ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 83.3k

ความคิดเห็น : 212

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 21:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรัก
แบบอักษร

  

  

  

ตอนที่ 17 

ความรัก 

[Vee Vivis] 

Dew Dely  

4 hr 

ฉ่ำๆ จ๊ะ น้ำเย็นๆ กับน้องมาร์คตัวเป็นๆ แบบเปียกๆ ไอ้บ้า! บ้าไปแล้ว พี่วีมีแฟนแซ่บแบบนี้ใช่ไหมเขาถึงตามหวงไม่หยุด แกดูความขาว ความหุ่น ความเสยผม แกเอ๊ยยยย แฟนพ่อวีจะทำเราตุยกันหมด ไม่ไหวแล้วจ้า~ เมื่อก่อนอิจฉาน้องที่ได้พ่อวีมา ตอนนี้อิจฉาพ่อวีนะคะ เพราะเราอยากได้น้องงงง 

7K Likes 4K Comments 8.1K Sheared 

 

ผมกำลังหัวร้อนกับสิ่งที่ได้เห็นผ่านโทรศัพท์ตอนนี้ รูปภาพหลายรูป ไม่ใช่แค่สี่ห้ารูปแต่มันหลายรูป และเป็นรูปของมาร์ค ที่น่าหัวร้อนไปกว่านั้นคือรูปของมาร์คถอดเสื้ออยู่ในสระว่ายน้ำ ไอ้เหี้ยเอ๊ย! หล่อแหละ แฟนผมมันหล่อ มันเซ็กซี่ มันดีไปหมดทุกส่วน แล้วทุกส่วนนั่นคือของผม คือผมคนเดียวที่จะมองได้ ไม่ใช่ให้ไอ้ดิวเอาไปลงเพจไร้สาระให้คนได้มองกันทั้งโลกแบบนี้

 

Tea late : ดีมากจ้ะพ่อจ๋าแม่จ๋า 

พิ พิม : โอ๊ยยย มันดีมากกกก 

Pack Packarapon : เบาได้เบานะครับ 

Pond Pawee : ตาย ไอ้วีตาย 

Yue Yei : หุ่นพี่มาร์คคคคค 

Ar Arkon : นมชมพูที่ไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่ม 

Yiwaa : ไม้เรียวววว 

ก้อนขาวๆ แพรวพราวบนฟ้า : เต็มสิบเต็มสิบ! 

คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : ไหนบอกจะไม่ลงน้ำ 

Future Forefun : หาเรื่อง 

Tewpai Prompong : ฝีมือผมค้าบบบบ 

 

ผมกำลังโมโห มันมากกว่าหัวร้อนแล้วเพราะคอมเมนต์มันไม่ถูกใจผมสักนิด คอมเมนต์หยาบคายต่อจิตใจผมมาก อยากได้ไอ้มาร์ค? ชื่อวีเหรอถามก่อน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมาร์คมันไม่บอก ผมไม่เคยห้ามมันอยู่แล้วถ้าจะทำ มันจะทำอะไรผมก็ยอมได้หมด ให้ทำทั้งหมดแล้วก็คอยเตือนคอยบอกด้วย แล้วครั้งนี้คืออะไร

[อื้อ~ พี่วี เดี๋ยวแป๊บนะ] เสียงแหบๆ ของมาร์คสลับกับเสียงบีตของดนตรีทำให้ผมต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“มึงอยู่ไหน” ผมถามกลับ

[อยู่ร้านเดิมนี่แหละ แป๊บๆ เสียงมันดัง] มาร์คบอก

[พี่ไปไหนอะ]

[คุยกับพี่วีแป๊บ] นั่นคือสิ่งที่ผมได้ยินจากมาร์ค มันไม่ได้อยู่กับเพื่อนมัน หรือมันอาจจะอยู่กับเพื่อนมันแต่มีเด็กนั่นอยู่ด้วย

“มึงไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหน” ผมถามกลับ

[ก็ไม่ถึงกับสนิทหรอก]

“มาร์ค…” ผมเรียกชื่อมันเสียงเข้ม 

[ว่า?]

“ตั้งใจกวนกูหรือยังไง” ผมถามกลับ เอนตัวลงกับเตียงแล้วรอฟังคำตอบจากปากของอีกคน

[ไม่ได้จะกวน ผมแค่…]

“แค่?”

[แค่มากินกับพวกมัน ไอ้เจมส์ก็มา] 

“แล้วรูปพวกนั้นคืออะไร” ผมถาม

[ก็…]

“ก็?”

[ผมว่างๆ แล้วน้องมันก็มาชวน มันชวนแล้วก็ไปถ่ายวันนั้นเลย เลยไม่ได้บอก] มาร์คว่ากลับมาให้ผมได้ถอนหายใจทิ้งอย่างห้ามไม่ได้

“แล้วที่คุยกันทุกวันนี่มีวันไหนไหมที่คิดจะบอกกู”

[พี่วี…]

“มึงก็รู้ว่ากูหวง มึงยังไปทำ เออ ทำกูก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่บอกกูหน่อย บอกสักนิดอะมาร์ค นี่กูต้องมาเห็นเอง รู้จากเพจมันเอง แม่ง…”

[ผมขอโทษ] เสียงแหบๆ ว่าออกมาหลังจากที่ผมบ่นไปชุดใหญ่

“มึงแม่ง…”

[พี่วี…ผมขอโทษ โอเค ผมยอมรับก็ได้ว่าอยากทำให้พี่หวงอะ ผม…]

“อยากทำให้กูหวง? กูหวงมึงอยู่แล้ว กูหวงมึงตลอดอยู่แล้ว แค่ใครมองมึงแล้วมึงไม่มองกลับกูก็อยากได้ฆ่ามันแล้ว แล้วมึงมาถอดเสื้อถ่ายรูปให้พวกมันดูแบบนี้ มึงคิดว่ากูจะหวงแค่ไหนวะ” ผมกำลังหงุดหงิดกับความคิดมัน หงุดหงิดมากที่มันคิดแบบนี้

[ผมขอโทษ…]

“จะยั่วกูอะยั่วอย่างอื่น อย่ามายั่วโมโหตอนนี้ กูตามมึงไม่ได้มึงก็รู้” ผมบอกมัน แล้วปลายสายก็เงียบไปเหมือนยอมฟังที่ผมพูดทุกอย่าง

[…]

“แม่ง…เอาอะไรคิดว่าอยากให้กูหวง กูหวงแล้วยังไง แล้วก็โทรมาว่ามึงแบบนี้ แล้วมึงก็เงียบ สุดท้ายทะเลาะกัน”

[ผม…]

“แม่ง…” ผมสบถออกไปแค่นั้นแล้ววางสาย

ผมกลัวการทะเลาะกับมาร์ค ผมกลัวการห่างไกลมันทำให้เราไม่เข้าใจกัน และผมกลัวว่าเวลาที่ผมมีให้มันมันจะไม่พอจนต้องทำให้เกิดการเข้าใจผิด แต่สิ่งที่มันทำกับผมมันทำให้ผมแทบจะระเบิด อยากทำให้หวง? ต้องว่างแค่ไหนวะถึงอยากจะทำให้ผมหวง พอโทรไปก็บอกมีงานตลอด กิจกรรมตลอด ไปนั่นนี่ตลอด แล้วอยู่ดีๆ บอกว่าอยากให้ผมหวง

Rrrr~

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง ชื่อของคนที่โทรมาคือคนที่ผมเพิ่งวางสายไป ไม่อยากทะเลาะ แต่ถ้าไม่รับอีกก็คงต้องทะเลาะกันจริงๆ

[พี่วี…] เสียงหงอยมาจนใจผมแทบยวบ มาทำเสียงอ่อนแบบนี้ใส่หลังจากที่ทำผิดมาแบบนั้น ใครมันจะไม่ใจอ่อนวะ

“อะไร”

[ผมขอโทษ] มาร์คว่าออกมาอ้อนๆ ผมเข้าใจว่าแค่ถอดเสื้อถ่ายรูปมันก็แค่นั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่ผมก็หวงของผมไง ก็หวงอะใครมันจะไปชอบวะ

“อือ” ผมตอบออกไปในลำคอ

[ต้องทำยังไงพี่ถึงจะหายโกรธ] มันว่าออกมาช้าๆ

“อยากให้กูหายโกรธ?”

[อือ]

“ตอนนี้กลับห้อง ไปนอน”

[พี่วี~]

“ไม่ต้องมาอ้อนกู กลับ” ผมบอกมันด้วยเสียงที่หนักแน่น แต่ใจนี่โคตรอ่อน

[อือ] มันตอบกลับในลำคออย่างว่าง่าย

“อือก็ลุก กลับถึงแล้วโทรหากู เนี่ยพอกูหวงมากกูก็งี่เง่าอีก”

[พี่วี…]

“ไม่ต้องมาพี่วงพี่วี”

[ดุ]

“ก็มึงดื้อ” ผมบอกกลับ มันก็ทำเสียงง้อแง้งในคอมันนั่นแหละ ง้องแง้งชนิดที่ว่าถ้าอยู่ใกล้ๆ ผมคงต้องจับมาจูบ

[ผม…ขอโทษนะ เรื่องนั้นอะ] เสียงที่รู้สึกผิดจริงจังว่าออกมา

“อือ”

[ผมบอกพี่ดิวลบก็ได้นะ] มาร์คว่า แต่ผมก็ส่ายหน้ากับโทรศัพท์

“เดี๋ยวกูจัดการเอง” ผมบอกออกไปแบบนั้นแล้วกำชับให้อีกคนรีบกลับห้อง มาร์คเองก็กลับจริงๆ กลับตอนที่ผมบอกนั่นแหละ พอถึงห้องมันก็โทรรายงานให้ผมได้สบายใจ อธิบายอีกยาวเหยียดว่าไม่ได้มีอะไรกับไอ้เด็กนั่นจริงๆ แม้ว่าเด็กมันจะทอดสะพานให้ก็ตาม เออ…ทอดจนสะพานไหม้ก็ไม่ได้อะไรหรอก

ผมโทรหาดิวแล้วบอกให้มันส่งรูปทั้งหมดมาให้ผม ไม่นานไฟล์รูปภาพยั่วโมโหของมาร์คก็ถูกส่งมา พอได้มาแล้วผมก็บอกมันลบ ลบให้หมด ลบทั้งโพสต์ลบทั้งไฟล์ต้นฉบับที่มันมี โดนมันด่ากลับมาว่าหวงอะไรมากมายขนาดนั้น ไม่อยากโชว์หรือไงเมียสวยขนาดนี้ หวง…รักมากถึงหวงมากขนาดนี้ และไม่ได้มีความรู้สึกอยากโชว์สักนิด ของแบบนี้มันต้องเก็ไว้ดูคนเดียวสิวะ

 

ตุ๊ดซี่ลี่นี่เรียนเครื่องกล : ไอ้วี มึงบอกอีดิวลบโพสต์เหรอ 

ตีตี้ไม่ตีแต่เหล็ก : มึงมันแย่ กูยังไม่ได้เซฟรูปเลยไอ้เพื่อนชั่ว 

Vee Vivis : เมียกู 

Pond Pawee : ไม่เฝ้าแต่ก็หวงนะครับ 

Nnorthh : น้อยๆ หน่อย เห็นแค่ครึ่งบน 

Vee Vivis : คอพระรามมึงยังไม่ให้ใครเห็นเลยเหนือ 

 

ผมตื่นเช้ามาตอบแช็ตเพื่อนในกลุ่มแล้วต้องหัวร้อนอีกครั้งกับข้อความของไอ้เหนือ แค่ครึ่งบน? เศษผมของมาร์คผมก็หวง อย่าให้พูดเลย

ช่วงนี้งานผมค่อนข้างยุ่ง ที่พ่อกับแม่บอกมาว่าหยุดวันเสาร์คือคำโกหกที่น่าเศร้ามาก เพราะขนาดเสาร์นี้ผมยังต้องมาทำงาน แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ผมเองก็เข้าสู่วัยทำงานแล้ว มีงานก็ต้องทำงาน ไม่งั้นจะให้ทำอะไรได้

พอมาอยู่ตรงนี้มันทำให้ได้คิดว่าชีวิตมันมีอะไรหลายอย่างมาก มันมีคนที่เก่งกว่าเรา และมันมีคนที่ต้องดิ้นรนมากกว่าเรา คนทุกคนทำเพื่อตัวเองและคนที่รัก ไม่ต่างจากผมที่พยายามทำแม้จะเป็นวันหยุด อีกอย่างการที่เราโตขึ้นความรับผิดชอบมันก็ต้องมากขึ้น จริงอยู่ว่าหยุดได้แต่งานมันไม่เสร็จใครมันจะกล้าหยุดกัน

“สวัสดีครับนายช่าง”

“ครับผม” ตำแหน่งที่ได้มาก็หนักพอสมควร โดนตราหน้าว่าเด็กเส้นมาสองสามอาทิตย์ เรียนรู้หนักหน่วงมาตั้งแต่เริ่มทำ จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับมากเท่าไหร่ อันดับแรกจบใหม่ อันดับสองเด็กเส้น 

ผมคุยกับพ่อกับแม่เรื่องนี้ แต่ท่านก็บอกให้พิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็น แล้วทำงานให้มันดีอย่าให้ใครว่าได้ ดีหน่อยที่ผมชอบงานผมเลยพอจะทำต่อได้ มันเหนื่อยทุกวัน และดีที่ทุกวันได้เห็นหน้ากวนๆ ของแฟน แต่มันแย่หน่อยที่ตอนนี้ผมงอนมันอยู่ งอน...แต่มันอาจจะไม่รู้ และถึงจะงอนเดี๋ยวก็คงหายเองเพราะมาร์คคงไม่ง้อ

“มึงกินข้าวเที่ยงไหมวี หรือให้กูซื้อเข้ามาให้” เต้เดินเข้ามาถามผม ผมเลยเลิกคิ้วมองมันอย่างใช้ความคิด

“มึงจะซื้ออะไรมา” ผมถามกลับ

“กะเพราะทะเลไหม มึงชอบนี่เดี๋ยวกูไปร้านอาหารตามสั่ง” มันบอกกลับ

“โอเค งั้นฝาก” เต้พยักหน้าให้ผมแล้วเดินออกไป

เราสนิทกันมากกว่าเดิมแล้ว อาจจะเพราะวันเดียวกัน เรียนเหมือนกัน งานก็คล้ายกัน มันเลยมีอะไรที่ทำให้ได้คุยได้สนิท มันชวนผมออกดื่มอยู่ครั้งหนึ่ง แล้วก็เพิ่งรู้ว่าพักอยู่ที่เดียวกัน มันเป็นความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนใหม่ แต่ก็เป็นเพื่อนที่คุยกันถูกคอและน่าจะเชื่อใจได้

Rrrr~ 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตอนเที่ยงทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ปกติเวลานี้ไม่มีใครโทรมา แม่จะโทรมาตอนเย็น ส่วนมาร์คจะเป็นผมที่โทรไปหาหรือไม่มันก็โทรมาตอนก่อนนอน แต่ชื่อที่โชว์อยู่ตอนนี้ทำผมไปไม่เป็นมากกว่าเดิม หรืออาจจะเป็นเพรราะผมโมโหใส่มันไปเมื่อวาน วันนี้มันเลยโทรมาอีก

“ว่า?”

[พี่ทำงานเหรอ?] 

“อือ กูก็บอกมึงแล้วไงเมื่อเช้า” ผมว่าหลังจากที่เช็กจนมั่นใจแล้วว่าไม่ได้ลืมบอก

[เหรอ ตอนเที่ยงก็ไม่ว่างเลยเหรอ? พี่ไม่กินข้าวเหรอ?] มาร์คถามกลับ

“อะไร เป็นอะไรไหมเนี่ย” ผมว่าหลังจากที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของแฟน

[ผมหิวข้าว]

“ก็ไปหาอะไรกินสิ”

[ผมอยู่อู่ตะเภา]

“ห้ะ!”

[พี่วีครับ…มารับผมไปกินข้าวหน่อย] 

ผมทิ้งทุกอย่างไว้ที่โต๊ะ คว้าเอากุญแจรถของคนที่ขอให้ไปรับแล้วเปิดประตูออกจากออฟฟิศตัวเองอย่างรวดเร็ว มันมา…มาร์คมาหาผม ผมไม่ได้สนว่าจะดุจะด่าหรือว่ามันในเรื่องที่มันทิ้งงานมา ตอนนี้กิจกรรมกำลังเยอะและมันควรเตรียมสอบปลายภาคแล้ว มาร์คเคยโทรมางอแงกับผมหลายรอบแล้วว่าอยากมาหา แต่ทุกครั้งทุกรอบผมบอกกลับไปว่าไม่ให้มา ให้มันสนใจเรื่องของตัวเองก่อน ค่อยมาสนใจเรื่องของผม แต่ตอนนี้ มาร์คมาที่นี่โดยไม่ได้บอกผม

มาหาผม…

“พี่วี!”

“ไหนบอกมีกีฬาระหว่างคณะ” ผมถามมันกลับขณะที่เดินเข้าไปหามัน  

“ก็มี แต่ผมฝากงานไว้แล้ว” มาร์คตอบกลับ

“เหรอ? นึกว่าจะลงว่ายน้ำเอง” ปากผมมันติดจะประชดน้องมันกลับไป ทั้งๆ ที่ใจนี่เต้นระรัวจนแทบจะไม่เป็นจังหวะอยู่แล้ว ดีใจที่มันมาหา แต่ก็กลัวว่าจะเป็นตัวผมที่ทำให้มันเสียการเสียงาน

“ไม่ลงแล้ว” มาร์คมันนว่าเบาๆ ตาสวยช้อนขึ้นมามองผมก่อนจะหลบกลับไปมองมือตัวเอง

“แล้วมาอะไร”

“พี่วี…หายโกรธสิ” มันว่าออกมา ในใจผมนี่ก็คือน่ารัก น่ารักเป็นบ้า น่ารักล้านครั้ง แต่กำลังตีหน้าดุๆ อยู่ 

“กูหายแล้ว” ความจริงลืมอารมณ์โกรธพวกนั้นไปหมดแล้วด้วยซ้ำ ก็เคลียร์หมดแล้ว รูปทั้งหมดที่มีก็ผมนี่แหละที่เก็บไว้คนเดียวแล้ว

“พี่ดิวลบรูปแล้วนะ” มาร์คว่า

“กูบอกมันเอง”

“เหรอ…” เวลาผมเห็นมาร์คทำตัวแบบนี้ทำไมผมรู้สึกว่ามันตัวเล็กจังเลยวะ นี่คืออารมณ์ตัวเล็กตัวน้อยที่ไอวินด์เคยว่ามันไว้ใช่ไหม มันเป็นความรู้สึกอยากปกป้องแบบอยากดึงเข้ามากอดแบบนี้ใช่ไหม 

“จะกินอะไร” เสียงผมยังโทนเดิม แล้วมาร์คเองก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิม

“อะไรก็ได้”

“มันมีเหรออะไรก็ได้”

“พี่วี…”

“หึ…มานี่” ผมว่าแล้วยื่นมือเรียกมันเข้ามา คนที่ก้มหน้าเหมือนว่าตัวเองทำผิดมากมายก็ค่อยๆ ก้าวเข้ามาหา พอมาร์คมันเดินเข้ามาใกล้มือผมก็ดึงเข้ามากอด 

พรึ่บ!

“เฮ้ย!”

“ทำไม กอดไม่ได้?” ผมกระซิบถามข้างๆ หู คนที่เกร็งแล้วก็ขัดขืนเมื่อกี้ก็ค่อยๆ โอนอ่อนตามจนกลายเป็นนิ่งให้ผมกอดดีๆ

“พี่แม่ง…”

“หึ…” เอ็นดูเมียตัวเองนี่ผิดไหม

ผมพามาร์คกลับไปที่ออฟฟิศ เก็บของที่ระเกะระกะบนโต๊ะแล้วโยนใส่กระเป๋า มาร์คมันก็ยืนอยู่แถวๆ หน้าประตูมองสำรวจห้องทำงานของผมที่มีโต๊ะอยู่สี่โต๊ะ เป็นโต๊ะประจำของคนอื่นอีกสามคนและผมอีกหนึ่งคน ผมเก็บของไปแล้วมาร์คก็เดินสำรวจไป มันเดินไปที่กระจกแล้วมองลงไปข้างล่าง แต่ตอนนี้ไม่มีใครทำอะไรมากมายหรอก เพราะเป็นวันเสาร์

“ที่ทำงานพี่สวยเนอะ” มาร์คมันว่าออกมา

“อือ ก็สวยอยู่” ผมบอก มันเป็นการจัดแต่งที่ทำให้รู้สึกสบายมากๆ

“วี มึงไปไหนมา อ้าว…” ประตูถูกเปิดออกโดยที่ไม่ได้มีเสียงเคาะ บ่งบอกว่าคนที่เปิดเข้ามาคือคนที่คุ้นเคยกับห้องนี้ และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะเต้กำลังกำลังยืนทำหน้างงๆ อยู่ที่หน้าประตู มันมองไปที่มาร์คสลับกับมองมาที่ผมเหมือนจะถามอะไรสักอย่าง

“อ๋อ นี่เต้เพื่อนกู ส่วนนี่มาร์คแฟนกู” ผมบอกมาร์คก่อนจะแนะนำมันกับเต้ เดินเข้าไปแตะแขนมาร์คเบาๆ ให้ทักทายคนอายุมากกว่าก่อน

“สวัสดีครับ” มาร์คยกมือไหว้เต้แล้วแต่ก็รับไหว้อย่างงงๆ

“แฟนมึง?”

“อือ แฟนกู” ผมว่าแล้วมองหน้าเพื่อนที่เหมือนจะตกตลึงไปสักพัก มันเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็พยักหน้าให้ผม

“โคตรได้” มันว่าออกมา

“อะไรวะ” ผมถามกลับ

“เปล่า มึงก็หน้าตาดี มีแฟนแล้วก็ไม่แปลก แต่มีแฟนเป็นผู้ชายนี่เกินคาดไปหน่อย” เต้บอก

“มึงรับไม่ได้?”

“เปล่า...ก็บอกว่าไม่คิดว่ามึงจะมีแฟนเป็นผู้ชายไง” มันว่าออกมาแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยยิ้มให้มาร์ค มาร์คเองก็ยิ้มตอบ

“เออ ก็นี่แหละแฟนกู” ผมบอกย้ำ ปัดความคิดแปลกๆ ที่เกิดขึ้นออกไปแล้วพยักหน้าให้เพื่อน

“อือ เออ...ข้าวมึงอยู่โต๊ะกู” เต้บอก

“อ๋อ ขอบใจ” ผมบอก ลืมไปว่าฝากมันซื้อมาให้ แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ไอ้ตัวข้างๆ นี่ก็บอกว่าหิว

“พี่ซื้อข้าวแล้วเหรอ” มาร์คถามผม

“อือ แต่เดี๋ยวไปกินกับมึงอีกก็ได้” ผมบอกกลับ

“มึงจะกลับเที่ยงเลยเหรอ” เต้ถามผมเลยพยักหน้าให้มัน

“พาเด็กไปกินข้าว” ผมตอบกลับ

“เออ ไว้ดื่มกัน” เต้ว่าแล้วหันไปหามาร์ค มันก็ยิัมให้เต้ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ถ้าพี่วีให้ไปผมก็ไปครับ” มาร์คบอก แล้วหันมายิ้มให้ผม

“มึงมีคดีอยู่” ผมบอกกลับ หน้าหล่อของคนที่ดั้นด้นมาหาเลยมุ่ยลง ยิ้มหวานๆ ที่เคยส่งให้ใครต่อใครก็หุบฉับ

“ก็...มาง้อเนี่ย” เสียงในลำคอว่าเบาๆ แต่ผมก็ได้ยิน และคิดว่าเพื่อนที่อยู่ตรงประตูก็คงได้ยินเพราะมันเลิกคิ้วมองมาทางผม

“เออ กูกลับนะ” ผมบอกเต้แล้วเดินไปหยิบเอาข้าวกล่อง

“เออๆ เดี๋ยวค่ำๆ นัด” มันว่าแล้วมองไปที่มาร์ค มาร์คเองก็พยักหน้าแล้วยิ้มให้ ผมก็หงุดหงิดของผมแหละที่มาร์คยิ้มให้เต้ แต่มันก็หงุดหงิดไม่สุดอยู่ดีเพราะผมไม่คิดว่าเต้จะชอบมาร์ค

“สนิทกันมากเหรอ กับพี่คนนั้น” มาร์คถามกตอนที่ผมจะออกรถ

“ก็สนิทที่สุดในนี้แหละ ทำงานด้วยกัน” ผมตอบ

“อืม”

“ทำไม” ผมว่าแล้วค่อยๆ เลี้ยวรถออกจากที่จอด

“เขาชอบพี่”

“พูดจริง?”

“อือ” ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ไม่เคยคิดว่าเต้จะชอบผม เพราะสนิทกันและมันก็ดูแลเหมือนเพื่อนทั่วไป หรืออีกอย่างอาจจะเป็นเพราะผมมีมาร์คแล้วก็คุยกับมาร์คตลอด เลยไม่รู้สึกกับคนอื่น หมายถึง...ผมไม่ได้สนใจความรู้สึกคนอื่นขนาดนั้น

“ไม่เคยรู้สึกเลย” ผมบอก

“ไม่รู้สิ ผมรู้สึกนะ ตอนที่พี่บอกว่าผมเป็นแฟนพี่อะ” มาร์คบอก และนี่คือสิ่งยืนยันความคิดแปลกๆ ของผมในตอนนั้น ความคิดที่คิดว่าเต้แปลกไปเพราะสายตาของมันเปลี่ยนไปอยู่วูบหนึ่ง

“อืมมม”

“แค่นี้?”

“อะไร” ผมหันกลับไปถามมาร์คเมื่อมันขึ้นเสียงสูงแบบนั้น

“แค่อืมเนี่ยนะ?”

“แล้วจะเอาแค่ไหน” ผมถามกลับ

“พี่แม่ง” แล้วคนที่ทำเหมือนจะเรียกร้องเขาก็กอดอกพิงหลังกับเบาะรถ

“หึ...กูรักมึงจนไม่รู้ตัวว่าเขาชอบแล้วเนี่ย มึงจะเอาไงอีก” ผมว่า ยื่นมือไปขยี้ผมสีสวยนั่นอย่างมันเขี้ยว

“ก็แค่นี้แหละ” มาร์คว่า แล้วแก้มแดงๆ ของมันก็ทำให้ผมหัวเราะออกมา

ผมพามาร์คมากินข้าวเที่ยงในช่วงบ่ายกว่าๆ เข้าไปแล้ว มาร์คไม่ได้เรื่องมากในเรื่องการกินอยู่แล้ว ผมพามากินอะไรมันก็กิน อย่างเช่นตอนนี้ที่กินอาหารทะเลเหมือนที่กินกับผมครั้งนั้น แล้วมันก็ไม่ได้บ่นว่าผมพากินแต่อะไรเดิมๆ ไม่ได้ขอให้พาไปกินอะไรที่หรูหรามากกว่านี้ เป็นแค่อาหารทะเลธรรมดาๆ ที่สำหรับผมแล้วมันหวานกว่าทุกวัน

“กูแกะปูให้ไหม” ผมถาม

“ไม่ต้อง กินไปเลย” มาร์คว่าแล้ววางกุ้งใส่จานผม

“อร่อย”

“ลืมอาหารอีสานแล้วมั้ง” มันว่าออกมาแต่ตาไม่ได้มองที่ผม

“หึ! เกือบลืม มีคนเตือนความจำก่อน” ผมบอกแล้วมองหน้ามัน สื่อสารออกไปว่าเรื่องที่เตือนผมคือเรื่องที่มันเพิ่งทำไป

“จะลืมจริงดิ”

“อย่าตลก มาอธิบายหรือมาอะไร พูด” ผมบอก

“มาหาพี่วี” มันว่าแล้วยิ้ม ในใจนี่คงรู้แล้วแหละว่าผมไม่โกรธแล้วก็ไม่ว่าอะไรมันแล้ว โกรธมาร์คเหรอ? โกรธได้ไม่ทันข้ามวันหรอกผมอะ

“เก่งจังเลยนะตัวก็มีอยู่แค่นี้” ผมว่า

“เก่งอะไรอะ”

“หึ! กูไม่บอก”

“อ้าว!” เรื่องอะไรจะบอกออกไปให้มันได้ใจล่ะ ผมไม่บอกอะไรออกไปอีกแค่เอากุ้งไปจ่อปากมันแล้วมาร์คมันก็ค่อยๆ อ้าปากรับ

“กินไป กูไม่บอก”

“อื้อ อินอู่” 

“กินดีๆ” ผมว่าแล้วหัวเราะให้กับท่าทางเด็กๆ ของมาร์ค

Rrrr~

“รับก่อน” มาร์คบอก ผมเลยวางกุ้งที่กำลังแกะลงแล้วรับโทรศัพท์

“ว่าไงวะ” 

[มึงวนเข้ามาข้างในแป๊บดิ กูฝากงานหน่อย แม่ง…] เสียงของคนที่บอกออกมาร้อนรนจนผมต้องขมวดคิ้ว

“เป็นไรวะเต้”

[กูกะจะกลับบ้านหน่อย คงลาถึงวันจันทร์จะขอให้มึงดูลูกน้องให้] เต้บอก

“กลับบ้าน?” ผมทวนคำ แล้วในหัวก็คิดตามว่าจะพอช่วยเพื่อนได้ไหม เพราะงานผมก็เหลืออยู่ ถ้าช่วยมันจริงๆ ก็คงต้องดูของตัวเองให้เสร็จ แล้วเอางานมันมาดู

[เออ กูฝากหน่อยมึง กูทำแผนงานเสร็จหมดแล้ว แล้ววันอังคารกูกลับ พี่กูแม่งทำเรื่องอีกแล้ว] มันว่า

“เออๆ เดี๋ยวกูเข้าไป”

[ตอนนี้ได้ไหม กูจะไปเลย]

“ด่วนขนาดนั้น?” ผมถามกลับ

[มันทำผู้หญิงท้องดิไอ้สัส กูต้องไปคุยกับแม่ให้มันเนี่ย] ผมนิ่งไปสักพักกับความหัวเสียของเพื่อน เรื่องมันก็ใหญ่จนต้องกังวลจริงๆ แหละ ผมเงยหน้ามองมาร์คก่อนจะตอบเต้

“เออๆ กูไปเดี๋ยวนี้”

“งานเหรอ?” มาร์คถาม

“อือ ไอ้เต้จะฝากงาน จะเข้าไปเอากุญแจกับมัน” ผมบอก

“งั้นไปกันเลย ผมอิ่มแล้ว” มาร์คว่า

“อือ งั้นไป” ผมรู้ว่ามันยังอร่อย ผมรู้ว่ามาร์คมันยังอยากกินต่อ แต่ผมก็ดีใจที่มันเองเข้าใจผมและให้ความสำคัญกับงานของผมจนยอมที่จะหยุดกินแล้วไปปด้วย

ผมเอากุญแจจากเต้ ฟังมันเล่างานอย่างละเอียด แล้วเดินไปดูส่วนที่มันบอกว่าเป็นส่วนที่เหลือที่ต้องทำต่อของมัน ผมพยักหน้าเข้าใจคนที่กำลังวุ่นวาย ให้กำลังใจมันอีกนิดหน่อยแล้วมันก็บ่นออกมา

“เรื่องของมันยังให้กูยุ่งอีก” เต้ว่า

“ก็พี่มึงไง” ผมบอกกลับ

“เออๆ ขอบใจมาก ขอโทษด้วยเนี่ยขัดเวลาพวกมึง” มันว่าแล้วหันไปหามาร์ค

“ไม่เป็นไรครับ” มาร์คตอบแล้วยิ้มให้เต้ 

“เออ ไปแล้วนะ” เต้บอกแล้วโบกมือให้ผม

“ปัญหาที่บ้านเหรอ?” มาร์คถามผมแล้วมองตามเต้

“อือ เห็นว่าพี่มันทำผู้หญิงท้อง” ผมบอกตามที่รู้มา

“อ๋อ…ไม่เข้าใจแต่ก็น่าจะเรื่องใหญ่” มาร์คว่า

“ใหญ่สิ ท้องเลยนะมึง”

“ดีที่ผมท้องไม่ได้ ไม่งั้นพี่ก็เจอเรื่องใหญ่แล้ว” มาร์คว่ายิ้มๆ

“ตลกเหรอ? ถ้ามึงท้องได้พ่อกูก็ขายบ้านไปแต่งมึงแล้ว ไม่รอให้กูเก็บเงินเองหรอก” ผมบอก

“แต่มีลูกก็คงดีเนอะ”

“อยากเลี้ยง?” ผมถามมารคกลับ แต่มาร์คก็ส่ายหน้า

“พ่อแม่คงจะดีใจ ครอบครัวคงจะสมบูรณ์” มันบอกแล้วมองหน้าผม

“ไม่เกี่ยวมาร์ค แค่กูกับมึงก็สมบูรณ์แล้วไม่ใช่เหรอ” ผมว่ากลับ

“ก็อือ…ก็ใช่”

Rrr~

เสียงข้อความไลน์ดังขึ้นขัดจังหวะที่กำลังจะอึมครึมของเรา แต่ชื่อของคนที่ส่งมามันทำให้ผมคิดหนักมากกว่าเดิม ผมมองหน้ามาร์คหลังจากที่ได้อ่านข้อความ มาร์คเองก็เดินเข้ามาหาผมแล้วมองที่หน้าจอ หน้าหล่อของแฟนเงยขึ้นมามองหน้าผมหลังจากอ่านข้อความสั้นๆ นั่นจบ ความรู้สึกของเราคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ งุนงง ตกใจ และไม่เคยคาดคิดถึงเรื่องนี้

 

Ploy : วี พลอยท้อง 

 

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่ 

11/11/2020 

หนึ่ง สอง สาม ตั้งสติค่ะ! เราจะโฟกัสคำไหนก่อนดีคะ ระหว่างคำแรกกับคำสุดท้าย เราจะพูดถึงตอนที่พี่วีหวงน้อง น้องมาง้อพี่วี หรือว่าแฟนเก่าอีพี่มันท้องดีคะ ไอ้บ้า! ยอมรับแล้วว่านี่คือไบโพลาร์ที่แท้ทรู เอ๊ะ! เป็นเอ๊ะเป็นงง น้องก็หาเรื่องให้พี่หึง พี่ก็หึงแบบถามก่อนนน ชื่อวีเหรอถามก่อนนน แล้วฝากถามไปที่ข้อความล่าสุดด้วย ชื่อมาร์คเหรอถามก่อนนน 

Twitter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว