email-icon facebook-icon

สวัสดีค่ะ บุษบาไพลิน หรือไรท์บุษ นะคะ ฝากติดตามผลงานด้วยค่า ^0^

ตอนที่ 2 คดีฆาตกรรมชางไห่ (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 คดีฆาตกรรมชางไห่ (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 154

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 คดีฆาตกรรมชางไห่ (1/2)
แบบอักษร

ข่าวเช้าในวันนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับใครหลายๆ คน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แม้แต่กับคนที่พร่ำบอกว่าตัวเองไม่ได้ชื่นชอบอะไรเขาสักเท่าไหร่อย่างอันเป่าอ้าย จะไม่ให้เธอสะเทือนใจได้อย่างไร เมื่อคืนเขายังโทร.มากวนเธออยู่เลย

"ไม่จริงน่า" ว่านหนิงนั่งดูข่าวอยู่ด้วยถึงกับทำช้อนตก เธอไม่เคยรู้เลยว่าการที่มีคนใกล้ตัวจากไปโดยเรื่องผ่านข่าวที่รายงานทางหน้าจอเป็นอย่างไร มันช็อกจนมือชาไม่มีเรี่ยวแรง ทุกอย่างหยุดนิ่งเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้

"หลังจากที่ฉันกดวางสาย หมอนั่นก็…" อันเป้าอายถึงกับทำตะเกียบในมือหล่นพื้น จนต้องยกมือที่กำลังสั่นขึ้นมาปิดปากเอาไว้ เกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่าหลังจากที่เธอวางสายจากเขา

มันเกิดอะไรขึ้น?

วันนั้นทั้งวันไม่มีใครมีสมาธิทำงานได้อย่างเต็มที่เลยจากข่าวของชางไห่ จนผู้กำกับต้องสั่งพักกองไปประมาณสองชั่วโมงเพื่อให้ทุกคนตั้งสติและสนใจงานตรงหน้านี้ก่อน เอาเรื่องอื่นที่อยู่ในสมองหรืออยู่ในหัวตอนนี้ ทิ้งมันออกไป ตอนพูดมันง่าย แต่ให้ทำจริงๆ มันทำได้ยาก

ช่วงเหยียนเหยียนมานั่งสงบสติอารมณ์ข้างๆ เพื่อนสาวที่มีผู้จัดการส่วนตัวนั่งอยู่ด้วย วันนี้อันเป่าอ้ายดูนิ่งเป็นพิเศษ ทุกทีจะมีคุยเล่นบ้างเวลาเจอกัน แต่เธอก็เข้าใจ เกิดเรื่องช็อกวงการแบบนั้น ขนาดเธอที่เพิ่งได้คุยกับชางไห่เมื่อวานตอนที่เขามาขอเบอร์ติดต่อของหญิงสาวยังจิตตกตามไปเลย

“เหยียนเหยียน...เธอพอรู้อะไรเกี่ยวกับชางไห่บ้างมั้ย”

“ไม่ค่อยรู้อะไรหรอก ถึงเขาจะเคยมาหยอดจีบฉันก็เถอะ แต่มันก็แค่ไม่นาน เมื่อวานยังคุยกันอยู่แท้ๆ ไม่คาดคิดเลยว่า...”

“นี่พวกเธอ” ว่านหนิงพูดแทรกขึ้นมาแล้วมองยังสองสาวในชุดโบราณสลับกัน “ผู้กำกับเขาให้พักกองเพื่อเตรียมพร้อมในการทำงาน เรื่องของชางไห่อย่าเพิ่งเอามาคุยกันตอนนี้”

ทั้งสองสาวซ้อมต่อบทกัน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดเรื่องของชางไห่ ถ้าหากมีการสืบสวนเรียบร้อยแล้ว ไม่นานก็ต้องมีข่าวออกให้รู้อยู่ดี ตอนนี้พวกเธอจะต้องสนใจแค่งานตรงหน้าก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน

ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ประมาณสองถึงสามคนเข้ามาในสตูดิโอที่ใช้ในการถ่ายทำ เพื่อขอสอบถามข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์จากบุคคลที่พวกเขาวางตัวไว้ว่าเป็นพยานแวดล้อมซึ่งอาจจะสามารถช่วยให้ข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเขาบ้าง ว่านหนิงจำเจ้าหน้าที่เสี่ยนได้ว่าเขาเป็นเพื่อนของอันเป่าอ้ายที่ได้เจอกันเมื่อตอนเกิดเรื่องกับประธานฮั่นที่สถานีตำรวจ

“เจ้าหน้าที่เสี่ยน”

“สวัสดีครับผู้จัดการว่าน” เขาบอกให้เจ้าหน้าที่คนอื่นแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเองได้เลย ส่วนตัวเขาจะขอคุยกับหญิงสาวตรงหน้านี้ก่อน

“มาทำอะไรที่นี่ถึงที่นี่คะ” ว่านหนิงสังเกตเห็นว่าป้ายชื่อที่คล้องคอเขาอยู่นั้น ตำแหน่งของเขาคือหัวหน้าทีมสืบสวน แล้วเมื่อเช้าวันนี้เพิ่งจะเกิดเรื่องขึ้น “มาสืบเรื่องของชางไห่เหรอคะ?”

“ประมาณนั้นครับ ตอนนี้คุณว่างมั้ยครับ ผมจะขอรบกวนสอบถามอะไรหน่อย”

“ยินดีค่ะ เชิญทางด้านนี้ดีกว่าค่ะ” ว่านหนิงหาที่เหมาะที่จะให้ข้อมูลกับเขา เจ้าหน้าที่สืบสวนพากันบุกมาถึงกองถ่ายขนาดนี้ คงไม่ใช่แค่สุ่มถามข้อมูลอย่างเดียว อาจจะมีการระบุผู้ต้องสงสัยเพิ่มด้วยก็เป็นได้

หลังจากที่เขาสอบถามว่านหนิงแล้ว เขาก็ทำการสอบถามนักแสดงคนอื่นๆ ที่เคยใกล้ชิดหรือมีโอกาสร่วมงานกับชางไห่ ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนเกิดเรื่องนี้ก่อน จนมาถึงคิวของอันเป่าอ้าย หญิงสาวที่ติดต่อกับเหยื่อเป็นคนสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

“บันทึกการโทรในมือถือของชางไห่ คนสุดท้ายที่คุยกับเขาคือเธอ ระหว่างที่พวกเธอคุยกัน มีอะไรที่เธอรู้สึกว่ามันผิดปกติรึเปล่า อย่างเช่นน้ำเสียงของชางไห่ หรือเสียงอื่นๆ จากทางฝั่งของของชางไห่”

“ไม่มีนะ เขาก็พูดกวนให้ฉันรู้สึกรำคาญเหมือนทุกครั้ง” เสี่ยนเจียนหลิวจดข้อมูลตามที่เธอพูดอย่างใจเย็น

“แล้วก่อนหน้านั้นเขาได้มีพูดถึงใคร หรือปรึกษาเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจกับเธอบ้างหรือเปล่า”

“เขาเจอหน้าฉันเขาก็เอาแต่พูดจีบ พูดหยอดฉันตลอด จนฉันรำคาญไล่ให้ไปไกลๆ ตั้งหลายรอบ แต่หมอนั่นก็ยังมาวอแวฉันเหมือนเดิม”

“ไม่ดีรึไง มีคนมาชอบ?” เสี่ยนเจียนหลิวถามกลับ

“มันก็ดี แต่ฉันไม่ชอบชางไห่ ไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้อย่างหมอนั่น” คำสุดท้ายทำให้เสี่ยนเจียนหลิวสะดุด ชะงักมือที่กำลังจดข้อมูล เขาลืมนึกถึงประเด็นชู้สาวไป การที่สถานที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการงัดแงะ มีความเป็นไปได้ที่ฆาตกรเป็นคนที่ชางไห่รู้จักจึงเปิดประตูให้เข้ามาได้ง่ายๆ

“เป่าอ้าย สำหรับเธอแล้วชางไห่เป็นคนยังไง”

“ผู้ชายหน้าหม้อ จีบไม่เลือก ใครเล่นด้วยก็ดี ใครไม่เล่นด้วยก็ชิ่งหนี ถ้าหากไม่มีหน้าตาเป็นตัวล่อแล้วล่ะก็ ไม่มีผู้หญิงคนไหนสนใจหรอก” อันเป่าอ้ายพูดในสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมดไม่มีกั๊ก เสี่ยนเจียนหลิวถึงกับอึ้ง นักแสดงผู้หญิงหลายคนก็บอกว่าเขาชอบบริหารเสน่ห์มีช่วงนี้ที่เหมือนว่าพยายามจะจีบอันเป่าอ้ายให้ได้ แล้วดันมาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน “แต่ถ้าในเรื่องของการทำงาน ถือว่าเป็นมืออาชีพมากๆ นะ เป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการแสดงคนหนึ่งเลย”

“อืม…พอจะมีเวลาว่างไปที่สถานีตำรวจสักหน่อยมั้ย อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเธอ เรียกว่าสอบปากคำเพิ่มเติมก็ได้”

“ไม่แน่อาจจะเป็นเย็นพรุ่งนี้กับเย็นวันนี้…” อันเป่าอ้ายมองสมุดเล็กที่เขากำลังจดชื่อเธอเอาไว้ แล้วทำสัญลักษณ์เอาไว้ด้วย “เจียนหลิว...นายคิดว่าเขาโดนฆ่าจริงเหรอ?”

“สันนิษฐานเบื้องต้นจากสถานที่เกิดเหตุก็มีความเป็นไปได้ ต้องรอดูผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อีกที ตอนนี้ฉันพูดอะไรมากไม่ได้หรอก เอาไว้ฉันจะนัดวันให้มาอีกครั้งแล้วกันนะ ให้ฉันติดต่อมาหาเธอโดยตรงหรือว่าต้องผ่านผู้จัดการเธอ”

“เบอร์ของฉันก็ได้ แต่ถ้าฉันทำงานอยู่ พี่ว่านหนิงจะเป็นคนรับสายให้”

“โอเค…กลับไปทำงานเถอะ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะ” เสี่ยนเจียนหลิวเก็บสมุดเข้ากระเป๋าเสื้อคลุมแล้วเดินไปส่งหญิงสาวให้กับผู้จัดการที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ แล้วจากนั้นเขาก็ไปสืบสวนกับคนอื่นต่ออีกไม่กี่คน แล้วจากนั้นก็ไม่รบกวนเวลาทำงานของทุกคนแล้วกลับออกไป

รายงานผลการชันสูตรศพของชางไห่ระบุว่าเขาเสียชีวิตประมาณสองนาฬิกาของวันนี้จากการสำลักน้ำทำให้ขาดอากาศหายใจ บริเวณปอดพบว่าว่ามีน้ำอยู่ด้วย นอกจากนี้ในร่างกายพบสารที่เป็นยานอนหลับ บริเวณในช่องปากพบสารที่เป็นยาตัวเดียวกัน เสี่ยนเจียนหลิวจึงสันนิษฐานว่าชางไห่น่าจะทานยานอนหลับผสมกับน้ำดื่มแล้วดื่มเข้าไป จากนั้นเขาก็หลับอยู่ในอ่างอาบน้ำในลักษณะที่ร่างกายของเขาที่เป็นส่วนบนจมอยู่ใต้น้ำจนกระทั่งเสียชีวิต

“แสดงว่าเขา...ฆ่าตัวตายเองอย่างนั้นเหรอครับ?” เจ้าหน้าที่ในทีมฟังผลการชันสูตรแล้วเกิดคำถาม

“ถ้ามองผ่านๆ ก็ใช่ แต่ว่า…” เสี่ยนเจียนหลิวใช้ปากกาไวท์บอร์ดวงตรงข้อมูลสำคัญที่เขาสงสัย “ในที่เกิดเหตุไม่มีพวกแก้วน้ำหรือขวดน้ำอะไรที่มีส่วนผสมสารที่เป็นยานอนหลับเลย ในกรณีที่เขาตั้งใจฆ่าตัวตายจริงจะต้องมีภาชนะบรรจุน้ำอยู่ใกล้ๆ หรือต่อให้ใส่ในอ่างอาบน้ำ เราก็ต้องพบสารนั้นลอยกระจายอยู่บนร่างกายและเสื้อผ้าของเขาแต่กลับไม่มี นอกจากนี้รอยช้ำตรงไหล่ทั้งสองข้างนั้นมันน่าสงสัย ไม่มีน่าจะเกิดจากการที่ชางไห่กดตัวเองให้นอนลงไปแน่ ในกรณีที่เขาหมดสติไปแล้ว เขาไม่มีทางดันตัวเองให้ไปอยู่ในอ่างน้ำตอนที่หลับไปแล้วได้หรอก ดังนั้นผมคิดว่าเขาน่าจะถูกฆาตกรรมมากกว่า หน้าที่ของเราหาตัวคนร้ายให้เจอ จากผู้ต้องสงสัยตามรายชื่อนี้”

เขาเปิดหน้าจอโปรเจคเตอร์ให้ฉายภาพจากแล็บท็อปของเขา รายชื่อผู้ต้องสงสัยที่ใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์กับชางไห่ หลายคนเป็นคนดังและเป็นคนที่คาดไม่ถึงว่าเสี่ยนเจียนหลิวจะเลือกพวกเขาเป็นผู้ต้องสงสัย ก่อนจะเปิดภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดที่ได้มาจากนิติบุคคลของที่พัก

“จากภาพวงจรปิดตรงมุมบันไดทางหนีไฟที่อยู่ใกล้ห้องของชางไห่มากที่สุด เมื่อเวลาเที่ยงคืนสิบสองนาทีมีบุคคลสวมชุดคลุมสีเขียวเข้ม สวมหมวกปิดบังใบหน้าเดินมาจากมุมบันไดหนีไฟ มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของชางไห่ ไม่นานคนๆ นี้ก็เดินเข้าไปในห้องโดยที่ชางไห่เปิดประตูต้อนรับให้เข้าไป ก่อนจะออกมาอีกครั้งในเวลาเที่ยงคืนห้าสิบห้านาที มีความเป็นไปได้ที่บุคคลคนนี้คือผู้ก่อเหตุฆาตกรรมชางไห่”

“จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ในที่พักของชางไห่ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่นิติบุคคลขึ้นไปตรวจความเรียบร้อยเพราะมีลูกบ้านโทร.มาขอความช่วยเหลือพอดี เลยไม่มีใครรู้เลยว่าบุคคลในรูปนี้เป็นใคร” ทีมสืบสวนที่ไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติม ณ ที่พักที่เกิดเหตุให้ข้อมูลเพิ่มเติม “ภาพจากกล้องวงจรปิดจุดอื่นๆ ก็ไม่สามารถจับภาพใบหน้าส่วนอื่นได้ชัดเจนเลย จากรูปร่างของเขาดูสูงใหญ่เหมือนผู้ชาย แต่ผู้ต้องสงสัยที่หัวหน้าลิสต์ไว้…มีผู้หญิงด้วย มันจะไม่สมเหตุสมผลรึเปล่าคะ”

“อย่าลืมสิว่ารูปร่างที่ถูกปกปิดด้วยเสื้อผ้าจากภาพที่เราเห็น มันสามารถสร้างขึ้นมาได้ รูปร่างเขาดูสูงใหญ่ก็จริงถ้ามองจากด้านหลัง แต่ส่วนนี้…” เสี่ยนเจียนหลิวชี้ไปที่ส่วนขาของบุคคลปริศนาที่ขัดกับร่างกายท่อนบนที่ดูตัวใหญ่ “ขาที่เล็กออกเรียวไม่สมกับขนาดตัวด้านบน คนๆ นี้อาจจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้”

“คิดว่าเหตุจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้เป็นอะไรครับ”

“โดยนิสัยส่วนตัวแล้วเหยื่อเป็นคนที่ชอบบริหารเสน่ห์ของตัวเอง ทำให้มีเพศตรงข้ามเข้ามาติดพันหลายคน จากข้อมูลที่เรามีในตอนนี้เลยพุ่งเป้าไปที่เรื่องความสัมพันธ์ คดีครั้งนี้มีคนในสังคมจับตามองพอสมควร จะทำอะไรก็ระมัดระวังกันหน่อยก็ดี เข้าใจตรงกันทุกคนนะ”

ทุกคนรับทราบคำสั่งแล้วจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งตรวจสถานที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพุ่งเป้าหาตัวคนร้ายให้โดยเร็วที่สุด เสี่ยนเจียนหลิวนั่งอ่านคดีความนี้โดยละเอียดอีกครั้ง เขารู้สึกว่ามันมีบางจุดที่ผิดปกติแต่ไม่รู้ว่าเป็นจุดไหนกันแน่ จนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงเขาก็ยังไม่พบคำตอบนั้น

หญิงสาวในชุดแบรนด์เนมลงจากรถของผู้จัดการสาว หลังจากที่นั่งทำใจอยู่นานว่าจะลงไปตอนนี้เลยดีหรือไม่ เพราะไม่เห็นว่ามีเพื่อนๆ ในวงการที่บอกว่าถูกนัดให้มาสอบถามเพิ่มเติมเลยสักคนตั้งแต่มาถึงเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนแรกเธอกะว่าจะโทรหาคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ก่อนว่าเธอเข้าไปได้เลยหรือไม่ เนื่องจากมาถึงก่อนเวลาเป็นชั่วโมง แต่เขาน่าจะไม่ได้ว่างขนาดที่จะรับสายเธอ

“สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ” เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหน้าเอ่ยทักทายเธอ พอหญิงสาวถอดแว่นออกเขาก็ตะลึงไปในทันที “คุณอันเป่าอ้าย”

“ฉันมาให้ข้อมูลคดีชางไห่เพิ่มเติมค่ะ” เจ้าหน้าที่หนุ่มจึงพาเธอไปนั่งรอที่เก้าอี้ก่อน ตอนนี้เขายังไม่กลับเข้ามา อันเป่าอ้ายมองไปรอบตัวอย่างเกร็งๆ แม้จะไม่มีคนอยู่เยอะก็ตาม แต่ทุกคนล้วนจับจ้องสายตามองมาที่เธอคนเดียว เธอจึงต้องสวมแว่นกันแดดปิดบังใบหน้าเอาไว้เช่นเดิม

รู้อย่างนี้ให้ว่านหนิงมาด้วยก็ดี

“มาก่อนเวลานัดอีกนะ” ชายหนุ่มที่เพิ่งไปเข้าห้องน้ำมา เขาสังเกตเห็นว่ามีใครสักคนนั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขาอยู่ตั้งแต่อยู่ตรงมุมห้องแล้ว “เริ่มกันเลยมั้ย”

“ได้เลย ฉันพร้อมแล้ว”

“หัวหน้าคะ” หญิงสาวที่อยู่ในเครื่องแบบเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารสำคัญ “เอกสารที่ขอได้แล้วค่ะ แล้วก็พวกรุ่นพี่อยากให้หัวหน้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุหน่อยค่ะ”

“ได้” เสี่ยนเจียนหลิวลุกขึ้นหยิบเสื้อที่พาดไว้กับเก้าอี้ขึ้นมาสวมให้เรียบร้อย แล้วจับไหล่ซีหมิ่นให้นั่งลงตรงที่เขา “ฝากสอบปากคำอันเป่าอ้ายด้วยล่ะ”

“ขอรบกวนด้วยนะคะ” ซีหมิ่นพูดกับอันเป่าอ้าย เธอก็ถอดแว่นออกแล้วขยับเก้าอี้ไปใกล้เธอมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สอบสวนได้ใกล้ชิดมากขึ้น “คุณเคยได้ยินเรื่องที่คุณชางไห่ไปแย่งคนรักของคนอื่นมารึเปล่าคะ?”

“เอ๊ะ!? เขาทำแบบนั้นด้วยหรือคะ?”

“เหมือนจะเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะผู้หญิงคนนั้นก็ปิดบังสถานะของตัวเองด้วย”

“ฉันไม่เคยได้ยินอะไรแบบนั้นนะคะ รู้แค่ว่าเขาเป็นคนที่เจ้าชู้ไปเรื่อยเท่านั้น”

“ไม่แปลกหรอกค่ะ เขาหล่อ ดูดีขนาดนั้น จะบริหารเสน่ห์ตัวเองจนเกิดเรื่องแบบนี้มันถือเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้วล่ะค่ะ” ซีหมิ่นเปิดรายละเอียดจากการสอบปากคำของคนอื่นๆ แต่ละจุดจะมีรอยดินสอจดเอาไว้เป็นลายมือของเสี่ยนเจียนหลิวเธอจึงสอบถามหญิงสาวโดยยึดตามที่หัวหน้าของเธอเขียนเอาไว้เป็นหลัก “ก่อนหน้านี้ที่หัวหน้าสอบถามคุณ คุณบอกว่าเขาตามตื๊อคุณอยู่จนคุณรำคาญ แค่เหตุผลที่ว่าเขาเจ้าชู้อย่างนั้นเหรอคะที่ทำให้คุณบอกกับเขาแบบนั้น”

“สำหรับฉันชางไห่เป็นแค่เพื่อนร่วมงานค่ะ แล้วที่ฉันไม่ชอบเขาเพราะเขารุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉันทุกครั้งที่มีโอกาสทั้งคำพูดและการกระทำ”

“แสดงว่าในโลกโซเชียลฯ ที่เขาคุยกันเรื่องของคุณอันกับชางไห่ก็ไม่เป็นความจริงที่ว่าพวกคุณอาจจะแอบคบกัน แต่ต่อต้านไปเพื่อให้เป็นกระแสอย่างนั้นใช่มั้ยคะ?”

“ไม่คิดว่าคุณจะตามเรื่องของฉันด้วย ก็ใช่ค่ะ...ที่ฉันปฏิเสธเพราะมันไม่เป็นแบบนั้น” อันเป่าอ้ายเดาอารมณ์ของหญิงสาวตรงหน้าไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ สายตาที่นิ่งเฉยกับคำพูดนั้นดูขัดแย้งกันเองโดยสิ้นเชิง

“ที่สงสัยมีแค่นี้เองเหรอ? งั้นก็ตัดออกไปได้แล้วน่ะสิ” ซีหมิ่นบ่นพึมพำกับตัวเองคนเดียว อันเป่าอ้ายแอบได้ยินอีกฝ่ายพูดจึงถามเรื่องที่อยากถามออกไปบ้าง

“คนที่ถูกเรียกมาสอบสวนเพิ่มเติมทีหลังนี่คือถูกสงสัยว่าเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งนั้นเลยเหรอคะ?”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ หัวหน้า...เจ้าหน้าที่เสี่ยนไม่ได้บอกว่าทุกคนที่อยู่ในรายชื่อนี้เป็นผู้ต้องสงสัย อาจจะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกคนเท่านั้นเอง อย่างคุณอันเป่าอ้ายมีพยานบุคคลยืนอยู่ที่อยู่ อาจไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหรอกค่ะ”

อันเป่าอ้ายได้ยินแบบนั้นก็เบาใจไปเล็กน้อย แต่จนกว่าจะจับคนร้ายได้เธอยังคงมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นผู้ต้องสงสัยได้อยู่ นึกไม่ออกเลยว่าถ้าหากคืนนั้นว่านหนิงไม่มาอยู่ที่ห้องของเธอแล้วล่ะก็ ตอนนี้เธอจะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายขนาดไหน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว