ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม่ทันตั้งตัว

ชื่อตอน : ไม่ทันตั้งตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 112.3k

ความคิดเห็น : 175

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2564 07:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ทันตั้งตัว
แบบอักษร

  

  

  

ตอนที่ 23 

ไม่ทันตั้งตัว 

[Vee Vivis] 

  

  

  

ผมกลับมาทำงานในตอนเช้าเหมือนที่บอกมาร์คไว้ ส่วนมาร์คมันอยู่ที่นั่นต่อ เห็นว่าอีกสองสามวันถึงจะกลับไปที่มอ เพราะช่วงแรกๆ มันไม่ได้เรียนอะไร ซึ่งผมก็เข้าใจ และการอยู่ที่นั่นของมันก็ทำให้ผมรู้สึกดี

ใช้เวลาว่างกับเด็กในท้องของพลอย ดีกว่าใช้กับไอ้เด็กเวรนั่น

ใช้ความน่าสงสารเข้าหามาร์คอย่างนั้นเหรอ ใช้ความเหมือนจนน่าเห็นอกเห็นใจมาหลอกล่อมาร์คใช่ไหม มันผิดไปแล้วล่ะ เพราะคนที่มาร์คจะสงสารจนยอมทุกอย่างมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น คนที่จะหวั่นไหวกับความมีเสน่ห์ของมาร์คก็ต้องเป็นผม แค่ 

ผมคนเดียวที่มีสิทธิ์เกี่ยวข้องกับมาร์ค

 

Rrrr~

 

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ทำให้ผมต้องก้มลงมอง วางเอกสารที่เขียนแผนงานไว้แล้วกดรับมัน

 

[โทรหากูเหรอคะสุดหล่อ]

“อือ”

[แหม เสียงนิ่งเชียว มีอะไรยังไงคะ] เสียงแสบหูของปลายสายว่าออกมาสมกับความเป็นนักข่าวของมัน

“ช่วงนี้ทำอะไร” ผมถามดิว

[ก็รับงานครีเอทไปเรื่อย อะไรเนี่ย มาไม้ไหนนะพ่อวี" มันว่าต่อ

“แล้วเพจมึงเนี่ยครีเอทเองหรือเปล่า” ผมถาม

[เองสิคะ]

“แล้วว่างรับงานเพิ่มไหม จ้างไปครีเอทความรักของน้องชายมึงหน่อย” ผมบอก

[น้องชาย? ทิวไผ่น่ะเหรอ?]

“เออ พี่น้องร่วมท้อง ไม่ใช่พี่น้องร่วมห้อง” ผมบอก

[เรื่องอะไร กูตกข่าวเหรอ?]

“ไปลาออกจากเจ้าของเพจนะ”

[อธิบายสิ]

“มันยุ่งกับเมียกู" ผมบอกออกไปในที่สุด

[ยุ่งของมึงนี่คือ...]

“มันอ่อยเมียกู อ่อยแบบถ้าได้ก็จะเอาแบบจริงจัง” ผมบอก แล้วปลายสายก็เงียบไป

[แล้วมาร์คมัน...]

“เคยหวั่นไหว แต่กูไม่ยอมให้รู้สึกอะไรหรอก กูมาบอกมึงเพราะเห็นว่ามันเป็นน้องมึงนะดิว ไม่งั้นกูเล่นแล้วนะ” ผมว่าต่อ

[เดี๋ยวกูจัดการให้ มันจะมาพรากลูกกูจากอกมึงไม่ได้] แค่นั้น ดุจดิวเจ้าของเพจดังบอกกับผมแค่นั้นแล้ววางสายไป

มันคงไม่ได้สนใจหรือไม่ได้อัปเดท เพราะผมก็ได้ยินมาจากยี่หวาว่างานของมันก็ล้นมือพอสมควร ผมเลือกที่จะคุยกับดิวเพราะจำได้ว่าเด็กนั่นมันเชื่อฟังพี่ตลอด สังเกตแล้วมันคงกลัวพี่ แล้วพี่มันดันเป็นเพื่อนผม เป็นเพื่อนที่เห็นดีเห็นงามกับความรักของผม

ผมทำงานส่วนของผมต่อ ก่อนจะขยับไปช่วยทางของเต้ ช่วงนี้มันดูจะเครียดกับเรื่องของพี่มันอยู่มาก แต่มันก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ผมฟังอีก แค่บอกว่าพี่ไปทำผู้หญิงท้อง แล้วตอนนี้ผู้หญิงก็หายไปไหนไม่รู้ แต่มันบ่นกับผมเพราะพี่มันไม่ได้แสดงออกว่าเสียใจที่แฟนหาย แต่กลับทำตัวปกติซะงั้น

“มึงเคลียร์ทางนั้นให้ได้ก่อน มึงจะอยากได้อะไร มึงหาเขาเจอยัง?” ไอ้เต้เดินคุยโทรศัพท์เข้ามา ท่าทางหัวเสียของมันทำให้ห้องเงียบๆ นี่ร้อนขึ้นมาทันตา

“...” ผมก็ได้แต่เงียบแล้วพยักหน้าตอบมัน ว่าให้คุยได้ ที่นี่ไม่ได้มีใครและผมไม่ถือ

“มึงจะมาอยากได้คืนอะไรตอนนี้วะ วุ่นวายกูคุยกับแม่อีก เออๆ แม่ง...” มันสบถแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะของตัวเอง

“ใจเย็นเฮ้ย” ผมบอกเพื่อน

“แม่ง...ยุ่งยากไอ้สัส ตอนนี้มาอยากได้ลูกคืน กี่เดือนแล้วทำไมเพิ่งคิดได้ มันไม่ได้อยากได้ลูกหรอก กูว่ามันอยากได้แม่” มันบ่นออกมา

“เออ เขาคิดได้ก็ดีแล้วไหม” ดีกว่าไอ้คนบางคนที่หายหัวไป แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้มันกลับมาหรอก มาร์คเองก็ภาวนาอยู่ทุกวันว่าอย่าได้เจอมันอีก

“วุ่นวาย แล้วมึงเป็นไง” มันบ่นแล้วถามต่อ

“ก็ไม่ไง” ผมตอบปัดๆ ที่นี่ไม่มีใครรู้เรื่องของผม เรื่องพลอย เรื่องลูก เรื่องมาร์ค ทุกคนรับรู้แค่ว่าผมรับมากๆ ในวันศุกร์ หายไปในวันเสาร์ วันอาทิตย์ติดต่อไม่ได้ แล้วค่อยโผล่มาอีกทีวันจันทร์เพราะคิดถึงแฟน ต้องไปอยู่กับแฟนบ่อยๆ นั่นคือสิ่งที่คนที่นี่คิด

“อาทิตย์นี้เข้าไปหาน้องมันอีกไหม” เต้ถาม

“ไม่ว่ะ งานกูเยอะ”

“มึงก็ให้เขามาหาก็ได้นี่หว่า” เพื่อนว่าแบบนั้นผมเลยพยักหน้าให้

“ถ้ามันว่างมันก็จะมาแหละ” ผมบอก

งานของแต่ละวันของแต่ละคนก็ยังเหมือนเดิม ติดที่ผมนี่แหละที่มันเพิ่มขึ้นมากกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา นอกจากดูหน้างานแล้วตอนเย็นยังต้องมาเคลียร์เอกสาร แล้วตอนเช้าผมก็ต้องเข้าประชุม เป็นแบบนี้ทุกวันมาสักระยะแล้ว และดูเหมือนว่าร่างกายผมจะชินกับมันไปแล้วด้วย

พอตกมาเช้าที่ว่างแบบนี้ผมเลยแปลกๆ ผมมองหาโทรศัพท์ก่อนจะเข้าแอพพลิเคชันที่ใช้คุยกับมาร์คเป็นประจำ มันส่งรูปตัวเองที่อยู่หน้าห้องมาให้ผมดู แล้วผมก็ส่งรูปตัวเองตอนตื่นนอนไปให้มัน

 

Rrrr~

 

“อือ”

[วันนี้พี่ไม่มีงานเหรอ?] มาร์คถาม ตั้งแต่วันนั้นที่มันสารภาพว่าไปจูบไอ้เด็กเวรนั่น มันก็ขยันคุยกับผมมากขึ้น ถามผมก่อนก็มีแล้วเดี๋ยวนี้ เมื่อก่อนเหรอ รับสายแล้วเงียบคือนิสัยมันเลย

“รู้ได้ไง” ผมถามกลับ

[ก็พี่ตื่นสาย]

“อืม ไม่มี กูไปหาไหม? มึงว่างหรือเปล่า” ผมถามกลับ

[เคลียร์งานเสร็จหมดแล้วเหรอ]

“ใช่ หมดแล้ว ก็ว่างทั้งเสาร์อาทิตย์เลย” ผมบอก

[มาได้จริงเหรอ] มาร์คถามเสียงอ้อน เหมือนจะไม่อยากให้ไปแหละคำพูดมัน แต่ใจจริงๆ คืออยากเจอผมใจจะขาด

“ได้สิ”

[พี่เพิ่งได้พักอะ]

“อยู่กับมึงมันดีมากกว่าพักอีกนะ” ผมบอก

[แล้ว…]

“อยากให้ไปไหม”

[ก็ อือ]

“หึ! ก็แค่นี้” ผมบอกกลับ

ที่ทำงานกับมหา'ลัยไกลกันมาก แต่ถึงจะไกลแค่ไหนถ้ามาร์คอยากให้ไปหามันก็แค่หน้าปากซอยเท่านั้นแหละ เพราะตอนนี้ เวลาเย็นๆ ที่ควรเป็นเวลาของผม ผมกลับอยู่ที่หน้ามอแล้ว

 

Vee Vivis 

Just now 

อดีตเจ้าถิ่น ขอเช็กอินหน่อยครับ 

58 Likes 8 Comment 

 

Future Forfun : ตามทวงหรือตามคุมครับเนี่ยยย 

Yiwaa : เจอกู 

Vee Vivis : มึงเงียบไปเลย ฝากอะไรไว้ไม่เคยได้เรื่อง Yiwaa 

Yiwaa : อะไรอะ กูตกข่าวอะไร Vee Vivis 

Vee Vivis : เด็กมึงดื้อ 

Masa mark : เด็กพี่ต่างหากล่ะ Vee Vivis 

Pond Pawee : เด็กพี่ก็มาว่ะ 

วินนี่ เดอะพูห์ : มาร์คหรือเปล่า มาร์คทำผิดมาหรือเปล่า 

James อ่านว่าเจมส์ไม่ใช่จาเมส : อ้อนแบบนี้คือผิดชัวร์ 

Vee Vivis : เดี๋ยวก็รู้ 

 

ผมไปหามาร์คที่ห้อง ก่อนจะรับมันออกมาแล้วไปที่บ้านผมอีกที เห็นว่ามันบอกแม่ผมไว้ว่าผมจะมา แล้วท่านก็เลยอยากเจอ ตั้งแต่ไปทำงานก็กลับบ้านอยู่ครั้งหนึ่ง ครั้งที่จะคุยเรื่องพลอยกับพ่อกะแม่นั่นแหละ หลังจากนั้นก็โดนพ่อด่าจนยับ แล้วผมก็ไม่กลับอีก

“ไปทำอะไรผิดมาอีกหรือเปล่า ถึงเอาใจออกสื่อขนาดนั้น” ผมถามตอนที่กำลังเลี้ยงเข้าซอยที่บ้าน

“บ้า ผิดอะไร”

“ก็มึงเอาใจขนาดนั้น ปกติเคยที่ไหน” ผมว่าต่อ

“ใครเขาผิดซ้ำสองซ้ำสามกันล่ะพี่วี” มันหันมาบอกผม ผมเลยหันไปหรี่ตามองมัน

“จริง?”

“ผมต้องทำยังไงพี่ถึงจะเชื่อ” มาร์คถามกลับ

“ไอ้เด็กนั่น…คุยกับมันอยู่ไหม” ผมถาม แต่ไม่ได้ใส่ใจเอาคำตอบเพราะกำลังจอดรถให้ชิดหน้าบ้าน มาร์คมันเลยล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วยื่นให้ผม

“อะ ดู” มันบอก 

 

Tewpai Prompong : ผมทำให้พี่กับพี่วีทะเลาะกันเหรอวะ 

Masa Mark : ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องทะเลาะอยู่แล้ว 

Tewpai Prompong : ผมขอโทษนะพี่ 

Masa Mark : กูก็ผิดแหละ ที่ปล่อยให้มึงเข้ามา 

Tewpai Prompong : แล้วพี่จะเลิกกับผมเหรอ 

Masa Mark : ไม่เลิก 

Masa Mark : มึงยังเป็นน้องกูเหมือนเดิม 

Tewpai Prompong : เป็นน้องเหมือนเดิมนี่คือ… 

Masa Mark : เป็นเหมือนวันแรกที่เรารู้จักกัน 

Tewpai Prompong : พี่ครับ 

Masa Mark : กูรักพี่วีมากทิว  

Tewpai Prompong : แล้วที่ผ่านมาล่ะครับ ผมคืออะไร 

Masa Mark : กูขอโทษ 

Masa Mark : มึงคือเด็กคนหนึ่งที่น่าสงสารมากๆ เหมือนกู 

Tewpai Prompong : มากกว่าสงสารไม่ได้เลยใช่ไหม 

Masa Mark : ไม่ได้เลยทิว 

Tewpai Prompong : อืม ผมเข้าใจแล้ว 

 

โทรศัพท์แสดงหน้าแชทส่วนตัวของมาร์คกับเด็กทิวไผ่ มันไม่มีอะไรผิดปกติ เป็นข้อความแชทที่ผมอ่านแล้วยิ้มพอใจเมื่ออ่านจบ มันไม่ใช่ข้อความแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่มันคือความที่ทำให้ผมเชื่อใจ

“สงสารเก่ง” ผมว่ามัน

“ไม่สงสารใครแล้ว สงสารตัวเองแทน” มันบอกกลับ

“มึงจะสงสารตัวเองทำไม หืม?” ผมว่า หันไปหาแล้วขยับเล็กน้อยเพื่อสบตากับมาร์ค

“ก็ผมกลัวพี่ไม่รักนี่”

“…”

“ตอนที่พี่ไม่รัก ผมน่าสงสารมากเลยนะ” ผมสบตากับมาร์ค มาร์คเองก็สบตากับผม ถ่ายทอดความรู้สึกที่เรากำลังมีให้แก่กันและกัน ความรู้สึกตั้งแต่วันแรก วันนั้น และวันนี้ มาร์คมองตาผมและบอกผมผ่านดวงตาคู่สวยของมัน ว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะได้มานั่งมองตากันแบบนี้

“ไม่อยากเสียกูไป?”

“หรือพี่อยากเสียผมไปล่ะ”

“ไม่มีทาง”

ไม่มีทางที่ผมจะอยากเสียมาร์คไปให้ใคร ไม่มีทางที่ผมจะอยากห่างมาร์คไปไหน ไม่ว่าคนคนนั้นมันจะดี จะใหม่ จะทำให้มาร์คตื่นเต้นได้มากแค่ไหน ผมก็ไม่มีทางยอมปล่อยมาร์คไป เพราะผมรักมาร์ค คนที่บ้านของผมก็รักมาร์ค และมาร์คเองก็รักพวกเรา มันรัก…แม้แต่เด็กที่ผมไม่ได้อยากให้มันรัก

“มากันแล้วเหรอลูก” แม่ทักทายทันทีที่ผมเดินเข้าไปในบ้าน

“สวัสดีครับ”

“คุณแม่สวัสดีครับ” ผมทักทายก่อนแล้วมาร์คก็ยกมือไหว้แม่ตาม หลังจากนั้นก็ค่อยเดินเข้าไปที่โต๊ะกินข้าว พ่อกับพี่ยูรออยู่ตรงนั้น และไอ้พี่ยูก็กำลังหรี่ตามองผมอยู่

“มองอะไรยู” ผมถาม

“ดีใจ ที่น้องหาบ้านเจอ” มันว่า มันเป็นอีกคนที่รู้เรื่องพลอยแล้วด่าผมยับ ยับชนิดที่ว่าผมคิดว่าตัวเองไม่ใช่น้องมัน

“อย่าไปว่ามัน” พ่อบอก

“กูไม่ผิดป้ะวะ” ผมตอบไอ้ยูกลับ แล้วดึงแขนมาร์คให้เดินตาม มาร์คยกมือไหว้พ่อผมกับไอ้ยูก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม

“มึงจะโทษมาร์ค?” พ่อถามผมเสียงสูง

“ก็เปล่า ใครจะไปโทษมาร์คกัน” ผมไม่โทษมาร์คหรอก ผมก็ทำทุกอย่างเหมือนกับมาร์ค เห็นดีเห็นงามไปกับมาร์คนั่นแหละ 

“มึงโทษไม่ได้หรอก เอาจริงๆ นั่นมันก็เรื่องของมึง” ยูว่า

“เออ กูรู้แล้วเนี่ย แล้วกูก็ผ่านมาได้หลายเดือนแล้ว มึงเงียบแล้วกินเลยยู” ผมบอกมันแล้วดันจานข้าวของมันเข้าหาตัวมันเอง

“ผ่านไปให้ได้ตลอดแล้วกัน”

“ขอบคุณที่อวยพร” ผมว่ากลับ มันก็เลยถลึงตาใส่ผม อยากจะข้ามไปตีหัวพี่สักรอบแต่ติดที่ว่าเมียดึงแขนไว้อยู่

“พ่อกับแม่สบายดีนะ ทางนั้นอะ” พ่อผมถาม มาร์คเลยยิ้มให้ก่อนจะตอบ

“สบายดีครับ แต่ผมไม่ค่อยได้กลับหรอก ส่วนใหญ่พี่วีจะเข้าไปบ่อยกว่า” ผมบอก

“อือ บ่อยจนทะเลาะกัน” ยูพูดขึ้น

“มึงกินไปยู กินเงียบๆ ไป” ผมบอกพี่ชายแล้วมองมันดุๆ

“ทะเลาะกันก็คุยกันนะลูก อย่าปล่อยไว้นาน มันไม่ดีนะ” แม่ว่า

“ครับแม่” มาร์ครับคำ

“ไม่นานหรอก แค่เกือบเดือน” ไอ้ยูว่าขึ้นอีกและคราวนี้ผมเอาจริง

“แดกกระดูกไก่ไป” ผมว่าแล้วยัดกระดูกไก่ในมือตัวเองใส่ปากมัน

“ทุเรศไอ้วี มึงนี่มันไร้อารยะธรรมในการกินจริงๆ” ยูมันว่าผม

“แล้วอารยะธรรมบ้านมึงนี่คือให้พูดขึ้นมากลางวงหรือไง”

“บ้านมึงสอนให้แทะกระดูกไก่หรือไง”

“พวกมึงบ้านเดียวกัน หยุดแล้วกินได้แล้ว” พ่อว่าแล้วมองเราสองคนอย่างอ่อนใจ

“มันทำผมอะพ่อ” ยูฟ้อง

“มันว่าผมก่อนเองนะแม่” ผมว่าแล้วหันไปหาแม่

“แม่มีแค่น้องมาร์คเป็นลูกดีไหม ส่วนอีกสองคนเก็บไปทิ้งดีกว่า” แม่ว่า

“แม่อะ ผมลูกแม่นะ!” ผมกับไอ้ยูร้องออกมาพร้อมกันแต่แม่ก็ไม่สนใจพวกเราสักนิด ตักกุ้งให้ไอ้มาร์คเฉย ส่วนผมก็เป็นหมาหัวเน่ากับไอ้ยู

เรานั่งกินข้าวด้วยกันนานพอสมควร และมื้อนี้เป็นมื้อที่ผมรู้สึกอิ่มมากกว่ามื้อไหนๆ แม้ว่าจะมีไอ้ยูคอยจิกกัด มีพ่อคอยบ่น แต่ผมก็มีความสุขแล้วก็รู้สึกดี

“เรื่องลูกนี่เป็นยังไงบ้างคะมาร์ค” แม่หันไปถามมาร์คที่กำลังจะอิ่ม

“แข็งแรงดีครับ พี่พลอยก็แข็งแรงดี กำหนดคลอดอีกสองสามเดือนครับแม่” มาร์คตอบ

“มันสองหรือสามล่ะ จะได้เตรียมตัวถูก” พ่อถาม

“พ่อจะเตรียมตัวอะไร” ผมถามกลับ

“อ้าว! ก็รับขวัญหลานไงไอ้นี่”

“หลาน...คือ...”

“ลูกของมาร์คกับวีไงคะ” แม่ว่าออกมาแล้วยิ้มให้มาร์ค ทำเอามาร์ค'ค้างและผมเองก็ทวนคำพูดนั้นอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้พ่อกับแม่ไม่โอเค ผมเข้าใจ มันไม่มีใครโอเคกับการที่ผมจะเอาลูกของแฟนเก่ามาเลี้ยงหรอก ยิ่งเป็นที่บ้านผมที่รักมาร์คมากกว่าผมแล้วพวกเขาไม่มีทางเห็นด้วยแน่นอน แต่ที่ยังถามถึงในช่วงแรกๆ ก็เพราะว่านี่คือเด็กที่มาร์คบอกว่าอยากเลี้ยง ที่ถามถึงความเป็นอยู่และเรียกเด็กนั่นว่าหลานก็เพราะว่ามาร์คเป็นคนบอกพวกท่านว่าเด็กนั่นเติบโตอย่างไรบ้าง แข็งแรงมากแค่ไหน และบอกพวกท่านว่ามันคาดหวังกับการได้สัมผัสเด็กคนนี้มากเท่าไหร่

“อือ กำหนดคลอดวันไหนนะ” พ่อถามต่อ มาร์คหันมาหาผมเหมือนมันทำอะไรไม่ถูก ผมก็ดีใจที่พวกท่านถามถึงเด็กนั่น เพราะไม่คิดเหมือนกันว่าท่านจะถาม

“อีกสามเดือนครับ” มาร์คตอบ

“อื้อ ตื่นเต้นไหมลูก” แม่ถาม

“ตื่นเต้นครับ ผมตื่นเต้นมากๆ เลย” มาร์คตอบกลับ

แรกๆ ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเด็กคนนั้น และผมก็คิดว่ามาร์คเองก็ไม่ต่างกัน มาร์คแค่สงสารที่เด็กคนนั้นต้องโดนทำร้ายทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก ส่วนผม...เอาตรงๆ ก็แค่อยากให้มันจบๆ ไป แต่มันไม่จบตรงที่มีความผูกพันธ์เข้ามาเกี่ยว 

ช่วงเวลาที่ผ่านมามันน่ารำคาญสำหรับผม มาร์คเองก็คงเหนื่อยกับช่วงเวลาที่ผ่านมาเหมือนกัน ความเหนื่อยที่ทุ่มเทให้ กับความรู้สึกที่เสียไป มันทำให้เราสองคนเฝ้ารอสิ่งที่จะเติบโตมาทักทายพวกเรา

ผมอาจจะทะนุถนอมไม่เก่ง มาร์คเองก็อาจจะดูแลเด็กนั่นไม่เป็น แต่พวกเราก็พยายามที่จะทำให้เขาเติบโตมาอย่างดีที่สุด ซึ่งมันเป็นแบบนั้นมาตลอดหกเจ็ดเดือน เป็นหหกเจ็ดเดือนที่หนักมาก แต่ก็มีค่ามากๆ เหมือนกัน

“แม่ดีใจนะ ที่ได้คนที่ดีขนาดนี้มาดูแลตาวีของแม่” แม้ว่าแล้วยกมือลูบหัวมาร์ค

“ดีจนไอ้วีของแม่ไม่คู่ควรเขา”

“ไอ้ยู!” ผมกัดฟันว่าให้พี่

“มึงอย่าไปว่าน้องยู” พ่อบอก

“เออ อย่ามาว่า”

“น้องมึงก็ดีอยู่ แต่โง่ด้วย”

“พ่อ!” ผมหันไปหาพ่อตัวเอง

“หรือกูพูดผิด”

“ไม่ผิด” ไอ้ยูชิงตอบแทนผม ส่วนผมก็ต้องน้อยใจไปดิ

“จำไว้นะ ถ้าเด็กคลอดเมื่อไหร่จะไม่ให้อุ้ม” ผมบอก

“วีก็เรียกลูกว่าเด็กอยู่นั่นแหละ เรียกลูกดีๆ สิ” แม่ว่า

“โธ่แม่...มันจะไปคิดอะไรได้ ลูกเหรอ? ผมบอกแล้วมันเป็นพ่อไม่ได้หรอก”

“อ้าวยู...”

“ตอนลูกออกมาก็มาร์คแหละสอน ส่วนไอ้เวรก็พาลูกเล่นไปเรื่อย” ยูว่าต่อ

“ยู...กูเป็นน้องมึงนะ”

“หึ~ มึงถูกเก็บมาเลี้ยง”

“แม่ครับบบ”

“อะ ของหวานลูก” โว้ยยย ผมมันไม่ดีใช่ไหม ไม่ดีในสายตาครอบครัวตัวเองเลยสินะ ผมหันไปทำหน้ายู่ใส่มาร์ค มันก็แค่ยิ้มแล้วพยักหน้าให้ผม เออ ยอมรับก็ได้ว่าเป็นคนดี แค่มีข้อเสียที่โง่ 

มาร์คเดินขึ้นข้างบนหลังจากกินข้าวเสร็จ ส่วนผมยังมานอนอ้อนแม่อยู่ตรงโซฟา แม่ยังไม่ได้พูดอะไร แค่ลูบหัวผมเบาๆ ด้วยความรักอยู่อย่างนี้ ผมรู้ว่าท่านรับรู้ทุกเรื่องของผม ผมรู้ด้วยว่าพ่อกับแม่บ้านนี้คุยกับบ้านนั้นอยู่ตลอด มันดีที่พวกท่านสามารถแลกเปลี่ยนและคุยกันได้ แต่มันแย่ตรงที่แม่รู้ทุกเรื่องนี่แหละ

ทุกเรื่องเลย

“ทำงานเหนื่อยมากไหมลูก” แม่ถาม แล้วผมก็พยักหน้า

“มาก”

“อืมมม” แม่บอกแล้วพยักหน้าตาม

“เขาเริ่มให้ทำหลายอย่างแล้ว” ผมบอก

“ก็จะได้เก่งขึ้นไง” แม่ว่า

“อื้อ”

“แล้วที่ทะเลาะกันนี่เรื่องอะไร ใช่เรื่องพลอยหรือเปล่า” แม่ถาม

“ก็...มีส่วนแหละ” เรื่องพลอยก็มีส่วนจริงๆ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมกับมาร์คต้องห่างกัน มันเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆ ระหว่างเราสองคน จนมันกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ และมีคนอีกคนแทรกเข้ามา

“เล่าไหม?”

“ผมก็เข้าไปดูพลอยบ่อยๆ ทุกอาทิตย์นั่นแหละ เลยไม่มีเวลาให้มาร์ค” ผมบอก

“แต่พี่ยูบอกว่าน้องมาร์คมีคนอื่นเข้ามาเกาะแกะไม่ใช่เหรอ? เลยทะเลาะกัน” แม่ถาม

“จริงเหรอ ไอ้ยูมันบอกแม่อย่างนั้นเหรอ” ผมผงกหัวขึ้นถามแม่

“ทำไมหืม? คิดว่าพี่เขาจะบอกอะไรแม่” แม่ว่ากลับแล้วยิ้มให้ผม

“ก็คิดว่ามันจะด่าผม แล้วบอกว่าผมผิด”

“วีผิดที่ไม่ให้เวลาน้อง ผิดที่ไม่จัดการให้ดี ส่วนน้องก็ผิดที่อ่อนแอแล้วปล่อยคนอื่นเข้ามา ไม่ได้ผิดแค่คนเดียว แต่ผิดทั้งสองคนเข้าใจไหม” แม่ว่าแล้วลูบแก้มผมเบาๆ

“เข้าใจแล้ว” ผมตอบแล้วขยับเข้าไปซบมือแม่

“แต่ไม่ว่าจะทะเลาะกันมากแค่ไหนก็ต้องปรับความเข้าใจกันนะ ไม่มีใครรักวีได้เท่าน้องมาร์คอีกแล้วนะ” แม่บอกกับผม

“แม่รู้ด้วยเหรอ?”

“รู้ว่า?”

“ไม่มีใครรักผมได้เท่ากับมาร์คอีกแล้ว” ผมบอกกลับไป

“ใครๆ ก็รู้” แม่ว่า ว่าเหมือนกับว่ามีแค่ผมคนเดียวที่ไม่รู้ว่าน้องมันรักผมมากแค่ไหน

“เหรอ?”

“วี วีคิดดูนะลูก ไม่มีใครที่จะยอมเลี้ยงลูกของแฟนเก่าแฟนหรอก เอาง่ายๆ พลอยก็เมียเก่าวี แล้วมาร์คยอมขนาดนี้ แถมดูแลลูกในท้องพลอยดีขนาดนี้ มันดีมากๆ แล้วนะลูก จิตใจมาร์คอะ ต้องดีมากๆ แล้วนะ” แม่บอกกับผม

“อืมมม”

“แล้วแม่ก็รู้มาว่าน้องรักเด็กคนนั้นเข้าแล้วจริงๆ”

“รักเด็กนั่น?”

“ใช่ แม่เลยมาลองถามวันนี้ รู้เลยว่าตื่นเต้นแค่ไหน ดีใจแค่ไหน แล้วก็รอมากแค่ไหน” แม่บอกผม

“มาร์คมันกลัวว่าครอบครัวจะไม่สมบูรณ์ กลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่สบายใจ มันเลยพยายามดูแลเด็กนั้นอย่างดี” ผมตอบกลับ แล้วช้อนตาขึ้นมองแม่ มันทำให้ผมรู้ว่าแม่เองก็มองผมอยู่ก่อนแล้ว มองด้วยความรักและความภาคภูมิใจ

“แม่ดีใจมากนะ ที่วีหาลูกสะใภ้ให้แม่ได้ดีขนาดนี้”

“แน่นอน” ผมยิ้มเขินๆ คิดถึงวันที่มันมาที่บ้านแล้วคิดตามที่แม่พูดมันยิ่งเขิน คิดถึงความน่ารัก ความงอแง และความเป็นมาร์คมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกดี มันเกิดขึ้นมาได้สักพัก แม่ลูบหัวผมไปอีกสองสามครั้ง แล้วเสียงดังจากบนบ้านก็เรียกให้เราสองคนหันไปมอง มาร์คยืนอยู่ตรงบันได ในมือมันถือโทรศัพท์อยู่ และตาที่ผมเพิ่งจ้องกำลังแดงก่ำ

“มาร์คเป็นอะไรลูก” แม่เรียก แต่มาร์คไม่ตอบอะไร มันเดินเข้ามาหาผม เดินมาเรื่อยๆ และผมก็ลุกจากตักแม่เพื่อยื่นมือไปหามัน

“ใครทำอะไร”

“ลูก…”

“ลูกทำไม?”

“พี่วี ฮึก!...พี่พลอยถูกรถชน”

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

3/12/2020 

สวัสดีเดือนสิ้นปี และสวัสดีดราม่าลูกบู้มมม จากที่พี่กับน้องเขาดีกันแล้ว มาพักอกพักใจกับที่บ้านก็ทำให้เห็นความอบอุ่นของพ่อแม่พี่วี แล้วก็ยังได้เห็นความห่วงน้องของพี่ยู การที่พวกเขาอยู่กับครอบครัวมันน่ารักมากจริงๆ มันดูอบอุ่นกันทั้งสองครอบครัวเลย แต่ก็นั่นแหละน้องจะต้องรับมือกับความรู้สึกอีกความรู้สึกหนึ่งแล้ว พี่เองก็ต้องเข้มแข็งขึ้นอีกแล้ว 

Twitter: @pllhzt 

Facebook : faddist 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว