ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่5 [พี่เลี้ยงจำเป็น] 60% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่5 [พี่เลี้ยงจำเป็น] 60% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 903

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2563 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่5 [พี่เลี้ยงจำเป็น] 60% อัพแล้ว
แบบอักษร

 

เป็นอีกครั้งที่เฮกเตอร์รู้สึกว่าภายในร้อนรุ่มราวกับภูเขาไฟที่กำลังรอการปะทุ อาจเป็นเพราะชีวิตที่ผ่านมา เขาเดินบนเส้นทางที่เป็นผู้นำ เด็ดขาด ไม่ต้องรับคำสั่ง ทุกคนต้องฟังเขาเท่านั้น แต่เมื่อเจอพริสาจนกระทั่งถึงตอนนี้ เธอทำให้ชีวิตของเขาไม่เคยสงบสุขสักวัน “ก็ได้! ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าตัวเองคิดผิดที่ให้ฉันทำหน้าที่นี้” 

       “คุณทำร้ายเด็กไม่ได้นะคะ”  

       เขายักไหล่ “แต่ถ้าเด็กไม่ชอบฉันเอง จะบังคับได้ยังไงล่ะ”  

       พริสากลืนน้ำลายแต่ยังคงเชื่อมั่นในตัวของผู้ชายคนนี้ว่าไม่มีทางทำร้ายอาทิตยาอย่างแน่นอน แม้อารมณ์ของเขาจะไม่คงที่ยิ่งกว่าผู้หญิงมีรอบเดือนก็เถอะ ยังไงก็ตามหญิงสาวก็ไม่ประมาท  

       “ถ้าหมดปัญหาแล้ว ก็ช่วยป้อนอาหารเช้าสักทีค่ะ แกกำลังรออยู่”  

       เฮกเตอร์หงุดหงิดหากรู้แบบนี้เขาจะเตะแม็กนิอัสออกจากคฤหาสน์ตั้งแต่วันแรก ตามด้วยการไล่อาทิตยาออกไปไม่ให้อยู่ด้วยในการแข่งขัน พอคิดมาถึงตรงนี้หงุดหงิดตัวเองที่ “ยอม” มากจนเกินไปทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน เวลานั้นพริสาเลื่อนจานแพนเค้กของอาทิตยามาตรงหน้า พร้อมกับส่งมีดและส้อมให้ เขารับมาก่อนจะหั่นด้วยความดุดัน ชิ้นของมันใหญ่พอสมควร ก่อนจะยื่นให้อาทิตยาที่กำลังสนใจตุ๊กตาอยู่ 

       “ชิ้นไม่ใหญ่ไปเหรอคะ แกอาจจะติดคอได้นะ” พริสาแย้ง 

       “ลูกเธอปากกว้างจะตาย แค่นี้กินได้อยู่แล้ว อ้าปากสิ” ชายหนุ่มตอบและสั่งการอาทิตยา 

       เด็กน้อยอ้าปากรับแพนเค้กอย่างว่าง่ายและเป็นไปตามที่ร่างสูงพูด เธอสามารถกินได้ในคำเดียว เคี้ยวอย่างมีความสุขพร้อมกับเล่นตุ๊กตาในมือต่อ แต่ยังไม่ทันได้กลืน คำต่อไปก็มาจ่อริมฝีปากแล้ว แน่นอนว่าเธอเบือนหน้าหนี  

       “กินช้าเป็นบ้า เป็นสล็อตหรือไง ฉันไม่มีเวลามานั่งป้อนอาหารเช้าเธอทั้งวันหรอกนะ” เขาบ่น 

       พริสากลอกตา “เธอยังเด็กอยู่นะคะ ให้เวลาบ้างสิ” 

       “เพราะแบบนี้ไงฉันถึงไม่ชอบเด็ก”  

       เมื่ออาทิตากลืนคำแรกก็อ้าปากรับคำที่สองต่อ เขาจึงตัดยื่นคำที่สามจ่อปากทันที เห็นเธอเคี้ยวซะน่าอร่อยจนแก้มขาวอมชูป่องขึ้น คล้ายกับปลาปักเป้าดั่งเมื่อวาน  

       อาทิตยาที่ยังเคี้ยวอยู่เต็มปากหันไปมองเฮกเตอร์ “เตอร์ เล่นกัน” 

       “ฉันไม่เล่นตุ๊กตาปัญญาอ่อนหรอก” เขาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ 

       เด็กน้อยเงยหน้ามองมารดา “มัม... เตอร์ไม่เล่น”  

       พริสาก้มลงกระซิบลูกน้อย “เตอร์เล่นอะไรไม่เป็นหรอกลูก เพราะเตอร์โมโหเป็นอย่างเดียว” 

       “นี่เธอ! ฉันได้ยินนะ” 

       พริสาสะดุ้งยักไหล่เล็กน้อย มองดูเฮกเตอร์ป้อนอาหารลูกสาว จากการสังเกตแม้เขายังไม่เต็มใจแต่ก็ไม่แย่ เวลานั้นเธอมองดูอาทิตยาหยิบราสเบอรี่ขึ้นมาแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม 

       “เตอร์หม่ำบ้าง”  

       “ไม่ ฉันไม่ชอบกิน” เขาตอบทันควัน 

       “เตอร์หม่ำหน่อย!” อาทิตยาเตะขาไปมาเป็นอาการที่ถูกขัดใจและเริ่มที่จะเอาแต่ใจตามประสาเด็ก 

       “ฉันบอกว่าไม่กินไง อ้าปากเร็ว จะหมดแล้วเนี่ย ฉันจะได้ไปทำอย่างอื่นบ้าง รู้ไหมว่าเธอใช้เวลาในการกินอาหารยี่สิบนาทีแล้ว รอบหน้าถ้าช้าแบบนี้ ฉันจะปล่อยให้เธอกินเอง!” เขาได้ทีบ่นร่ายยาวแถมขู่ทิ้งท้าย 

       ริมฝีปากเป็นกระจับเริ่มเบะ “เตอร์หม่ำ... หม่ำ” 

       “คุณก็ยอมแกหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวแกร้องไห้ เสียงดังทำให้คุณรำคาญจะโทษฉันไม่ได้นะ” พริสารีบบอก 

       ชายหนุ่มมองหญิงสาวแล้วสบถ “บ้าเอ้ย... ฉันจะจำสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้แล้วเอาคืนเธอให้หนักเลยพริสา” 

       หญิงสาวกลืนน้ำลายมองเฮกเตอร์หยิบราสเบอรี่จากมือเล็กยัดใส่ปากของตัวเอง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มสดใสของอาทิตยาพร้อมกับปรบไม้ปรบมือด้วยความดีใจ 

       เธอหยิบราสเบอร์รี่อีกชิ้น “เตอร์ หม่ำอีกนะ”  

       “พอแล้ว รีบกินซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะหยุดป้อน” 

       อาทิตยารีบอ้าปากรับแพนเค้กราวกับกลัวว่าผู้ชายตรงหน้าจะไม่ยอมป้อนอีก ก่อนที่จะหยิบแก้วนมขึ้นมาดื่ม จากนั้นก็กินต่ออีกสามสี่คำ จนเหลือแพนเค้กเล็กน้อยเท่านั้น อาทิตยาก็ส่ายหน้าอิ่มแล้ว 

       เฮกเตอร์ผ่อนลมหายใจวางส้อมลง “จบสักที ทีนี้ก็พาเธอออกไปได้แล้ว”  

       “เธอจะไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ เธอต้องอยู่กับคุณ... และคุณก็ต้องคอยดูแลตลอดทั้งวัน ฉันจะเอาจานไปเก็บก่อน ถ้าแกเบื่อ กระเป๋าตรงโต๊ะนั้นมีสมุดวาดภาพกับสีอยู่ ซันนี่ชอบค่ะ” พริสายิ้มกว้างรีบเก็บจานอย่างรวดเร็ว 

       “ไม่ได้นะ ฉันมีงานต้องทำ” เขาสวนกลับ 

       “นี่ก็งานคุณเหมือนกัน เราทุกคนมีหน้าที่นะคะ เดี๋ยวฉันมาค่ะ ห้ามให้ลูอิสหรือใครช่วยเป็นอันขาดนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะถือว่าผู้ชายแบล็กฟอร์ดผิดคำพูด” พริสาพูดเสร็จก็รีบออกจากห้องทันทีไม่สนใจเสียงของเฮกเตอร์ที่ตะโกนตามมา พอพ้นห้องทำงานเธอก็หัวเราะเสียงดัง แต่พอเห็นคาร์เตอร์จ้องมองอยู่ไม่ไกลก็กระแอมเล็กน้อยปรับสีหน้า ส่งยิ้มทักทาย ก่อนจะเดินเลี่ยงกลับเข้าไปในครัว 

       คาร์เตอร์เดินมาถึงหน้าห้องทำงาน พยักหน้าให้ลูอิสเล็กน้อย ก่อนจะชะโงกหน้าลอบมองแล้วอดพูดไม่ได้ 

       “จะไหวไหมเนี่ย ฉันหวังว่าคุณเฮกเตอร์จะไม่กินซันนี่ซะก่อน” 

       “หรือไม่ซันนี่อาจทำให้ความดันของเจ้านายขึ้น” ลูอิสว่ากลับ 

       คาร์เตอร์ยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินกลับทางเดิม เขามีประชุมที่บริษัทเช้านี้ แน่นอนว่าพอเฮกเตอร์ไม่เข้าไปทำงาน เขาก็เป็นเข้าแทน นั่นทำให้เขามีภาระหน้าที่เยอะจนต้องหาคนมาดูแล  

       เมื่ออยู่กันตามลำพัง เฮกเตอร์จ้องตากับอาทิตยาที่มองมา เขาเหลือบไปเห็นโต๊ะกระจกที่มีกระเป๋ากระต่ายสีชมพูวางอยู่ ถัดกันนั้นเป็นโซฟาหนังสีดำสนิท ด้านล่างเป็นพรมขนสัตว์สุดนุ่ม พริสาเตรียมพร้อมไว้แล้วสินะ ชายหนุ่มจึงหันกลับมาหาเด็กผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง 

       “ฟังให้ดีนะปีศาจน้อย เพราะฉันแพ้เดิมพันแม่เธอ ฉันเลยไม่มีทางเลือก ต้องมาติดอยู่กับเด็กอย่างเธอ เพราะฉะนั้นเราจะอยู่ด้วยกันภายใต้กฎสี่ข้อ ข้อแรก ห้ามรบกวน ข้อสอง ห้ามพูดกับฉัน ข้อสาม อยากเข้าห้องน้ำหรือหิวเรียกลูอิส ข้อสี่ ต้องนั่งเงียบๆ ห้ามวิ่งเล่นและถ้าเบื่อก็ออกจากห้องนี้ไปเลย เข้าใจไหม” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มคาดหวังว่าอาทิตยาจะเข้าใจและปฏิบัติตาม 

       อาทิตยาเอียงศีรษะเล็กน้อย ตอบกลับ “เตอร์... เตอร์มียิ้มไหม ซันนี่อยากหม่ำยิ้ม” 

       เขากลอกตา “ให้ตาย... เธอเข้าใจที่ฉันพูดไหมเนี่ย!” 

       เมื่อเห็นแววตางุนงงปนสงสัยเขาก็รู้ว่าเด็กคนนี้ไม่มีทางเข้าใจอะไรแน่นอน “ช่างมันเถอะ แค่นั่งเงียบๆก็พอแล้ว” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว