email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

ตอนที่ ๓ - ผลข้างเคียงของวัคซีน | NC20+

ชื่อตอน : ตอนที่ ๓ - ผลข้างเคียงของวัคซีน | NC20+

คำค้น : omegaverse,AlphaXAlpha,เมะxเมะ,Mpreg,20+,18+,NC20+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2564 21:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๓ - ผลข้างเคียงของวัคซีน | NC20+
แบบอักษร

ตอนที่ ๓ - ผลข้างเคียงของวัคซีน | NC20+ 

 

ตอนนี้นับว่าสถานการณ์ในบ้านเมืองค่อนข้างวิกฤติ สาเหตุจากแต่ละเขตจำนวนประชากรอัลฟ่าในทะเบียนลดน้อยลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ทางรัฐเร่งหาทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วน อย่างเช่นการใช้งบมหาศาลในการวิจัยตัวยาวัคซีนชนิดใหม่ขึ้นมาแบบลับๆ  

ผลลัพธ์ของยาชนิดนี้...หากได้รับวัคซีนติดต่อกันจนครบโดสในช่วงวัยที่ร่างกายยังไม่ถึงเวลารับรู้เพศสภาพ คือช่วงอายุ 12-18 ปี เพศสภาพจะมีเปอร์เซ็นในการเปลี่ยนแปลงเป็นอัลฟ่าได้สูงถึง 70% วัคซีนนี้จึงเป็นความหวังอย่างมาก ไม่เพียงแค่กอบกู้สถานการณ์ย่ำแย่ แต่หากสำเร็จวัคซีนจะสามารถขายได้ในราคาแพงลิบไปทั่วโลก โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเติบโตมาเป็นเบต้าหรือโอเมก้าที่ถูกกดขี่เรื่องเพศ 

เพราะไม่ว่าอย่างไรอัลฟ่าก็อยู่เหนือสุดแห่งห่วงโซ่อาหารอยู่วันยังค่ำ... 

“ผลชันสูตรร่างกายอัลฟ่าที่เสียชีวิตเมื่อวันก่อนออกแล้วนะคะท่าน” 

“เป็นยังไงบ้าง ได้เรื่องไหม” 

บทสนทนาของประธานาธิบดีหญิงอัลฟ่าและหัวหน้าศูนย์วิจัยยาซึ่งค่อนข้างจะเป็นความลับสุดยอด ดูจากการเข้าประชุมที่มีเพียงผู้เกี่ยวข้องไม่ถึงสิบคนเท่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นคนในทั้งสิ้น 

“แย่ค่ะ ร่างกายต่อต้านจนรับไม่ไหว” 

“หมายความว่ายังไง กี่คนผ่านไปก็ยังไม่คืบหน้าเสียที” 

“วัคซีนชนิดนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อทดลองฉีดให้อัลฟ่าแล้วร่างกายไม่ต่อต้านเท่านั้น ดิฉันเกรงว่า stem cell จากทรูอัลฟ่ายังไม่ตอบโจทย์ หากเราได้สเต็มเซลล์ของ Enigma มาจะมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จสูงกว่านี้” 

“หาตัวอีนิกม่าจากประชากรหนึ่งใน 100,000 คน ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรน่ะเหรอ” 

และที่ยากไปกว่านั้นการตรวจร่างกายตามปกติที่ทุกคนต้องรายงานตัวขึ้นทะเบียนเอาไว้ในแต่ละเขตก็ไม่สามารถบอกได้ว่าอัลฟ่าเป็นอีนิกม่าหรือไม่ ต้องใช้เครื่องมือแพทย์ตรวจอย่างละเอียดและเฉพาะทางเท่านั้นจึงจะตรวจพบ ดูเหมือนทุกฝ่ายจะกดดันประธานาธิบดีให้เร่งจัดการทุกอย่างโดยเร็ว 

“เราไม่มีเวลาแล้วนะคะท่าน ผลข้างเคียงของยาอาจทำให้ความลับแตกในเร็ววัน ยิ่งมีนักโทษเสียชีวิตทุกสัปดาห์แบบนี้” 

“งานนี้เราจะล่มไม่ได้เด็ดขาด เร่งหาตัวอีนิกม่ามาให้ได้” 

- 

Heathens of rocky mountain คือชื่อเต็มของเรือนจำแห่งนี้ เนื่องจากตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาร็อกกี้ เป็นเทือกเขาใหญ่ทอดยาวเป็นเส้นตรงกว่า 3,000 กิโลเมตร จากส่วนเหนือสุดของบริติชโคลัมเบียในแคนาดา ไปจนถึงนิวเม็กซิโกในสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง  

ที่นี่มีถนนสายหลักตัดผ่านเพียงเส้นเดียวที่สามารถวิ่งเข้าตัวเมืองได้ นอกนั้นเป็นธรรมชาติทั้งสิ้น มีหลากหลายวัฒนธรรมทั้งพวกที่สืบเชื้อสายมาจากสัตว์และชนเผ่าต่างๆ ที่ยังคงอาศัยในเขตป่าลึก ซึ่งส่วนมากที่ทางราคาแพงแถวนี้มักตกไปอยู่กับตระกูลใหญ่มั่งมีเก่าแก่ที่สืบทอดธุรกิจกันมารุ่นต่อรุ่น รัฐนี้มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 150,000 คน แต่ในเขตที่เซเวียสอาศัยนี้มีแค่ไม่กี่หมื่นเท่านั้น 

ส่วนที่เจริญที่สุดเป็นย่านโรดคิงส์ที่เซเวียสพักอาศัยและทำงานอยู่ แถวนั้นมีทั้งสถานที่เที่ยวกลางคืน ห้างสรรพสินค้าใหญ่โต สนามบิน มหาวิทยาลัย ศูนย์ราชการต่างๆ เป็นใจกลางเมืองที่ค่าครองชีพสูงเอาเรื่อง เดิมครอบครัวเซเวียสและลูอิสสนิทกันมานานตั้งแต่รุ่นพ่อทำให้พวกเขาสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่จำความได้ ครั้งแรกที่รู้ว่าตัวเองเป็นอัลฟ่าก็ตอนที่ไปนอนบ้านมันแล้วตื่นมาของแข็งตั้งโด่ Knot กลางอากาศตั้งแต่เช้ามืดนั่นล่ะ ตอนนั้นอายุ 15 ปีล่ะมั้ง 

ก็ไม่ต้องแปลกใจที่ลูอิสมันจะห่วงเขาถึงขนาดใช้เวลาโทรเยี่ยมนักโทษจนหมดโควต้า ขนาดมาเป็นโฮสต์มันยังเสนอตัวมาทำงานเป็นเพื่อนทั้งที่นั่งกินนอนกินเงินทองจากธุรกิจที่บ้านมันก็ใช้ไม่หมดไปทั้งชาติ  

“ลูอิส มึงเคยอยากเห็นตอนกูอยากไหม” 

“อยาก อยากอะไร?” 

“ตอนกูเงี่xน มึงเคยอยากเห็นปะ” 

“เชี่ย! แค่คิดกูก็ขนลุก คนไม่ปกติเท่านั้นที่จะอยากเห็นคนอื่นตอนเงี่xน” 

เออนั่นดิ... คนเราจะอยากเห็นคนอื่นตอนเวลาแบบนั้นไปทำบ้าอะไร วิตถารชิบหาย เซเวียสสบถคำหยาบอยู่ในใจขณะคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิท นึกถึงตอนที่ไอ้จากัวร์อะไรนั่นมันกวนตีนทำท่าทางข่มเขาแล้วก็อารมณ์เสีย นี่สินะที่เขาว่ากันว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ 

“แล้วนี่มึงได้เจอคนที่กูบอกรึยัง” 

“มึงหมายถึง?” 

“จากัวร์ไงมึง ไม่มีใครเส้นใหญ่ไปกว่านี้แล้ว” 

เซเวียสขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินชื่อนี้พลางเอามือป้องหูโทรศัพท์หันมองผู้คุมรอบตัวอย่างระแวดระวัง เขาถามปลายสายกลับไปด้วยเสียงเบาไม่ต่างจากกระซิบ 

“เรื่องนี้แหละที่กูอยากรู้ มึงอธิบายทีว่ามันเป็นใคร กูจะได้รู้ว่ากูต้องทำตัวยังไง” 

“แปลว่ามึงเจอมันแล้วดิ” 

“เออ กูเจอแล้ว” 

“ถ้างั้นก็ดีละ มึงคิดว่าคนที่มีแบ็คใหญ่ขนาดรวยที่สุดในรัฐจะยอมติดแหง็กอยู่ในคุกเส็งเคร็งนี่ด้วยข้อหากระจอกๆ อย่างค้ายาเสพติดไหม กูเองไม่รู้อะไรมากหรอกรู้แต่ว่ากูเป็นห่วงมึงอยากให้มึงอยู่รอดจนกว่าจะได้ออกมา” 

“ดูท่าจะห่วงกูมากนะ โทรเช็คกูทุกสามวัน” 

“ทำไมวะ กูห่วงไม่ได้ไง้?” 

“ใครจะกล้าขัดใจมึงล่ะโถ่” 

“แต่ว่าไอ้ที่มึงถามน่ะ...” เสียงปลายสายพูดแล้วเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ “ตอนมึงอยากกูก็เคยเห็นมาแล้วนะ ลืมเหรอ” 

“เชี่ยลูอิส...มึงยังไม่ลืมอีก ตอนนั้นมันสุดวิสัยเว้ย!” 

เซเวียสเผลอพูดเสียงดังจนทางฝั่งลูอิสถึงกับส่งเสียงหัวเราะในลำคอมาตามสาย ก่อนจะจบบทสนทนาลงเพียงว่าถ้าทางคุกอนุญาตให้เยี่ยมได้เมื่อไหร่มันจะรีบมาหาทันที หลังจากวางสายไปแล้วก็สบายใจขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยก็ยังมีมันเนี่ยแหละที่อยู่ข้างๆ เสมอ 

“แฟนโทรมาเหรอ เดินยิ้มมาเชียว” 

“ไม่ใช่เรื่องของมึงรึเปล่า” ดูมันแล้วกัน มาถึงก็กวนประสาททันที สงสัยอยู่ในคุกมันว่างไม่มีอะไรทำมั้งถึงเที่ยวเดินไปไหนมาไหนทั่วแดน  

“ก็ใช่” อีกคนตอบนิ่งพลางก้าวขาเข้ามาใกล้แล้วเลื่อนสายตามามองยังปากของเขา “แต่อยู่ในนี้มึงหัดระวังปากไว้บ้างดีไหม” 

“ทำไมวะ มึงจะรับน้องกูเหรอ ไม่กลัวหรอกนะมีสองมือสองตีนเหมือนกัน” 

“ถ้ามีแค่สองมือสองตีนแล้วคิดว่าจะอยู่ที่นี่รอดกูว่ามึงคิดน้อยไป”  

“มึงหมายความว่าไง” 

“อยู่ในคุกไม่ต้องใช้มือใช้ตีน แค่ใช้สมองสักหน่อยก็รอด” 

ยิ่งมันพูดเซเวียสก็ยิ่งไม่เข้าใจว่ามันต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ กับการอยู่ในคุกไม่กี่วันเขายังไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง สภาพไม่ต่างกับเด็กย้ายโรงเรียนใหม่ในวัยยี่สิบห้าปี  

“มานี่สิ กูจะพาไปดูอะไร” 

“อะไร?” 

“ตามมา” 

ติ๊ดดด~  

คีย์การ์ดสีน้ำเงินแตะที่ประตูลิฟต์เพื่อนำเขาขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้า ที่นี่มันไม่ได้มีไว้เพื่อให้ใครก็ได้ขึ้นมาแน่ๆ แต่อีกคนสามารถมีคีย์การ์ดอยู่ในมือและขึ้นมาได้อย่างสบายๆ คำพูดของลูอิสมันลอยเข้ามาในหัวเซเวียสทันที  

‘มึงคิดว่าคนที่มีแบ็คใหญ่ขนาดรวยที่สุดในรัฐจะยอมติดแหง็กอยู่ในคุกเส็งเคร็งนี่ด้วยข้อหากระจอกๆ อย่างค้ายาเสพติดไหม’  

“นี่มึงคงไม่ได้หลอกกูมาฆ่าใช่ไหม”  

เซเวียสหันมองรอบตัวอย่างระแวงเมื่อมาถึงชั้นดาดฟ้าสูงดูเหมือนเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ มองออกไปรอบตัวเห็นเกือบทุกอย่างในคุกทั้งเขตแดนนี้และเขตแดนอื่นที่อยู่ห่างออกไป ทางด้านตะวันออกติดกับเขตแดน X คือเขาและป่าใหญ่สุดลูกหูลูกตา   

“ก็ไหนบอกไม่กลัว”  

“กูไม่ได้กลัว แค่ระแวงคนแปลกหน้า” 

“ระแวงแต่เดินตามกูมาตั้งนาน” เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นก่อนจากัวร์จะพยักเพยิดไปยังถนนเส้นที่ตัดผ่านเทือกเขาเข้ามาทางประตูเรือนจำจากไกลๆ จนเซเวียสสังเกตเห็นว่ามีรถคันหนึ่งกำลังขับออกไปจากรั้ว “นั่นรถประธานาธิบดี” 

“ประธานาธิบดีเมดิสัน?” 

“ใช่ มาทุกอาทิตย์” 

“ประธานาธิบดีมาทำอะไรที่เรือนจำ”  

“คงไม่ได้มาเยี่ยมญาติในคุกแน่นอน” เสียงทุ้มกล่าวก่อนจะเดินออกมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าอีกตามเคย  

“กูไม่เข้าใจ ว่ามึงเอาเรื่องนี้มาบอกกูทำไม”  

“บอกให้มึงเตรียมใจมั้ง ว่าจะต้องเจอกับอะไรในคุกแดนนี้” ริมฝีปากหยักพรูลมหายใจสีเทาออกมาและตวัดสายตาคมมามองเขา “หลังจากโดนวัคซีนนั่นไปอะไรก็เกิดขึ้นกับร่างกายมึงได้” 

“งั้นทำไมมึงถึงไม่เป็นอะไร” 

“เรื่องนั้นกูก็อยากรู้ แต่มันคงเป็นเหตุผลให้กูต้องมาอยู่ที่นี่” 

“เข้าใจล่ะ แปลว่ามึงทำงานให้ใครบางคน แลกเปลี่ยนกับบางอย่างที่สมน้ำสมเนื้อพอให้คนอย่างมึงยอมติดคุกนรกนี่” 

จากัวร์ไม่ได้ตอบคำถามเพียงแค่เก็บบุหรี่ไฟฟ้าใส่กระเป๋ากางเกงพลางหันมาเลิกคิ้วมองเขาเหมือนประมาณว่าแล้วแต่จะคิดได้เลย ให้ตายเถอะ ไอ้หมอนี่มันจะเก็กไปถึงไหนวะ หมั่นไส้หน้าชิบหาย 

- 

หลังมื้อเย็นต่างคนต่างกลับเข้ามายังห้องขังตามปกติ แต่ช่วงดึกในคืนนั้นต่างหากที่มันกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าทุกอย่างชักจะไม่ปกติ... 

เซเวียสมีอาการเวียนหัวและคลื่นไส้มาตั้งแต่หัวค่ำ รู้สึกเหมือนจะไม่สบายอย่างบอกไม่ถูกแต่จำต้องอดทนเพื่อกลับเข้ามานอนในโพรงนอนหวังว่าอาการมันจะทุเลาลง ก่อนจะเผลอหลับไปเพราะพิษไข้แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกเพราะเหงื่อมันออกมาเยอะผิดปกติ เขาค่อยๆ ยันตัวลุกออกมาจากที่นอนเพื่อมาเกาะประตูห้องขัง ต้องการจะเรียกหาผู้คุมแต่เรี่ยวแรงดันไม่มีเหลืออย่างที่ใจต้องการ ตามันพร่าเบลอไปหมด  

‘หลังจากโดนวัคซีนนั่นไปอะไรก็เกิดขึ้นกับร่างกายมึงได้’ 

 

หรือว่า...  

คืนอัปยศที่สุดในชีวิตอัลฟ่าตัวหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว 

**เนื้อหาต่อจากบทนำ** 

 

นี่เขากำลังจะตายใช่ไหม? 

ไอ้อาการครั่นเนื้อครั่นตัวร้อนรุ่มไปทั้งร่างกายจนควบคุมอะไรไม่ได้แบบนี้มันคืออะไร เกิดมายี่สิบห้าปีอัลฟ่าผู้อยู่เหนือห่วงโซ่บนสุดไม่เคยต้องเจอกับมันมาก่อน 

“อึก...เป็นอะไรไปวะ” 

เสียงต่ำสบถ ท่อนแขนเรียวยาวกอดบริเวณช่องท้องปวดทรมานของตัวเอง เขาทรุดตัวลงนอนขดตัวอยู่บนพื้นห้องขังเนื้อตัวถูไปมากับพื้นเขรอะขึ้นสนิมตะแกรงเหล็กท่อ เพดานสูงกลางห้องมีเพียงแสงจากดาวไม่กี่ดวงลอดผ่านพอให้อัลฟ่าตัวหนึ่งร่ำร้องขอความช่วยเหลือ 

เท้าเปล่าตะเกียกตะกายยันร่างตัวเองถอยร่นไปชนมุมหนึ่งของห้องขังในยามวิกาล ความต้องการอย่างแรงกล้าไหลมากองรวมกันที่บริเวณช่องท้องลงต่ำสู่ส่วนกลางลำตัว ร่างกายส่วนที่ควบคุมไม่ได้ตื่นตัวขึ้นมา 

ด้วยประสบการณ์คลุกคลีกับโอเมก้ามานักต่อนักทำให้เซเวียสรู้ตัวทันทีว่าไอ้อาการอยากจนแทบตายแบบนี้มันคืออะไร แต่เขาเป็นอัลฟ่าแต่กำเนิด! มันไม่มีทางเป็นไปได้...ไอ้อาการแบบนี้มันต้องเกิดกับโอเมก้าสิวะ  

อัลฟ่าไม่มีทางรัทได้ถ้าไม่ถูกกระตุ้นจากฟีโรโมนของโอเมก้า 

“มะ ไม่ไหว อ...อ่า” 

สมองส่วนยับยั้งชั่งใจดับสลายลงทันทีเมื่อความอยากพุ่งทะยานสูงสุด เม็ดเหงื่อไหลผุดออกมาท่วมโทรมกายเปียกชื้นเนื้อผ้าบางในชุดนักโทษคุมขัง เสียงครางต่ำในลำคอเล็ดรอดไรฟันออกมา เขาโน้มตัวลงในท่าคลานกับกองผ้าห่มและหมอนในโพรงนอน มือเรียวสั่นระริกสอดล้วงเข้าไปในกางเกงตัวใหญ่สัมผัสกับอวัยวะแข็งและเปียกแฉะจนเลอะเทอะจับรูดมันขึ้นลงตามสัญชาตญาณตัวเอง 

ไม่ แค่นี้มันไม่พอ... มือสวยเอื้อมไปข้างหลังผ่านเรียวขายาวที่อ้าออกกว้างเหมือนโอเมก้าร่านอยากตัวหนึ่งที่ถึงเวลาฮีทก็แหกขารอให้อัลฟ่ามาเอา เชี่ยแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเขา  

“อึ่กก...ฟัคค!” 

เขาต้องการอีก อยากได้อีก มากกว่านี้ อยากโดนเอามากกว่านี้...  

เสียงหอบหายใจขาดห้วงดังลอดผ่านหมอนที่เจ้าตัวพยายามใช้ปิดเสียงคราง แม้สมองจะต่อต้านแต่มันกลับตรงข้ามกับร่างกายทุกอย่าง เสียงครางกระเส่าดังขึ้นพร้อมกับข้อมือเรียวที่ขยับกระแทกรัวเร็วสอดใส่เข้าออกผ่านช่องทางเยิ้มแฉะฉ่ำไปด้วยความต้องการ  

“อะ...อ่า...อื้มม” 

ในหัวของเซเวียสไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้วนอกเสียจากความต้องการที่จะปลดปล่อยกำหนัดแสนอึดอัดข้างในให้พรั่งพรูออกมา นิ้วเรียวทั้งสามคาอยู่ในช่องทางคับแน่นเร่งจังหวะซอยนิ้วเน้นถี่ สะโพกแอ่นขึ้นตามความอยากนั้นขยับเข้าหานิ้วตนเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ไม่รู้ตัวเองทำอะไรลงไป ไม่เคยอยากถึงขนาดนี้มาก่อน  

เจ้าตัวไม่มีทางรู้เลยว่ากลิ่นฟีโรโมนของตัวเองมันฟุ้งกระจายโชยไปถึงห้องขังฝั่งตรงข้ามที่มีอัลฟ่าอีกตัวหนึ่งกำลังจะคลุ้มคลั่งเพราะกลิ่นหอมยั่วยวนชวนให้แหกคุกออกไปย่ำยี จากัวร์กัดฟันกรอดวิ่งพล่านไปทั่วห้องขังเพราะกลิ่นหอมเตะจมูกนั้น มือหยาบใหญ่ตะเกียกตะกายฝาผนังคุกเพื่อเบนความสนใจไปจากกลิ่น แต่มันกลับไม่ได้ผลเท่าที่ควร

“ไม่ไหว...มะ มัน อึ่ก อ๊ะ...”

แน่นอนว่าจากัวร์เห็น...เห็นว่าอัลฟ่าห้องฝั่งตรงข้ามกำลัง ‘ฮีท’

เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่มีทางที่อัลฟ่าจะฮีทขึ้นมาได้และไม่มีทางอย่างยิ่งที่อีกคนจะเป็นโอเมก้า แต่เสียงครางกระเส่านั่นมันเริ่มดังขึ้น ดังพอที่จะทำให้อัลฟ่าอย่างเขาสติแตกได้ เสียงคำรามในลำคอแกร่งเล็ดรอดไรฟันมาอย่างหมดความอดทน

“พอสักที! หยุดปล่อยกลิ่นนั่นออกมาได้แล้ว”

ประตูห้องขังในแดนนี้อาจจะแหลกเป็นจุลเร็ว ๆ นี้หากอีกคนยังไม่หยุดส่งกลิ่นออกมา อัลฟ่าในคุกนี่จะต้องแห่มากันทั้งฝูงเพื่อย่ำยีอีกคนจนไม่เหลือ

“ไม่ได้ กูหยุดไม่ได้ ขอร้อง...”

“แม่งเอ๊ย!!”

เสียงสบถดังลั่นมือหนาล้วงหยิบคีย์การ์ดในกระเป๋ากางเกงออกมาอย่างลนลานเปิดประตูและพุ่งตัวตรงไปยังห้องฝั่งตรงข้าม กลิ่นฟีโรโมนทำเอาของแข็งตื่นตัวทันใดแต่ก็ยังไม่เท่ากับภาพที่เห็นตอนนี้ จากัวร์ชะงักกึกหยุดยืนมองภาพตรงหน้าดั่งต้องมนตร์...

เขาขบกรามกรอดเมื่อเห็นร่างโปร่งนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนถลกกางเกงร่นลงมายังต้นขาอ้าออกกว้าง นิ้วเรียวคาอยู่ในช่องทางเยิ้มฉ่ำ เซเวียสเหลียวหลังหันใบหน้ายั่วยวนมองมายังอีกคน ดวงตาสีน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีฟ้า รูม่านตาเรียวเล็กเป็นวงรีเหมือนกับแมวไม่มีผิด

“ม...มึง ขะ เข้ามาได้ยังไง”

ไม่ได้รับคำตอบใดทั้งสิ้น ได้รับเพียงเสียงคำรามต่ำในลำคอ ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด รู้ตัวอีกทีจากัวร์ก็พุ่งมาถึงตัวเขาเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเวลาให้ฉุกคิดความต้องการอยู่เหนือทุกสรรพสิ่งทั้งปวง

“อืมมม”

ท่อนแขนแกร่งคร่อมเหนือร่างกายบางกว่า ใบหน้าคมกดลงฝังจมูกสูดกลิ่นหอมแถวท้ายทอยลงต่ำมาตามแนวกระดูกสันหลัง เผลอครู่เดียวชายเสื้อก็ถูกถอดออกจากหัว เซเวียสแทบไหลลงไปจมกับกองผ้าห่มเมื่อปลายลิ้นสากลากเลียกลางแผ่นหลังและแนบต้นขาเข้ากับสะโพกของตัวเอง ท่อนลำแข็งเกร็งเสียดไถไปมากับร่องร้อนตามแนวยาวขึ้นลงจนไปสะดุดกับส่วนหัวขยายบานออก

เขากลายเป็นโอเมก้าร่านอยากที่ยกสะโพกขึ้นเสยหาท่อนลำแข็งเกร็งของอัลฟ่า น้ำอยากไหลปริ่มฉ่ำแฉะซอกขาเรียวและรอบช่องทางร้อนพร้อมสำหรับการสอดใส่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ถูกแตะเนื้อต้องตัว น่าอับอายเป็นบ้าแต่ก็หยุดมันไม่ได้

“อึก...กูไม่รู้ ไม่รู้เป็นอะไร”

“กางขาออกกว้างๆ”

“อืออ...อื้อ”

จากัวร์ซี๊ดปากครางต่ำพลางแบะเนื้อสะโพกอวบพอดีมือให้อ้าออก อีกมือล้วงเอาลูกรักใหญ่โตแข็งจัดออกมาฟาดกลางร่องเยิ้มน้ำเสียวจนได้ยินเสียงลามกดังแจ๊ะๆ แค่นั้นเซเวียสก็ขมิบรูจีบอย่างทนไม่ไหว

กระทั่งปลายใหญ่จ่อปากทางแล้วดันแทรกเข้าไปในช่องทางที่ขยายออกรับขนาดของท่อนลำได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าร่างกายของอัลฟ่าที่ไม่เคยถูกใช้งานช่องทางนี้จะสามารถรับความใหญ่โตเข้าไปแบบไม่มีฝืดฝืน เซเวียสหลับตาแน่นกัดริมฝีปากระบายความกระสันช่องทางบีบรัดเป็นจังหวะ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าตอนถูกเติมเต็มมันรู้สึกดีขนาดนี้

“อาห์...กลิ่นมึง”

“อ...อ่าา กูบังคับมัน อึ่ก...ไม่ได้”

เซเวียสเอี้ยวตัวหันไปมองคนด้านหลังที่กดใบหน้าคมฝังลงมาตรงแถวท้ายทอย จมูกโด่งเป็นสันฟอนเฟ้นสูดกลิ่นฟีโรโมนหนักๆ พร้อมกับขยับเอวแกร่งโยกเป็นจังหวะและเร่งขึ้นในตอนที่ตาคมสบเข้ากับดวงตาคู่สวย มือหนาสอดเข้าไปกอดรวบเอวบางกว่ารั้งให้ต้นขาแนบติดกันแน่นสนิท

จากัวร์กำลังจะหน้ามืดเพราะฟีโรโมนของเซเวียสเขาหยุดฝังจมูกกับต้นคออีกคนไม่ได้ และแทบจะอดใจฝังเขี้ยวกัดทำพันธะไม่ไหว ยิ่งช่องทางอุ่นขมิบตอดรัดอย่างหนักเอวสอบก็ยิ่งโยกซอยเร่งจังหวะถี่ขึ้นเขากดส่วนหัวลงลึกและงัดมันขึ้นจนครูดไปตามผนังร้อน มือหนาเลื่อนลูบแผ่นอกแบนราบหากแต่ตุ่มไตแข็งชันยิ่งเขี่ยสะกิดก็ยิ่งมันมือ

“อะ...อ๊ะ...อ๊าา ยะ...อย่าบีบแรง”

ริมฝีปากสวยถูกงับเม้มแน่นเผยอครางกระสัน ยิ่งมือหนาจงใจบีบเค้นกลางอกเน้นขยี้คลึงตุ่มไตขึ้นสีช่องทางกระสันร้อนรุ่มก็ยิ่งตอดรัดจนอัลฟ่าอย่างจากัวร์แทบจะไม่อยากออมแรง เสียงคำรามต่ำคลออยู่ข้างใบหูจากนั้นสมองของเซเวียสก็แทบจะว่างเปล่า

เขาปรือตาเหลือบมองใบหน้าคมเหงื่อแตกพลั่กกัดฟันกรอด แขนหนาข้างหนึ่งยันผนังห้องขังไว้ขึ้นมัดกล้าม เช่นเดียวกับเอวหนาที่จงใจควงท่อนลำใหญ่คว้านไปถึงจุดเสียวลึกสุดทางแท่งร้อนด้านหน้าของเขาก็ขย้อนน้ำปริ่มออกมาเลอะไปหมด

ตรงนั้น...ไม่ไหว ทำไมมันถึงรู้สึกดีขนาดนี้  

เขาเผลอเกร็งช่องท้องรู้สึกถึงส่วนปลายหยักบานที่กระแทกเน้นลงไปยังจุดเสียวด้านในย้ำๆ เสียงน้ำเงี่xนฉ่ำแฉะอาบซอกขาด้านในไหนจะแท่งร้อนด้านหน้าที่กระเด้งไปตามแรงกระแทกถี่รัวไม่เว้นจังหวะ ท่อนลำปูดเส้นเอ็นขยายคับแน่นคาร่องสวาท เส้นขนดกดำเสียดครูดปากทางจนคันยิบแข้งขาเรียวสั่นระริกอย่างทนไม่ไหว 

“ซี๊ดดด อาห์...ฟัคคค!” 

“มึง...อ...อ๊ะ กู...ไม่ไหว อ๊าาา!” 

มือหนาเลื่อนขึ้นมาปิดปากเซเวียสไว้เพราะเสียงครางอาจทำให้พวกอัลฟ่าที่อยู่ในห้องขังห่างออกไปตื่นขึ้นมา จากัวร์ไม่รู้ว่าพวกมันได้กลิ่นอีกคนไหมด้วยระยะห่างขนาดนี้แต่ที่แน่ๆ เขากำลังจะน็อตค้างในตัวเซเวียสตอนนี้ 

ใบหน้าได้รูปส่ายสะบัดไปมาเพราะกำลังจะไปสู่จุดสุดยอดแห่งอารมณ์ เอวแกร่งกระหน่ำซอยถี่รัวราวปืนกลไม่เว้นจังหวะจนผู้ตกอยู่ใต้อาณัติอย่างเซเวียสตัวโยกโยนตามแรงกระเด้าเอวสอบเฉกเช่นสุนัขตัวผู้ที่กำลังติดสัตว์ พวกเขากำลังตะเกียกตะกายไปสู่จุดสุดยอด 

“อึกก...อ่าาา...ส์” 

“อ๊าาา! ฮ่ะ อื้ออออ!!” 

เสียงคำรามในลำคอครางยาวก่อนมือหนาจะจับคางเรียวอีกคนให้หันมาและประกบริมฝีปากจูบค้างไว้ในจังหวะที่เซเวียสตัวกระตุกอย่างแรงน้ำรักด้านหน้าก็ปล่อยออกมาเปียกเลอะเทอะ เช่นเดียวกับช่องทางร้อนรุ่มที่ถูกเอาจนเป็นฟองน้ำคาวผสมมั่วซั่วกับน้ำอยากไหลดิ่งลงมาตามง่ามขาสั่นๆ 

ริมฝีปากบดเบียดประกบแน่นจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เซเวียสหอบหายใจแฮ่กรู้สึกได้ถึงแรงฉีดน้ำกามของอีกคนที่มันพ่นเข้าไปข้างในช่องทางทั้งขมิบถี่ทั้งดูดกลืนจนหมดเกลี้ยงประหนึ่งหิวโหยมาจากไหน ขณะที่ร่างบางกว่าหมดแรงทิ้งตัวลงนอนหลับตาจากัวร์ก็ค่อยๆ ถอนกายออกไปจากช่องทางอุ่นช้าๆ ลิ้นร้อนแลบเลียริมฝีปากตัวเองสัมผัสถึงน้ำลายใสที่ติดจากปลายลิ้นเซเวียสออกมาบนปากตัวเอง มุมปากหยักคลี่ยิ้มเล็กน้อย… 

ในหัวของเซเวียสอาจมีแต่คำถามว่า ทำไม เพราะอะไร เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายนี้กันแน่ แต่สำหรับจากัวร์เขากำลังถูกใจร่างกายของเซเวียสอย่างที่ไม่เคยถูกใจมาก่อน 

ต้องขอบคุณไอ้ผลข้างเคียงยานรกนี่ใช่ไหม? 

 

#คุกทดลองอัลฟ่า 

 

           เป็นไงบ้างงง แค่ยาดมไม่น่าจะพอ หวังว่าจะถูกใจทุกทั่นนน บอกแล้วว่าคู่นี้มันไม่ธรรมดา ตอนนี้เซเวียสแค่เพิ่งเริ่มฮีทยังเอาหนักขนาดนี้แล้วที่เหลือนี่จะขนาดไหน ถ้าชอบก็ช่วยคอมเม้น+ติดแท็ก ให้กำลังใจเค้าด้วยน้าจะได้มาอัพตอนต่อไปเร็วๆ ขอบคุณสำหรับการติดตามค้าบ ร้ากกก 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว