Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[ตอนที่ 17 ไม่เพียงแค่ปกป้องแต่ยังนำโชคให้อีกด้วย]

ชื่อตอน : [ตอนที่ 17 ไม่เพียงแค่ปกป้องแต่ยังนำโชคให้อีกด้วย]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2564 15:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ตอนที่ 17 ไม่เพียงแค่ปกป้องแต่ยังนำโชคให้อีกด้วย]
แบบอักษร

“อาจารย์จะให้หนูย้ายไปเรียนมอสี่พรุ่งนี้เลยเหรอคะ” ยี่หวาถามออกมาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เธอฟังไม่ผิด 

“ใช่ เป็นคำสั่งจากผู้อำนวยการโดยตรง ครั้งนี้เธอไม่มีสิทธิ์คัดค้าน อีกอย่างฉันเชื่อว่าเธอจะเรียนทันคนอื่นแน่นอน ถึงแม้จะเหลือเวลาแค่สองอาทิตย์ในการสอบกลางภาคก็ตาม” 

พี่วายุเป็นคนจัดการสินะ สมแล้วที่เป็นพี่วายุ ครั้งนี้พ่อเธอเองก็คงขัดอะไรไม่ได้เหมือนกัน 

“ค่ะอาจารย์” ยี่หวาพยักหน้าเข้าใจทำให้อาจารย์แปลกใจไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้เธอยังคัดค้านอยู่เลย 

“นี่เอกสารการจบมอต้น ดีนะที่โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเอกชน เรื่องพวกนี้เลยไม่มีปัญหา ส่วนนี่เอกสารแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ” 

ยี่หวายื่นมือไปรับเอกสารตรงหน้า “ขอบคุณค่ะ” 

“แล้วก็หนังสือเรียน อาจารย์ประจำชั้นคนใหม่จะเตรียมไว้ให้เธอพรุ่งนี้” ยี่หวาพยักหน้าเข้าใจทำให้อาจารย์อดถามขึ้นไม่ได้ “ดูเธอโอเคนะ ตอนแรกครูคิดว่าเธอคงจะอ้างอะไรซะอีก” 

“ก็ในเมื่อเป็นคำสั่งจากผู้อำนวยการโดยตรง หนูจะกล้าขัดได้ยังไงคะ” 

วายุที่ได้ยินดังนั้นทำให้เผลอยิ้มออกมา ธาราธรที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับถลึงตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ 

เมื่อกี้เขาเห็นพี่ยิ้มใช่ไหม... 

แล้วไม่ใช่เป็นการยิ้มธรรมดา แต่เป็นการที่พี่เขายืนอยู่เฉยๆ ก็สามารถยิ้มออกมาได้ 

“พี่เป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็ยิ้ม ทำเอาผมขนลุกหมดแล้ว” ธาราธรพูดพร้อมกับเอามือลูบแขนตัวเองเบาๆ แต่เมื่อเห็นว่าวายุไม่ตอบกลับ ธาราธรจึงถามขึ้นอีกครั้ง “คงเป็นเพราะหูฟังที่พี่ใส่อยู่สินะ” 

พี่คิดว่าเขาไม่รู้งั้นเหรอ ว่าสร้อยที่ผู้หญิงคนนั้นใส่อยู่ได้มาจากไหน พี่เขาคงจ้างช่างให้ติดกล้องในสร้อยเส้นนั้นแน่ๆ เพราะปกติพี่ชายเขาไม่ใส่หูฟังพร่ำเพรื่อแบบนี้ 

ถ้าคนที่ทำไม่ใช่พี่ชายเขามีหวังตอนนี้ได้ไปนอนในห้องกรงแล้ว… 

ส่วนวายุก็ยังคงไม่ตอบกลับอะไร เพียงแค่เบนความสนใจไปที่โทรศัพท์มือถือแล้วเปิดวิดีโอขึ้นมาเพื่อดูบรรยากาศรอบตัวของหญิงสาว จากนั้นก็เดินกลับไปยังห้องผู้อำนวยการเพื่อรอเวลาโรงเรียนเลิกจะได้กลับบ้านพร้อมเธอ 

ในขณะเดียวกันนั้นยี่หวาก็เดินกลับไปยังห้องเรียนของตน แต่ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในห้องทุกสายตาก็จ้องเขม็งมาที่เธอทันที 

ถึงแม้สายตาของพวกผู้ชายจะบ่งบอกถึงความรู้สึกผิด ที่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่สายตาของพวกผู้หญิงนั้นกลับมีความอาฆาตยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ทำไมพวกหล่อนถึงยังไม่สำนึกอีกนะ 

ดีเหมือนกันที่ได้ย้ายชั้นเรียน... 

“เพราะแก...ทำให้พวกเราต้องถูกคนเกลียด” หญิงสาวคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก 

“คราวนี้รู้หรือยังว่าตอนนั้นฉันรู้สึกยังไง” ยี่หวาพูดแค่นั้นก็ไม่สนใจเดินไปเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน เพราะเธอไม่จำเป็นต้องเรียนที่ห้องนี้ต่อแล้ว 

เดี๋ยวนะ! ตอนนี้เธอมีวุฒิมอต้นแล้ว แสดงว่าต่อไปเธอก็สามารถทำงานพิเศษได้แล้วสิ ในที่สุดก็จะได้มีเงินกินข้าวเที่ยงแล้ว 

  

สร้อยเส้นนี้ไม่เพียงแค่ปกป้อง แต่ยังนำโชคให้อีกด้วย... 

  

ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกเรียน ยี่หวาจึงเดินไปห้องสมุดอย่างทุกวัน จะว่าไปถ้าเธอได้ย้ายไปเรียนมอปลาย แสดงว่าเธอก็ต้องซื้อชุดใหม่นะสิ แล้วเธอจะเอาเงินจากไหนเพราะพ่อคงไม่ให้แน่ๆ ไม่ได้การล่ะ รีบกลับบ้านไปขอยืมเงินแม่นมก่อนแล้วกัน 

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ยี่หวาจึงหันหลังกลับแล้วเดินไปยังหน้าประตูโรงเรียนทันที แต่เดินออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าวรถยนต์สีดำคันหนึ่งก็ขับรถมาจอดเทียบฟุตบาทที่เธอเดินอยู่ พอยี่หวาหันไปมอง ก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ว่าวันนี้เธอนัดกับพี่วายุตอนเย็นไม่ใช่เหรอ เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย ไม่รู้พี่วายุจะโกรธไหม 

วายุเลื่อนกระจกหน้าต่างลง ก่อนจะจ้องมาที่หญิงสาวด้วยสายตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทำเอายี่หวารู้สึกหนาวขึ้นมาทันที ทั้งที่แดดกำลังส่องหน้าเธออยู่ และก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เธอก็ไม่มีเสียงซะงั้น 

“เอ่อ…” 

วายุเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังมีท่าทีหวาดกลัวเขาอยู่ จึงพยายามควบคุมตัวเองและเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขึ้นรถ ฉันหิวแล้ว” 

“พี่วายุพาหนูกลับไปบ้านก่อนได้ไหม หนูจะไปขอเงินแม่นมซื้อชุดมอปลายค่ะ” 

ยี่หวาพูดขึ้นขณะที่เปิดประตูแล้วก้าวขาขึ้นไปนั่งในรถ ส่วนวายุที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ เขายังคงเป็นคนนอกสำหรับเธออยู่ดีสินะ 

ลืมนัดเขาไม่พอยังไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากเขาอีก… 

“เดี๋ยวซื้อให้” ในเมื่อเธอไม่ขอร้องเขา งั้นเขาก็จะหน้าด้านยื่นมือเข้าไปจัดการช่วยเธอเอง 

ยี่หวารีบส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า “ไม่เอาค่ะ แค่เรื่องวันนี้หนูก็รบกวนพี่วายุมากแล้ว ถ้าให้พี่มาซื้อชุดให้หนูอีกมีหวังหนูไม่กล้าสู้หน้าพี่แน่ๆ” 

วายุหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินหญิงสาวพูดเหมือนจะตีตัวออกห่างจากเขา “แต่ฉันเต็มใจ” 

“แต่หนูเกรงใจ” 

สิ้นเสียงยี่หวาภายในรถก็เงียบสนิท ไม่มีการพูดคุยใดๆ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง ยี่หวาเหลือบมองสีหน้าหมองคล้ำของวายุ จึงรีบพูดเอาอกเอาใจอีกฝ่าย “งั้นหนูขอยืมเงินพี่ก่อนได้ไหม” 

วายุที่ได้ยินดังนั้นสีหน้าก็คลายลง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่วายุต้องการ แต่อย่างน้อยเธอก็พึ่งพาเขานิดนึง อีกอย่างถ้าเวลาผ่านไปเดี๋ยวเธอก็คงลืมเรื่องนี้ไปเอง 

“อืม” 

“พี่วายุคิดว่าหนูควรทำงานอะไรดีคะ” อย่างน้อยตอนนี้วายุก็เหมือนผู้ปกครองคนหนึ่งของเธอ เพราะฉะนั้นลองขอคำปรึกษาสักหน่อยดีกว่า 

วายุได้ยินดังนั้นรีบหันไปหาหญิงสาวข้างๆ ทันที “ทำไม” 

“ก็ไหนๆ มีวุฒิมอต้นแล้ว หนูก็เลยอยากจะหางานพิเศษทำค่ะ” 

“ฉันไม่เห็นด้วย” จุดประสงค์ที่เขาให้เธอเลื่อนชั้นไม่ได้ต้องการให้เธอทำงาน แต่เป็นเพราะเขาต้องการให้เธอโตขึ้นเร็วกว่านี้ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็อยู่มอปลายแล้วไม่ใช่เด็กมอต้น 

“ทำไมล่ะคะ” 

“เธอมีวุฒิมอต้นแล้วก็จริง แต่ยังไงเธอก็อายุแค่สิบสี่ปี” 

ทำไมเธอต้องให้เขาตอกย้ำเรื่องอายุด้วย แค่นี้ก็ช้ำใจมากเกินไปแล้ว เมื่อไหร่หญิงสาวตรงหน้าเขาจะสิบแปดสักที ถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ เขาจะรีบจองตัวเธอไว้ก่อนเลย 

“สิบสี่ก็ทำงานได้นะคะ หนูไปสมัครตามร้านอาหารดีกว่า ทำแค่เสาร์อาทิตย์ไปก่อนแล้วกัน” 

เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าสรุปเองทั้งหมดไม่ได้สนใจวายุเลย ในเมื่อห้ามไม่ได้ มีหวังเขาคงต้องกวาดซื้อร้านอาหารที่เธอจะไปทำงานทั้งหมดซะแล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว