facebook-icon Twitter-icon

จนวันหนึ่งเราสองคนได้เปิดใจกันและกัน เธอไม่รังเกียจที่คนอย่างผมต่ำต้อยกว่าเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่มีทางยอมเลยคือ... ใครก็ตามที่คิดมาพรากเธอไปจากผม ต่อให้คนนั้นจะเป็นใคร ผมก็ไม่คิดจะเอามันไว้ ไม่มันก็ผมคงต้องตายกันไปข้าง! #พี่หินของเอย *ฝากติดตามคอมเมนต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ*

#พี่หินของเอย :: CHAPTER 5 What do friends mean? [100%]

ชื่อตอน : #พี่หินของเอย :: CHAPTER 5 What do friends mean? [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2563 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#พี่หินของเอย :: CHAPTER 5 What do friends mean? [100%]
แบบอักษร

5 

= What do friends mean? = 

“เจ้าเอย กิ๊ฟสวยจัง” 

“จริงเหรอ? ขอบคุณนะ” ฉันยกมือแตะที่กิ๊ฟของตัวเองหลังจากที่ได้รับมันมาจากคุณหิน ก็ไม่คิดนะว่าจะได้ของขวัญจากเขาด้วยซึ่งเป็นการให้แบบฉบับคุณหินคือเห็นกิ๊ฟอันนี้แล้วนึกถึงฉัน ดีใจจนหัวใจจะระเบิดเลยเพราะหลังจากนั้นฉันก็ติดกิ๊ฟของเขามาตลอดไม่ว่าจะมัดผมหรือไม่มัดก็ตามที  

“ยี่ห้ออะไรเหรอจะได้ไปตามซื้อมั้ง” นานาถามขึ้นจนฉันที่กำลังนั่งดูชีทในคลาสอยู่ถึงกับชะงักมือทันที 

“ว่าไงเจ้าเอย?” ไพลินเขย่าแขนฉันเบาๆ “บอกยี่ห้อมาก็พอ พวกเราไม่ซื้อลายเดียวกับเธอหรอก” 

“ไม่ใช่อย่างนั้น” หันไปตอบไพลินที่ทำหน้าบูดบึ้ง “กิ๊ฟอันนี้มีคนให้มา” 

“ให้มา? แล้วยี่ห้ออะไรอะ” เพื่อนสองคนยังคงคะยั้นคะยอจนฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย 

“ไม่มียี่ห้อ” ตอบแบบขอไปที 

“ของตลาดนัดเหรอ?” เป็นนานาที่ทำหน้าเหวอ “เจ้าเอยใช้ของตลาดนัดด้วย” 

“แล้วทำไมฉันจะใช้ไม่ได้” หันไปตวาดนานาจนเพื่อนในคลาสมอง แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ใครที่ดูถูกกิ๊ฟที่คุณหินให้ฉันไม่ยอมหรอก “คนให้เขาเต็มใจให้ ฉันไม่สนหรอกว่ามันจะไม่แพงหรือไม่มียี่ห้อ” 

“...” 

“แต่ที่ฉันสนคือคนให้เขาสำคัญกับฉัน...” 

“สำคัญ? นี่เธอแอบไปมีผู้ชายที่ไหนเนี่ยเจ้าเอย” ฉันก็ไม่เข้าใจคำพูดของตัวเองสักเท่าไหร่นะที่บอกว่าคุณหินเป็นคนสำคัญแต่ก็มันจริงที่ฉันพูดนั่นแหละ 

“เขาเป็นเพื่อน” ใช่ฉันกับเขาเราเป็นเพื่อนกันนี่นา 

“เพื่อนเหรอ? คนไหนทำไมพวกเราไม่รู้” 

ทั้งนานาและไพลินต่างก็พากันคะยั้นคะยอให้ฉันพูดถึงคุณหิน แต่ฉันไม่คิดว่าเรื่องนี้จะสำคัญกับพวกเธอ ใช่พวกเธอก็แค่อยากรู้ว่าฉันคบกับเพื่อนคนไหน หน้าตาเป็นยังไงและฐานะดีไหม? มันก็เท่านั้นล่ะ แต่โชคดีที่ฉันหลีกเลี่ยงประเด็นนี้ได้เมื่ออาจารย์เดินเข้ามาสอนพอดิบพอดี และเวลาเรียนฉันก็จะตั้งใจมากกว่านั่งคุยนั่งเล่นซึ่งนานากับไพลินรู้ดี จึงหยุดถามฉันในเรื่องนี้ไป 

เมื่อจบคลาสในเวลาบ่ายโมงนิดๆ ฉันก็ออกมานั่งเล่นที่โต๊ะหินอ่อนหน้าคณะเหมือนเช่นเคย กระทั่งนานาสะกิดให้ฉันหันไปมองร่างสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีดำขาเดฟขาดๆ เดินตรงมาทางพวกเราซึ่งนักศึกษาในคณะก็ต่างพากันกรี๊ดเขาคนนี้ที่ฉันเองก็ไม่รู้จัก “น้องเจ้าเอย ใช่ไหมครับ?” 

ชี้นิ้วมาหาฉันก่อนจะอมยิ้มเมื่อพยักหน้ารับ “ค่ะ พี่มีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“พี่ชื่อฮาร์ทครับ ปีสี่คณะสถาปัตย์” ฮารท์? เดี๋ยวนะคนนี้ที่นานาเคยบอกตอนนั้นนี่นา เขาดูหล่อเหลาแต่ดันถูกกลบด้วยทรงผมที่ยาวแต่มัดจุกไว้ท้ายทอย ออกแนวเซอร์ๆ ตามแบบฉบับเด็กสถาปัตย์ “พี่ชอบน้องเจ้าเอย ก็เลยอยากทำความรู้จักด้วยน่ะครับ” 

คนเราจะชอบกันได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ? แต่ทว่าฉันกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเขาและก็ไม่เคยปฏิเสธผู้ชายทุกคนที่เข้าหายกเว้นแต่พวกเขาทำตัวในแบบฉบับที่ฉันไม่ชอบ “พี่ฮาร์ทชอบเอยเพราะอะไรเหรอคะ?” 

คำถามของฉันที่ถามกลับไปเพื่อฟังคำตอบ ส่วนใหญ่ผู้ชายพวกนั้นก็จะบอกว่าฉันน่ารัก สวยและน่าค้นหา ซึ่งคำตอบพวกนั้นฉันรู้สึกเฉยๆ มากด้วยซ้ำไป เพราะรู้ไงว่าที่พวกเขาเข้าหาฉันก็มีเหตุผลคือการอวดรวย 

“พี่รู้แค่ว่าพี่ชอบน้องเจ้าเอย แต่เพราะอะไรคงต้องทำความรู้จักกันก่อน ถึงตอนนั้นพี่คงตอบได้” 

“หูย... เท่มากเลยค่ะพี่ฮาร์ท” คำตอบที่ทำเอาฉันแปลกใจที่สุด คนแรกเลยนะที่ตอบคำถามได้ในแบบฉบับที่ฉันไม่คาดหวังว่าจะได้แบบนั้น นานากับไพลินสะกิดไหล่ฉันเพื่อให้ตอบตกลงแต่ฉันไม่ได้ชอบเขานี่นา จะให้ไปตอบตกลงอะไรแบบนั้นได้ยังไงกัน ฉันไม่ได้ใจง่ายหลงไปกับคารมผู้ชายง่ายๆ โดยที่ยังไม่รู้จักกันดีหรอก 

“เอยยังไม่รู้จักพี่ฮาร์ทดีพอที่จะชอบได้ แต่เอยทำให้ได้แค่ทำความรู้จักกันไปก่อน หวังว่าพี่...” 

“ตกลงครับ” ไม่รอให้ฉันพูดจบเขาก็ตอบขึ้นมาทันที “พรุ่งนี้สิบโมง พี่ขอจองตัวน้องเจ้าเอยพาไปกินข้าว ดูหนังตกลงไหมครับ?” 

รวบรัดจนฉันที่จะไม่ตอบตกลงเห็นจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อพี่ฮาร์ทคือผู้ชายคนแรกเลยมั้งที่ไม่พูดว่าตัวเองเป็นใคร หรือฐานะครอบครัวตัวเองร่ำรวยแค่ไหนซึ่งการทำความรู้จักขั้นพื้นฐานแบบนี้ ฉันว่าฉันให้เขาผ่านได้เลยนะ 

“ตกลงค่ะ งั้นเจอกันที่ห้าง xxx นะคะ”  

“โอเคครับงั้นพี่ขอเบอร์” ส่งมือถือยี่ห้อหรูมาให้ฉันซึ่งก็เลือกที่จะกดเบอร์ตัวเองลงไป จากนั้นพี่ฮาร์ทก็ขอตัวกลับไปเรียนต่อเพราะมีคลาสเรียนถึงเย็น 

“พี่ฮาร์ทอะเป็นลูกชายเจ้าของรีสอร์ทแอนด์สปาที่เขาใหญ่ด้วย” เปรียบกับนานาเป็นเหมือนกูเกิ้ลเลยนะ หล่อนรู้ไปหมดทุกอย่างจนฉันอึ้งไปเลยนะเนี่ย “คนนี้น่าจะถูกใจเธอนะเจ้าเอย ไม่พูดอวดแถมยังน่ารักอีกต่างหาก” 

“ก็ต้องดูกันไป เพราะฉันไม่ได้ชอบเขานี่นา” 

“โหย หล่อรวยขนาดนี้ชอบไปเถอะ! อย่าเลือกเยอะเลย ฉันละกลัวว่าถ้าเธอเลือกเยอะระวังจะได้กรวดมาแทนที่จะได้เพชรพลอยน่ะสิ” ฉันน่ะเบื่อที่จะคุยกับเพื่อนสาวสองคนนี้เหลือเกิน กับการที่ชอบจับคู่ให้ฉันคบกับคนนู้นคนนี้ซึ่งต่อให้เขารวย หล่อหรือมีฐานะที่ดีก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนดี ซึ่งกรณีพี่เมฆก็มีให้เห็นแล้วดังนั้นฉันจึงได้มองคนถึงต้องมองนานๆ ไงอย่างพี่เมฆก็มองมานานถึงครึ่งปีถึงได้รู้ธาตุแท้ 

ฉันกลับมาถึงบ้านในเวลาเย็นพอควรเพราะหลังจากได้เจอกับพี่ฮาร์ทนานากับไพลินก็พาฉันไปกินไอศกรีมด้วยกัน เพื่อเล่าเรื่องฐานะของพี่ฮาร์ทโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไรเลยนะ มีแต่พวกเธอที่ไปค้นหาข้อมูลและบอกว่าทุกคนน่ะรู้ว่าพี่ฮาร์ทรวยและดังแค่ไหนในมหาลัย เขาเป็นคนเซอร์ๆ และค่อนข้างจะมีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวด้วย ที่มาจีบฉันคงเพราะชอบแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความพี่ฮาร์ทจะชอบฉันจริงๆ เขาอาจจะเห็นฉันหรือได้ฟังคำบอกเล่าจากปากผู้ชายด้วยกันซะมากกว่าว่าฉันเป็นคนยังไง 

“กลับมาแล้วเหรอคะลูกเอย?” 

“สวัสดีค่ะคุณแม่ คุณพ่อ” วันนี้พร้อมหน้าพร้อมตากันเลยแหะ ไม่น่าเชื่อว่าพี่ทรัพย์จะมานั่งทำงานอยู่ตรงนี้ด้วย “สวัสดีค่ะพี่ทรัพย์ วันนี้ฝนคงตกหนักนะคะพี่ทรัพย์ไม่เข้าห้องเกมเมอร์ของตัวเอง” 

“งานหนักน่ะสิ วันนี้ก็ต้องไปค้างที่บริษัทด้วย”  

“ช่วงนี้แม่เห็นลูกเอยออกจากบ้านทุกวันเลย แอบไปมีแฟนหรือเปล่าคะเนี่ย?” ฉันที่ดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักทันทีเมื่อสบตากับคุณแม่ที่กำลังปลอกผลไม้อยู่ “ตกใจแบบนี้ มีแน่ๆ ใช่ไหมคะเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใครล่ะคะ” 

“เอยไปหานานากับไพลินค่ะ ไม่ได้ไปหาใคร” ขืนบอกว่าไปหาคุณหินที่อู่มีหวังโดนสาวไส้ยาวแน่ๆ เจ้าเอย 

“พ่อรู้นะว่าลูกก็มีคนมาจีบ ทำไมถึงไม่ลองคบหากันดูหรือพามาพบพ่อกับแม่ก็ได้” 

“เอยไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอกค่ะ ถ้าจะมีก็แค่ทำความรู้จักกันเฉยๆ” ฉันตอบกลับไปก่อนจะหยิบชิ้นแอปเปิ้ลกัดเข้าปากและสบตากับผู้เป็นแม่อีกครั้ง “เอยไม่ชอบพวกเขาที่พูดจาโอ้อวดตัวเองว่ารวยแบบนั้นแบบนี้ คนแบบนี้เอยไม่ขอคุยด้วยค่ะ” 

“ก็ถ้าเขาพูดว่ารวยแสดงว่ารวยจริง” พี่ทรัพย์ถอนหายใจออกมาก่อนจะปิดโน้ตบุ๊ค “ดีกว่าพวกที่ไม่รวยแต่หวังจะตกถังข้าวสาร” 

“ใช่ค่ะลูกทรัพย์ มีเยอะมากๆ คนแบบนี้... หวังจะจับคนรวยๆ เพื่ออยู่สบาย ลูกเอยก็ต้องดูดีๆ นะคะผู้ชายที่จนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่าได้ไปสนใจ ผู้ชายพวกนั้นก็หวังจะตกถังข้าวสารจริงๆ นั่นแหละค่ะ” 

“ยัยเอยก็ชอบที่จะสงสารคนพวกนั้นอยู่แล้ว จุดอ่อนเลยล่ะครับคุณแม่”  

“ไม่ได้นะคะลูกเอย แม่ห้ามเลยนะคะ” ทั้งคุณแม่และพี่ทรัพย์ยังคงตอกย้ำและเตือนฉันเสมอกับการที่ห้ามไปยุ่งกับคนที่จนหรือคนที่ไม่มีอะไรเลย ทุกครั้งมันจะเป็นแบบนี้เสมอการที่จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทำไมจะต้องทำให้บรรยากาศมันเสียด้วยเรื่องแบบนี้ก็ไม่รู้สิ 

“เอยทราบค่ะ เอยขอตัวก่อนนะคะ” เพราะไม่ต้องการอยู่ฟังคำพูดที่เสียดสีคนอื่น ฉันจึงตรงเข้ามายังห้องของตัวเองซึ่งพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์แล้วสินะ พอนึกขึ้นมาได้ก็ไม่ได้ไปอู่ซ่อมรถมาเกือบอาทิตย์แล้ว อันที่จริงฉันไม่กล้าไปสู้หน้าคุณหินสักเท่าไหร่ ก็วันที่ให้กิ๊ฟฉันดันถามเขาว่าตัวเองน่ารักหรือเปล่าซึ่งคุณหินก็ไม่ลังเลที่จะตอบ แน่นอนว่าคำพูดของเขาเล่นงานฉันหนักพอควรเลยล่ะ แต่วันนั้นฉันรู้สึกว่าคุณหินเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจแต่ไม่เล่าให้ฟังฉันจึงปลอบใจเขาด้วยคำพูดของตัวเองที่คิดว่าดีที่สุด แม้จะอยากทำให้เขาสบายใจแต่สุดท้ายพอเห็นเขาสบายใจฉันกลับวิ่งหนีเขาซะงั้น  

ฉันดึงกิ๊ฟติดผมที่เขาให้มาออกก่อนจะอมยิ้มกับของขวัญที่มีค่าที่สุด แม้ว่ามันจะราคาถูก ไม่มียี่ห้อแต่ฉันกลับสัมผัสได้ว่ามันเหมือนกิ๊ฟทองคำเพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าคนให้เขาคือเพื่อนของฉันและเพื่อนคนนี้คือเพื่อนที่ต่างซึ่งฐานะ ต่างวัยและต่างเพศ มีความพิเศษก็ตรงนี้ล่ะ... 

 

เช้าวันเสาร์ก็มาถึงฉันตื่นแต่เช้าเพราะมีนัดกับพี่ฮาร์ทจึงยืนเลือกชุดที่จะไปเที่ยวในวันนี้คือกางเกงเอวสูงยีนซึ่งมีเข็มขัดเส้นเล็กเป็นไอเท็มกับเสื้อพัฟแขนลูกไม้สีขาวแขนยาว ทรงผมของฉันวันนี้เลือกที่จะมัดเป็นหางม้าและปล่อยหน้าม้าซีทรูเซตลงมาก่อนจะหยิบกิ๊ฟคู่ใจขึ้นมาติดที่ผมข้างด้านซ้ายเป็นอันเสร็จเรียบร้อย เมื่อคืนพี่ฮาร์ทไลน์มาบอกว่าจะมารับแต่ฉันก็ปฏิเสธที่จะทำตามเขาก็บอกงั้นขอมาส่งที่บ้าน ฉันก็เลยตกลงเพราะเขาคะยั้นคะยอแบบนั้น 

“ไปไหนแต่เช้าเลยคะลูกเอย?” เสียงของแม่ดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันหันไปมองหัวบันไดก็เห็นว่าแม่กำลังลงมาด้านล่างเช่นกัน 

“วันนี้เอยมีนัดน่ะค่ะ เดี๋ยวให้ลุงพลไปส่ง” 

“มีนัด? แม่ว่าลูกเอยของแม่ต้องมีแฟนแล้วแน่ๆ” ฉันทำหน้างอง้ำก่อนจะสวมกอดเอวบางพลางส่ายหน้าไปมา 

“ไม่ใช่ค่ะ แต่ถ้าเอยมั่นใจว่าคนนี้คือคนที่เอยเลือกแล้ว เอยจะพาเขามาทำความรู้จักกับครอบครัวเรานะคะ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ค่ะ” 

“จ้า ลูกเอยของแม่เนี่ยสวยจริงๆ” แม่พูดแกมประชดแต่ก็ยังไม่วายติเตือนฉันด้วยเรื่องเดิมๆ อีก “เลือกให้ดี เลือกให้เหมาะสมกับเรานะคะ ไม่ใช่ไปคว้าเอาหนูมาเป็นแฟน” 

“...” 

“ลูกเอยของแม่ต้องได้คู่ที่เป็นราชสีห์ ไม่ใช่หนูท่อตามถนน”  

คำพูดที่ค่อนข้างแรงบวกกับรอยยิ้มของแม่ทำให้ฉันไปไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่ฉันคิดมาเสมอว่าจริงๆ แล้วตัวเองเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อกับแม่หรือเปล่า? ทำไมความคิดของฉันและครอบครัวถึงได้ต่างกันราวกับฟ้าและเหวขนาดนี้  

“ระวังตัวด้วยล่ะ แม่ไปทำอาหารให้คุณพ่อกับพี่ทรัพย์ก่อน” พูดจบก็เดินจากไป ฉันที่กำลังมึนงงอยู่ก็ไม่รู้ว่าลุงพลขับรถมาส่งที่ห้างตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็อีตอนที่ลุงพลดึงสติฉันกลับมานั่นแหละ ตอนนี้ก็เลยนั่งเล่นอยู่ร้านเบเกอรี่เพื่อรอพี่ฮาร์ทยังไม่ถึงเวลานัดดีพี่ฮาร์ทก็มาก่อนเวลา เขาฉีกยิ้มมาให้ฉันแต่ไกลก่อนจะดึงเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามกัน 

“ขอโทษนะครับที่มาช้า” 

“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไม่ถึงเวลานัดด้วย” ฉันยิ้มให้กับเขาก่อนจะลุกขึ้นเดินตามเขาออกไปจากห้าง  

“พี่จะพาน้องเจ้าเอยไปทานอาหารที่ริมน้ำเจ้าพระยาครับ พอดีพี่จองโต๊ะไว้แล้ว ไปกันเลยนะครับ” พี่ฮาร์ทหันมายิ้มให้กับฉันโดยที่เขาเดินไม่ได้มองทางก่อนจะมีเด็กคนหนึ่งวิ่งมาชนเขาเข้าอย่างจังเลย 

“โอ๊ย!” เด็กคนนั้นล้มลงกับพื้นก่อนจะเงยหน้ามองพี่ฮาร์ทที่ยืนมองโดยไม่ช่วยเลยสักนิด “ฮึก ฮือๆ” 

“จะร้องไห้ทำไม วิ่งมาชนฉันเองนะ” เขาตวาดเด็กคนนั้นจนสะดุ้งตกใจ ฉันจึงเดินไปประคองเด็กคนนั้นให้ลุกขึ้นยืนและปัดมือไปตามกางเกงที่เลอะฝุ่นไปหมด 

“ขอโทษด้วยนะคะ” แม่ของเด็กวิ่งเข้ามาขอโทษขอโพยเราสองคน 

“มาห้างก็ดูแลลูกตัวเองให้ดีด้วยนะครับ ไม่ใช่ปล่อยวิ่งวุ่นเหมือนลิงเหมือนค่างแบบนี้” พูดจบก็เดินตรงไปยังรถยนต์ธรรมดาของตัวเองซึ่งฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกนะว่าเขาจะขับรถอะไรมา สิ่งที่สำคัญคือการที่เขาไร้มารยาทและไม่คิดจะช่วยเด็กตัวเล็กๆ ที่วิ่งมาชนเนื่องจากเขาเองนั่นแหละที่เดินไม่มองทาง  

ฉันบอกแล้วใช่ไหม... ว่าต้องดูกันให้นานๆ เพราะแค่นี้ธาตุแท้บางส่วนของเขาก็ออกมาแล้ว  

“เด็กเวร” ท่าทางของเขาที่แสดงออกมาก่อนจะปัดมือไปยังกางเกงของตัวเอง สีหน้าบูดบึ้งอารมณ์ไม่ดีจนฉันถอนหายใจออกมา 

“จะยกเลิกนัดวันนี้ก็ได้นะคะ ถ้าอารมณ์พี่ฮาร์ทจะไม่ดีขนาดนี้” 

“พี่เปล่าครับ พี่แค่ไม่ชอบเด็ก” อันนี้ฉันก็รู้นะแต่การที่ตัวเองเดินชนเด็กแทนที่จะช่วยกลับมาสบถด่าลับหลังแบบนี้มันแย่มากจริงๆ นั่นแหละ ขับรถไปได้ไม่ถึงเท่าไหร่รถของพี่ฮาร์ทก็เกิดอาการแปลกๆ เขาจึงหักเลี้ยวเข้าข้างทาง “รถเป็นอะไรอีกเนี่ย?” 

เขาลงจากรถและเปิดฝากระโปรงรถดูก็ต้องพบกับควันที่พวยพุ่งออกมา ฉันจึงไม่รอช้าที่จะเดินไปดูและมองสบตากับเขาที่ทำหน้าหงุดหงิดเอามากๆ “รู้งี้เอารถสปอร์ตมาก็ดี” 

“รถเป็นอะไรเหรอคะ?” 

“พี่ก็ไม่รู้ครับ ปกติมันไม่เคยเกเรด้วยพี่ขับไปเรียนบ่อยด้วยซ้ำ” พี่ฮาร์ทเท้าเอวและจับตรงนู้นทีตรงนี้ที ฉันที่ไม่รู้จะช่วยเหลือเขายังไงดีก็นึกขึ้นมาได้ “ดีนะจองโต๊ะไว้ตอนบ่าย” 

“เดี๋ยวเอยโทรตามช่างให้นะคะ” ฉันหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาไล่หาเบอร์ที่คุ้นเคย 

“น้องเจ้าเอยรู้จักช่างด้วยเหรอครับ?”  

“ค่ะ เขาเป็นเพื่อนของเอยเอง” หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานฉันก็โทรหาคุณหินซึ่งรออยู่นานกว่าเขาจะรับสาย “คุณหิน” 

(“คุณเจ้าเอย มีอะไรหรือเปล่าครับ?”) 

“คือตอนนี้ฉันกำลังลำบากมากเลยค่ะ รถเสียอยู่ที่ถนน xxx ไม่ทราบว่าคุณหินว่างหรือเปล่าคะ?” 

(“ว่างครับ เดี๋ยวผมจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ”)  

คุณหินตอบกลับอย่างรวดเร็วและวางสายไปบอกจะมาภายในห้านาที ฉันกับพี่ฮาร์ทก็ยืนรอกันท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุแต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเพลียแดดได้เลย ยกมือป้องแดดและมองท้องถนนก่อนจะเห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นตาขับมาจอดตรงหน้ารถ ทันทีที่คุณหินลงจากรถพร้อมกับเก่งเขาขมวดคิ้วมองฉันกับมองพี่ฮาร์ทด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

“รถคันนี้เหรอครับ?” 

“ใช่ค่ะ รถของพี่ฮาร์ทค่ะ จู่ๆ ก็ดับแต่ไม่มีอาการแบบที่รถฉันเคยเป็นนะคะ” ฉันรีบอธิบายอาการของรถให้เขาฟัง คุณหินก็พยักหน้ารับก่อนจะมองเครื่องยนต์ทุกอย่างเพื่อตรวจสอบ  

“พี่ไม่คิดว่าน้องเจ้าเอยจะคบกับคนพวกนี้... เป็นเพื่อนนะครับ” พี่ฮาร์ทถามขึ้นพลางยกมือพาดอก แต่ฉันก็ไม่สนใจคำพูดของเขาและเดินไปหยุดข้างๆ คุณหินที่หันมามองฉัน ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิดซึ่งก็สร้างความประหลาดใจให้ฉันพอควร 

“น้ำกลั่นคงหมดน่ะครับ” 

“แล้ว?” พี่ฮาร์ทถามกลับ “จะให้ทำยังไง” 

“เดี๋ยวผมให้น้องไปซื้อน้ำกลั่นที่ปั๊มให้นะครับ” คุณหินหันไปล้วงเงินในกระเป๋าของตัวเองก่อนจะส่งให้เก่งซึ่งคร่อมมอเตอร์ไซค์และขับออกไปทันที ส่วนคุณหินก็ก้มลงหยิบเครื่องมือของตัวเองมาไขดูเครื่องยนต์ 

“น้องเจ้าเอยไม่ร้อนเหรอครับ เข้าไปรอในร้านน้ำก่อนดีไหม?” 

“ไม่เป็นไรค่ะ เอยจะอยู่กับคุณหิน” 

“เข้าไปเถอะครับ” น้ำเสียงเข้มดังขัดขึ้นจนฉันหันไปมองใบหน้าหล่อด้านข้างซึ่งเบนสายตามามองฉันแปบหนึ่งก็หันกลับไปดูเครื่องยนต์ต่อ “ตรงนี้มันร้อน เดี๋ยวคุณจะไม่สบาย” 

“แต่ว่า...” ฉันรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของคุณหิน เขาพูดน้อยและไม่ยิ้มให้ฉันเลยด้วยซ้ำหรือเขามีเรื่องไม่สบายใจอะไรอีกหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นตอนรับสายฉันทำไมเขาดูตื่นเต้นและดีใจไม่ต่างจากฉัน พอมาเจอกันจริงๆ กลับกลายเป็นว่าเขาดูเย็นชากับฉันเหลือเกิน 

“ไปกันเถอะครับ คนพวกนั้นทนแดดทนฝนได้ แต่น้องเจ้าเอยอยู่ไม่ได้นะครับแดดแรงขนาดนี้” พี่ฮาร์ทคว้าข้อมือฉันให้เดินตรงเข้าไปในร้านน้ำ แต่ฉันก็ไม่หยุดสายตาที่มองแผ่นหลังกว้างๆ ของคุณหินที่นั่งรอเก่งอยู่ตรงฟุตบาท จึงลุกขึ้นไปหน้าเคาน์เตอร์ขายน้ำ 

“ขอน้ำแร่สองขวดค่ะ”  

“น้องเจ้าเอยคงไม่เอาน้ำไปให้พวกนั้นหรอกใช่ไหมครับ?” พี่ฮาร์ทถามขณะกำลังดื่มน้ำอัดลมจากกระป๋อง 

“แล้วถ้าเอยจะให้ พี่ฮาร์ทจะทำไมเหรอคะ” ถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิดๆ แต่พี่ฮาร์ทก็ส่ายหน้าและหัวเราะออกมาจนฉันขมวดคิ้วมองอย่างฉงนใจ “เขาเป็นเพื่อนของเอย” 

“เพื่อน? น้องเจ้าเอยกล้าเรียกคนแบบนั้นว่าเพื่อนเหรอครับ” ฉันน่ะอยากจะตะกุยหน้าเขาให้พังยับจริงๆ สีหน้าและรอยยิ้มแบบนี้ฉันเกลียดที่สุด จึงเดินออกจากร้านขายน้ำและตรงไปหาคุณหินซึ่งตอนนี้เก่งได้ของที่สำหรับซ่อมรถแล้ว 

“คุณหินทานน้ำก่อนนะคะ” ฉันยื่นถุงใส่ขวดน้ำให้แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร 

“เก่งรับไว้ที” เป็นเก่งที่รับมันไปจนฉันรู้สึก... แปลกๆ กับท่าทางของเขา “เติมน้ำกลั่นก็เสร็จแล้วครับ” 

“คุณหินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” เพราะข้องใจถึงได้ถามออกไปแต่สิ่งที่ได้คือความเงียบ จนเก่งหันมามองฉันพร้อมกับยิ้มหัวเราะ 

“เออ สงสัยพี่หินคงหงุดหงิดที่รถเข้ามาให้ซ่อมเยอะน่ะครับ”  

“แต่ตอนคุยกันคุณหินไม่เป็นแบบนี้นะคะ” ฉันเถียงขาดใจและพยายามจะคุยกับเขาแต่คุณหินก็ยังคงไม่สนใจจนฉันคว้าท่อนแขนเขาให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่า บอกได้นะคะ” 

“ผมมีสิทธิ์ไม่พอใจคุณด้วยเหรอ?” เขาบิดแขนตัวเองออกจากมือของฉัน “ผมเป็นใครคุณก็รู้ดี” 

“เพื่อนไงคะ” 

“คุณรู้ความหมายของคำว่าเพื่อนจริงๆ ใช่ไหมเจ้าเอย”  

เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อฉันโดยไม่ได้มีคำว่าคุณนำหน้า สีหน้าและแววตาของคุณหินทำเอาฉันถึงกับนิ่งไปทันทีกับคำถามของเขา 

“รู้สิคะก็เพื่อนที่เป็นที่พึ่งพาให้กัน พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง” ฉันตอบเขาไปตามความจริงที่ตัวเองเข้าใจ “ก็คุณเหมือนโกรธฉัน” 

“ผมไม่เคยโกรธคุณ” 

“แล้วที่เป็นอยู่คืออะไรคะ?” เริ่มขึ้นเสียงทั้งที่มันไม่ใช่ตัวตนของฉันเลยสักนิด 

“ทั้งสองคนใจเย็นๆ นะครับ ผมขอ” เก่งเป็นฝ่ายห้ามทัพก่อนจะถูกคุณหินสั่งให้เก็บของ 

“แฟนคุณมาแล้ว” คุณหินชี้นิ้วไปด้านหลังของฉันซึ่งพี่ฮาร์ทก็เดินมาพอดี “รถเสร็จแล้วครับ” 

“เท่าไหร่?” พี่ฮาร์ทถามซึ่งคุณหินก็ส่ายหน้าทำนองว่าไม่ต้อง “เอาไป ไม่ต้องทอน” 

แบงค์พันสองใบถูกยัดใส่มือคุณหินที่แม้จะไม่รับแต่ก็รับไว้ จากนั้นพี่ฮาร์ทก็ดึงข้อมือฉันให้ขึ้นรถก่อนจะออกตัวไปโดยที่ฉันเองก็เก็บอารมณ์ขุ่นมัวไว้ไม่มิด หลังจากที่ไปกินข้าวกับเขาฉันก็ขอตัวกลับก่อนเลยทันทีเพราะขืนอยู่ต่อมีหวังฉันได้วีนพี่ฮาร์ทแน่ๆ และเพราะยังมีเรื่องค้างคาใจกับเขาฉันที่กลับมาถึงบ้านในตอนเย็นจึงขับรถบีเอ็มของตัวเองไปยังอู่ซ่อมรถชัยกิจเพื่อคุยกับเขาให้รู้เรื่อง 

“อ้าวพี่เจ้าเอย มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เก่งที่ซ่อมรถอยู่หน้าอู่ถามขึ้นแต่พอเห็นสีหน้าฉันก็พอจะรู้ว่าฉันมาหาใคร “พี่หินอยู่หลังอู่ครับ” 

ฉันเดินปรี่เข้าไปหลังอู่เพื่อที่จะคุยกับเขาให้รู้เรื่อง แต่พอเดินไปถึงก็เห็นว่าร่างสูงกำลังก้มลงล้างหน้าและล้างตัวอยู่ 

“คุณหิน วันนี้เราต้องคุยกัน...!” เป็นอันหยุดชะงักทันทีเมื่อเขายืนเต็มความสูง ฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า หน้าท้องแกร่งเป็นลอนมีซิคแพค ไหล่กว้างรับกับรูปร่างล่ำๆ ของเขา ไหนจะเส้นเลือดที่ขึ้นตามท่อนแขนและหลังมืออีก  

เขินจนหน้าร้อนผ่าวไปหมดจึงรีบหันหลังหนีภาพดังกล่าวที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เป็นฉากๆ  

“คุณมาทำไม ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” น้ำเสียงเข้มดังผ่านฉันไป แน่นอนว่าแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทำเอาฉันขมวดคิ้ว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นนะที่ฉันมาไม่ได้มาเพื่อดูซิคแพคเขาซะหน่อย! 

“แต่ฉันมี คุณหยุดนะ” เขาไม่หยุดจนฉันเดินตรงไปคว้าข้อมือเขาไว้ “หันหน้ามาด้วยค่ะ” 

บังคับให้เขาหันมามองซึ่งคุณหินทำตามที่ฉันบอกอย่างว่าง่าย และสายตาของฉันก็เลือกที่จะมองหน้าไม่มองต่ำไปยังหน้าท้องของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งเส้นผมสีดำที่เปียกน้ำมันทำให้เขาดูดีมากๆ มากจนฉันรู้สึกโหวงๆ ในใจ 

“จะคุยอะไรก็ว่ามาสิครับ” 

“พี่ฮาร์ทไม่ได้เป็นแฟนฉัน” สิ่งที่อยากจะบอกเขาคือคำพูดนี้ “แล้วคุณก็บอกมาด้วยว่าคุณโกรธฉันเรื่องอะไร?” 

“ผมบอกไปแล้ว” คุณหินถอนหายใจและบิดมือออกจากการกอบกุมฉันอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มที่ผุดขึ้นของเขาก็ทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมาบ้าง 

“แน่นะคะ” 

“ถ้าเขาไม่ได้เป็นแฟนคุณ แล้วคุณไปไหนมาไหนกับเขาทำไม?” คำถามของเขาทำเอาฉันนิ่งและเดินไปนั่งตรงโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ ซึ่งคุณหินก็เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับฉัน 

“ก็แค่ทำความรู้จักกันค่ะ เขามาจีบ” คุณหินเลิกคิ้วขึ้น “แต่ฉันไม่ได้ชอบเขานะคะ แค่วันนี้ก็ทำให้รู้แล้วว่าเขาเป็นคนยังไง ฉันชอบเขาไม่ลงหรอกค่ะ” 

“เวลามีคนมาจีบ คุณทำแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่าแบบ... ไปไหนมาไหนด้วยกัน?” 

“เขามีสิทธิ์ทำให้ฉันชอบค่ะ แต่ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับฉัน” ฉันสบตากับคุณหินที่พยักหน้ารับก่อนจะเอาเสื้อยืดสีขาวที่พาดไหล่เช็ดไปตามใบหน้าของตัวเองที่มีหยดน้ำเกาะติด “คุณหินต่างหาก วันนี้ทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดีนะคะ” 

“คุณก็ทำให้ผมอารมณ์ไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ” 

“...” มึนงงไม่น้อยและคิดว่าตัวเองทำให้เขาอารมณ์ไม่ดีตอนไหนกัน “อารมณ์ไม่ดีเพราะฉัน แล้วตอนนี้ล่ะคะ?” 

“หายแล้วครับ” รอยยิ้มของเขาผุดขึ้นและนี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ “หายตั้งแต่ที่คุณมา” 

“ชิ ถ้าไม่มาก็ไม่หายใช่ไหมคะ?” 

“ครับ” ฉันแยกเขี้ยวใส่เขาก่อนจะหัวเราะออกมา “แต่ถ้าคุณไม่มา ผมก็จะไปหา” 

“หาที่บ้านเหรอคะ?” พยักหน้ารับจนฉันเม้มริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นอาการยิ้มไม่หุบของตัวเอง “ถ้างั้นเราดีกันนะคะ” 

ไม่พูดเปล่าก็ยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าเขา ซึ่งคุณหินก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการ แต่พอฉันกระดิกนิ้วก้อยของตัวเองเขาก็ยกยิ้มมุมปากและยกนิ้วก้อยของตัวเองเกี่ยวสัญญากับฉัน 

“ตอนนี้ผมเป็นเพื่อนคุณ” จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาจนฉันที่มองนิ้วก้อยของเราสองคนอยู่จำต้องเงยหน้าสบตากับเขา 

“คะ?” 

“แล้วถ้าถัดจากเป็นเพื่อน... เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น จะได้ไหมครับ?” ฉันไม่เข้าใจถึงความหมายที่เขาพูดถึง 

“ตอนนี้เป็นเพื่อน ถ้าถัดจากเพื่อนก็เป็นเพื่อนชุบแป้งทอดเหรอคะ” คุณหินถึงกับหรี่สายตามองฉันและดึงนิ้วก้อยของตัวเองออกไปทันที รอยยิ้มของเขาและเสียงหัวเราะในลำคอทำให้ฉันยกมือปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นขำ 

“ผมรู้แล้วว่าทำไมคุณถึงไม่คบกับใคร” 

“ทำไมเหรอคะ?” ฉันถามกลับ บางอย่างมันก็เป็นเหตุผลอย่างเช่นฉันเป็นต้น การไม่คบกับใครก็หมายถึงฉันยังไม่เจอใครที่ทำให้ฉันรู้สึกดีหรือหวั่นไหวได้ ผู้ชายที่ไม่โอ้อวดตัวเองและเป็นคนดี ฉันหาผู้ชายคนนั้นไม่เจอไง 

“เพราะว่าผมอยากให้คุณเจอคนดีๆ ที่เหมาะสมกับคุณ” รอยยิ้มของคุณหินดูแล้วแม้จะเป็นยิ้มที่ห่วงใย ทว่ากลับมีความเศร้าปะปนกันฉันรู้สึกได้แบบนั้นเลย “ผมคงหวังมากไป ทั้งที่ไม่ควร” 

“คุณหินพูดอะไรนะคะ” เพราะเขาบ่นพึมพำทำให้ฉันไม่ได้ยินถนัดสักเท่าไหร่ แต่พอฉันถามเขาก็ส่ายหน้าไปมาและมองเลยไปด้านหลังฉัน 

“น้องเจ้าเอยมาที่นี่ทำไม?”  

แล้วคนที่มาเยือนคือคนที่ฉันไม่อยากจะเจอกับเขาสักเท่าไหร่... 

เพราะพี่หินเปลี่ยนไปน้องเลยต้องมาถามให้รู้เรื่องกันไปเลยค่ะ 

แต่… รู้หรือยังคะว่าทำไมพี่หินถึงไม่ยอมรับเป็นเพื่อนกับเจ้าเอย? 

ความเจียมตัวก็ยังคงทำให้พี่หินไม่อยากหวังอะไรมากไป สงสารพี่หินมากค่ะ 

และคนที่มาขัดจังหวะก็จะทำให้พี่หินลำบากใจอีกแล้ว! รอติดตามต่อไปค่ะ 

-เมนต์ ถูกใจเข้ามารอกันนะคะ ขอบคุณที่ติดตามพี่หินกับน้องเจ้าเอยด้วยน้า- 

เรื่องนี้กำลังสนุกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โปรดห้ามพลาดแม้แต่ตอนเดียวเลย  

ฝากแฟนเพจไรท์ด้วยน้าา กดไลค์+ติดตามไว้ไม่เสียหายเนาะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว