียงแค่มันดูโตกว่าเดิม มีเสน่ห์มากกว่าเดิม และเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิม ภากรมองจมูกโด่งกดซุกที่กลุ่มผมของเขาเมื่อคืน เลื่อนสายตามาที่ปากกระจับที่ป้อนจูบหวานๆ ให้เขาตอนก่อนนอน แล้วขยับตัวเข้าหาอกแกร่ง

“อือ” ลูคัสแค่ส่งเสียงในลำคอแล้วดึงคนตัวเล็กเข้าไปให้ชิด ภากรเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ขยับตามแล้วแนบหูเข้ากับหัวใจที่ไม่ยอมรับความจริงที่เจ้าตัวเคยบอก หลานไม่ยอมรับความจริงมันยังไม่น่าละอายเท่าเขาที่ปล่อยให้หลานและตัวเองทำผิด แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อภากรก็บังคับไม่ได้แม้แต่ใจตัวเอง

“เช้าแล้วนะ” ภากรว่าหลังจากปล่อยเวลาผ่านไปหลายนาที

“อือ…วันหยุด” ลูคัสขยับตัว เลื่อนมือขึ้นมากดท้ายทอยของภากรให้ชิดกับอก

“ต้องไปกินข้าวกับคุณปู่ไม่ใช่เหรอวันนี้” ภากรท้วง

ปกติแล้วลูคัสต้องไปกินข้าวกับปู่ทุกๆ เดือน เดือนละสองครั้งเป็นอย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ย่าขอ แล้ววันนี้มันก็เวียนมาถึงแล้ว วันที่ลูคัสต้องไปกินข้าวกับปู่และย่าของตัวเอง นั่นหมายความว่าภากรเองก็ต้องไปเช่นกัน

“ผมบอกคุณปู่ไว้ว่าจะไปตอนเย็น” ลูคัสบอก เสียงยังงัวเงียอยู่และดูเหมือนว่าคนเด็กกว่าจะยังไม่อยากลุกไปไหนจริงๆ

“แล้วทำไมไปตอนเย็น อื้อ…ลุค อาเจ็บ” ถามยังไม่ได้คำตอบภากรก็ต้องครางออกมา เพราะลูคัสแกล้งก้มลงขบติ่งหูของเขา

“เมื่อคืนผมเกือบเมาแล้วนะ” ลูคัสว่า

“ก็ดื่มกับเด็กนั่นเองนี่” ภากรตอบกลับ

“ไม่ใช่สักหน่อย…” ลูคัสผละออกมองตาคนเป็นอา “ผมดื่มตอนอาอยู่กับมันต่างหาก” ไม่บ่อยที่ลูคัสจะใช้เสียงอ้อนเขาเหมือนกับเป็นเด็ก ไม่บ่อยที่เขาจะหลุดยิ้มแบบนี้

“ไม่คุยแล้วไง” ภากรว่า ขยับเข้าไปหาอกแกร่งแล้วซุกหน้าลงตรงนั้น กลัวว่าคนเป็นหลานจะเห็นแก้มเขาแดง

“ผมควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้หรอกนะ” คนเด็กกว่าว่า ภากรฟังแล้วรู้สึกถึงความโกรธปนมากับความน้อยใจ

“ลุคก็อย่าทำ”

“แค่อยากรู้ว่าอาหวงผมบ้างหรือเปล่า” เสียงทุ้มว่าเรียบๆ ให้คนในอ้อมกอดได้ชะงัก ภากรเม้มปากกลั้นรอยยิ้มเอ็นดูเพราะเขาไม่ควรยิ้ม หน้าตาตอนนี้มันคงแปลกปะหลาดแต่จะทำไงได้ ภากรควบคุมมันไม่ได้อย่างที่เคยบอก

ภากรไม่ได้ตอบอะไรลูคัส เขาแค่ขยับเข้าหาแล้วกระชับกอดคนตัวสูง เหมือนกันกับลูคัสที่ไม่ได้เซ้าซี้เอาคำตอบ ลูคัสสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมของคนเป็นอา สางมันเบาๆ เหมือนลูบขนแมว ปล่อยให้คนเป็นอาเงียบต่อไปแล้วก็ปล่อยให้ใจตัวเองจำนนอยู่แบบนี้ แค่สักนิดที่ภากรแสดงออกว่าหวง แค่คำขอร้องที่ไม่ได้ชัดเจนแม้แต่น้อย แค่นั้นลูคัสก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อภากรแล้ว

นานเกือบชั่วโมงชั่วโมงคนตัวเล็กถึงค่อยๆ ลุกออกจากเตียง ปล่อยให้ลูคัสนอนต่อแล้วย้ายตัวเองไปที่ห้องน้ำ ภากรกลับเข้าห้องตัวเองก่อนจะจัดการแต่งตัวในชุดสบายๆ วันนี้เป็นวันหยุด เขากับลูคัสไม่ต้องเข้าบริษัท เป็นวันที่เดือนหนึ่งจะมีสักครั้งสำหรับผู้บริหารคนเก่งอย่างลูคัส ดังนั้นวันนี้คนตัวสูงถึงนอนต่อหลายชั่วโมง

ภากรเดินเข้าห้องครัว ทักทายภักดิ์ที่เห็นเอาของสดมาเติมในตู้ เลขาที่ทำหน้าที่เป็นทุกอย่างให้ลูคัสแล้วขยับยิ้มตอบเบาๆ ภากรอย่างชวนคุยแต่ก็ทำได้แค่ทักทายแล้วถือแก้วกาแฟออกไปที่โซนห้องนั่งเล่น

“อากรทำไมไม่ปลุกผมอีก”

“หืม?” ภากรหันกลับไปตามที่มาของเสียง ลูคัสยืนอยู่ตรงประตูห้องนอนแล้วมองมาที่ภากร คนตัวสูงยังอยู่ในชุดนอนสีเข้มอยู่เลย

“ก็อานึกว่าลุคอยากนอนพัก” ภากรว่า

“ผมแค่อยากนอนกอดอากรเถอะ” คนที่พูดตามใจคิดเดินมาหา นั่งลงตรงข้างอาแล้ววางหัวลงบนไหล่เล็กอย่างไม่เขินอาย

“นายจะรับกาแฟไหมครับ หรือจะรับอาหารเช้าเลย” ภักดิ์เดินเข้ามาหาอย่างทุกที ลูคัสเลยขยับตัวนั่งตรงแล้วมองหน้าลูกน้อง

“เจสันไปไหน?”

“เอารถไปล้างยังไม่กลับครับ” ภักดิ์ตอบและลูคัสก็พยักหน้ารับ

“เอาแค่กาแฟ เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอกกับอากรจะไปกินข้างนอก”

“ครับ เดี๋ยวผมเร่งเจสันให้รีบกลับมา” ภักดิ์บอกก่อนจะหยิบโทรศัพท์

“ไม่ต้อง เดี๋ยวผมไปเอง” คนเป็นลูกน้องตาโต เหมือนกันกับคนข้างๆ ที่มองลูคัสอย่างสงสัย

“แต่ผมเกรงว่า…”

“เจสันมาค่อยตามผมไป”

“จะไปแค่สองคนทำไมล่ะลุค คุณเองก็เหมือนกันภักดิ์ กว่าลุคจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเจสันก็เอารถออกไปล้างได้สองคันแล้ว” ภากรว่ายิ้มๆ

“ผมอยากไปกับอากรแค่สองคนบ้าง” ลูคัสบอก

“ทุกครั้งพวกเขาก็ไม่ได้รบกวนไม่ใช่เหรอ?” ภากรถาม

“แต่ว่าผมอยากไปกับอากรแค่สองคน” เสียงทุ้มว่านิ่งๆ

“แต่พวกเขาเป็นห่วง”

“…” คนเป็นนายหันไปมองลูกน้องคนสนิท สายตาตำหนิถูกส่งไปให้คนที่ยืนฟังนายกับอาของนายคุยกันอยู่ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าลูคัสอยากได้ความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน ภักดิ์รู้ว่าบางทีลูคัสก็อยากจะทำตัวเหมือนวัยรุ่นธรรมดา ที่พาคนที่รักไปเดทด้วยตัวเอง โดยที่เขาและเจสันปล่อยให้ลูคัสทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะลูคัสไม่ใช่แค่ลูคัส แต่ลูคัสคือ ลูคัส เบอร์นัล ทายาทคนสุดท้ายและเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเบอร์นัล

“ลุค…อาก็เป็นห่วง” เสียงหวานว่าสั้นๆ แต่แค่นั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้ลูคัสใจอ่อน หน้าหล่อผ่อนคลายลงแล้วเลื่อนสายตาจากลูกน้องไปมองที่อา

“เอากาแฟกับขนมปังปิ้งมา แล้วบอกเจสันด้วยว่าผมจะออกไปข้างนอก” ภักดิ์ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินนายพูดแบบนั้น หันไปสบตาคนข้างเจ้านายอย่างขอบคุณ

“อาทำให้ไหม?” คนข้างๆ เสนอ แล้วลูคัสก็ค่อยๆ คลี่ยิ้ม ยิ้มที่ลูกน้องคนสนิทยังไม่เคยได้เห็น

“ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มตอบ แนบมือกับแก้มใสของอาก่อนจะปล่อยให้อีกคนได้จัดการให้เขา

“วันนี้นายดูอารมณ์ดีนะครับ” ภักดิ์ว่ากับเจ้านาย

“ผมอยากให้ทุกวันของผมเป็นแบบนี้จริงๆ” ลูคัสบอกกลับ

“นายครับ…”

“ผมรู้…มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

“ครับ”

“งานทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง” ภักดิ์หยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาก่อนจะเปิดแล้วรายงานกับคนเป็นเจ้านาย

ลูคัสคุยงานกับภักดิ์ต่อ ปล่อยให้อากรไปชงกาแฟและปิ้งขนมปังให้ ภักดิ์รายงานเรื่องราวที่อังกฤษ เรื่องงานที่เกี่ยวข้องกัน และเรื่องส่วนตัวของพ่อ เขาพยักหน้ารับฟังและอ่านรายงานอย่างอื่นตามไปด้วย ภากรเดินเข้ามาพร้อมกับกาแฟและขนมปังปิ้ง ภักดิ์จึงค่อยขยับออกห่างจากเจ้านาย

“ภักดิ์ทานอะไรหรือยัง” ภากรถามอย่างใจดี

“เอ่อ…เดี๋ยวผมไปทานครับ”

“อื้อ ฉันปิ้งขนมปังไว้เผื่อด้วย” คนที่กำลังเอาขนมปังเข้าปากหยุดชะงัก ตวัดสายตามองลูกน้องแล้วยิ้มเยาะตัวเองในใจ เขาเผลอคิดไปได้อย่างไรว่าเขาพิเศษ ที่อากรลุกออกไปอาจจะเป็นเพราะอากรเบื่อที่เขาตามติด ที่ปิ้งขนมปังให้เขามันก็เป็นเรื่องทั่วไปที่ปิ้งให้คนอื่นได้เหมือนกัน

มือหนาที่จะเอาขนมเข้าปากวางมันกลับลงไปที่จาน ยกกาแฟขึ้นจิบดื่มรวดเดียวจนหมดเพราะเขาเสพติดมันไปแล้ว อย่างไรก็ต้องดื่มมันก่อนจะทำอะไรต่อในตอนเช้า ลูคัสเหลือบมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ติดตรงผนัง ตอนนี้เก้าโมงกว่าๆ และเขาคิดว่าเจสันน่าจะกลับมาแล้ว คนหล่อจึงลุกขึ้นยืน

“เอาไปกินเลย ผมอิ่มแล้ว” ลูคัสบอกก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้อง ปล่อยให้คนที่ตั้งใจปิ้งให้มองตามอย่างงงๆ

“อิ่มอะไร ไม่เห็นแตะสักคำ” ภากรบ่นเบาๆ แล้วมองขนมปังที่ไม่พร่องแม้แต่น้อย

“ผม…ขอพูดอะไรได้ไหมครับ”

“…” ภากรเงยหน้ามองภักดิ์ ไม่มีเสียงอนุญาตแต่ความเงียบน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้

“คุณลูคัสทำงานหนักมากนะครับ แค่บางที…อย่างเช่นตอนนี้เธอแค่อยากพิเศษสำหรับคุณเท่านั้นเอง” ภักดิ์บอกก่อนจะค้อมหัวแล้วเดินออกไป

ภากรหลับตาลงแล้วปิดเปลือกตาไว้อย่างนั้น ในใจเถียงกับตัวเองและต่อว่าร่างสูงอยู่เงียบๆ อยากพิเศษ? แล้วตอนนี้ลูคัสไม่พิเศษตรงไหน ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันคือพิเศษของพิเศษแล้วไง อาที่ไหนไปนอนกับหลานตัวเองที่ห้อง อาที่ไหนกอดกับหลานก่อนออกจากห้อง อาที่ไหนมานั่งอิงแอบกับหลานต่อหน้าลูกน้อง เขายินยอมให้ทำถึงขนาดนี้ยังบอกว่าตัวเองไม่พิเศษอีกเหรอ

 

“ลุค…” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนที่กำลังจะใส่เสื้อ

ภากรเดินเข้ามาหาลูคัสหลังจากปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความคิดตั้งนานสองนาน ลูคัสหันกลับมาหาเสียงเรียก อากรเดินเข้ามาหาเขาในห้องแต่งตัว คนตัวเล็กขยับเข้ามาหาก่อนจะยืนเว้นระยะห่างไว้ ตาสวยช้อนขึ้นมองเขาเล็กน้อยก่อนที่มือน้อยนั้นจะยื่นมาใส่เสื้อช่วยเขา

อากรก็เป็นแบบนี้

ชอบทำให้เขาเข้าข้างตัวเองอยู่แบบนี้ ผลักให้เขาหลงใหลในตัวอามากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็หว่านเสน่ห์ใส่คนอื่นไปเรื่อย แล้วสุดท้ายก็ทำให้เขากระจ่างชัดในตอนจบ

“ความจริงไม่ต้องก็ได้นะครับ” ลูคัสว่าขณะที่มือน้อยนั้นกลัดกระดุม

“อาอยากทำให้” ภากรว่า จัดเสื้อให้คนตัวสูงอีกรอบแล้วสำรวจคนอายุน้อยกว่าหลายปี

ลูคัสในชุดลำลองสบายๆ อย่าง Cropped Pants สีน้ำตาลอมเขียวกับเชิ้ตสีเขียวซีดๆ มันดูเกือบจะทางการ แต่ด้วยสีสันที่แปลกตาไปมันจึงทำให้ลูคัสดูผ่อนคลายกว่าปกติที่ใส่สูทสีเข้ม ผูกไทด์ และสวมรองเท้าเงาๆ อย่างที่เขาเคยใส่ไปทำงาน

“ผมก็อยากให้อาทำให้นะ อยากให้อาทำแบบนี้ให้ผมแค่คนเดียวด้วย” ลูคัสบอก ซึ่งสิ่งที่เขาบอกทำเอาภากรใจกระตุก เหมือนกับที่ภักดิ์บอก ไม่มีความต่างกันสักนิด แค่น้ำเสียงที่ลูคัสใช้พูดมันสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมากกว่าก็แค่นั้น

“ใส่รองเท้าคู่ไหนดี” ภากรเลี่ยงคำตอบหลานชาย เดินไปชั้นเก็บรองเท้าที่ถูกดูแลอย่างดี เขาหมุนตัวไปหารองเท้าผ้าใบที่มีไม่มาก แต่มันก็มากพอที่จะให้เลือก แบรนด์ดังสีขาวนั่นมันคงดูเหมาะกับชุด แต่ลูคัสไม่ค่อยได้ใส่ คู่นี้เขาจำได้ว่าเพื่อนของลูคัสซื้อให้เป็นของขวัญ

“อากร…” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมๆ กับหลังของคนตัวเล็กปะทะเข้ากับอกแกร่ง ลูคัสวาดมือดึงเอาเอวคอดเข้ามาชิด วางคางลงบนไหล่ของอากรแล้วโยกตัวไปมา

“…” ภากรเองก็เงียบ เขาไม่ได้พูดอะไร เพราะเขาเองก็อธิบายความรู้สึกไม่ได้ เขารู้…เขาควรสะบัดตัวเองให้หลุดจากอ้อมกอดนี้ แต่เขาก็อยากจะอยู่ในอ้อมกอดนี้ มันยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจ แต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กันเขาเองก็รู้ตัว

 

รู้ตัวว่ามันผิดและรู้ใจตัวเอง

 

“อาจะเป็นของผมแค่คนเดียวไม่ได้เหรอ?” เสียงทุ้มว่าเบาๆ ความเจ็บปวดมันส่งผ่านออกมาเป็นคำพูดจนภากรเองเจ็บปวดตาม

“อาก็เป็นของลุคแค่คนเดียวอยู่แล้วไง”

“…แล้วเราจะเป็นของกันและกันได้ไหม” ภากรหลับตาเมื่อตอบคำถามนี้ไม่ได้ “ไม่มีทางเป็นไปได้เลยเหรอครับ” ภากรอยากจะร้องไห้ แต่แค่น้ำตามันไม่มากพอจะแสดงถึงความเสียใจแน่ๆ เขาจึงกลืนก้อนสะอึกนั่นลงคอ แล้วแนบท้ายทอยกับอกของหลานชาย

 

เขาเองก็อยากให้มันเป็นไปได้เหมือนกัน

 

 

อาหารเช้าเป็นกาแฟ ส่วนอาหารเที่ยงเป็นสเต็ก เมนูที่ลูคัสชอบและภากรเองก็กินได้ ระหว่างพวกเขามันดูเหมือนจะมีความสุขแต่ความทุกข์มันก็มีมากกว่า มันควรจะร่าเริงแต่ในใจกลับเศร้าและกังวล ทางออกที่ง่ายที่สุดคือก้าวออกจากความสัมพันธ์ที่หน่วงพวกเขาไว้ แต่จะพยายามเท่าไหร่ภากรก็ก้าวออกไปไม่ได้สักที เหมือนกันกับลูคัส ที่ไม่คิดจะก้าวออกไปสักครั้ง

“อากรไม่ชอบเหรอ?” ลูคัสถามเมื่อเห็นอีกคนเช็ดปปากแล้ว

“เมื่อเช้าอากินขนมปังปิ้งจนหมด”

“อา…”

“ก็ลุคไม่กิน อาก็กินจนหมดไง” ภากรบอก

“อากร…ทำให้ภักดิ์ด้วย”

“แต่ลุคไม่อยากให้ภักดิ์กินไม่ใช่เหรอ? อาเลยกินหมดเลย” ภากรบอก หน้าหวานมองหลานชายนิ่งๆ เหมือนกันกับหน้าหล่อที่นิ่งแต่แววตากลับทอประกายสดใส

“…You make me crazy.” ไม่บ่อยที่ลูคัสจะพูดภาษาอังกฤษกับภากร เพราะครั้งหนึ่งภากรเคยชมการใช้ภาษาไทยของลูคัส หลังจากนั้นคนตัวสูงก็ไม่ค่อยพูดภาษาบ้านเกิดกับภากรอีก

“ลุคก็ทำให้อาบ้าไม่ต่างกันหรอก” คุณอาหน้าหวานบอก เขายิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นท่าทางของหลานชาย

หน้าคมของลูคัสดูคล้ายจะบ้าอย่างที่เจ้าตัวบอก เกือบจะบิดเบี้ยวแต่ปากรูปกระจับก็โค้งขึ้น สายตาทอดมอาที่ภากรอย่างอ่อนโยน อ่อนโยนและอ่อนใจเหลือเกิน พ่ายแพ้ให้แก่อากรไปหมดทุกทาง โกรธมาสามสี่วันมาเจอเขาพูดแค่ประโยคเดียวก็เอาใจของลูคัสไปได้ทั้งดวงแล้ว

ทั้งสองใช้เวลาในวันพักผ่อนไปกับห้างฯ ในเครือของคู่แข่งทางธุรกิจ ลูคัสพาภากรเดินเข้าร้านนั้น เดินออกร้านนี้ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร้านน้ำหอมเพราะคนเป็นอาจะซื้อไปฝากนายหญิงของบ้าน ลูคัสไม่ถือว่ามันเป็นการหว่านเงินให้คู่แข่ง แต่เขากำลังมาศึกษากลยุทธ์และความเป็นไปของคู่แข่งต่างหาก

“ลุคว่ากลิ่นนี้หอมไหม?” ภากรถามแล้วยื่นข้อมือให้หลานดม

“อืม…” คนตัวสูงขยับเท้าเข้าหาแล้วค้างจมูกไว้ที่ข้อมือขาวของอา มือใหญ่จับข้อมือนั่นก่อนจะขยับให้มันเข้าใกล้จมูกของตัวเอง คนภายนอกหรือพนักงานที่มองมาก็ยิ้มตามภาพตรงหน้า คนหน้านิ่งก้มลงสูดดมตามคำที่อาบอกอย่างว่าง่าย ชื่นชมในความเป็นหลานที่เชื่อฟังและรักครอบครัว โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ถูกชมกำลังกดจมูกลงกับข้อมือขาวอย่างแผ่วเบา

“ลุค…”

“คุณย่าน่าจะชอบ” หน้าหล่อขยับออก ปรับหน้าให้นิ่งเหมือนเดิมแล้วบอกออกไป

“งั้นเอาอันนี้ เพราะอาก็ชอบ” ภากรขยับเท้าจะไปจ่ายเงินแต่ข้อมืออีกข้างกลับถูกยึดไว้

“เลือกให้ผมด้วย”

“หืม? จะหมดแล้วเหรอ?” ภากรถาม

“กลิ่นนั้นเจสันเลือกมา ผมอยากได้กลิ่นที่อากรเลือกให้” ปากสวยเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คนตัวเล็กกว่าช้อนตาขึ้นมองคนเอ่ยขอ เท้าสวยหมุนไปที่ตู้โชว์น้ำหอม และอีกคนก็เดินตาม มือหนาหลุดออกจากข้อมือขาวแล้ว และนั่นทำให้ภากรเลือกได้อ่างสะดวก

“ถือให้อาหน่อย” ภากรยื่นน้ำหอมที่เลือกไว้มาให้ลูคัส เจสันเดินเข้ามารับแต่คนเป็นเจ้านายปรายตามองให้หยุด คนเป็นลูกน้องเลยค้อมหัวรับแล้วปล่อยให้เจ้านายอยู่กับอาของตัวเองต่อไป

“เอาแบบที่อากรชอบเลยนะ” ลูคัสบอกขณะรับน้ำหอมมา

“เอาที่อาชอบได้ไง ต้องเอาที่ลุคชอบสิ” คนเป็นอาว่าแต่ไม่ได้หันมามอง นั่นทำให้เขาไม่เห็นรอยยิ้มน้อยๆ ของคนที่ไม่ได้ยิ้มบ่อยๆ

“ถ้าผมชอบ…ก็คงเป็นกลิ่นอา” เสียงเบาๆ กระซิบบอก ภากรตัวแข็งและขนลุกซู่ มือน้อยชะงักค้างนานหลายวินาทีค่อยรู้สึกตัว

“กะ…กลิ่นนี้ก็หอมนะ” ภากรบอกแล้วยื่นให้ลูคัส

“เคยใช้เหรอครับ”

“หะ?”

“ทำไมรู้”

“อ๋อ…อาอ่านดูมันน่าจะเข้ากับลุค แบรนด์นี้อาเคยซื้อให้แด๊ดมา แด๊ดชอบมาก” ภากรบอก

“อืม…เทสต์ให้หน่อย ต้องฉีดตรงไหน” คอขาวเอียงมอง คนตัวเล็กทำหน้าลำบากแต่ก็ยังไม่วายเห็นริ้วแดงๆ

“อะ…เอามือมา”

“หืม? มือเหรอ?”

“เอ่อ…” ข้อมือขาวถูกพรมด้วยหยดน้ำละอองเล็กๆ ภากรยื่นมือนั้นขึ้นให้คนตัวสูงดม แล้วค่อยกดมันลงที่คอของลูคัสซึ่งเจ้าตัวเอียงรอ

“หอมจริงๆ”

“อะ…เอาอันนี้นะ” ลูคัสพยักหน้า

 

หลังจากเลือกน้ำหอมเสร็จ คนเป็นอาก็เอ่ยบอกว่าควรจะกลับได้แล้ว แม้ว่าลูคัสอยากจะอยู่ต่ออีกสักนิดแต่เขาก็ต้องยอมก้าวขึ้นรถ ช่วงเวลาวันหยุดของเขามันเป็นเหมือนวันปกติของคนอื่น คนอื่นอาจจะมองว่าปกติแต่มันพิเศษมากสำหรับลูคัส แค่วันเดียวในหนึ่งเดือนที่เขาจะได้พัก แค่ไม่กี่ชั่วโมงในหนึ่งวันที่เขาได้ใช้เวลากับคนที่เขารัก

 

 

คนตัวสูงก้าวเข้าไปในบ้านหลังใหญ่พร้อมกับอาของเขา ลูคัสมองภากรที่เดินเข้าไปกอดคุณย่าแล้วกล่าวทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองคน ตอนนี้เป็นเวลาอาหารเย็นแล้ว เขาได้คำตำหนิจากคุณย่ามาว่ามาสาย ต้องปล่อยท่านคิดถึง ลูคัสแค่ยิ้มน้อยๆ ตามคำพูดที่เหมือนจะงอนๆ ของคนแก่

“ผมพาอากรไปซื้อน้ำหอมมาให้คุณย่าต่างหาก” ลูคัสว่า มองไปที่เจสันแล้วลูกน้องคนสนิทก็ถือน้ำหอมแบรนด์โปรดเข้ามาให้นายหญิงของบ้าน

“ตายแล้ว ไม่ต้องลำบากก็ได้”

“ผมเห็นคุณแม่บ่นว่ามันหมดนี่ครับ” ภากรบอก

“นี่ถ้าแม่เขาบ่นว่าอยากได้เครื่องเพชรก็จะพากันไปซื้อมาเหรอ?” คนที่มีเชื้อผู้ดีเต็มตัวเอ่ยถาม

“หืม? คุณย่าอยากได้เหรอครับ?” ลูคัสเลิกคิ้วถามย่า

“ไม่ใช่สักหน่อย เรานี่แปลประโยคปู่ผิดหรือเปล่า” คนเป็นย่าว่า

“หึ! มันก็แกล้งไปอย่างนั้นแหละ เรียนไทยมาตั้งแต่สี่ขวบห้าขวบถ้าแปลผิดก็ไปเรียนใหม่ได้แล้ว” มาร์ตินบอกกับภรรยา

“ที่รักอย่าไปว่าหลานแบบนั้นสิคะ”

“ผมจะโทรไปว่าพ่อมันมากกว่า” สำเนียงไทยชัดเจนบอกกับภรรยา

มาร์ตินเป็นคนอังกฤษเต็มตัว เขามีภรรยาคนแรกเป็นคนไทย และอรองค์เป็นภรรยาคนที่สองที่เป็นคนไทยเช่นกัน คนไทยมีเสน่ห์แบบที่เขาต้องหลง ต่างจากเบลคที่ใช้ชีวิตที่อังกฤษ แล้วชอบที่นั่นมากกว่า ลูกชายเขาเสเพลอยู่ช่วงหนึ่งที่ภรรยาคนแรกเขาเสีย เบลคทำตัวแย่ๆ แบบนั้นอยู่หลายปี จนไปมีอะไรกับสาวสวยที่นั่นแบบไม่ป้องกัน และได้หลานชายคนนี้ออกมาให้สืบทอดธุรกิจของเขา

มาร์ตินตั้งใจจะยกธุรกิจที่อังกฤษให้เบลค ส่วนที่ไทยเขามาสร้างใหม่และวางแผนจะให้ภากร แต่เจ้าเด็กนี่กลับชอบงานดนตรีมากกว่า เขาเลยปล่อยให้ลูกชายคนที่สองไปกับดนตรีแล้วคาดหวังกับหลานชายมากกว่า ซึ่งมันดีที่ลูคัสทำตามที่เขาหวังไว้ได้ตั้งแต่เด็กจนโต

“ทานข้าวดีกว่าค่ะ เด็กๆ คงหิวแล้ว” อรองค์บอก “ย่าเข้าครัวเองเลยนะลุค” เธอว่ากับหลายชาย แล้วจูงแขนเด็กทั้งสองไปที่โต๊ะอาหาร

“ผมต้องกินเยอะจนอ้วนแน่เลย” ภากรบอก

“อ้อนแม่เป็นเด็ก ตัวแค่นี้กินทั้งครัวคงไม่อ้วนหรอก” มาร์ตินบอกลูกชายอีกคน

ผู้ชายตัวสูงที่อายุมากแล้วแต่หน้าตายังหล่อเหลานั่งหัวโต๊ะ ข้างขวาของเขาเป็นภรรยาคนสวยที่ยิ้มมองหลานชายและลูกชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม ลูคัสมองไปด้านข้างเล็กน้อยซึ่งอีกคนก็ทำตัวปกติ เหมือนอาหลานปกติทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อากรทำให้เขารู้สึกมากกว่านั้น

มื้ออาหารเริ่มขึ้นอย่าเงียบๆ อาหารของคุณย่ายังเป็นรสชาติที่เขาชอบเหมือนเดิม เดือนหนึ่งเขาจะมีโอกาสได้ทานอะไรแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมาบ่อยๆ เขาอยากมาแต่การที่เขามาที่บ้านมันเป็นเรื่องลำบากสำหรับจิตใจของเขา

มาอยู่นี่…เขาเป็นได้แค่หลานของอากร

“กรจะแต่งงานไหม?” เสียงทุ้มของผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านเอ่ยถาม ภากรชะงักเล็กน้อยต่างจากลูคัสที่แทบจะทิ้งช้อนของหวานลง

“แด๊ดก็รู้…ว่าผมไม่คิดอะไรแบบนั้น” ภากรตอบ และคำตอบนั้นมันทำให้ลูคัสใจชื้น

“เฮ้อ~ แด๊ดก็อยากมีหลานอีกสักคน”

“ผมคนเดียวก็พอแล้วไหมครับ” ลูคัสพูดขึ้น

“หืม? กลัวย่าไปรักน้องมากกว่าเหรอลูก ย่ากับปู่ก็แค่อยากให้อาของเราเป็นฝั่งเป็นฝา ถ้าไม่ไปดูแลเขาก็หาใครเป็นตัวเป็นตนสักที จะได้มีคนดูแล” คนเป็นย่าว่า

“ผม…ดูแลอากรได้นะครับ” เหมือนเป็นคำพูดธรรมดาที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงที่มีต่อคนในครอบครัว แต่สำหรับลูคัสแล้ว เขาดูแลภากรได้จริงๆ ไม่ว่าจะในฐานะหลานชายหรือฐานะที่ย่ากับปู่กำลังพูดถึง

“มันเหมือนกันที่ไหน เราเป็นหลาน จะไปดูแลอาได้ทั้งหมดหรือไง” คนเป็นปู้ว่าออกมาขำๆ แต่คนเป็นลูกกลับชะงักมือ ส่วนหลานชายที่เสนอตัวเองไปก็เงียบลง ลูคัสเหลือบตามองไปยังภากร ส่วนภากรแค่ยิ้มให้กับพ่อตัวเองเหมือนเรื่องตลก

ใช่ ลูคัสเป็นแค่หลาน แต่ลูคัสก็อยากดูแลทั้งหมด ทุกเรื่องของภากรลูคัสอยากมีส่วนเกี่ยวข้อง และทุกอย่างที่เป็นภากรลูคัสอยากเป็นเจ้าของ

 

 

 

#ผมรักอา 

7/1/2021 

น้องลุคคค น้องเด็กน้อยที่น่าสงสาร อ่านแล้วอยากโอ๋เลย ถึงน้องจะเอาแต่ใจนิดๆ ก็เถอะ แต่ดูก็รู้ว่าน้องอยากได้ความรักแล้วน้องก็หลงรักคุณอาไปแล้วเต็มๆ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อฝากติดตามด้วยนะคะ ทุกท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้ค่ะ แป้งจะอ่านทุกความคิดเห็นนะ แล้วหากตอนต่อไปหรือตอนไหนๆ มันไม่เหมาะสม แป้งหวังว่าทุกท่านจะวิจารณ์อย่างสุภาพและใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ หากอ่านแล้วรู้สึกไม่ดีสามารถหยุดอ่านและรอติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ที่มีความซอฟต์ลงกว่านี้และน่ารักมากกว่านี้ได้ค่ะ 

ทวีตเตอร์ : @pflhzt 

เฟซบุ๊ก : faddist 

ความคิดเห็น