facebook-icon

ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจและขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

บทที่ 1 ความประทับใจแรกพบ

ชื่อตอน : บทที่ 1 ความประทับใจแรกพบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2563 01:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ความประทับใจแรกพบ
แบบอักษร

เสียงหนักๆ เป็นจังหวะสามช่าจากกลองทอมหรือทอมบ้าดังทั่วลานเกียร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ คนทำหน้าที่เป็นมือกลองคือชายหนุ่มร่างหนาในชุดนักศึกษาผู้ซึ่งมีหน้าที่สันทนาการร่วมกับกลุ่มเพื่อนวิศวกรรมปีสองอีกหลายคนที่ต่างทำนำรุ่นน้องปีหนึ่งในคณะร้องเพลงและเต้นประกอบตามจังหวะของกลอง 

"ปีหนึ่งหน้ากระดานเรียงยี่สิบ!" 

เสียงคำสั่งเข้มดังที่หลายคนไม่ค่อยอยากจะได้ยินนักดังขึ้นในจังหวะที่เสียงกลองเงียบลง แม้จะไม่อยากจะยินแต่สิ้นเสียงคำสั่งปีหนึ่งหลายร้อยชีวิตก็ต่างรีบทำตามคำสั่งที่ได้ยิน เพียงไม่นานก็พากันไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ตรงหน้าของเจ้าของคำสั่ง 

'เคน' ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าคม ตาโต จมูกโด่ง คิ้วคมเข้มเจ้าของคำสั่งยืนมองปีหนึ่งที่แต่งชุดนักศึกษามีป้ายชื่อสีขาวห้อยคอด้วยใบหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับเพื่อนของเขาอีกหกคน 

หลายคณะหรือบางมหาวิทยาลัยอาจจะยกเลิกระบบโซตัสไปแล้ว แต่สำหรับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ทุกคณะยังใช้ระบบนี้อยู่แต่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดอย่างเคร่งครัด  

โดยเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เรียกได้ว่าระบบโซตัสนั้นเป็นของคู่กันกับคณะวิศวกรรมเลยก็ว่าได้ 

"เช็คยอดครับ!" 

เคนสั่งเสียงเข้มอีกครั้งและนั่นทำให้ปีหนึ่งที่ยืนเรียงแถวกันอยู่เริ่มทยอยกันขานยอดแล้วนั่งลงทีละคนจากแถวด้านหน้า พอปีหนึ่งขานนับยอดแล้วนั่งจนถึงคนสุดท้ายจึงได้เห็นชัดว่าตอนนี้มีชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีสวมช็อปสีแดงทั้งหมดเจ็ดคนยืนล้อมปีหนึ่งอยู่โดยยืนห่างกันเป็นระยะ  

ช็อปสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และที่ยืนหน้านิ่งล้อมปีหนึ่งอยูก็คือรุ่นพี่ปีสามที่ถูกคัดเลือกมาให้ทำหน้าที่พี่ระเบียบหรือพี่ว้าก 

เคนที่ทำหน้าที่เป็นเฮดว้ากนั้นยืนขรึมอยู่ด้านหน้า ทางซ้ายของเคนคือ 'เจอาร์' หนุ่มผิวขาวหน้าหล่อแววตาขี้เล่นมีเสน่ห์แต่ใบหน้านิ่งราวไร้อารมณ์ ถัดจากเจอาร์ที่ยืนอยู่ด้านขวาของปีหนึ่งคือ 'เบียร์' หนุ่มหน้าตี๋ตัวสูงผิวขาวจมูกโด่งแววตายิ้มอยู่ตลอดทั้งที่ทำหน้านิ่ง ที่ยืนอยู่มุมด้านหลังปีหนึ่งสองคนคือ 'เลโอ' ชายหนุ่มร่างสูงที่ดูเย็นชากับทุกสิ่งรอบกายกับ 'ปาร์ค' ชายหนุ่มร่างสูงหน้าดุแต่ก็ยังดูมีเสน่ห์ ด้านขวามือของเคนคือหนุ่มหล่อหน้าใส 'ทัพไท' และสุดท้ายร่างสูงหน้าตาหล่อเหลา ตาโตเป็นประกาย จมูกโด่ง ริมฝีปากอมชมพู ผิวขาวเนียนเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบหกที่ยืนอยู่ทางขวามือของเคนก็คือ 'เซน'  

'ยิ้ม' หรือ 'ม่านฟ้า' จดจำชื่อและใบหน้าของเหล่าพี่ว้ากทั้งเจ็ดได้หมดเดิมทีก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เผลอเข้าไปใกล้เวลาเจอกันทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้เธอกลับจ้องมองหนึ่งในกลุ่มพี่ว้ากไม่วางตาจนถูกเพื่อนใหม่ในกลุ่มที่เริ่มคบหากันอย่าง 'แคท' สะกิดเรียก 

"มองไรอ่ะ" 

แคทกระซิบกระซาบถามแทบจะไม่มีเสียงเพราะกลัวว่าพี่หน้าโหดที่ยืนอยู่นั้นจะได้ยิน ยิ้มที่หันไปเพียงส่ายหน้าไปมาพร้อมกับตอบแบบไม่มีเสียงกลับไปว่า 'เปล่า' แต่ก็ไม่วายอดจะหันกลับไปลอบมองทางทิศทางเดิมอีกครั้ง 

"เพื่อนพวกคุณหายไปไหน แจงยอดมาครับ!"  

เจอาร์สั่งเสียงเข้ม ใบหน้าเคร่งขรึม หลังจากปีหนึ่งคนสุดท้ายขานยอดสุดท้ายของปีหนึ่งที่มาในวันนี้ทั้งหมดออกมาซึ่งยอดที่ได้ไม่ตรงกับจำนวนนักศึกษาปีหนึ่งทั้งหมดที่มี  

นั่นหมายความว่ามีคนขาดหรือโดด 

"งั้นพวกคุณก็วิ่งรอบสนามตามจำนวนของเพื่อนคุณที่ขาด ผมมีบทลงโทษสำหรับสิบคนสุดท้ายที่ช้า เชิญ!" 

เคนสั่งเสียงเข้มหลังจากฟังประธานรุ่นปีหนึ่งแจกแจงรายละเอียดของปีหนึ่งที่ไม่ได้มาเข้ารับน้องในครั้งนี้ สิ้นเสียงคำสั่งปีหนึ่งก็ทยอยกันวิ่งออกจากลานเกียร์ไปที่สนามฟุตบอล ต่างคนต่างรีบวิ่งให้ครบตามจำนวนรอบให้เร็วที่สุดด้วยหวังว่าจะไม่เป็นสิบคนสุดท้าย  

ยิ้มกับกลุ่มเพื่อนด้วยเกาะกลุ่มอยู่ในช่วงกลางไม่พยายามรั้งท้ายเพราะไม่อยากจะถูกลงโทษเพิ่มถึงแม้จะมีหอบเหนื่อยกันแต่ก็ไม่ยอมแพ้ 

พี่ว้ากพูดแล้วไม่คืนคำไม่ต่างจากกษัตริย์ที่ตรัสแล้วไม่คืนคำ เมื่อพูดแล้วก็ย่อมทำตามที่กล่าว ปีหนึ่งสิบคนที่วิ่งเข้ามาถึงลานเกียร์ช้าที่สุดถูกสั่งให้กอดคอกันลุกนั่งยี่สิบครั้งก่อนเข้าที่ได้ 

เคนเป็นผู้นำเพื่อนพูดคุยกับรุ่นน้องในหัวข้อที่พวกเขาบรีฟกันมาก่อนหน้านี้และส่งข้อมูลให้ปีสอง มีเจอาร์กับเซนคอยพูดเสริม ทัพไทกับเบียร์คอยทวนคำสั่งหรือสิ่งที่บอก เลโอกับปาร์คคอยเป็นตัวยุ 

ด้วยไหวพริบและความสนิทของทั้งเจ็ดหนุ่มทำให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่กันได้อย่างเข้าขา ทั้งแอคติ้งที่ต้องตีหน้านิ่งหรือดุอยู่ตลอดก็เนียนจนไร้ที่ติน้อยครั้งที่เจอาร์ เบียร์หรือทัพไทจะหลุดยิ้ม  

ส่วนอีกสี่หนุ่มเลโอ เคน ปาร์คและเซนนั้นไม่เคยหลุดเลยเพราะบุคลิกเงียบขรึมแบบพี่ว้ากก็แทบจะเป็นตัวของพวกเขาเอง จะเพิ่มเข้ามาก็แค่ต้องคอยพูดเสียงดังกว่าปกติเพื่อให้รุ่นน้องได้ยินอย่างทั่วถึง 

ยกเว้นเซนที่ปกติแล้วเพื่อนในคณะจะเห็นเขาพูดมากยิ้มเก่งสายตาแพรวพราว แต่พอหยิบหัวโขนพี่ว้ากมาใส่เมื่อไหร่เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างกับกดสวิตซ์เปลี่ยนโหมด 

ความบังเอิญที่ไม่อยากให้เกิดกับเด็กปีหนึ่งก็คือการเข้ามากินข้าวร้านเดียวกับพี่ว้ากในคณะของตัวเอง อย่างเช่นตอนนี้ที่กลุ่มของยิ้มทั้งเจ็ดชีวิตพยายามทำตัวให้ไร้ตัวตนในร้านให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้สะดุดตากลุ่มพี่ว้ากที่ดันมากินมื้อค่ำในร้านเดียวกันทั้งที่ห้างออกจะใหญ่ร้านอาหารมีเป็นสิบๆ ร้าน 

"พวกพี่เขาคงจำพวกเราไม่ได้หรอกมั้ง คนคณะเราไม่ใช่น้อยๆ แล้วพวกเราก็ไม่ได้เด่นอะไรด้วย คงไม่รู้หรอกว่าเราเป็นน้องในคณะเราก็ทำเนียนๆ ไม่เห็นก็ได้แล้ว" 

ทั้งแคท เรียว เค ไวท์และภูผาต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำของปริม ยิ้มก็อยากจะเห็นด้วยกับคำของปริมอยู่หรอกหากว่าเธอไม่พึ่งจะสร้างวีรกรรมที่คิดว่าน่าจะเป็นที่จดจำให้กับหนึ่งในพี่ว้ากไปหยกๆ 

เหตุการณ์เมื่อวาน 

หลังจากที่ยิ้มรู้ว่าผู้ชายที่เธอพยายามช่วยคือเซนก็เผลอเรียกชื่อชายหนุ่มออกมา ส่วนเซนนั้นจำยิ้มไม่ได้พอยิ้มเรียกออกไปแบบนั้นก็ถูกเค้นจนรู้ว่าเป็นรุ่นน้องในคณะ 

"ทำไมพี่ไม่ไปโรงพยาบาลคะ" 

ยิ้มต้องทนนั่งดูเซนยิ้มแผลสดให้กับตัวเองก็รู้สึกเจ็บแทน 

"ไม่ใช่เรื่องของเธอ" 

เซนบอกเสียงเรียบทั้งที่มือยังสาละวนอยู่กับการเย็บแผลที่ท้องให้ตัวเองไม่ได้ร้องหรือแสดงอาการเจ็บปวดออกอะไรออกมามากมายนอกจากกัดกรามแน่น พอเซนเย็บแผลเสร็จยิ้มก็เป็นคนปิดแผลให้ 

"พี่ขับรถกลับเองไหวป่ะ ให้ฉันขับไปส่งไหม ไม่ไหวแหละเดี๋ยวฉันไปส่งเอง" 

ว่าจบยิ้มก็ลงจากรถแล้วเดินขึ้นไปฝั่งคนขับแทน เซนพยายามจะห้ามแต่ยิ้มไม่ฟังเลยต้องยอมนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังปล่อยให้ยิ้มขับรถให้ 

"พี่...เหมือนมีคนตามเรามาเลยอ่ะ" 

จบคำของยิ้มเซนก็หันกลับไปมองไปทางด้านหลังเห็นรถคันหนึ่งขับตามมาจริง 

"ตั้งแต่เมื่อไหร่?" 

"ตั้งแต่เราขับออกมาแต่แรกเลย" 

"ว่าไงนะ!" 

"ตอนแรกฉันไม่มั่นใจเลยไม่ได้บอก" 

"บ้าเอ้ย!" 

เซนรู้สึกหัวเสียและประหลาดใจไปพร้อมกัน แต่ก็คิดหาทางสลัดรถคันที่ตามมาก่อนเป็นอันดับแรก แต่ก็ไม่ทันยิ้มที่เปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน พอเห็นสัญญาณไฟเขียวอยู่ด้านหน้าเลยชะลอความเร็วรถลงพอขึ้นสัญญาณสีเหลืองกลับรีบเหยียบคันเร่งเพื่อผ่านตรงแยกนั้นไปทำให้หลุดไปจากรถที่ตามอยู่ได้เพราะคันด้านหลังติดไฟแดง 

ไหวพริบของยิ้มกำลังทำให้เซนประหลาดใจอีกครั้ง แต่เพราะอาการเพลียจากบาดแผลทำให้เซนไม่มีเวลามาสนใจอะไรมากนัก พอรู้ว่าปลอดภัยจากคนที่ตามมาก็สั่งให้ยิ้มขับรถไปที่คอนโดแห่งหนึ่ง 

"ขึ้นไปกับฉัน" 

เซนบอกเมื่อลงจากรถ ตอนแรกคิดว่ายิ้มจะต้องมีคำถามหรืออิดออดที่จะขึ้นไปบนห้องกับเขาแต่ยิ้มกลับยอมง่ายๆ ทั้งยังเข้ามาประคองเซนอีกต่างหาก ในหัวของเซนกำลังคิดว่าผู้หญิงแบบไหนกันถึงได้ไว้ใจผู้ชายแปลกหน้าได้ง่ายขนาดนี้ แม้จะบอกว่าเซนเป็นรุ่นพี่ในคณะก็ยังมีน้ำหนักไม่มากพอ  

เซนพายิ้มขึ้นมาที่ห้องของเขาในคอนโดหรูแห่งหนึ่งซึ่งเขาก็พึ่งจะได้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของยิ้ม ยิ้มมองสำรวจห้องของเซนเมื่อเข้ามาก่อนจะถามหายาแก้ปวดเพื่อเอามาให้เซนกิน 

"จะกลับยังไง?" เซนถามหลังจากที่กินยาแล้ว 

"ก็ถ้าพี่ไม่ไปส่งฉันก็จะค้างนี่แหละ ซึ่งพี่คงไปส่งฉันไม่ได้แน่" 

ยิ้มตอบหน้าตายทำเอารุ่นพี่หนุ่มถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเจอผู้หญิงแบบยิ้ม ยิ้มพอจะเดาใจเซนได้ว่าคิดยังไงกับเธอจึงอธิบายเท่าที่จำเป็น 

"นี่มันดึกแล้วค่ะ ฉันไม่นั่งแท็กซี่กลับแน่ เพราะมันเลยเวลานอนของฉันแล้วขืนนั่งไปฉันคงหลับบนแท็กซี่กันพอดี ฉันแค่ขอนอนอยู่โซฟานี่แหละ พอเช้าเดี๋ยวฉันหาทางกลับเองไม่รบกวนพี่หรอก" 

"ไม่กลัวฉันจะทำอะไรเธอรึไง" 

"ก็ถ้าพี่ทำได้ฉันก็ไม่ว่า" 

เซนหมดคำจะพูดกับยิ้ม ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความมั่นใจพวกนี้มาจากไหนหรือว่าเห็นว่าเขาเจ็บอยู่ แต่จะให้ไล่กลับก็คงจะดูใจร้ายเกินไปอย่างน้อยเธอก็ช่วยเขาเอาไว้ แถมยังไม่รู้ด้วยว่าคนที่ตามเขามานั้นเห็นอะไรมากน้อยแค่ไหน  

"ถ้าจะค้างก็เข้าไปนอนในห้อง มีห้องนอนว่างอยู่ แล้วก็อย่าเที่ยวไปไว้ใจใครแบบนี้อีกใช่ว่าทุกคนจะไว้ใจได้" 

"พี่จะบอกว่าพี่ไว้ใจได้ว่างั้น" 

"แม้แต่ฉัน...เธอก็ไม่ควรไว้ใจ" 

เซนกล่าวเตือนก่อนจะลุกเดินไปเข้าห้องของตัวเอง ยิ้มมองตามแผ่นหลังของเซนแล้วยกไหล่อย่างไม่แยแสทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวไม่ได้เข้าไปนอนในห้องอย่างที่เจ้าของห้องบอกแล้วหลับลงอย่างง่ายดาย พอถึงเวลาร่างกายให้บอกให้เธอตื่นแล้วออกจากคอนโดของเซนแต่เช้า  

ปัจจุบัน 

และใช่...เซนจำยิ้มได้ จำได้แม่นเพราะเขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนเหมือนยิ้มมาก่อน ผู้หญิงที่มีนิสัยประหลาด ทำอะไรโดยไม่กลัวอันตรายเลยแม้แต่น้อย ขี้สงสัยในเรื่องที่ไม่ควรสงสัย แต่เรื่องที่ควรสงสัยกับไม่เอะใจอะไรเลย แถมยังช่างสังเกตและมีไหวพริบจนน่าประหลาดใจ ทำตัวไม่ต่างกับว่าตัวเองเป็นผู้ชายทั้งที่ตัวก็แค่นั้น  

สิ่งที่ยิ้มทำลงไปนั้นมันทำให้เซนเริ่มสนใจในตัวยิ้มขึ้นมา  

ตั้งแต่ที่ตื่นมาแล้วไม่เจอยิ้มเซนก็เริ่มสนใจผู้หญิงคนนี้แล้ว ตลอดเวลาที่ยิ้มอยู่ในระยะสายตาของเซนเขาก็แอบลอบมองสังเกตเธออยู่ตลอดโดยที่เธอไม่รู้ตัว แม้แต่เพื่อนของเซนเองยังไม่รู้ ผู้หญิงตัวเล็กที่แทบจะไม่ได้ทำตัวเด่นอะไรในมหาวิทยาลัยกลับมีอะไรน่าสนใจให้เซนค้นหาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว