email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 16.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2563 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16.3
แบบอักษร

 

รถเบนซ์สีดำปลาบขับไปตามถนนในยามค่ำคืนที่แสงไฟส่องสว่างตลอดสองข้างทาง บนถนนเวลานี้มีรถยนต์แล่นอยู่แต่ก็ไม่ได้มากนักเพราะเป็นเวลาค่ำมากแล้ว คนขับดูจะใจลอยไม่ได้มีสมาธิสักเท่าไหร่แต่ก็ยังบังคับรถให้มุ่งตรงไปบนถนนอย่างไม่ผิดพลาด เพียงไม่นานนักรถคันนั้นก็ขับเข้ามาจอดตรงหน้าผับที่เขามักจะแวะเวียนมาเป็นประจำในระยะหลัง ๆ มานี้ แสงไฟหน้ารถดับลงแล้วประตูรถจึงเปิดออกร่างสูงโปร่งก็ลงมาจากรถด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

“ สวัสดีครับคุณ ” เสียงพนักงานรักษาความปลอดภัยเอ่ยทักทายเขาอย่างคุ้นเคย

ดวงตาคมมองไปยังเสียงแล้วยิ้ม “ สวัสดีครับ ” เขาทักทายกลับก่อนจะเดินผ่านประตูไม้บานใหญ่เข้าไปด้านใน

เสียงเพลงแจ๊สจังหวะสบาย ๆ ทำให้จิตใจของเขาเบาจากความทุกข์ที่มีได้เป็นอย่างดี สองเท้าพาตัวเขาเดินมาหยุดลงที่เคาน์เตอร์บาร์สองตากวาดมองไปรอบร้านเหมือนกำลังหาใครบางคน

“ มาทำไมทุกคืนวะ ” เสียงบาร์เทนเดอร์หนุ่มดังขึ้น

คิรากรหันควับไปจ้องตาบาร์เทนเดอร์ก่อนจะยิ้ม “ สวัสดีครับ ” เขาทักทายด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก

บาร์เทนเดอร์หนุ่มไหวไหล่เสมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ

“ คืนนี้คุณสาวไม่มาร้านหรือครับ ” คิรากรเอ่ยถาม แต่บาร์เทนเดอร์คนสนิทของเธอทำหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยินที่เขาถาม

“ เจ้สาวยังไม่มาครับ เห็นว่าคืนนี้จะเข้ามาช้าหน่อยเพราะมีธุระที่บ้านครับ ” พนักงานอีกคนตอบ

“ มึงไปบอกเขาทำไม ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มหันควับไปมองอย่างไม่พอใจ

“ เหรอครับ ” คิรากรถามสีหน้าเจื่อน

“ ครับ ” พนักงานชายตอบ

“ ผมขอบรั่นดีแก้วหนึ่ง ” คิรากรสั่งบาร์เทนเดอร์หนุ่มคู่ปรับ

บาร์เทนเดอร์สะบัดหน้าหยิบแก้ววางลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรงแล้วจึงรินบรั่นดีลงไป

“ ขอบคุณครับ ” คิรากรหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบสายตาก็ยังมองออกไปทางประตูร้าน

ทางด้านสุรนันทน์หลังจากรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวและเพื่อนของบิดาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ขอตัวกลับเพื่อจะไปทำงานต่อที่ร้านของเธอ

“ สาวขอตัวก่อนนะคะ พอดีต้องรีบไปดูที่ร้านค่ะ ” สุรนันทน์ยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก

“ หนูสาวเปิดร้านอะไรหรือ” ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานถามขึ้น

“ ร้านเหล้าค่ะ ” สุรนันทน์ตอบ บิดาและมารดาของเธอหันมามองเธอตาเขียว

“ ร้านเหล้า? ” เขาทำหน้าสงสัย

“ ค่ะ ” สุรนันทน์ตอบอย่างไม่สนใจสายตาของบิดาและมารดาของเธอที่กำลังตำหนิอย่างไม่พอใจ

“ ดีจังเลยครับ เอาไว้ว่าง ๆ พี่ขอไปนั่งดื่มที่ร้านของน้องสาวบ้างจะได้ไหมครับ ” ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วมผิวขาวสะอาดเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ ไปสิครับ ผมจะพาคุณหมอไปเองนะครับ ” หนุ่มตอบรับแทนน้องสาวอย่างอารมณ์ดี สุรนันทน์จึงค้อนใส่พี่ชายอย่างไม่พอใจ

“ สาวขอตัวก่อนนะคะ ” สุรนันทน์ทิ้งสายตาค้อนใส่พี่ชายอีกครั้งแล้วจึงลุกขึ้นค้อมศีรษะเดินผ่านผู้ใหญ่ในห้องออกไป

 

แสงไฟภายในห้องชุดของคอนโดยังเปิดสว่างด้วยเจ้าของห้องนั่งกอดเข่าเหม่อมองออกไปยังวิวตึกสูงที่เปิดไฟสว่างไสวตัดกับสีดำสนิทของราตรีกาล เสียงถอนหายใจแผ่วดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบแล้วร่างผอมเพรียวยิ่งกอดเข่าตัวเองแน่นขึ้นไปอีกนัยน์ตาทั้งสองข้างอุ่นด้วยน้ำตาที่คลออยู่ด้วยความรู้สึกผิด

“ ป่านนี้พี่กรจะเป็นยังไงบ้าง ” เธอพึมพำกับตัวเองอยากโทรศัพท์ไปถามเขาก็กระดากอายเกินกว่าจะทำได้

ใบหน้าเล็กซุกหน้าลงที่เข่าแล้วทิ้งตัวนอนลงบนโซฟานวมทั้งที่แขนสองข้างยังกอดขาอยู่แน่น

ครืด ครืด....

เสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่สั่นสะเทือนอยู่บนโต๊ะกระจกเบื้องหน้า แพรวาจึงคลายวงแขนออกเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่มาดูว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาหาเธอ หน้าจอโชว์ชื่ออดีตสามี

‘ โทรมาทำไมป่านนี้คะ ’ เสียงขุ่นเขียวเอ่ยถาม

‘ พี่โทรไปปลุกเหรอ ’ ปวีณ์ถามน้ำเสียงอ่อย

‘ เปล่าค่ะ แพรยังไม่ได้นอนหรอกค่ะ พี่วีมีอะไรคะ ’

‘ อาทิตย์หน้าพี่จะลงไปเยี่ยมคุณแม่ที่ชุมพร แพรจะไปด้วยกันไหม ’ เขาถามน้ำเสียงไม่แน่ใจ

‘ ขอแพรคิดดูก่อนนะคะ ’ แพรวาตอบอย่างรำคาญ

‘ คิดได้แล้วรีบโทรมาบอกพี่นะ พี่รอคำตอบแพรอยู่นะครับ ’ พูดจบเขาก็วางสาย

แพรวาวางโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเธอลงที่เดิมแล้วพ้นลมหายใจออกอย่างหงุดหงิดแล้วลุกขึ้นนั่งมองดูนาฬิกาแขวนบนพนังห้อง

“ จะห้าทุ่มแล้วเหรอ ” เธอหาววอดบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนไปด้วยความง่วงงุน

 

รถยนต์สีแดงขับเข้าไปจอดยังที่จอดรถประจำของเธอตรงมุมด้านในสุดของลานจอดรถ พนักงานรักษาความปลอดภัยรีบวิ่งเข้ามาเปิดประตูรถยนต์เพื่อให้หญิงสาวเจ้าของร้านลงจากรถ

“ คืนนี้คุณสาวมาดึกนะครับ ” เขาเอ่ยถาม

“ คืนนี้รถเยอะดีจัง ในร้านคงมีลูกค้าแน่นแน่ ๆ เลยใช่ไหม ” สุรนันทน์ยิ้ม

“ ครับคุณสาว คืนนี้ลูกค้าเยอะจนเต็มร้านเลยครับ ”พนักงานรักษาความปลอดภัยตอบ

“ พี่ปั้นจั่นช่วยยกของท้ายรถเข้าไปในครัวให้สาวด้วยนะคะ ” พูดจบเธอก็ส่งกุญแจรถยนต์ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยแล้วเดินเข้าไปในร้าน

เสียงพูดคุยครึกครื้นปนเสียงเพลงสนุกสนานดังทะลุประตูผับออกมาถึงด้านนอก ยิ่งพอประตูบานใหญ่ของผับเปิดออกเสียงครื้นเครงก็ยิ่งดังขึ้น สุรนันทน์มองไปรอบร้านแล้วยิ้มออกมาแต่พอสายตาคู่สวยเห็นชายหนุ่มรูปร่างคุ้นเคยนั่งหันหน้าเข้าเคาน์เตอร์บาร์กำลังยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น

สุรนันทน์รีบสาวเท้าตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์สะกิดที่บ่าของคนที่นั่งดื่มอย่างไม่สนใจสิ่งรอบตัวเบา ๆ

“ คุณสาว ” เสียงของคิรากรดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเศร้า ๆ

“ ทำไมมานั่งดื่มอยู่ที่นี่คะ ” สุรนันทน์ถามพร้อมหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ

“ คืนนี้คุณสาวมาดึกจังเลยนะครับ ” คิรากรย้อนถามเธอแทนที่จะตอบคำถาม

“ พอดีสาวไปกินข้าวเย็นที่บ้านกับคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะเลยเข้ามาดึก ” สุรนันทน์มองคิรากรอย่างต้องการคำตอบ

“ คุณยังไม่ตอบสาวเลยนะคะ ว่าทำไมคืนนี้ถึงได้มานั่งดื่มอยู่ที่นี่ ”

“ ผมกับน้องแพร... ” เขาเงียบไปอึดใจ

“ เราเลิกกันแล้วนะครับ ”

สุรนันทน์กระพริบตาถี่มองหน้าคิรากรอย่างนึกคำพูดไม่ออก

“ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ” คิรากรยิ้มปลอบใจตัวเอง

“ คุณโอเคใช่ไหมคะ ” สุรนันทน์ถามได้เพียงเท่านั้น สายของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างจริงใจ

“ ผมดีขึ้นมากแล้วครับ ตอนนี้น่าจะดีขึ้นกว่าตอนที่อะไร ๆ มันยังไงคาราคาซังอยู่เยอะเลย ” คิรากรตอบอย่างปลงตก

สุรนันทน์ตบบ่าของคิรากรเบา ๆ “ สาวว่าคืนนี้เราสองคนมาดื่มให้กับชีวิตโสดของเราดีไหมคะ ดื่มให้กับอิสรภาพและก็ชีวิตใหม่ที่สดใสของคุณ ” สุรนันทน์หันไปพยักหน้ากับบอสบาร์เทนเดอร์หนุ่ม

บอสทำหน้าเบ้แต่ก็ก้มหน้าลงผสมเหล้าสูตรที่สุรนันทน์ชอบอย่างรู้ใจแล้วจึงวางลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะสะบัดหน้าใส่เธอ

“ เป็นอะไรของแก? ” สุรนันทน์ถามเสียงกลั้วหัวเราะ

“ มันเป็นบ้าเจ้ อย่าไปสนใจมันเลย ” พนักงานอีกคนตอบแทน สุรนันทน์จึงส่ายหน้าแล้วหันกลับมาหาคิรากร

“ คุณกรมาค่ะ ชนแก้วกัน ” สุรนันทน์ยกแก้วเหล้าของเธอขึ้นคิรากรก็ทำเช่นกัน

“ หมดแก้วนะครับ ” คิรากรพูด

“ ค่ะ หมดแก้ว ” พูดจบเสียงแก้วสองใบกระทบกันก็ดังขึ้น จากนั้นทั้งสองคนก็ยกแก้วขึ้นดื่มจนเหล้าหมดแก้ว

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว