จะเลิกแล้ว

ชื่อตอน : Never Ending Journey

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 152

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2563 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Never Ending Journey
แบบอักษร

ก้าวแรกที่แซมเหยียบบนแผ่นดินสวรรค์ เขาพลันตระหนักถึงความแตกต่าง อย่างแรกนั้น เขาได้สลัดคราบของชายวัยไม้ใกล้ฝั่งที่ได้แต่นอนติดเตียงกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง ถ้าจะให้อธิบายละก็ แซมรู้สึกราวกับตัวเองอยู่ในช่วงวัยยี่สิบต้น ๆ อีกครายังไงยังงั้น

อย่างต่อมาก็คือบรรยากาศ แซมรู้ดีว่าสวรรค์ดั้งเดิมนั้นเป็นเพียงฉากความทรงจำที่เล่นซ้ำไปซ้ำมาเท่านั้น หรือจะเรียกว่ามันเป็นห้องขังที่สร้างขึ้นจากความสุขก็ได้ ทว่าดีนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าตอนนี้นั้น แม้พวกเขาจะไม่ได้พบกันมา... ชั่วชีวิตหนึ่งแล้วก็ตาม กระนั้นแซมก็ตระหนักได้ในทันที ห้วงแห่งความมืดมิดอันลึกล้ำของช่องโหว่ในหัวใจของเขาพลันเต็มตื้นขึ้นมา ในชั่วพริบตาที่ดีนเรียกเขาด้วยน้ำเสียงอันคุ้นเคย

“แซมมี่”

นี่ไม่ใช่ความทรงจำ เสียงจากหัวใจของเขาบอก ดีนตรงหน้านี้คือดีนจริง ๆ 

แต่ว่ามันเป็นไปได้ยังไงกัน

“ดีน...” แซมเอ่ยตอบ นั่นยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าคมเข้มของพี่ชายกว้างกว่าเดิม ถึงขั้นที่แซมสามารถเห็นประกายความสุขในดวงตาสีเขียวเป็นประกายคู่นั้นได้เลยทีเดียว

พวกเขาสวมกอดกันและกัน อ้อมแขนหนักแน่นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากความจริง

เป็นชั่วอึดใจแห่งความเงียบงันที่หาใช่ความอึดอัด ขณะที่สองพี่น้องยืนเคียงกันบนสะพานไร้ผู้คน รายล้อมไปด้วยธรรมชาติเขียวขจี สายลมอ่อน ๆ พัดพาเอากลิ่นของใบสน เปลือกไม้และสายน้ำมากระทบใบหน้ากับเรือนผมสีน้ำตาลกระเซิง แต่กลิ่นที่ดูจะดึงความสนใจจากแซมได้มากที่สุดนั้นก็เห็นจะเป็นกลิ่นที่โชยมาจากดีนต่างหาก

“ดีน” แซมเริ่มทำลายความเงียบ “นายเพิ่งกินพายมาใช่ไหม”

“ถูกแล้วไอ้น้องเอ๋ย” ดีนหัวเราะ มือขยี้ผมเจ้าน้องชายจนแซมต้องปัดมืออีกฝ่ายทิ้ง “ฉันเพิ่งจะกินพายขนาดที่พออยู่ไปได้ถึงหนึ่งร้อยปีเลยทีเดียว!”

แซมส่ายหน้าอย่างระอา

“แล้วที่นี่มันอะไรกัน มันคือสวรรค์จริง ๆ ใช่ไหม”

“ใช่ ที่นี่คือสวรรค์จริง ๆ ”

“แต่ว่า...”

ดีนมองน้องชายตนด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจ “แต่มันแตกต่าง... ใช่ไหมล่ะ” ดีนยักไหล่ ก่อนจะหมุนตัวกลับจากราวสะพานตรงไปยังลูกน้อยของเขา เชฟวี อิมพาลา ปีหกเจ็ด “มาเถอะ เรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว เพราะงั้นไปหาที่เจ๋ง ๆ นั่งกันดีกว่า”

1 

“นี่น่ะหรือที่เจ๋ง ๆ ของนายน่ะ” แซมขมวดคิ้ว ส่งสายตา ‘เอาจริงดิ’ ไปให้พี่ชายที่ดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความกังขาของเขา

“แน่นอน ในโลกนี้ ไม่สิ ไม่ว่าจะโลกไหน ๆ จะยังมีที่ไหนดีไปกว่านี่อีกกัน!” ดีนหัวเราะ “มาเถอะ รีบไปหาที่นั่งกัน ฉันอยากกินพายจะแย่แล้ว!”

เบื้องหน้าแซมก็คืองานแอครอนพายแอนด์ไพน์เฟสติวัล หรือถ้าจะลงรายละเอียดให้ชัด ๆ ก็คือเทศกาลพายอันเป็นจุดแวะพักของเขากับดีนในคดีสุดท้ายที่พวกเขาทำร่วมกันก่อนที่ดีนจะ... จากเขาไปชั่วชีวิตนั่นแหละ มันเป็นเหมือนกับในความทรงจำของแซมไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นหอมหวานของพายผสมปนเปกับกลิ่นขมซาบซ่านของคราฟท์เบียร์คละคลุ้งในอากาศ กระแสความรื่นเริงของผู้ร่วมงานทั้งหมด ขณะที่เขามองดีนสาวเท้าเร็ว ๆ อย่างตื่นเต้นเหมือนเด็ก ๆ ไปยังแผงขายพาย

จะพูดว่านี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกแปลก ๆ เลยก็คงจะเป็นการโกหก แน่นอนว่าเขามีความสุขกับบรรยากาศนี้ กระนั้นมันก็ดึงเอาความทรงจำไม่ดีหลังจากนั้นขึ้นมาเช่นกัน

“มัวทำอะไรอยู่น่ะ แซมมี่!” ดีนตะโกนข้ามฝูงชนมา ฝูงชนที่เป็น ‘วิญญาณบนสวรรค์’ จริง ๆ หาใช่ความทรงจำไม่ “เราต้องการเบียร์ไว้ล้างคอด้วยนะ!”

“รู้แล้วน่า” แซมสลัดความรู้สึกแปลกพิลึกทิ้งไป “นายเองก็หยุดทำตัวน่าอายได้แล้ว!”

แน่นอนว่าดีนขนเอาพายทั้งหมดที่มีมาด้วย เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่พายหกชิ้นแล้ว ทว่ามีถึงสิบห้าชิ้นเลยทีเดียว ‘อะไรฟะเนี่ย’ แซมถลึงตามองดีนที่มาพร้อมกล่องใส่พายเบ้อเริ่มเทิ่มที่พอวางปุ๊บก็เต็มโต๊ะปั๊บเลยทีเดียว

“ไม่เยอะไปหน่อยหรือไง”

“นี่เขาเรียกว่าของเรียกน้ำย่อยต่างหาก” ดีนหยิบจานมินซ์พายขึ้นมาถือในมือพร้อมกับส้อมด้วยความเร็วซึ่งแม้แต่แซมที่คุ้นเคยกับความคลั่งไคล้พายของดีนยังต้องเลิกคิ้ว “ของจริงยังมีอีกสักห้าสิบชนิดได้มั้ง”

“นายจะกินทั้งหมดเลยเรอะ!”

“แซมมี่ นี่ละข้อดีของสวรรค์” ดีนหลิ่วตา “พายไม่จำกัด ไม่ต้องกลัวไขมันอุดตัน”

“อะไรอีกล่ะ” แซมพบว่าดีนกำลังจ้องเขาอย่างระแวงเล็กน้อย

“นายคงไม่เอาพายมาโปะหน้าฉันอีกแล้วมั้ง”

“นายมันงี่เง่า รู้ตัวไหม” แซมบ่น

“แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ทำให้พายอันล้ำค่าต้องเสียของด้วยการโปะหน้าคนอื่นแล้วกัน เจ้างั่ง!” ดีนเริ่มลงมือกินพายที่ถืออยู่

“นี่ ดีน”

“อะไร” ดีนตอบเสียงอู้อี้ด้วยพายที่ยัดเข้าไปจนเต็มปาก

“นายบอกว่าสวรรค์เปลี่ยนไปแล้ว ที่ว่าแจ็คกับแคสทำลายกำแพงทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันน่ะ” แซมดูเหมือนจะมีคำถามบางอย่าง

“ฟังเหลือเชื่อใช่ไหมล่ะ แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ” ดีนยังคงตั้งหน้าตั้งตายัดพายเข้าปากไม่หยุด จนไม่น่าเรียกว่าแค่ ‘กิน’ ได้อีกแล้ว แซมลอบส่ายหน้าในใจ “ก่อนหน้าที่นายจะขึ้นมาบนนี้ ฉันได้แวะไปหาพวกเขาบางคนแล้วนะรู้ไหม พ่อกับแม่ เฮนรี่ เควิน แอช เอลเลนแล้วก็โจ บ็อบบี้ถึงกับมารอเจอฉันตอนที่เพิ่งมาถึงสวรรค์เลยนะ พวกเขาบอกว่าอยากจะเจอกับนายเร็ว ๆ เอ่อ หมายถึงว่าหลังจากที่นาย... นายก็รู้”

“นายได้เจอแจ็คกับแคสหรือยัง” แซมถาม

ดีนลดความเร็วในการ ‘เขมือบ’ ลง สีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย “ยังเลย ฉันลองให้แอชช่วยลองตามหาพวกเขาดูแล้ว แบบ.. เครื่องตรวจจับเทวดาที่เคยทำก่อนหน้านี้น่ะ แต่เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้อยู่บนสวรรค์อีกแล้ว ไม่สิ จากที่แอชว่า พวกเขาไม่ได้อยู่ที่ไหนทั้งบนสวรรค์แล้วก็โลกเลย ส่วนนรกกับเพอกาทอรี่ก็คงเป็นไปไม่ได้ละมั้ง”

แซมนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ไม่แน่นะว่าพวกเขาอาจกำลังฟื้นฟูมิติอื่น ๆ อยู่ก็ได้”

“ก็ไม่แน่” ดีนนึกถึงตัวเองเวอร์ชั่นแปลก ๆ กับรถเห่ย ๆ พวกนั้น และก็ขนลุกซู่ “เอาเป็นว่า-”

ดีนไม่ทันได้พูดจบตอนที่กลางวันผันเปลี่ยนเป็นกลางคืนโดยฉับพลัน จากนั้นสายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงลงมาติด ๆ ยังอีกฟากของภูเขานับได้สิบสามครั้งด้วยกัน เสียงคำรามของฟากฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้พื้นแผ่นดินสั่นระริกเล็กน้อยประหนึ่งสัญญาณภัยพิบัติ ผู้คนในงานเทศกาลเริ่มกระสับกระส่าย บางคนกรีดร้องด้วยความตกใจ ความหวาดกลัวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกแห่ง

แซมกับดีนลุกยืนขึ้น แม้แรงสั่นสะเทือนกับสายฟ้าฟาดทั้งหมดจะผ่านพ้นไปแล้ว ท้องฟ้ากลับมาแจ่มใสเช่นที่เคยอีกครั้ง แต่ลางสังหรณ์ของพวกเขาก็บอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา โดยเฉพาะกับดีนที่ใช้เวลาบนนี้มาได้พักใหญ่จนพอจะมั่นใจได้บ้างแล้วว่าสวรรค์นั้นจะมีเพียงความสุขและสนุกสนานตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่มีทางเลยที่จะเกิดปรากฏการณ์น่าสะพรึงเช่นเมื่อครู่ขึ้นได้

“แซมมี่!” ไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมามากกว่านี้ สองพี่น้องวินเชสเตอร์ก็พุ่งตรงไปยังอิมพาลาเรียบร้อยแล้ว

2 

พวกเขาวิ่งรถไปราวหกกิโลเมตรก่อนจะมาถึงยังที่หมาย ถามว่าทำไมถึงรู้ได้น่ะหรือว่าเป็นที่นี่ ก็เพราะร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดน่ะสิ

อย่างกับว่าอุกกาบาตลูกใหญ่เพิ่งตกลงมาก็ไม่ปาน ดีนนึกถึงสภาพพื้นที่ตอนที่แคสดึงเขากลับมาจากนรกและคืนชีพให้เป็นครั้งแรก ต้นไม้ล้มกระจัดกระจายมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน เพียงแต่ตรงหน้าตอนนี้เลวร้ายกว่านั้นเยอะ ควันกับกลิ่นไหม้ยังคงคละคลุ้งรุนแรง ผสมผสานกับกลิ่นโอโซนซึ่งหลงเหลือจากการปรากฏของอสุนิบาต จุดที่เกิดการพลังทลายนั้นมีรัศมีเกือบหนึ่งกิโลเมตร กลืนกินถนนกับส่วนหนึ่งของภูเขาหายไป กลับกลายเป็นแอ่งหลุมซึ่งอาจไม่ลึกมากนักทว่ากว้างขวางน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง

“มันบ้าอะไรน่ะ” ดีนพึมพำขณะก้าวเข้าไปใกล้ปากหลุม ปืนโคลท์สีเงินขนาดจุดสี่ห้าอยู่ในมือในท่าทางเตรียมพร้อม เป็นอย่างที่บ็อบบี้เคยบอกไว้ว่าสวรรค์นั้นมีทุกอย่างพร้อม เพราะหลังจากเปิดกระโปรงท้ายรถ สองพี่น้องก็พบกับอาวุธคู่ใจจากสมัยที่ยังเป็นนักล่าอัดแน่นอยู่เต็ม รวมถึงดาวกระจายที่ดีนไม่ได้ใช้นั่นด้วย

แซมไม่ได้ตอบอะไรนอกจากกระชับด้ามปืนแน่นค่อย ๆ ตามหลังพี่ชายตน ทั้งคู่พยักหน้าส่งสัญญาณให้กัน จากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวลงไปยังทางลาดในหลุม ตรงไปยังใจกลางอย่างระมัดระวัง

บริเวณใจกลางมีแสงแวบวาบคล้ายแสงสะท้อนสว่างขึ้นเป็นพัก ๆ ทั้งที่ตรงนั้นไม่ได้มีวัตถุอะไรอยู่เลย สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้สองพี่น้องวินเชสเตอร์เสียวสันหลังวาบ และยิ่งรู้สึกหวั่นวิตกอย่างไร้เหตุผลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกย่างก้าวที่ค่อย ๆ ใกล้เจ้าแสงประหลาดวิบวับนั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ

“นายว่ามันคืออะไร” ดีนกระซิบถาม

“มันดูอย่างกับ...” แซมหรี่ตาลง แสงระยิบระยับราวกับแผ่กว้างออกจนเหมือนผืนผ้าสีเนื้อโปร่งบางที่มีลวดลายมัวซัวบนนั้น ไม่สิ นั่นไม่ใช่ลวดลาย แต่คือบางสิ่งที่ถูกบดบังอยู่ต่างหาก “ประตูมิติงั้นแหละ”

“ถ้ามันเป็นประตูมิติ ถ้าอย่างนั้น-” ดีนว่า

ตอนนั้นเองที่จู่ ๆ แสงวิบวับสูงสามเมตรก็เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นอย่างฉับพลัน สิ่งที่ดูคล้ายท่อนแขนกำยำของสัตว์ประหลาดทะลุพื้นผิวราวผ้าโปร่งออกมาหมายจะไขว่คว้าคอดีน ซึ่งก็ได้แซมที่สังเกตเห็นทันเวลากระโจนรวบตัวพี่ชายก่อนล้มกลิ้งไปทั้งคู่

มันบ้าอะไรฟะนั่น!!!” ดีนร้องลั่น กลิ้งตัวมาอยู่ในท่าคุกเข่าหนึ่งข้างก่อนซัดกระสุนใส่แขนประหลาดสีเทาข้างนั้นจนหมดแม็ก กระสุนเจาะผ่านหนังหนา ๆ เลือดสีน้ำเงินคล้ำสาดกระจาย ทันทีที่พวกมันหยดถูกพื้น เสียงฟู่ก็ดังขึ้นพร้อมควันเหม็นเหมือนพลาสติกไหม้รุนแรงที่ทะลักออกจากรูอันเกิดขึ้นเนื่องจากการละลายเฉียบพลัน

“ดีน เลือดมันเป็นกรด!” แซมบอก

“โอ้ เยี่ยมเลย เรากำลังสู้กับเอเลี่ยนใช่ไหม”

แขนสีเทากล้ามเป็นมัดมีนิ้วมือยาวครึ่งฟุตจำนวนเจ็ดนิ้วด้วยกัน แต่ละนิ้วมีรูปร่างเหมือนกิ่งไม้แห้ง ๆ จะหักมิหักแหล่ซึ่งตรงปลายทั้งแหลมทั้งคม เจ้าแขนประหลาดเพียงเสียหลักเซไปเล็กน้อยหลังจากถูกยิงเข้าไปสามนัด ทันทีที่กลับมาตั้งหลักได้ มันก็พุ่งเข้าใส่ดีนซึ่งเป็นผู้โจมตีใส่มันก่อนหน้านี้

แม้จะมีแค่แขนข้างเดียว กระนั้นความโกรธเกรี้ยวของมันก็ถูกสื่อให้เห็นอย่างชัดเจน ดีนถึงกับหน้าเปลี่ยนสีก่อนจะหันหลังวิ่งหนี เขาทันเห็นบาดแผลของมันสมานตัวเองและหายสนิทภายในเวลาไม่กี่วินาที แซมเล็งเป้าหมายแล้วรัวกระสุนใส่มัน แต่ก็เพียงเพื่อยั่วให้มันกราดเกรี้ยวยิ่งขึ้น

มันเปลี่ยนเส้นทางจากดีนไปหาแซมแทน

ดีนบรรจุกระสุนรอบใหม่ ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของเจ้าสัตว์ประหลาดที่มีแต่แขนนี่ได้อยู่ดี “แซมมี่ ล่อมันขึ้นไปข้างบนนั่น เราจะลองอย่างอื่นกัน!”

แซมไม่ตอบ นั่นเพราะเขากำลังติดอยู่ระหว่างการห้อสุดฝีเท้าไปยังปากหลุม ดีนมุ่งหน้าอีกทิศทางตรงไปยังอิมพาลา เขาคว้ามาเชเต้จากกระโปรงหลังขึ้นมาทว่าก็ชะงักไปครู่หนึ่งด้วยรู้ว่าเลือดมันมีฤทธิ์เป็นกรด การโจมตีระยะใกล้เช่นนั้นอาจมีผลให้หน้าเขาละลายได้

แต่นี่เป็นสวรรค์ไม่ใช่หรือ เขาไม่แน่ใจว่าการตายบนนี้จะนำไปสู่อะไร

“ช่างปะไร!” เสียงปืนอีกระลอกดึงความสนใจดีนจากเรื่องหยุมหยิม เวลานี้เขามีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าต้องทำต่างหาก คิดได้ดังนั้นดีนก็วิ่งถือมีดตรงไปช่วยน้องชาย

แซมเหยียบพลาดตรงขอบหลุมและล้มไถลลงไปตามความลาดชัน “ดีน!” เขาร้อง มือประชิดใกล้แซมเร็วกว่าที่เจ้าตัวคาดคิดเอาไว้ ดีนคำราม เงื้อมีดขึ้นเหนือหัวพร้อมกระโจนใส่เจ้าตัวอะไรก็ตามนั่นจากด้านหลัง จากนั้นก็ฟันลงไปสุดแรง ทว่าอาจเพราะเสียงกู่ร้องสู้ศึกของเขาที่กลายเป็นสัญญาณเตือนเจ้าของแขนน่าเกลียดเสียก่อน ร่างในแสงระยับหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับดีนในฉับพลันทันใด มันยกท่อนแขนรับมาเชเต้ คมมีดไม่แม้แต่จะระคายผิวสักนิด วินาทีถัดมา ดีนก็รู้สึกราวกับถูกฟาดด้วยท่อนซุงยังไงยังงั้น ร่างกำยำของเขาลอยละลิ่วไปไกลกว่าสี่เมตรก่อนลงมานอนจุกบนพื้น

ตัวประหลาดในแสงควบเหมือนมนุษย์มีแขนขายาวเก้งก้างที่ลงไปคลานสี่เท้า ดีนยังไม่ทันลุกขึ้นด้วยซ้ำตอนที่มันเข้าถึงตัวเขา มันง้างกรงเล็บโดยมีเป้าหมายที่ลำคอ

ถอยไปจากดีนเดี่ยวนี้นะ!” แซมใช้ร่างของตนพุ่งกระแทกเจ้านั่นจากทางขวา กรงเล็บพลาดจากใบหน้าดีนไปเพียงไม่ถึงนิ้ว แม้แซมจะทุ่มกำลังทั้งหมด แต่ก็กลับทำได้เพียงบังคับให้ตัวประหลาดถอยไปสองก้าวเท่านั้น

และตอนนี้มันก็พร้อมตอบโต้กลับแล้ว

หัวใจแซมร่วงวูบไปอยู่ตาตุ่ม เขารู้ดีว่าตนไม่มีทางหลบการโจมตีครั้งนี้จาก ‘แขน’ ได้แน่

กรงเล็บตวัดวูบ

แซมมี่!!!” ดีนตะโกน ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นด้วยความหวาดกลัวแทนน้องชายของเขา

ทันใดนั้นเขาพลันได้ยินเสียงสะบัดผ้า ไม่สิ นั่นมันเสียงปีก... ปีก!?!

ไม่มีเลือดฉีดพุ่ง ไม่มีอวัยวะฉีกขาดกับร่างไร้วิญญาณ แซมหายวับไปจากตรงนั้น เสียงเสี้ยววินาทีก่อนที่กรงเล็บจะสัมผัสถูกลำตัว จากนั้นก็ไปปรากฏตัวอีกครั้งอยู่ข้างอิมพาลาพร้อมกับสีหน้าแตกตื่นงุนงง

กลุ่มก้อนแสงสีเงินถูกใครคนหนึ่งขว้างใส่ตัวประหลาดนั่นลูกแล้วลูกเล่า อำนาจบริสุทธิ์แห่งสรวงสวรรค์ปะทะและฉีกแขนสีเทาน่าเกลียดจากร่างที่ซ่อนอยู่หลังประตูมิติในรูปลักษณ์ม่านแสง ตัวประหลาดกรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ด ของเหลวกรดสีน้ำเงินเข้มสาดกระจาย ส่วนหนึ่งพร่างพรมมาทางดีนที่มัวแต่ตะลึงจนลืมว่าต้องลุกขึ้นหนี

พริบตาถัดมา ดีนก็ถูกวาร์ปมาอยู่ข้างแซม ต่างฝ่ายต่างจ้องมองใครคนหนึ่งพยายามระเบิดเจ้าสิ่งประหลาดนั่นอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยลูกพลังงานอันเจิดจ้า ไม่นานนักเสียงโหยหวนก็เงียบสงัดลง เหลือเพียงแสงระยิบระยับของประตูมิติที่ลอยเอื่อยอยู่ในอากาศ

ประตูมิติหายวับไปหลังจากชายคนนั้นดีดนิ้ว จากนั้นเขาก็หายตัวมาอยู่ตรงหน้าสองพี่น้อง

“ไงหนุ่ม ๆ ” เขายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทั้งทะเล้นและกวนประสาทนั่นไม่มีทางลืมได้เป็นแน่

เกเบรียล!?!” แซมกับดีนร้องออกมาพร้อมกัน

“ทริกสเตอร์เจ้าเก่าเจ้าเดิมเอง ดีใจนะที่เห็นพวกนายมาอยู่บนนี้นะ” เกเบรียลพูด

“เกเบรียล... นี่เป็นนายจริง ๆ หรือ” ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าที่แซมจะประมวลผลสิ่งที่เห็นได้ “ไม่ใช่ว่านาย...”

“ถึงขั้นนี้แล้วยังจะแปลกใจอะไรกันอีกล่ะ ในจักรวาลของ ‘ล่าปริศนาเหนือโลก’ พวกเราต่างก็รู้ดีว่าไม่มีใครที่ตายจริง ๆ ทั้งนั้นแหละ” เกเบรียลตอบ “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาแบบนี้ด้วย ว่าแต่พวกนายมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกนายกำลังวุ่นวายอยู่กับ... อะไรก็ตามที่พวกนายกำลังทำอยู่หรอกหรือ อย่างเซ็กซ์หมู่กับดาราหนังโป๊ ไม่ใช่หรือ งั้นก็ผจญภัยในโลกสคูบี้ดูอีกรอบ ก็... ไม่ใช่อีกงั้นหรือ”

“เดี๋ยวนะ ฉันยังเข้าไปโลกสคูบี้ได้อีกด้วยเรอะ” ดีนขัด

“แน่อยู่แล้ว ลองมองดูรอบ ๆ สิ ที่นี่คือสวรรค์นะ บนนี้เราจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น...” เกเบรียลเงียบไปครู่หนึ่ง มองหน้าสองพี่น้องวินเชสเตอร์ที่ดูค่อนข้างอึดอัดและกังขาสลับไปมา “โอเค ที่นี่อาจดูไม่ค่อยเหมือนสวรรค์สักเท่าไหร่ แต่ให้ฉันซ่อมแซมสักหน่อย-”

“เกิดอะไรขึ้น” แซมถามตอนที่อัครเทวทูตกำลังจะดีดนิ้ว “พวกเรากำลังอยู่ในเทศกาลพายตอนที่อยู่ ๆ ท้องฟ้าก็กลายเป็นกลางคืนแล้วก็มีฟ้าผ่าลงมาไม่หยุด”

“จากนั้นก็หลุมบ้า ๆ นี่ แล้วก็มีตัวอะไรสักอย่างที่มีแต่แขนน่าเกลียดนั่นอีก” ดีนเสริม

เกเบรียลมีสีหน้าลำบากใจ “ที่จริงแล้วมันก็... ไม่ ไม่ดีกว่า” อัครเทวทูตถอนหายใจ “ฉันก็ไม่อยากดึงพวกนายเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอกนะ เพราะกว่าพวกนายจะได้พบกับความสงบสุขก็ลำบากน่าดูเลย”

“นายพูดว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาแบบนี้” แซมส่ายหน้า “แล้วยังคิดจากเรื่องที่แจ็คพานายกลับมาจากความว่างเปล่าด้วย ดูเหมือนว่านี่ไม่น่าจะใช่ปัญหาเล็ก ๆ หรอกมั้ง”

“ไม่ มันไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ เลย” เสียงกระพือปีกดังขึ้นครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ตามมาด้วยน้ำเสียงที่ออกจะไร้อารมณ์บวกกับแหบเล็กน้อยอันแสนคุ้นเคยที่สุดสำหรับสองพี่น้อง วินาทีนั้นราวกับสายลมอันอบอุ่นที่พัดผ่านเข้ามายังโพรงอันหนาวเหน็บในส่วนใดส่วนหนึ่งในหัวใจของพวกเขาก็ไม่ปาน “สวัสดี ดีน แซม”

“คะ แคสเทียล!?!” จริงอยู่ที่ต่อให้รู้ว่าแจ็คได้ดึงแคสกับมาแล้ว กระนั้นการได้รับฟังกับการที่ได้เห็นตัวจริงเสียงจริงมายืนตรงหน้านั้นมันคนละเรื่องกันเลย แซมกับดีนราวกับถูกสาปให้เป็นหินจากนั้นก็ตามด้วยโดนสายฟ้าฟาดใส่ยังไงยังงั้น

“อะไรกันฟ้า... ทีเป็นฉันไม่เห็นพวกนายจะทำหน้าดีใจแบบนี้เลย” เกเบรียลบ่นกระปอดกระแปด

เพียงแต่เทวทูตหนุ่มในเทรนช์โค้ทสีน้ำตาลอ่อนกลับไม่ได้พุ่งเข้าหาสองพี่น้องวินเชสเตอร์หรือเปิดโอกาสให้แซมหรือดีนได้เป็นฝ่ายทักทายถามไถ่สิ่งต่าง ๆ เสียก่อน เขาจ้องไปทางพี่น้องของตน เกเบรียล ก่อนจะหย่อนระเบิดลูกใหญ่ลงมากลางวงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เกเบรียล เจ้าพวกนั้นทำบางอย่าง... ที่ข้าก็ไม่รู้ว่าอะไร” แคสเทียลว่า “แต่ว่า... ไม่ว่าข้าจะมองหาที่ไหนก็ไม่มีร่องรอยอยู่เลย... พระเจ้า... แจ็คหายตัวไปแล้ว”

 

จบ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว