ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 90% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 90% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 886

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2563 11:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 90% อัพแล้ว
แบบอักษร

 

พริสากลืนน้ำลายคำว่า “อย่างอื่น” ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอะไร จึงรีบย้ายที่มานั่งข้างเขาทันที แต่ก็แอบชิดที่วางแขนฝั่งของตัวเอง เมื่อเขากดเริ่มเล่น ไฟในห้องหรี่ลงเหลือเพียงความมืดมิด เธอเอนกายนอนเหยียดยาว มือข้างหนึ่งถือถ้วยป๊อปคอร์นส่วนอีกข้างก็หยิบกินอย่างเอร็ดอร่อย พอรู้ว่าเป็นหนังแอคชั่น พริสาก็ออกอาการเบื่อทันที เธอมักชอบดูหนังรักโรแมนติกมากกว่า ผ่านไปสามสิบนาที เฮกเตอร์ไม่ได้พูดอะไรออกมา จดจ่อกับการดูหนัง ร่างบางวางถ้วยขนมตรงโต๊ะเล็กข้างโซฟาแล้วหยิบผ้าห่มมาห่ม ก่อนปรับระดับเป็นนอนราบ ด้วยความง่วงงุนแต่ฝืนถ่างตาดูจนหนังจบ แล้วเอ่ยถามทันที 

       “นี่ก็ดึกมากแล้ว ง่วงหรือยังคะ ไปนอนดีไหม” พริสาพูดจบก็หาว 

       “ฉันยังไม่ง่วง และเธอก็ห้ามหลับ ถ้าเธอหลับเมื่อไหร่ ฉันจะหักเงินเดือนครึ่งหนึ่ง!”  

       พริสาตาโต “ไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ คุณนี่ก็แปลกคนอ่ะ... เวลานอนไม่นอน และยังจะ...” 

       “ถ้าว่าฉันอีกคำเดียวล่ะก็... แค่คำเดียวพริสา สาบานได้เลยว่าเธอจะเห็นเฮกเตอร์ในเวอร์ชั่นหมดความอดทน ผลที่ตามมาคืออะไรรู้ไหม? ฉันจะทำให้เธอเดินไม่ได้ไปสามวัน! อยากรู้ต่อไหมว่าฉันทำอะไร ฉันก็...” 

       พริสากลืนน้ำลายอีกหนส่ายหน้ารัว “ไม่! ไม่อยากรู้ อย่าพูดนะ... ห้ามพูด ก็ได้ๆ ดูหนังกันต่อก็ได้ ฉันจะไม่นอน ฉันจะถ่างตาเอาไว้ ตกลงไหม” 

       เมื่อเห็นเธอว่าง่ายเขาก็กระตุกยิ้มพึงพอใจ กดเลือกหนังต่อและอีกเช่นเคย เป็นหนังแอคชั่น ก่อนจะตั้งสมาธิ ให้ความสนใจกับหนัง เพราะงานที่รัดตัวทำให้เขาพลาดหนังสนุกไปหลายเรื่องทีเดียว 

       แม้จะบอกว่าอดทนถ่างตาเพื่อดูหนังแต่พอเอาเข้าจริงพริสาก็ฝืนความง่วงไม่ไหว เผลองีบ แต่พอเคลิ้มเท่านั้นเหมือนผู้ชายข้างกายจะรู้ตัว เขาดันเพิ่มเสียงซะดังทำเอาเธอสะดุ้งโหยง ลุกขึ้นนั่งทันที เป็นแบบนี้อยู่สามสี่รอบ จนกระทั่งเสียงที่ว่าดังแค่ไหนไม่อาจเอาชนะความง่วง ท้ายที่สุดสมองก็เหมือนถูกชัตดาวน์ พริสาหลับไปทันทีโดยไม่สนอะไรอีก 

       ร่างสูงดูหนังเพลินจนกระทั่งเรื่องที่สองจบลง กำลังจะกดเลือกเรื่องที่สามต่อทว่าจู่ๆ ขาเรียวสวยของผู้หญิงข้างกายก็วาดมาพาดอยู่บนขาของเขาซะก่อน พอหันกลับไปมองก็กลอกตา พริสาขัดคำสั่งด้วยการหลับสนิทไปแล้วแถมยังนอนดิ้นอีกต่างหาก “ไม่อยากจะเชื่อ... พริสา... พริสา!”  

       แม้เขาจะเรียกด้วยเสียงอันดังทว่าหญิงสาวก็หลับลึกเกินกว่าจะได้ยิน เขาขยับเข้าไปใกล้แต่สิ่งที่ได้รับคือแขนเรียวสวยฟาดมายังลำตัวทำให้เขาเสียหลักจากที่นั่งเอนกายอยู่กลายเป็นนอนราบ สภาพเวลานี้คือนักธุรกิจหนุ่มกำลังถูกผู้หญิงข้างกายใช้ทั้งแขนและขารัดตัวเอาไว้ มิหนำซ้ำยังได้ยินพริสาพึมพำเบาๆว่า “หนาว” แถมยังเบียดร่างกายนุ่มนิ่มเข้ามาแนบชิด จนเขาต้องกลืนน้ำลาย ระงับอารมณ์ที่พุ่งขึ้น 

       เฮกเตอร์สตั้นกับร่างนุ่มนิ่มที่อุ่นร้อน เมื่อได้มองใบหน้าเรียวรีรูปไข่ที่หลับสนิท เธอดูไร้เดียงสา อ่อนโยน เหมือนไม่เคยเผชิญกับความโหดร้ายหรือโลกแห่งความเป็นจริง เป็นผู้หญิงที่ควรจะถูกถนอมเอาไว้ในอุ้งมือ แววตาของเฮกเตอร์แสดงออกถึงความอ่อนโยน แต่แล้วก็เปลี่ยนโหมดเมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิดไปไกล ร่างสูงจะขยับตัวออกแต่ถูกเธอกอดไว้แน่น 

       “อื้อ... ซันนี่ ไม่ดิ้นสิคะเด็กดี... นอนดีๆนะ พรุ่งนี้มัมจะให้หม่ำหนม” พริสาละเมอออกมาด้วยความเคยชิน และคิดว่าร่างที่กอดอยู่คือลูกสาวเหมือนทุกที 

       “ฉันไม่ใช่ปีศาจน้อยนะ... ไม่อยากจะเชื่อเลย!” เฮกเตอร์บ่นกับตัวเองเบาๆ พยายามที่จะดันร่างนุ่มนิ่มออก แต่แล้วจังหวะนั้นชายหนุ่มกลับคิดได้ว่า การมีเธอกอดอย่างนี้ให้ความรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด จากที่ต้องการผลักไสก็สงบลงแล้วยอมนอนเป็นหมอนข้างอย่างว่าง่าย เป็นครั้งแรกที่เฮกเตอร์ยอมให้ “อารมณ์” อยู่เหนือเหตุผล ร่างสูงหันไปมองผู้หญิงที่นอนข้างกาย ดูเหมือนเธอจะหนาว ชายหนุ่มกระตุกยิ้มร้าย หยิบรีโมตแอร์มากด ไม่ใช่เพิ่มอุณหภูมิอย่างที่ควรจะเป็น แต่ลดต่างหาก! 

       “เธอกอดฉันเองนะพริสา” เขาแสยะยิ้ม 

       เฮกเตอร์รู้ดีว่าตัวเองมีปัญหาการนอนหลับ คิดว่าพอเธอขยับหนี ก็จะลุกออกไปให้เธอนอนคนเดียวและหาเรื่องแกล้งต่อในตอนเช้า แต่ทุกอย่างดูไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะร่างบางที่เบียดกระแซะจนแทบไม่มีที่ว่างให้อากาศพาดผ่านบวกกับกลิ่นกายหอมหวานที่พานให้ผ่อนคลาย ไม่รู้มาจากแชมพูหรือเสื้อผ้า มือนุ่มที่วางอยู่บนแผงอกแกร่งให้ความรู้สึกอุ่นซ่านไปถึงหัวใจที่เย็นชาและแข็งกระด้าง ความรู้สึกสบายเกิดขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความคิดที่จะลุกหนีถูกลบเลือน เปลือกตากลับหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปิดสนิท ท้ายที่สุดก็เกิดสิ่งมหัศจรรย์ เฮกเตอร์เข้าสู่นิทราโดยไม่ใช้เหล้าเป็นตัวช่วย เขานอนกับผู้หญิงและที่สำคัญไม่ได้ทำอะไรเกินเลยด้วย! 

 

       พริสาคิดว่าตัวเองกำลังฝัน เดินอยู่บนทะเลทรายที่ร้อนระอุ มันร้อนมาก เธอพยายามหาทางหนีจากสถานที่แห่งนี้ แต่พบว่าตัวเองขยับไม่ได้ เหมือนกำลังติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง นั่นทำให้เธอจำต้องจบความฝันและกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เปลือกตากลมโตขยับยุกยิกเพียงครู่สุดท้ายก็ปรือขึ้น ภาพแรกที่เห็นคิดว่าจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่เหมือนทุกทีแต่เปล่า กลับกลายเป็นความมืดสลัว โซฟาที่ตั้งเรียงเป็นระเบียบทำให้หัวสมองประมวลผล คิดได้ว่าเมื่อคืนมาดูหนังกับเฮกเตอร์ พอรู้ว่าอยู่กับร่างสูงดวงตากลมโตเบิกกว้าง พอมีสติก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวอีกทั้งยังสัมผัสได้ว่าที่กำลังนอนหนุนอยู่ไม่ใช่หมอนแต่เป็นท่อนแขนแกร่ง พริสากลืนน้ำลาย ต่อมาก็รู้ว่าที่ขยับไม่ได้เป็นเพราะเอวคอดนั้นถูกรัดแน่นจากคนที่อยู่ด้านหลัง เธอหลับตาภาวนาในใจขอให้เป็นความฝัน แต่ความแข็งแรงที่อุ่นร้อนแผ่นซ่านจนแผ่นหลังของเธอชื้นเหงื่อ อีกทั้งแรงกระเพื่อมตามการหายใจ ก็เหมือนเป็นเครื่องยืนยันว่านี่คือความจริง ที่สำคัญมันเปลือยเปล่า พริสาทำหน้าอยากจะร้องไห้ ดูเหมือนเธอจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อยากให้เกิด หญิงสาวยังไม่เชื่อหยิกแขนตัวเอง 

       “ตื่นสิพริสา... เธอกำลังฝันอยู่ ตื่นสิ ไม่จริงใช่ไหม ข้างหลังไม่ใช่ตาปีศาจนั่นใช่ไหมอ่ะ” 

       เฮกเตอร์ลืมตาขึ้นเพราะได้ยินเสียงคร่ำครวญ เขารู้เธอตื่นแล้ว ก้มมองร่างเล็กในอ้อมแขน ความรู้สึกพิศวาสมีน้อยกว่าความประหลาดใจ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนนอนได้พิสดารเท่าเธอมาก่อน เริ่มแรกเธอนอนแนบชิด ต่อมาก็ขึ้นมานอนบนตัว พอสักพักคงหนาวมาก ก็พยายามซุกซบแผ่นอกแกร่งหาไออุ่น ทำให้สาบเสื้อคลุมของเขาหลุดลุ่ย พอเธอพลิกตัวหนี ก็ยังบดเบียดแนบชิดอย่างกับจะรวมร่าง เขาเองก็สะลึมสะลือด้วยความง่วงงุนเลยกอดเธอเอาไว้ มิหนำซ้ำยังไม่พอ เธอยังกระชากเสื้อคลุมตัวใหญ่เอาไปคลุมตัวเองอีก เพราะพริสาเป็นผู้หญิงตัวเล็ก เสื้อคลุมที่มีขนาดใหญ่ของเขาจึงสามารถคลุมเธอได้มิด ทำให้หญิงสาวแนบชิดและตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ และมันคงอุ่นมากพอเพราะทำให้เธอสงบลง นอนเหมือนคนปกติ 

       “ตื่นสิพริสา... ตื่น... ฮือ... ตื่นเดี๋ยวนี้เลย...” เธอยังพึมพำต่อ 

       “เป็นบ้าอะไรแต่เช้า เธอนี่ชอบพูดคนเดียวหรือไง หาหมอไหม?”  

       พริสาสะดุ้งสุดตัวไม่กล้าแม้แต่จะขยับเพราะมีบางอย่างดุนดันสะโพกมนอยู่ เธอเคยเรียนเกี่ยวกับกายวิภาคมา ทำไมจะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร หญิงสาวหลับตาปี๋  

       “ฮือ เกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันมานอนตรงนี้ได้ยังไง ทำไมฉันไม่มีสติ... ฮือ พริสา เธอบ้าไปแล้วแน่ๆ” 

       เขากลอกตา “เธอนี่เหลือเชื่อจริงๆ ตื่นแล้วก็ลุกไปสิ... จะนอนอยู่ทำไม หรืออยากให้ฉันมอร์นิ่งคิส” 

       ด้วยความหงุดหงิด เธอจึงหันกลับไปหาแต่พอปะทะกับแผ่นอกแกร่งเปลือยเปล่าซึ่งอยู่ใกล้มาก ก็ใบ้กินไม่รู้จะพูดอะไรออกไป แต่แล้วสายตาก็เห็นแผลเป็นตรงหน้าอก มาจากเหตุการณ์ครั้งนั้น คิดว่าต้องเจ็บมากแน่ๆ มือบางยกขึ้นแตะบริเวณนั้นแผ่วเบา ร่างสูงสะดุ้งแล้วคว้าข้อมือเธอไว้ทันที  

       “ทำอะไร!” 

       เธอช้อนสายตามอง “คุณคงเจ็บมากเลยใช่ไหมคะ” 

       “บาดแผลที่ร่างกายมันไม่เจ็บเท่าบาดแผลทางใจหรอก” เขาตอบกลับเสียงเข้ม  

       “คุณต้องการคนช่วยเหลือ และ...” 

       “ไม่! ลุกออกไปพริสา” 

       เมื่อรู้เขาไม่ยอมรับฟังก็ไม่เซ้าซี้ “คุณก็ลุกก่อนสิ”  

       “บ้าจริง ก็เธอนอนทับเสื้อคลุมฉันอยู่แล้วจะให้ฉันลุกยังไง!” 

       พริสาตกใจรีบขยับทันทีแต่ด้วยแรงที่มากพอจึงดึงเสื้อคลุมของร่างสูงไปด้วยส่งผลให้เขาเสียหลักล้มทับเธอ ใบหน้าของคนทั้งคู่จึงอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ หากเขาไม่เอามือเท้าโซฟาเอาไว้ คงได้มอร์นิ่งคิสกันจริงๆ  

       เฮกเตอร์มองใบหน้าของผู้หญิงที่เพิ่งตื่นนอน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเป็นผู้หญิงสวยแม้ไร้เครื่องสำอาง ดูไร้เดียงสา ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่พอล้างเครื่องสำอางแทบเหมือนกับคนละคน 

       “อะ... ออกไปนะ” พริสาร้องบอก ไม่กล้าสบตา 

       “เธอไม่ใช่เหรอที่ทำให้ฉันต้องเข้าใกล้ บางทีก็เริ่มสงสัยแล้ว ว่าเธอไม่ต้องการฉันจริงๆเหรอ” 

       น้ำเสียงของเขาแหบพร่ามีเสน่ห์ทำหัวใจดวงน้อยเต้นแรง เธอช้อนสายตามองพบความร้อนแรงที่ถูกส่งมาทำเอาหลบสายตาอีกครั้ง พริสาไม่อยากยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้กำลังมีอิทธิพลต่อจิตใจ ทั้งที่เขาร้ายกาจ ปากเสีย สารพัด 

       “มะ ไม่... ปล่อยฉันนะคะ” 

       เฮกเตอร์กระตุกยิ้มยังไม่ยอมปล่อย อยากแกล้งผู้หญิงตรงหน้า อยากจะจูบเธออย่างร้อนแรงอีกสักครั้ง เขาโน้มใบหน้าลงหมายจะทำตามใจคิด ทว่าประตูห้องถูกเปิดออกตามด้วยเสียงกรีดร้องที่คุ้นเคย  

       “มัม ฮึก... หามัม... หามัม!” 

       “คุณเฮกเตอร์!” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว