ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 120% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 120% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 954

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2563 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 120% อัพแล้ว
แบบอักษร

 

เสียงของอาทิตยาดังพร้อมกับเสียงของคาร์เตอร์ ทำให้ผู้ช่วยสาวสะดุ้งผลักนักธุรกิจหนุ่มทันทีแล้วรีบลุกขึ้นยืน เธอจัดเสื้อผ้า ผมเผ้าแล้วมองลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของอันยา ข้างกันนั้นเป็นพ่อบ้านเก่าแก่ปิดท้ายด้วยลูอิสยืนด้านหลัง เธอกลืนน้ำลาย รู้สึกประหม่าอย่างถึงที่สุด เห็นสายตาทุกคนมองด้วยความสงสัย นาทีต่อมาเฮกเตอร์ก็ลุกขึ้นยืนเคียงข้าง ผูกปมเสื้อคลุมและบิดขี้เกียจอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว 

       “มัมจ๋า ฮึก... มัมทิ้งซันนี่ หนีมาเล่นกะเตอร์ ฮึก... โป้งมัม... โป้งเตอร์!” ถึงปากจะพูดอย่างนั้นทว่ามือน้อยสองข้างก็ชูขึ้นอยากให้อุ้ม 

       พริสารีบวิ่งขึ้นบันไดรับร่างลูกสาวมาทันที เห็นสายตาของคาร์เตอร์จ้องเขม็งก็ส่ายหน้า “ไม่ใช่อย่างที่พวกคุณคิดนะคะ จริงๆนะ คือว่าเมื่อคืนนี้เขานอนไม่หลับ ฉันไม่ให้ดื่มเหล้า เขาก็เลยแกล้งฉัน ให้มาดูหนังเป็นเพื่อน พวกคุณก็รู้ใช่ไหมคะ เวลากลางคืน เป็นเวลาที่ต้องนอนหลับ ฉันก็ง่วง สุดท้ายก็ผล็อยหลับไป และตื่นมาก็เป็นแบบนี้ แต่เราไม่ได้มีอะไรกัน และเราก็...” พริสาอธิบายรวดเร็วจนลิ้นพันกันพูดแทบไม่รู้เรื่อง ซึ่งเวลานั้นเฮกเตอร์เดินขึ้นมาพอดี และเอ่ยเพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทุกคนไร้คำพูด  

       “จะเสียเวลาอธิบายไปทำไมเล่าพริสา... คนพวกนี้ก็มีสมอง คิดได้เองแหละว่าเราอยู่ด้วยกันทั้งคืน เกิดอะไรขึ้นบ้าง” เฮกเตอร์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีแล้วเดินจากไป ทำเอาพ่อบ้านเก่าแก่หันไปสบตาบอดี้การ์ดหนุ่มราวกับเห็นผีและหันมามองพริสาที่หน้าแดงก่ำ ซ้ำยังยืนยันว่าไม่มีอะไร ก่อนจะพาตัวเองและลูกสาวออกจากห้องนี้ไปทันที 

       “นายเห็นเหมือนฉันไหม” เขาถามลูอิส 

       “เอ่อครับ... เจ้านายหัวเราะ” 

       “สงสัยวันนี้พายุเข้าแน่ๆ” นานมากแล้วไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเฮกเตอร์หรือแม้แต่รอยยิ้มที่บ่งบอกถึงการมีความสุข บางทีผู้ชายคนนี้อาจกำลังเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ แล้วสาเหตุมาจากพริสาอย่างนั้นเหรอ...  

 

       ทางด้านพริสากลับมายังห้องตัวเองก็หน้าแดงก่ำ เพราะความง่วงเป็นเหตุทำให้นอนกับเฮกเตอร์ทั้งคืน แถมยังตื่นสายโด่งเพราะตอนนี้เป็นเวลากว่าแปดโมงแล้ว เธอมองลูกน้อยที่ดวงตากลมโตยังแดงระเรื่อนั่งเล่นตุ๊กตา ก็นึกสงสาร โชคดีที่อันยาพาไปรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วจะได้ไม่ต้องหิ้วท้องรอ  

       “มัมขอโทษนะคะ... มัมไม่ได้ตั้งใจทิ้งหนูเลยเด็กดี” เธอพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

       “มัมไม่จอดซันนี่” เด็กน้อยร้องบอก 

       เธออมยิ้ม “จอด” ที่ว่าก็คือ “กอด” นั่นเอง “โอ๋ๆ คืนนี้มัมจะกอดซันนี่ทั้งคืนเลย ดีไหมคะ” 

       “สัญญา”  

       “สัญญาจ้ะ ตอนนี้มัมอาบน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวลงไปอยู่กับเตอร์นะ” 

       “เย้ๆ อยู่กับเตอร์!” อาทิตยาร้องบอก 

       พริสาคลี่ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำโดยเปิดประตูเอาไว้เพื่อที่จะได้มองเห็นและได้ยินเสียงลูกสาวที่ย้ายมานั่งเล่นตุ๊กตาบริเวณห้องแต่งตัว ใช้เวลาสามสิบนาที เธอก็กลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้งที่ห้องทำงาน พร้อมกับอาหารเช้าของเขา ซึ่งเธอเองก็รีบกินมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนอาทิตยาเข้ามาได้ก็รีบวิ่งไปหาเฮกเตอร์ทันที 

       “เตอร์จ๋า... ซันนี่มาแย้ว”  

       เขากลอกตา “ไม่มาสักวันก็ได้นะ ไม่มีใครว่าหรอก” 

       “ถึงซันนี่ไหม”  

       เขาขมวดคิ้วหันไปส่งสายตาให้กับพริสา ซึ่งหญิงสาวก็แปลให้ “แกถามว่า คิดถึงแกไหม” 

       “นี่ปีศาจน้อย ฉันเนี่ยนะจะคิดถึงเธอ ไม่มีวันซะหรอก...ไปเล่นได้แล้ว อย่ามาเกะกะแถวนี้ เดี๋ยวโดนจับมัด อย่าหาว่าไม่เตือน” ชายหนุ่มร่ายยาวทว่าอาทิตยาจับใจความได้ไม่กี่คำหรอก แต่หนึ่งในนั้นมีคำว่า “เล่น” ก็รีบวิ่งไปยังโต๊ะกระจกที่อยู่ใกล้กับโซฟาตัวยาวหยิบสมุดภาพมาระบายสีทันที  

       “อย่าทำอย่างนั้นกับแกอีก ฉันเคยบอกแล้วว่าถ้าคุณกล้า...” 

       “ก็ถ้าเธอกล้าล่ามฉันติดเก้าอี้ ฉันก็จะล่ามเธอติดเตียงบ้าง เอาไหมล่ะ” ชายหนุ่มสวนทันที 

       เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ พริสาก็กัดริมฝีปากแน่นคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ผู้ชายคนนี้ชอบเอาเรื่องบนเตียงมาขู่อยู่เรื่อย ไม่รู้หรือไงว่ามันน่ากลัว “งั้นฉันจะเพิ่มหน้าที่ให้คุณเลี้ยงซันนี่ตอนกลางคืน ให้กล่อมและนอนเฝ้าแก!” 

       “ไม่มีทาง!” 

       “ถ้าไม่อยากทำ... ก็ทำตัวดีๆนะคะ”  

       “นี่พริสา... พริสา... โธ่เอ้ย เธอเดินออกไปก่อนฉันจะพูดจบอีกแล้ว” ชายหนุ่มบ่นอย่างหัวเสีย 

       ในช่วงเวลาที่ชายหนุ่มทำงาน เลี้ยงดูอาทิตยา เวลาว่างของพริสานอกจากเข้าครัว รับหน้าที่ทำอาหารให้กับคนทั้งคู่ จัดเก็บห้องนอนให้เฮกเตอร์ อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการได้พบปะพูดคุยกับหมอประจำตัวที่คาร์เตอร์นัดแนะให้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอาการ แนวทางที่จะรักษาเฮกเตอร์เท่าที่จะทำได้ ในเบื้องต้นเรื่องอาการบาดเจ็บ ถือว่าทำได้ถูกต้องแล้ว ในเมื่อเขาไม่ยอมทำกายภาพบำบัดจริงจังอีกครั้งการใช้เจลร้อนช่วยบรรเทาอาการปวดเป็นตัวเลือกที่ดี ส่วนการดื่มสุรา หมอแนะนำให้ลด อย่าหักดิบด้วยการเลิกเด็ดขาด เนื่องจากเขามีพฤติกรรมดื่มมานานไม่อย่างนั้นจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ต่อมาเรื่องอาการนอนไม่หลับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพจิตใจเนื่องจากเฮกเตอร์มีภาวะพีทีเอสดีร่วมด้วย สาเหตุมาจากการลอบสังหารในครั้งนั้นก็ถือว่าเป็นความรู้ใหม่ให้แก่พริสา ซึ่งส่วนนี้แพทย์แนะนำว่าให้ชายหนุ่มเข้ารับการรักษาโดยตรง อย่างจริงจังจะดีกว่า  

       หลังจากได้รับรู้สิ่งที่ร่างสูงเป็นพร้อมแนวทางในการดูแล เธอก็รู้สึกหดหู่ เขาซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ลึกเหลือเกิน เธออยากให้เขาเปิดใจระบาย หรือแบ่งปันความเจ็บปวดนี้กับใครบ้าง เธอเข้าใจดีว่าทุกอย่างคงไม่ง่ายนัก เพราะลองคิดกลับกันหากเป็นตัวเองเจอบ้าง แม้ไม่รู้เรื่องทั้งหมด รู้บ้างบางส่วนจากคาร์เตอร์และข่าว ยังไม่รู้เลยว่าจะรับมือไหวไหม พริสารู้สึกสงสารเฮกเตอร์จับหัวใจ พร้อมกับมุ่งมั่นว่าตราบใดที่ยังอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วย เธอจะทำให้อาการของเขาดีขึ้น  

       ทางด้านเฮกเตอร์ยังคงทำงานตามปกติ แม้จะสามารถพักผ่อนได้แต่เขาเลือกไม่ทำ เพราะไม่อยากเสียเวลาคิดฟุ้งซ่านเรื่องอลาโน เพราะตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องครอบครัวบราวน์ แต่เชื่อว่าลูกน้องจะหาเจอในที่สุดถ้ายังมีชีวิตอยู่ ถึงเวลานั้นการหาตัวอลาโนก็ใกล้แค่เอื้อม 

       “เตอร์... ใส่ๆให้ซันนี่” 

       เสียงของเด็กน้อยเรียกสติทำให้ร่างสูงหันกลับมามอง ตุ๊กตาตัวเก่าเปลือยครึ่งตัว ดูเหมือนชุดที่อาทิตยาพยายามยัดนั้นจะไม่สามารถใส่ได้ 

       “ฉันทำไม่เป็นหรอก ให้แม่เธอใส่สิ” เขาตอบกลับ 

       “เตอร์ใส่ๆ” 

       เขาถอนหายใจ “ได้นิสัยเอาแต่ใจและดื้อมาจากแม่เธอใช่ไหม... ฉันไม่เคยเล่นตุ๊กตาจะใส่เป็นได้ยังไง... ถ้าให้ใส่เสื้อผู้หญิงตัวเป็นๆ ก็ว่าไปอย่าง” 

       พอเห็นเด็กน้อยเอียงศีรษะสงสัยไม่เข้าใจ เขาก็ตัดความรำคาญเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมไปไหน จึงคว้าตุ๊กตาจากมือน้อยวางลงบนโต๊ะ พยายามใส่เสื้อผ้าตัวเล็กด้วยความลำบาก ด้วยชุดค่อนข้างเก่า อีกทั้งอาทิตยาใส่ผิดด้าน มันยิ่งติดกันไปใหญ่ ความอดทนที่ว่าน้อยอยู่แล้วก็ทำเอาเขาหงุดหงิด แต่ก็ยังพยายามทำ เวลานั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น 

       “ว้าว... ฉันน่าจะถ่ายภาพนี้เก็บไว้นะคะ คุณเล่นตุ๊กตากับซันนี่ด้วย” 

       อาทิตยายิ้มกว้าง “มัม! เตอร์ๆ เล่นกะซันนี่” 

       “นี่... ยายปีศาจน้อย ฉันไม่ได้เล่นสักหน่อย เธอขอให้ฉันช่วยใส่ชุดให้ ฉันก็ทำ... ทีงี้มาบอกว่าเล่น แผนสูงนะเรา”ชายหนุ่มบ่นแล้วดันตุ๊กตาตัวเก่าให้พ้นจากโต๊ะทำงาน 

       พริสาหัวเราะเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารก่อนจะวางบนโต๊ะประชุมที่กลายเป็นโต๊ะรับประทานอาหารของทั้งคู่ไปเรียบร้อยแล้วปากก็พูดต่อ 

       “ก็เล่นกับแกหน่อยจะเป็นอะไรไปคะ... ตุ๊กตาน่ารักจะตาย” 

       “น่ารักที่ไหน เก่าก็เก่า ไม่มีปัญญาซื้อที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ” 

       “ก็ฉันต้องดูแลคุณจะเอาเวลาที่ไหนออกไปซื้อของให้ลูกกันล่ะ” พริสาตอบกลับ ของใช้ส่วนตัวหากหมดก็จะมีแม่บ้านคอยจัดการให้อยู่แล้ว เธอเลยไม่มีโอกาสได้ออกไปสักที 

       เมื่อเห็นว่าเธอให้ความสำคัญกับเขามากกว่าจู่ๆ เฮกเตอร์กลับรู้สึกพึงพอใจ “ดี” 

       ผู้ช่วยสาวเห็นสีหน้าและแววตาของผู้เป็นนายแสดงถึงความพอใจก็เดาความคิดออก พลางคิดว่าตัวก็ใหญ่ ทว่าเอาแต่ใจแข่งกับอาทิตยาเลย  

       “ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วค่ะ... ซันนี่มาหามัมจ้ะ... ส่วนคุณก็มากินด้วยนะคะ เมื่อเช้าคุณไม่ได้กินอะไร ดื่มแค่กาแฟดำถ้วยเดียว” พริสาอุ้มลูกสาวที่วิ่งมาหานั่งลงตรงเก้าอี้ ก่อนจะหันไปบอกร่างสูงที่ยังนั่งเฉย  

       “ฉันไม่หิว” 

       “ไม่หิวก็ต้องกินค่ะ... ซันนี่รอหม่ำกับคุณอยู่... มาเร็วๆค่ะ”  

       “ให้ตาย นี่เป็นแม่หรือว่า...” 

       “เป็นผู้ช่วยค่ะ จะให้ฉันย้ำชื่อตำแหน่งตัวเองอีกสักกี่ครั้งคะ... มาเร็วๆ อาหารจะเย็นหมด ฉันทำสุดฝีมือ ชิมแล้วด้วยรับรองไม่มียาพิษ” พริสาพูดดักคอด้วยรู้ว่าประโยคต่อมาของเขาคืออะไร  

       “เตอร์จ๋าหม่ำ... ซันนี่หิว” อาทิตยากวักมือเรียก 

       “ยายนี่ก็หิวได้ตลอดเวลาจริงๆ” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว