email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทนำ หนึ่งวันของซุปตาร์ (2/2)

ชื่อตอน : บทนำ หนึ่งวันของซุปตาร์ (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 151

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ หนึ่งวันของซุปตาร์ (2/2)
แบบอักษร

ชายหนุ่มวัยกลางคนกำลังรอเจ้าหน้าที่อีกคนมารับเรื่องที่ประธานฮั่นมาแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายกับนักแสดงสาวชื่อดังที่กำลังยืนโพสต์อยู่ในโทรทัศน์ที่เปิดให้ประชาชนได้ดูอยู่ด้านหน้า เจ้าหน้าที่อยู่ตรงหน้าเขารับเรื่องไว้เป็นบันทึกประจำวัน แล้วจะรอเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ แต่ฮั่นลี่โม่ยังไม่ยอมจะให้พวกเขาเชิญตัวเธอมาที่นี่ ณ เวลานี้ให้ได้

“พวกคุณไม่เห็นเหรอ? ตรงนี้...” เขาชี้ที่มุมปากของตัวเองให้เจ้าหน้าที่ดู “ขนาดผ่านมาสองวันแล้วนะ รอยมันยังอยู่อยู่เลย ถ้าผมไม่หลบให้ดีล่ะก็ ป่านนี้ได้ปากแตกฟันหลุดไปแล้ว”

“โดนขนาดนี้แล้วยังพูดไม่หยุดได้ ผมว่าคงไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ” ชายหนุ่มที่เพิ่งกลับเข้ามาจากการตามจับผู้ต้องหาชิงทรัพย์เห็นรุ่นน้องกำลังลำบากใจกับผู้เสียหายที่ยังคงโวยวายไม่หยุด เขาอ้อมมาด้านหลังแล้วอ่านบันทึกประจำวันบนหน้าจอ “คุณถูกคุณอันเป่าอ้ายทำร้ายร่างกาย เลยจะฟ้องเธอให้ชดใช้ค่าเสียหาย”

“ใช่! พวกคุณต้องไปสอบสวนเธอเดี๋ยวนี้ ลากตัวเธอมาที่นี่เดี๋ยวนี้!” เสียงตะโกนของเขาเรียกความสนใจของทุกคนให้หันมามอง ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมหนังออกแล้วพาดกับเก้าอี้แล้วทำมือให้รุ่นน้องของเขาออกไปก่อนเพราะเดี๋ยวเขาจะจัดการเอง

“สิ่งที่คุณกล่าวหาคุณอันเป่าอ้ายมันเป็นการกระทำที่สามารถพูดคุยแล้วยอมความกันได้นะครับ ปล่อยผ่านมาตั้งสองวัน ผมว่าคุณกับเธอน่าจะคุยกันก่อน คู่กรณีของคุณเป็นคนดังด้วยนี่” เขาหันไปมองจอโทรทัศน์ “ถ้าเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการสืบสวนทั้งหมดแล้วกลายเป็นว่าคุณเป็นฝ่ายผิด มันจะส่งผลเสียต่อตัวคุณเองมากกว่านะครับ”

ฮั่นลี่โม่มีท่าทีเลิ่กลั่กหวั่นเกรงตามที่ชายหนุ่มตรงหน้าพยายามอธิบายให้เขาฟัง เจ้าหน้าที่หนุ่มแอบยิ้มมุมปากเพราะเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ที่อีกฝ่ายมาฟ้องเพราะว่าถูกทำให้เสียหน้า เลยจะเอาเรื่องหญิงสาวที่กล้าทำร้ายเขาให้ได้ โดยพื้นฐานของผู้หญิงแล้วจะไม่เริ่มทำร้ายใครก่อนง่ายๆ นอกจากว่าคนๆ นั้นทำอะไรบางอย่างให้เธอไม่พอใจจนเกินที่จะปล่อยผ่าน “แต่อย่างไรผมก็จะเรียกเธอและคุณมาไกล่เกลี่ยกันที่นี่อีกครั้งนะครับ วันนี้เชิญคุณกลับไปพักผ่อนก่อน”

ชายวัยกลางคนลุกเดินหนีไปโดยไม่พูดอะไรต่อทั้งนั้น เขากวักเรียกเจ้าของโต๊ะให้กลับมาประจำที่ของตัวเองเหมือนเดิม ส่วนเขาก็กลับมาทำงานที่โต๊ะของตัวเองเหมือนเดิม ลูกน้องที่ออกไปทำงานด้วยกันยื่นแก้วกาแฟร้อนๆ ที่เพิ่งชงให้เสร็จวางไว้ให้บนโต๊ะทำงาน

“พูดได้ดีมากเลยค่ะ เจ้าหน้าที่เสี่ยนเจียนหลิว” คนในทีมเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างๆ เขา แล้วปรบมือให้กับการแก้ปัญหาเมื่อสักครู่นี้ “พี่ไม่กลัวว่าจะโดนเขาหมายหัวอีกคนหนึ่งเหรอ”

“ทำไมต้องกลัวล่ะ”

“ผู้ชายคนนั้นคือประธานฮั่นลี่โม่ ประธานบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ เครื่องซักผ้า ตู้เย็นที่เราใช้ มาจากบริษัทเขาทั้งหมดเลย”

“ฉันรู้...แล้วทำไมถึงต้องกลัว เขาจะมายึดของคืนเหรอ”

“ผู้ชายคนนั้นมีอำนาจ ไม่กล้ามีใครทำให้เขาโกรธหรือโมโหหรอก เพิ่งจะมีผู้กล้าคนแรกอย่างอันเป่าอ้ายนี่แหละ ใครๆ ก็รู้ว่าประธานฮั่นชอบพูดจาไม่ให้เกียรติผู้หญิงอยู่ตลอด”

“ถึงยังไงก็ต้องเรียกทั้งสองคนมาคุยไกล่เกลี่ยกันอยู่ดี เผลอๆ อาจจะไม่ฟ้องแค่เรียกค่าเสียหาย เก็บค่าปรับเท่านั้นแหละ ทางเราก็เตรียมตัวกั้นประตูเอาไว้ให้ดีล่ะ” เสี่ยนเจียนหลิวหยิบกองเอกสารมาไล่ตรวจดูให้ดี งานใช้แรงเขายังไม่มีให้ทำในตอนนี้ เลยคิดว่าจะจัดการเอกสารกองโตตรงหน้าสักหน่อย

“ทำไมล่ะคะ?”

“คนดังมาสถานีตำรวจ มีหรือที่นักข่าวจะไม่แห่มาแย่งข่าวกัน”

 

อันเป่าอ้ายบำรุงผิวอยู่หน้ากระจกก่อนจะเข้านอนเหมือนทุกวัน นาฬิกาดิจิทัลบนกำแพงบอกเวลาและวันเดือนปีที่ว่าได้เข้าสู่วันใหม่และเธอควรจะไปเข้านอนได้แล้ว หญิงสาวย้ายตัวเองขึ้นไปบนเตียงนอนแล้วหยิบแผ่นมาสก์บำรุงผิวแปะไว้บนหน้าพร้อมกับจับเวลาไปพร้อมกับเช็คยอดติดตามในโลกโซเชียลมีเดีย

วันนี้เธอเพิ่งลงรูปคู่กับช่วงเหยียนเหยียนไป มีคนเข้ามาดูเยอะมาก ปกติเธอไม่ค่อยลงรูปคู่กับเพื่อนในกลุ่มสักเท่าไหร่ ถึงลงก็น้อยมาก ถ้าไม่ได้ทำงานร่วมกันก็จะไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกันสักเท่าไหร่ ในช่วงสองสามเดือนนี้จะได้เจอกับช่วงเหยียนเหยียนอย่างน้อยสี่วันต่อสัปดาห์มีฉากที่ต้องถ่ายทำด้วยกันเยอะพอสมควร

เพื่อนในกลุ่มอีกคนที่เจอตัวยากรองลงมาคือหลินฉี ที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวไปพร้อมกับการจัดการตารางงานแสนยุ่งยากนั้นให้จบภายในสองเดือนนี้ ถ้ามีตารางงานสั้นๆ อย่างเดินแบบหรือถ่ายแบบเป็นงานเดียวกันถึงจะได้เจอ ส่วนคนสุดท้ายลั่วมู่เฝิง สาวรุ่นใหม่ไฟแรงว่าที่ประธานสื่อสิ่งพิมพ์ที่อายุน้อยที่สุด ผู้ไม่เคยมีเวลาว่างมาเจอเพื่อนๆ เลย ได้เจอกันก็ต่อเมื่อพวกเธอจะได้รับเชิญไปเป็นนางแบบบนนิตยสารของหล่อนเท่านั้น

ถึงแม้ต่างคนต่างงานยุ่งแบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะละเลยกันไป ยังคงสอบถามพูดคุยเป็นห่วงกันอยู่ตลอด อย่างลั่วมู่เฝิงมักจะส่งของขวัญมาให้พวกเธอทุกเดือนเป็นการขอโทษที่ไม่สามารถมาเจอพวกเธอ แต่พวกเธอก็เข้าใจในฐานะผู้นำแบบนั้น มีเวลาว่างสิถึงจะแปลก

“ไอ้หมอนี่!” อันเป่าอ้ายเลื่อนความคิดเห็นของคนที่ติดตามชางไห่ เขาลงรูปเธอในบัญชีออนไลน์ของเขา แถมยังใส่คำประกอบภาพที่ชวนให้คิดว่าเขากับเธอนั้นมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกัน ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยด้วยซ้ำ

ครั้งนี้เธอก็จะทำเป็นไม่เห็นแล้วกัน...แต่ถ้ายังไม่หยุดเจอไม้แข็งแน่!

หญิงสาวลอกแผ่นมาสก์หน้าออกแล้วโยนใส่ถังขยะข้างเตียงนอน จากนั้นเธอดึงผ้าห่มมาคลุมร่างขยับตัวนอนตรงดีๆ สวมผ้าปิดตาแล้วนอนหลับพักผ่อน เก็บแรงไว้ทำงานในวันต่อไป

สัมผัสได้เลยว่าพรุ่งนี้...มีเรื่องให้เธอต้องใช้แรงอีกเยอะ

"คุณอันเป่าอ้ายเชิญค่ะ" พยาบาลเรียกหญิงสาวให้เข้ามายังห้องตรวจ ว่านหนิงให้เธอเข้าไปเพียงคนเดียว หมอประจำห้องตรวจยิ้มทักทายเธอเหมือนทุกที หญิงสาวนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม

"นึกว่าคุณจะโทรมาเลื่อนนัดอีกครั้งซะอีก"

"ครั้งก่อนที่เลื่อนมีงานด่วนนี่คะ"

อันเป่าอ้ายจะมาตรวจสุขภาพทุกสามเดือน ปกติไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายมากอยู่แล้ว อาศัยเดินหรือวิ่งตอนทำงานหรือท่องบทเท่านั้น ครั้งหนึ่งที่ร่างกายของเธอผิดปกติ จนต้องพักงานเป็นเดือนเพราะมาตรวจเจอช้าไป จึงต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาจากนั้นเธอจึงคิดว่าตัวเองควรตรวจร่างกายให้บ่อยขึ้นจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำงานอีก

ว่านหนิงนั่งรอหญิงสาวอยู่ด้านนอก มือถือของอันเป่าอ้ายอยู่กับเธอ มีการแจ้งเตือนว่าชางไห่ได้กล่าวถึงเธอบนโลกโซเชียลฯ ว่านหนิงเปิดมือถือของตัวเองเพื่อดูว่าชางไห่โพสต์อะไร เป็นรูปของเขาเองแต่มีการแท็กมาถึงอันเป่าอ้ายแล้วยังใช้คำบรรยายภาพเหมือนสื่อถึงเธออีก

“มีความพยายามเหมือนกันนี่ จะพยายามได้สักกี่วันเชียว” ระหว่างนั้นมีสายเรียกเข้าจากต้นสังกัดบนมือถือของเธอเอง หญิงสาวจึงกดรับทันที “สวัสดีค่ะ”

"ฉันคุยกับประธานฮั่นแล้ว เมื่อวานเขาไปแจ้งความอันเป่าอ้ายไว้แล้ว พยายามพูดให้ขอถอนแจ้งก็ไม่ได้ผล เดี๋ยวเจ้าหน้าที่น่าจะติดต่อไป พวกเธอก็เตรียมตัวเอาไว้ล่ะ ถ้าเจ้าหน้าที่ติดต่อมา…รายงานฉันด้วย"

“รับทราบค่ะท่านประธาน สวัสดีค่ะ” ว่านหนิงถอนหายใจออกมา สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ผล เธอหาข้อมูลเกี่ยวกับค่าปรับหรือการไกล่เกลี่ยเพื่อยอมความเผื่อเอาไว้ มั่นใจเกินครึ่งว่าหากเจ้าหน้าที่เรียกไปที่สถานีตำรวจล่ะก็ อันเป่าอ้ายอาจจะคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วทำร้ายคู่กรณีซ้ำต่อหน้าเจ้าหน้าที่แน่นอน

รอผลตรวจร่างกายไม่นาน จากนั้นพวกเธอเดินทางไปทำงานตามปกติ ว่านหนิงเลือกยังไม่บอกเรื่องที่ต้นสังกัดโทร.มาหา ถ้ารู้ว่าพวกเธอต้องไปสู้กับฮั่นลี่โม่กันเอง กลัวหญิงสาวจะระเบิดอารมณ์ออกมาแล้วอาละวาดจนงานต้องชะงัก

“พี่ว่านหนิง”

“หือ?” ว่านหนิงกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ จนไม่ได้ยินที่หญิงสาวถาม อันเป่าอ้ายเลยต้องสะกิดแรงๆ ถึงจะรู้สึกตัว “อะไรเหรอ”

“ถามว่าเย็นนี้ไปกินชาบูกันมั้ย? นานๆ ทีตอนเย็นจะว่างงาน ชวนคุณซูมาด้วยก็ได้นะ เดี๋ยวฉันเป็นเจ้ามือเอง”

“อืม…เดี๋ยวพี่ขอโทรถามเขาก่อนนะ จะให้คำตอบอีกที”

อันเป่าอ้ายกลับไปสนใจบทในมืออีกครั้ง แล้วจากนั้นก็เตรียมเข้าฉากเพื่อทำงานให้เสร็จ ระหว่างนั้นว่านหนิงได้รับสายจากเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบว่าประธานฮั่นลี่โม่แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายกับอันเป่าอ้าย เชิญให้พวกเธอมาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีที่สถานีตำรวจ อย่างน้อยหากอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรตุกติกก็ยังอยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ เธอตอบรับไปว่าเย็นนี้จะพาอันเป่าอ้ายไปรับทราบข้อกล่าวหา แล้วให้ทางนั้นนัดแนะประธานฮั่นมาได้เลย

เฮ้อ! จัดการให้จบ ชีวิตจะได้สงบสุขสักที!

อันเป่าอ้ายและว่านหนิงเดินทางมาที่สถานีตำรวจหลังจากทำงานของวันนี้เสร็จเรียบร้อย กำลังจะอารมณ์ดีหญิงสาวต้องมาอารมณ์เสียกับเรื่องของผู้ชายคนนั้นอีก แต่ก็ดีเธอจะเอาคืนให้สาสม

หญิงสาวนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ แต่ขยับออกห่างจากคู่กรณีแสดงออกชัดเจนว่าเธอไม่ได้พึงพอใจที่จะอยู่ใกล้เขา หลังโต๊ะตรงข้ามพวกเธอมีเจ้าหน้าที่กำลังรออยู่พอดี

"ฉันมารับทราบข้อกล่าวหาที่เขากล่าวหาฉันค่ะแล้วก็จะแจ้งความเขากลับด้วย"

"นี่! เธอจะมาแจ้งความอะไรฉันกลับ เธอทำร้ายร่างกายฉันชัดๆ เห็นมั้ยหลักฐานบนหน้าฉัน!?" ฮั่นลี่โม่ชี้ที่มุมปากของตนเองให้เธอดู อันเป่าอ้ายเอื้อมมือไปหยิบกระดาษเช็ดหน้าบนโต๊ะของเจ้าหน้าที่แล้วป้ายที่มุมปากของเขา ปรากฏว่ามีรอยสีแดงชมพูติดมาและมุมปากของฮั่นลี่โม่ไร้ร่องรอยบวมช้ำจากการถูกต่อยที่เขาชอบอ้าง

"มีเงินตั้งเยอะจ้างช่างมาแต่งให้เนียนกว่านี้หน่อย เครื่องสำอางถูกๆ แบบนี้ เอาไว้ไปแต่งหาเรื่องเด็กโง่ๆ เถอะไป"

"อันเป่าอ้าย!"

"ทำไม!?" ทั้งสองยืนมองหน้ากันไม่มีใครยอมใคร เจ้าหน้าที่ต้องใช้แฟ้มมาคั่นกลางห้ามศึกเอาไว้ก่อน ต่างคนต่างแรงทั้งคู่ ว่านหนิงจับนักแสดงให้นั่งลงเหมือนเดิม ส่วนอีกฝ่ายพอเห็นว่าเธอนั่ง เขาก็นั่งตาม "ฉันยอมรับว่าฉันต่อยเขาจริง แต่ที่ทำเพราะว่าเขาใช้คำพูดคุกคามฉัน สร้างความไม่สบายใจให้กับฉันก่อน ดังนั้นฉันไม่ผิด"

"เรื่องแค่นั้นเธอก็เอามาโทษฉันได้นะ คนอื่นไม่เห็นมีใครเดือดร้อนเหมือนเธอเลย เลิกใช้เป็นข้ออ้างได้แล้ว"

"ยังมีหน้าพูดออกมาหน้าตาเฉยอีกเหรอ!?" อันเป่าอ้ายยกแขนกำหมัดกำลังจะซัดหมัดใส่อีกรอบ มือหนาของใครบางคนมาจับข้อมือเธอไว้ได้ทัน ฮั่นลี่โม่เลยไม่ได้ปากแตกอีกรอบ

"ที่นี่สถานีตำรวจนะครับ ให้เกียรติสถานที่กันหน่อย อีกอย่างผมให้พวกคุณมาไกล่เกลี่ยยอมความกันเรื่องจะได้จบ ไม่ใช่ว่าให้มาแจ้งข้อหากันไปมาแบบนี้" เสี่ยนเจียนหลิวปล่อยมือออกแล้วเดินอ้อมมาอยู่ฝั่งเดียวกับพวกของตัวเอง "ถ้าคุณฮั่นลี่โม่ยืนยันจะแจ้งข้อหา คุณอันเป่าอ้ายก็จะต้องเสียค่าปรับและบำเพ็ญประโยชน์เป็นการชดเชย ส่วนคุณอันเป่าอ้ายจะแจ้งข้อหากับฮั่นลี่โม่ที่ใช้คำพูดทำให้เกิดความไม่สบายใจและอาจนำไปสู่เหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นทีหลัง สามารถลงบันทึกประจำวันไว้ได้เลยนะครับ แล้วจะมีการสอบสวนพยานหลักฐานในภายหลัง ผมเทียบกันแล้วคุณฮั่นลี่โม่อาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบนะครับ"

เสี่ยนเจียนหลิวอธิบายให้ทั้งสองคนได้พิจารณาเลือกหนทางที่ดีที่สุด ฮั่นลี่โม่คิดอย่างหนัก ขณะที่หญิงสาวคนสวยคนดังกลับมีท่าทีนิ่งเฉยมากกว่า

ทำไมคุ้นหน้าเจ้าหน้าที่คนนี้จังเลยนะ...

"ถ้าฉันถอนแจ้ง...เธอห้ามแจ้งความฉันกลับ"

"ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณขอร้องด้วย? ทั้งที่การที่ฉันจะฟ้องคุณ อาจทำให้ใครหลายคนได้ประโยชน์มากขึ้นก็ได้" อันเป่าอ้ายต่อรอง การคุกคามด้วยวาจามันอาจดูเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง แต่สำหรับคนที่พูดเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนฟัง บางคนกระทบจิตใจจนเสียความมั่นใจ คิดมากและหวาดระแวงไปเลยก็มี

ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ถึงจะมีคนสำนึกซะบ้าง!

"โอเคๆ ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกกับเธอ"

"ต้องไม่ทำตลอดไปไม่ว่ากับใครทั้งนั้นสิคะประธานฮั่น คำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ของคุณที่ชอบพูดถึงรูปร่างหน้าตาของคนอื่นว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ มันเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจและไม่ควรทำกับใครอีก"

"เข้าใจแล้ว! ไม่ว่ากับใครก็ตาม ฉันจะไม่ทำ พอใจมั้ย เพราะงั้นเธอ...ห้ามแจ้งความนะ" อันเป่าอ้ายยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้างพร้อมกับกอดอกไม่ได้พูดอะไรกับเขาต่อ ฮั่นลี่โม่เลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้โต๊ะของเจ้าหน้าที่เพื่อจะถอนแจ้งความ

อันเป่าอ้ายมองคู่กรณีจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น จนสายตาเธอไปสะดุดที่ข้อมือของเจ้าหน้าที่ที่มาจับมือเธอห้ามไม่ให้ทำร้ายร่างกายฮั่นลี่โม่ สายคล้องข้อมือเข้มที่มีลูกปัดสีขาวที่ดูคุ้นตา ยังไม่ทันได้ดูให้ชัดๆ ว่านหนิงก็มาจับไหล่เธอให้เตรียมกลับไปพักผ่อน ยังไม่ทันที่เธอจะลุกขึ้นก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนเดินเข้ามาแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นด้านหน้าสถานี

“มีนักข่าวมายืนรอเต็มหน้าสถานีเลยค่ะ ทำยังไงดีคะ”

“เดี๋ยวพวกคุณออกทางด้านหลังแล้วกันครับ เชิญทางนี้ครับ” เสี่ยนเจียนหลิวเดินไปหยิบกุญแจสำหรับเปิดประตูทางออกด้านหลัง

ระหว่างที่รอเขาปลดล็อคแม่กุญแจ อันเป่าอ้ายได้เห็นสายคล้องข้อมือของเขาชัดเจนมากขึ้น เชือกเส้นเล็กสีดำที่ถักเป็นลวดลายแบบง่ายๆ มีความกว้างประมาณเกือบหนึ่งเซนติเมตร ตรงกลางมีลูกปัดไม้และปลายสายมีลูกปัดสีขาวห้อยเป็นตัวล็อคไม่ให้หลุด เธอเอื้อมมือไปจับป้ายชื่อประจำตัวเจ้าหน้าที่มาดูชื่อเขา “เสี่ยนเจียนหลิว?”

“มีอะไรครับ?”

“เจียนหลิว...เจียนหลิว! นายจำฉันได้มั้ย?” หญิงสาวชี้มาที่ตัวเอง ให้เขามองหน้าเธอชัดๆ เธอไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้มาเจอกับเขาอีก ถ้าไม่เห็นสายข้อมือของเขาแล้วล่ะก็ คงจะสงสัยแล้วก็ลืมไปแน่ๆ

“...”

“ฉันเองไง อันเป่าอวิ้น...เราเคยเรียนห้องเดียวกันตอนประถม”

ความคิดเห็น