email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 คดีฆาตกรรมหลินฉี (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 คดีฆาตกรรมหลินฉี (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 77

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2564 17:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 คดีฆาตกรรมหลินฉี (1/2)
แบบอักษร

เสี่ยนเจียนหลิวมองมือถือที่กำลังสั่น เขาเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่แล้วตัดใจที่จะไม่รับสาย ก่อนที่ทุกคนจะออกมาจากสถานที่เกิดเหตุ เขาเหลือบไปเห็นรูปในห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นคนดังเหมือนกันกับผู้เสียชีวิต เดาว่าที่เธอมาหาเขาอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับสายก็ตามแบบนี้ เธอต้องถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของเธออย่างแน่นอน

“พี่เจียนหลิว” ซีหมิ่นยื่นผ้าเย็นให้เขาแล้วเลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ เขา “พี่กลับไปนอนพักสักหน่อยก่อนก็ได้นะ เมื่อคืนอยู่เวรมาทั้งคืนแล้วเจองานหนักเข้ามาอีก”

“ไม่เป็นไร ยังไหวอยู่” เขารับผ้าเย็นมาแกะซองพลาสติกออกแล้วคลี่ผ้าเช็ดหน้าเช็ดหน้าให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น เจ้าหน้าที่สาวมองไปยังมือถือของเขาที่มีสายเรียกเข้าจาก ‘อันเป่าอ้าย’ เป็นสายที่สิบสอง

“ไม่ไหวอย่าฝืนนะพี่ มีคนให้ใช้ทำงานแทนเยอะแยะ หัดใช้ซะบ้าง อย่าทำเองคนเดียว” ซีหมิ่นพูดแค่นั้นแล้วเธอก็เดินออกไปจากที่นี่ แม้ว่าเธอไม่อยากจะกลับสักเท่าไหร่ แต่ฝืนอยู่ต่อที่นี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก ตอนนี้ร่างกายต้องการการพักผ่อนอย่างน้อยสักหกชั่วโมง จะได้มาช่วยลุยงานต่อให้ได้

เสี่ยนเจียนหลิวเข้าไปในห้องประชุมเล็กที่ใช้เป็นพื้นที่รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องหลังจากที่ได้นั่งพักแล้ว เจ้าหน้าที่ในทีมของเขาจดบันทึกรายการหลักฐานกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนเขามาที่บอร์ดกระดาน ลองเขียนสถานการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นมาเป็นรูปร่างให้ทุกคนมองภาพชัดเจนเป็นแบบเดียวกัน

“ขออนุญาตครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มที่เพิ่งกลับเข้ามาหลังจากต้องไปทำเรื่องขอหลักฐานชิ้นสำคัญมา แต่สีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีของเขานั้นทำให้หัวหน้าทีมอย่างเสี่ยนเจียนหลิวเผลอขมวดคิ้วตามไม่รู้ตัว “ผมเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดแล้วครับ แต่ว่า…”

“ทำไม…”

“เมื่อคืนนี้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้กล้องวงจรปิดแล้วไฟฟ้าบางส่วนเสียหาย ภาพที่บันทึกไว้บางช่วงหายไปและไม่ต่อเนื่องกัน ผมลองตรวจดูทุกจุดได้หลักฐานมาเพียงแค่นี้ครับ” เขาเสียบแฟลชไดร์กับแล็บท็อปที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเปิดไฟล์ที่เขาคิดว่าน่าจะใช้ได้และไฟล์ตัวอย่างที่เขาไปเจอมาว่าช่วงเวลาที่มันหายไป “ช่วงเวลาที่กล้องบริเวณทางเดินหน้าห้องของหลินฉีไม่ทำงานคือตั้งแต่สามทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง ก่อนหน้าเวลาดังกล่าวสามชั่วโมงไม่มีใครเดินเข้าหรือออกในห้องของเธอเลย คาดว่าช่วงที่เธอกลับเข้ามาในห้องน่าจะเป็นตอนที่กล้องวงจรปิดใช้งานไม่ได้พอดี หลังจากสี่ทุ่มครึ่งที่กล้องกลับมาทำงานตามปกติแล้ว ก็มีแค่แม่บ้านกะดึกที่ผ่านมาทำความสะอาดแต่ไม่ได้เข้าไปในห้อง แล้วก็เป็นผู้จัดการกับแฟนหนุ่มของเขาที่เข้าไปในห้องแล้วเจอกับ…”

“แล้วเช็คกล้องวงจรปิดของร้านข้างเคียงริมทางเดินมาด้วยรึเปล่า”

“เช็คมาแล้วครับ” เขาเปิดภาพคลิปต่อไป ณ เวลานั้น ไฟริมถนนสว่างก็จริงแต่ให้แสงสว่างในถนน ไม่ใช่ริมทางเดิน มีเงาคนเดินผ่านไปมาอยู่ มีเพียงแค่กล้องสองตัวที่หันกล้องมาตรงทางด้านหน้าทางเข้าของอพาร์ทเมนต์หรูและบันทึกภาพเอาไว้ได้ แต่ก็ยังไม่เห็นใบหน้าของคนร้ายหรือลักษณะของร่างกายที่บ่งชี้ถึงตัวผู้ต้องสงสัยได้เลย

“โอเค...ได้มาเท่านั้นก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย” แฟ้มรายงานประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการโทรเข้าออกบนมือถือของหญิงสาวถูกหยิบขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง เพื่อดูรายละเอียดที่น่าจะให้คำตอบกับพวกเขาได้มากขึ้น เบอร์ล่าสุดที่โทรเข้าแต่ไม่ได้รับสายคือดีแลน แฟนหนุ่มของเหยื่อ ต่อมาก็เป็นนักแสดงสาวเพื่อนของเหยื่อ ผู้จัดการที่ดูแลเธอแล้วก็เพื่อนสนิทที่จะมีรายชื่อไล่เรียงสลับกันไปย้อนหลัง รายชื่อที่เธอติดต่อนั้นมีไม่กี่คน แค่คนในครอบครัวกับคนที่สนิทกับเธอเท่านั้น “ตอนนี้หลักฐานแวดล้อมระบุถึงตัวคนร้ายไม่ได้เลย คงต้องเตรียมนัดผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนแล้วหลังจากที่เราได้ผลการชันสูตรมา”

“ตอนนี้เราทำอะไรได้ก่อนบ้างครับ”

“กันพื้นที่ห้องของหลินฉีเอาไว้ก่อน เรียกตัวคุณดีแลนกับผู้จัดการของเหยื่อมาสอบสวนเหตุการณ์เมื่อเช้าและพฤติกรรมอื่นของเหยื่ออย่างละเอียด หาความเชื่อมโยงระหว่างหลินฉีกับชางไห่ด้วยว่าสองคนนี้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันรึเปล่า ทั้งสองคนถูกจัดฉากเหมือนกับตั้งใจทำให้เป็นการฆ่าตัวตาย เหมือนกันแถมยังได้รับจดหมายนั้นเหมือนกันอีกด้วย บางทีคนร้ายน่าจะเป็นคนที่เราคาดไม่ถึง วิเคราะห์แรงจูงใจของคนร้ายที่น่าจะเป็นไปได้มาด้วย บางทีในคดีของชางไห่อาจจะไม่ใช่แรงจูงใจเรื่องชู้สาวแล้ว”

“รับทราบครับ”

ร่างของหลินฉีถูกนำไปไว้ที่นิติเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต ครอบครัวของเธอพากันโศกเศร้าเสียใจอย่างมากทันทีที่รู้ข่าว เนื่องจากว่าทุกคนเตรียมตัวสำหรับงานแต่งงานของเธอที่จะถึง ไม่คิดว่าหญิงสาวจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์อะไรอย่างนี้ แม่ของหลินฉีรู้ข่าวถึงกับเป็นลมเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว แต่เธอก็ฝืนออกมาเพื่อจะคุยกับเจ้าหน้าที่ สอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ครอบครัวของหลินฉี นักข่าวและสังคมก็ถามเจ้าหน้าที่เป็นเสียงเดียวกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักแสดงสาวคนนี้!?

เสี่ยนเจียนหลิวนั่งดูวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของทั้งสองคดีคนเดียวเงียบๆ เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของผู้ร้ายที่คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นบุคคลปริศนาที่สวมเสื้อคลุมหนา สวมหมวกปิดบังใบหน้าและโผล่อยู่ในที่มืดหรือมีแสงน้อยเสมอ ในวันนั้นที่เขาวิ่งไล่ตาม คนๆ นั้นดูปราดเปรียวคล่องแคล่วผิดกับลักษณะภายนอกที่ดูสูงใหญ่ แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งอาจหมายถึงการที่เขากลับไปเป็นตัวเองที่เขาจะไม่ทันสังเกต เขาใช้ดินสอวาดลักษณะรูปร่างของคนๆ นั้นเอาไว้โดยใส่รายละเอียดตามที่เห็นในคลิปนั้น แล้วร่างภาพเป็นลักษณะรูปร่างจริงๆ ของคนๆ นั้นเอาไว้ด้วย

ชายหนุ่มฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ไม่อยากคิดเรื่องคดีสักหนึ่งนาที ปล่อยให้หัวโล่งๆ ไปก่อน จากคดีชางไห่เขาก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเลย หลังจากนั้นไม่ถึงสิบห้าวันเกิดเหตุซ้ำกับหลินฉีอีก โดนกดดันทุกทางแต่หนักที่สุดที่เจอ ณ ตอนนี้ คือคนในสังคมที่อยากได้คำตอบจนว่าเจ้าหน้าที่อย่างเสียหายโดยไม่ได้สนใจเลยว่าคนที่เข้าไปอ่านอย่างพวกเขาจะเสียกำลังใจในการทำงานแค่ไหน

“หัวหน้า” ชายหนุ่มที่อยู่ในทีมของเขา เดินมาที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่เสี่ยน มองจากมุมชงเครื่องดื่มแล้วไม่เห็นเขา พอเดินมาใกล้ๆ จึงเห็นว่าเขาฟุบหน้าลงบนโต๊ะอยู่ ตั้งแต่เมื่อคืนเขายังไม่ได้นอนด้วย เขาเลยไม่กล้ากวน กำลังจะเดินกลับออกไปก่อน แต่เสี่ยนเจียนหลิวก็เงยหน้าขึ้นมา

“มีอะไร” เขาเงยหน้าขึ้นมามองขณะที่ยังหลับตาอยู่ แล้วเอนตัวพิงพนักทิ้งตัวนอนรอฟัง

“แค่จะถามว่า...รับกาแฟสักแก้วมั้ยครับ คืนนี้น่าจะได้อยู่ยาว แต่ผมว่าหัวหน้ากลับไปพักก่อนก็ได้นะครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่อีกครั้ง...”

“ชงมาเผื่อด้วย ถึงฉันกลับไปนอนก็คงคิดเรื่องคดีอยู่ดีนั่นแหละ สู้อยู่นอนที่นี่ดีกว่า เผื่อนึกอะไรได้ก็ทำงานได้เลย” เสี่ยนเจียนหลิวลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายให้ร่างกายกระฉับกระเฉงมากขึ้น “วางแก้วไว้บนโต๊ะเลย เดี๋ยวฉันออกไปรับลมด้านนอกหน่อย”

“ได้เลยครับ”

เสี่ยนเจียนหลิวเดินเล่นยืดเส้นยืดสายไปตามทางในตรอกซอยด้านข้าง เดินวนไปวนมาเจอผู้คนตามปกติ เวลานี้ยังมีคนเดินผ่านไปมาอยู่ แล้วเดินตรงไปอีกตรงทางแยกจะมีตลาดกลางคืนเตรียมเปิดอยู่ อีกไม่นานคนน่าจะมาเยอะกว่านี้ เขาหยิบมือถือออกมาเปิดดูว่ามีการแจ้งเตือนอะไรเพิ่มเติมรึเปล่า แต่ก็ไม่มีอะไรอีกเลยนอกจากสายที่ไม่ได้รับของเพื่อนสมัยเด็กที่เขาตั้งใจไม่รับ

ชายหนุ่มคิดว่าเวลานี้เขาน่าจะโทรกลับไปหาเธอได้แล้ว ผ่านมาหลายชั่วโมงจากตอนนั้นที่เกิดเหตุ อันเป่าอ้ายน่าจะพอมีสติคุยกับเขา เธอน่าจะพอเข้าใจว่าเหตุการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร เขากดโทรหาอีกฝ่ายเสียงเรียกเข้าของมือถือดังอยู่ใกล้ๆ ตัวเขา เขาฟังเสียงนั้นแล้วจับทิศทางได้ว่าเสียงนั้นดังมาจากด้านหลังของตัวเอง มีหญิงสาวผมยาวสวมแว่นกันแดดและหมวกมีปีก เธอยืนถือโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงอยู่ก่อนจะยกขึ้นมากดตัดสาย มือถือของเสี่ยนเจียนหลิวก็ตัดสายไปเช่นกัน

“เป่าอ้าย” เขาจับมือเธอให้เดินหลบไปยังที่อื่นก่อน ถ้ามีใครมาเห็นเธออยู่ที่นี่คนเดียวแถมยังอยู่กับผู้ชายอีกแล้วมีคนถ่ายรูปหรือวิดีโอเอาไว้ เธออาจจะโดนต้องไปตามแก้ข่าวเรื่องไม่เป็นเรื่องเหมือนคราวนั้นอีกก็ได้ “มาทำอะไรที่นี่”

“ฉันเดินไปเรื่อยๆ จากคอนโดฯ น่ะ ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ามาถึงที่นี่ได้ยังไง” อันเป่าอ้ายแค่อยากเดินมารับลม อยากมาเจอคนเยอะๆ เลยเดินตามทางมาเรื่อยๆ จนมาถึงสถานีตำรวจโดยไม่รู้ตัว เธอเลยถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นว่าเสี่ยนเจียนหลิวเขาอยู่รึเปล่า ไหนๆ ก็มาแล้วอยากมาให้กำลังใจเขาสักหน่อยแล้วจะรบกวนยืมเงินเขานั่งรถกลับบ้านด้วย เธอไม่รู้เลยว่าเดินมาไกลขนาดนี้ ผ่านช่วงตึกมาตั้งไกล

“อย่าบอกนะว่าเดินใจลอยมาถึงที่นี่” เสี่ยนเจียนหลิวจับตัวเธอหมุนตัวดูหน้าดูหลัง อันเป่าอ้ายสวมเสื้อยืดคลุมทับด้วยเสื้อแขนยาว สวมกางเกงขายาวรองเท้าแตะ แต่งตัวเรียบง่ายเหมือนไม่ได้พร้อมจะออกมาด้านนอกเท่าไหร่ “ไม่ต้องไปเดินต่อแล้ว ใจลอยแบบนี้เดี๋ยวก็เกิดอันตรายขึ้นหรอก เธอเพิ่งเจอสตอล์กเกอร์มา ไม่คิดระวังตัวเลยนะ”

“ใครมันจะไปคิดถึงเรื่องของตัวเอง ตอนที่เพื่อน…” อันเป่าอ้ายว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีก เธอถอนหายใจออกมาแล้วหันหลังให้กับชายหนุ่มที่อยู่กับเธอด้วย ถอดแว่นออกแล้วใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่จะกำลังจะไหลอีกรอบ “วันนี้ฉันโทรหานายแต่นายไม่ได้รับ ขอโทษนะที่โทรไปรบกวนตอนนายทำงาน ตอนนั้นฉัน...”

“ฉันตั้งใจไม่รับเอง เพราะฉันเดาว่าเธอน่าจะโทรมาเพราะเรื่องของคุณหลินฉี” อันเป่าอ้ายสวมแว่นไว้เหมือนเดิม แล้วหันกลับมามองหน้าเขา “ขอโทษนะ แต่เวลานี้การที่เราจะคุยกันเรื่องที่เกี่ยวกับงานของฉัน...มันยังไม่ควร”

“ตอนนั้นฉันเองก็สติแตกจนทำงานไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ ไม่คิดว่าฉีฉีจะเจออะไรแบบนั้นด้วย ถ้านายอยากได้ความร่วมมืออะไรจากฉันนายบอกได้เลยนะ ฉันยินดีช่วย”

“ขอบคุณนะ” เสี่ยนเจียนหลิวได้ยินเสียงกดชัตเตอร์จากที่ไกลๆ เขานึกออกว่าจะมีนักข่าวมาสอบถามเรื่องคดีของหลินฉีด้วย เขาเดินกลับมาแถวสถานีแล้วแอบส่องดูบริเวณด้านหน้ามีนักข่าวมากันเยอะพอสมควร อันเป่าอ้ายเดินตามมาด้วยกำลังจะโผล่หน้าออกไปดูเหมือนกันกับเขา เสี่ยนเจียนหลิวจับศีรษะเธอแล้วดันให้หลบก่อนไม่ต้องมาดูด้วย “ตอนนี้มีนักข่าวมาที่นี่ ฉันว่าเธอกลับบ้านไปก่อนเถอะ”

“แล้วจะไปเรียกรถได้ยังไง นักข่าวอยู่ด้านหน้ากันเพียบแบบนั้นน่ะ” อันเป่าอ้ายถามเขากลับ

“ก็คงต้องเดินอ้อมทางด้านหลังตรงนั้นไปโผล่ตรงซอยก่อนหน้าหน้า หรือไม่ก็เธอต้องเรียกใครสักคนให้มารับ เพราะฉันน่าจะไปส่งเธอไม่ได้หรอก”

“ใครจะมารับฉันล่ะ ฉันออกมาไม่มีใครรู้เรื่องสักคน นอกจากแม่บ้านที่คอนโดฯ” อันเป่าอ้ายบ่นพึมพำคนเดียว “แล้วถ้าเดินไปตามทางที่นายว่ามันเดินไปไกลมั้ย”

“ไม่ไกลหรอก เดินไปตามตรอกซอยนี้จนถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวขวา เดินตรงไปอีกหน่อยจะมีซอยทะลุถึงถนนใหญ่ เธอเรียกรถตรงนั้นก็ได้”

“โอเค ถ้าอย่างนั้นฉันไปแล้วนะ” อันเป่าอ้ายมองซ้ายมองขวาแล้วจึงเดินไปตามทางนั้น ถ้าเกิดมีใครจำเธอได้ขึ้นมาระหว่างที่เธออยู่ข้างนอก แล้วเรื่องรู้ถึงว่านหนิงแล้วล่ะก็ เธอได้โดนคุมความประพฤติแน่

เสี่ยนเจียนหลิวเห็นเธอเดินไปคนเดียวก็อดเป็นห่วงว่าจะกลับไปถึงบ้านจริงๆ รึเปล่า อันเป่าอ้ายเล่นเดินใจลอยมาถึงที่นี่มาตั้งไกล สถาพจิตใจน่าจะยังไม่เข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่นักหรอก เขาตัดสินใจเดินตามเธอไป เขาบอกเพื่อนร่วมงานว่าจะออกมาเดินเล่น เดินไปไกลหน่อยคงจะไม่มีใครว่าอะไรหรอก อันเป่าอ้ายเห็นว่าเขาเดินตามมาก็เลยชะลอฝีก้าวให้เขาเดินตามมาทัน เธอกำลังจะถามว่าเขาเดินตามมาทำไม เขาตอบเหมือนรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “เดี๋ยวนั่งรถไปส่ง”

ผลการชันสูตรร่างของหลินฉีปรากฏว่าเธอเสียชีวิตจากการเสียเลือดมากจนเกิดอาการช็อกแล้วจึงเสียชีวิตในช่วงเวลาระหว่างสี่ทุ่มครึ่งถึงห้าทุ่มครึ่ง นอกจากนี้ในร่างกายของเธอยังพบสารที่ทำให้มดลูกเกิดการบีบตัวเพื่อขับตัวอ่อนที่ยังไม่สมบูรณ์ให้หลุดออกมาหรือที่เรียกว่าอาการตกเลือด บริเวณแขนและขาซ้ายมีรอยช้ำจากการกระแทก หน้าท้องน้อยมีรอยช้ำชัดเจนผิดปกติเหมือนรอยนิ้ว หมอนิติเวชบันทึกในผลรายงานว่าเกิดจากแรงบีบที่มีน้ำหนักจากมือ มีรอยนิ้วปรากฏขึ้นให้เห็นดังภาพในรายงาน แต่ไม่มีลายนิ้วมือให้สามารถช่วยตรวจสอบได้ชัดเจน ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าอาจจะเป็นการฆาตกรรมตามที่ตำรวจสันนิษฐานเอาไว้

“พร้อมนะครับคุณดีแลน”

ความคิดเห็น